All Blog
คำแนะนำในการเลือกใช้น้ำมันสำหรับปรุงอาหาร


เป็นที่ทราบกันดีว่าปัจจุบันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบพบมากขึ้นในคนไทย ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากพฤติกรรมการบริโภคอาหารเปลี่ยนไป คนในกรุงเทพฯ กว่าร้อยละ 50 มีไขมันโคเลสเตอรอลสูงกว่าค่าที่แนะนำ (ควรน้อยกว่า 200 มก.ต่อดล.) เมื่อเกิดโรคขึ้นแล้ว ก็ไม่หายขาด แถมค่ายา ค่าการตรวจต่างๆ ค่ารักษา ล้วนมีราคาแพงขึ้นทุกๆวัน

ดังนั้นการป้องกันโรคจึงน่าจะเป็นหนทางที่ดีที่สุด หลักการสำคัญในการป้องกันโรคหัวใจ คือ การลดพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆลง การรับประทานอาหารที่มีไขมันโคเลสเตอรอลต่ำ ก็เป็นหนทางหนึ่ง ดังนั้นการเลือกใช้น้ำมันในการปรุงอาหารจึงเป็นสิ่งที่ควรทราบ

น้ำมันที่ใช้ในการปรุงอาหารประกอบด้วยกรดไขมันชนิดต่างๆ ดังนี้

1 กรดไขมันชนิดอิ่มตัว (saturated fatty acid) เป็นกรดไขมันชนิดร้าย ส่วนใหญ่เป็นไขมันที่ได้จากสัตว์ และ เป็นตัวการ สำคัญที่ทำให้ โคเลสเตอรอลในเลือดสูง กรดไขมันอิ่มตัวนี้พบปริมาณมากในน้ำมันหมู น้ำมันเนย น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว จึงควรหลีกเลี่ยง

2 กรดไขมันไม่อิ่มตัวชนิดโมโน (mono-unsaturated fatty acid) เป็นกรดไขมันชนิดดี เช่น กรดโอเลอิค สามารถ รับประทาน ได้พอสมควรโดยไม่เพิ่มโคเลสเตอรอลในเลือด กรดไขมันชนิดนี้พบมากในน้ำมันมะกอก (olive oil) พบปานกลางใน น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด น้ำมันดอกทานตะวัน อาหารที่เรียกว่า mediterranean diet เป็นอาหารที่มีข้อมูลว่าช่วยป้องกัน โรคหัวใจ ประกอบด้วยผัก อาหารเส้นใยสูง ปลา โยเกิต และ ใช้น้ำมันมะกอกเป็นหลักในการปรุงอาหาร
น้ำมันบางชนิด เช่น น้ำมันปาล์ม น้ำมันหมู น้ำมันเมล็ดฝ้าย น้ำมันรำข้าว แม้จะมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวชนิดโมโนปานกลาง แต่ก็มีกรดไขมันชนิดอิ่มตัว ในปริมาณสูงด้วย ทำให้ไม่ได้ผลดีจากกรดไขมันไม่อิ่มตัวชนิดโมโน

3 กรดไขมันไม่อิ่มตัวชนิดโพลี่ (poly-unsaturated fatty acid,PUFA) เป็นกรดไขมันชนิดดีปานกลาง เช่น กรดไลโนเลอิค กรดไลโนเลนิค จะช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือดลงได้บ้าง (อย่าหวังผลมากนัก) ข้อเสียคือมีกลิ่นหืน ปัจจุบันมีการผลิตเป็นเนย แนะนำให้ใช้ ปรุงอาหารแทนเนยซึ่งมี ไขมันอิ่มตัวสูง (รับรองโดยอ.ย.สหรัฐ) แต่ยังไม่มีจำหน่าย ในประเทศไทย (ในรูปของเนย ชื่อการค้าคือ Benecol)

น้ำมันที่ใช้ในการปรุงอาหารจึงควรมีลักษณะ ดังนี้
มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวชนิดโมโนสูง
กรดไขมันไม่อิ่มตัวชนิดโพลี่ปานกลาง
มีกรดไขมันชนิดอิ่มตัวต่ำ

น้ำมันปรุงอาหารที่ดี คือ…. (เรียงจากดีมาก ไปหา ดีน้อยที่สุด….)
น้ำมันมะกอก (ราคาแพง)
น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด น้ำมันเมล็ดทานตะวัน (เหมาะสมที่สุดสำหรับคนไทย)
น้ำมันเมล็ดฝ้าย น้ำมันรำข้าว น้ำมันดอกคำฝอย
น้ำมันเนย น้ำมันหมู น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว (กลุ่มนี้ไม่ควรใช้)

อย่างไรก็ตามน้ำมันปรุงอาหารที่ขายในประเทศไทย หลายยี่ห้อเป็นน้ำมันผสม ดังนั้นก่อนซื้อควรพิจารณาดูส่วนผสมที่ฉลากด้วย ส่วนของทอดที่วางขายกัน โดยทั่วไป มักใช้น้ำมันปาล์ม เนื่องจากไม่มีกลิ่นและราคาถูก จึงควรหลีกเลี่ยงของเหล่านี้ด้วย

เรียบเรียงจากบทความเรื่อง การเลือกใช้น้ำมันที่ ใช้ในการบริโภคที่เหมาะสม โดยรศ.นพ.วิทยา ศรีดามา รพ.จุฬาลงกรณ์

Other Link
ปรึกษาลดน้ำหนักฟรี
บทความอื่นๆ



Create Date : 17 ตุลาคม 2553
Last Update : 17 ตุลาคม 2553 20:47:11 น.
Counter : 418 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ChaiKU
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



รับสมัครผู้สนใจหารายได้ทาง Internet
และให้คำปรึกษาผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก