คิดว่าอยากให้อภัยแต่ทำไม่ได้

เมื่อมีคนพูดให้เราไม่พอใจ ระหว่างการให้อภัย กับการที่พิจารณาตัวเองให้รู้ว่ากำลังโกรธ ตามหลักที่เค้าว่า รู้ แต่ไม่ต้องดับ ... ควรทำแบบไหนจะดีกว่ากัน ...

ที่ผ่านมา เราจะบอกตัวเองว่า ให้อภัย  แต่เวลาว่างๆ คำพูดที่ทำให้เราไม่พอใจเหล่านั้นยังวนเวียนกลับมา จนชักจะรู้สึกว่าความโกรธนั้นยังไม่หายไปไหน ยิ่งคิดว่าเราต้องให้อภัย คำพูดเหล่านั้นยิ่งกลับมา ...

เราว่าในเมื่อเรายังไม่สามารถให้อภัยได้ เราจะลองพิจารณาตามภาวะอารมณ์ดู เผื่อจะดีขึ้น




Create Date : 05 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 5 พฤศจิกายน 2555 13:37:07 น.
Counter : 407 Pageviews.

0 comment
เงินบันดาลสุข vs ความสุขที่เงินซื้อไม่ได้
เดือนตุลาที่ผ่านมานี้เราได้ฟัง (คงไม่ใช่คุย เพราะฟังอย่างเดียว) คนๆ นึงที่เค้าต้องตอบโจทย์ทางเลือกของชีวิต ระหว่าง เงินทอง+ความฝันในอาชีพการงาน ที่เห็นจะๆ ตรงหน้า vs ความสุขที่เงินซื้อไม่ได้

อันที่จริงเค้ามีความสามารถพอที่จะได้ทั้ง 2 อย่าง ซึ่งตอนแรกเค้าก็ต้องการเอาทั้ง 2 อย่าง (จากที่ได้ฟัง) แต่ต่อมาเค้าเลือกเพียงอย่างเดียวเพราะเค้าว่ามันไม่แฟร์ที่ตัวเค้าจะได้ทุกอย่าง ซึ่งหลังจากไตร่ตรองอยู่หลายวัน เค้าก็เลือกอย่างหลัง

ความเห็นส่วนตัวของเราคือ ตอนนี้ต้องถือว่ายังสรุปได้ไม่ 100% เพราะในบางอารมณ์นั้นเจ้าตัวยังรู้สึกไม่แน่ใจว่าควรเลือกอะไรกันแน่  สำหรับเราแล้ว เรื่องนี้ช่างฟังดูโรแมนติกเกินกว่าจะเป็นเรื่องจริง แต่มันก็เป็นเรื่องจริงที่ได้แสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ในใจของคนๆ นี้



Create Date : 29 ตุลาคม 2555
Last Update : 29 ตุลาคม 2555 12:08:15 น.
Counter : 542 Pageviews.

0 comment
การรู้เท่าทันอารมณ์ตัวเอง

เรามีปัญหาเรื่องการบริหารจัดการอารมณ์ของตัวเอง

เวลาเรามีเรื่องไม่พอใจใคร กับสิ่งที่เค้าทำ โดยเฉพาะเรื่องคำพูด เรามักจะใช้วิธีเงียบ ไม่มองหน้า แต่บนหัวเรานี่เหมือนมีไฟลุกพรึ่บเลยล่ะ

นั่นคือเราวางมัน เราทำเป็นไม่โต้ตอบ แต่เราเก็บอารมณ์โกรธนั้นไว้กับตัว นอกจากนี้เรายังเก็บไปคิดวนไปวนมาอีก โดยที่ไม่ได้แก้ไขอะไรเลย

ซึ่งสิ่งที่จะตามมา และมักจะเกิดขึ้นอยู่เสมอนั่นคือ "การระเบิด"

เคยมีเพื่อนเราคนนึงทักท้วงเราว่า ขอให้เราช่วยอย่าเก็บแล้วระเบิดได้หรือไม่ มีอะไรก็ไม่ควรเก็บไว้ เพราะถ้าเราทำให้เกิดระเบิดแล้ว มันมีแต่จะผิดใจกัน

คนที่โดนระเบิดเค้าก็ไม่เข้าใจว่าทำไมอารมณ์เราถึงรุนแรงขนาดนั้น เพราะเค้าไม่ได้รู้หรอกว่ามันเกิดจากการสะสมมาเท่าไหร่ ซึ่งตอนนั้นเราก้บอกว่าเราทำไม่ได้

เพราะถ้าให้เราพูดออกไป เราก็จะเก็บคำพูดตัวเองไปคิดมากกังวลอีก ว่าอีกฝ่ายเค้าจะคิดอย่างไร จะเกลียดเรามั้ย ลงท้ายด้วยการหันถามคนข้างๆว่า "เค้าจะไม่ชอบเราหรือเปล่า ?"

บางครั้งเราอยากระบายมาก แต่แทนที่จะบอกกับเจ้าตัวตรงๆ เรากลับไปบอกคนอื่นแทน ซึ่งก็กลายเป็นการนินทาไป และเราก็จะระแวงว่าเค้าจะรู้และอาจจะไม่ชอบเรา

นอกจากนี้อารมณ์โกรธสะสมยังทำให้เราทำเรื่องแย่ๆ ตามมา เช่น ระเบิดใส่เค้า, นินทาเค้า, แอบพูดเสียดสี, ทำเป็นพูดดีแต่เจตนาร้าย, แอบดีใจเวลาเห็นเค้าตกที่นั่งลำบาก, ยุแหย่ เป็นต้น

ถ้าให้เราวิเคราะห์ตัวเอง เราว่าเหมือนเราอยากจะรักษาภาพนางฟ้า ทั้งที่ใจเราเป็นมารชัดๆ (เขียนเอง อ่านเอง ยังรู้สึกว่าเป็นไปได้ขนาดนี้)

ต้นเหตุก็คืออารมณ์โกรธของเรา

 

เราจะลองทำ 2 อย่าง เพื่อแก้ปัญหานี้ของเรา

อย่างแรกคือการรู้เท่าทันอารมณ์ของตัวเอง

การที่เราต้องทรมานจากการคิดวนไปวนมาของตัวเองนั้น น่าจะเป็นเพราะเราไม่รู้เท่าทันอารมณ์ของตัวเอง  เมื่อไหร่ก็ตามที่เริ่มรู้สึกตัวว่ากำลังอยู่ในอารมณ์โกรธ เจ็บใจ ซึมเศร้า กำลังรู้สึกดำดิ่งไปที่ก้นบ่อน้ำ คิดอะไรไม่ออก นั่นแสดงว่าเราได้ตกเป็นเหยื่ออารมณ์ของเราเองแล้ว

ให้พยายามมองดูตัวเองและพิจารณาถึงภาวะอารมณ์ของตัวเอง รู้เท่าทันอารมณ์ของตน เพื่อเรียกสติกลับคืนมา หากทำได้เช่นนี้น่าจะช่วยหลุดจากวังวนความคิดนั้นได้

 

อย่างที่สองคือ การระบายออกในแบบที่ควรจะเป็น

ถ้าเรารู้แล้วว่าตัวเรากำลังอยากจะไปบอกใครสักคนถึงสิ่งที่เรากำลังไม่พอใจ และเรากำลังมองหาบุคคลที่สาม เพื่อมารับฟังเราระบายความในใจ

เราจะต้องหยุดความคิดนั้นก่อน

เราควรคิดว่า สมมติ เราไม่ชอบสิ่งที่นาย A ทำกับเรา แต่การบอกบุคคลที่สาม มันไม่ได้ทำให้นาย A เลิกทำ ถ้ามองให้ชัดมันเป็นเพียงด้านมืดของเราที่เราต้องการลงโทษนาย A โดยการให้สังคมเข้าข้างเรา และรุมประนามนาย A

เมื่อได้นินทาครั้งแรก  แน่นอนว่าครั้งต่อๆ ไปก็จะตามมา ด้วยคำขึ้นต้นว่า "เนี่ยดูสิ เอาอีกแล้ว ..." นอกจากจะไม่สามารถแก้ปัญหาได้แล้ว ยังสร้างปัญหาเพิ่มอีก

ดังนั้น สิ่งที่เราควรทำ เมื่อเราไม่พอใจนาย A และเราอยากระบายมันออกไป เราก็ควรจะบอกนาย A นั่นแหละ  ถ้าเรากำลังคิดต่อว่า "เราไม่กล้าบอก กลัวเค้าจะไม่ชอบเรา" แล้วนั้น เราควรย้อนถามตัวเองอีกครั้งว่า เรากำลัง "อยากจะบอกนาย A" หรือเรากำลัง "อยากจะด่า+เหน็บแนมนาย A"

เราเชื่อว่า เมื่อเราเกิดอารมณ์ไม่พอใจ ชั่ววูบแรกมักจะเป็นอย่างหลังมากกว่า และด้วยนิสัยส่วนตัวที่กลัวอีกฝ่ายไม่ชอบเรา จึงทำให้เราไม่กล้าทำไปโดยอัตโนมัติ และกลายเป็นไปบอกกับบุคคลที่สามแทน

ดังนั้น วิธีการระบายออกในแบบที่ควรจะเป็น คือก่อนอื่นเราควรคิดเสมือนว่าถ้านาย A เป็นเพื่อนรักของเรา ถ้าเค้าเป็นเพื่อนรักของเรา เราจะสามารถให้อภัยสิ่งที่เขาทำได้หรือไม่  ? บางครั้งมันอาจจะจบที่ตรงนี้ก็ได้ ถ้าเราให้อภัยได้ เราก็จะไม่อึดอัดและไม่ต้องระบายออก

ต่อมาถ้าเรายังติดอยู่ในใจ ยังคงต้องการให้นาย A ทราบถึงความรู้สึกของเรา ว่าเราไม่ชอบ เราจงพึงระลึกว่าเราจะใช้วิธีบอกอย่างไรจึงจะเป็นการรักษาน้ำใจของเขา เสมือนว่าเรากำลังปฏิบัติต่อเพื่อนรักของเรา เช่นนี้แล้ว การที่เราพูดออกไปแล้ว โอกาสที่ทำให้เกิดการผิดใจนั้นจะลดลงมาก




Create Date : 25 ตุลาคม 2555
Last Update : 25 ตุลาคม 2555 10:54:34 น.
Counter : 891 Pageviews.

3 comment
วางแผนชีวิตยังไงดีนะ

จะวางแผนชีวิตยังไงดีนะ คิดไม่ออก

ถ้ามีแฟนก็คงตามแฟนไปเรื่อยๆ แต่ถ้าไม่มี ก็ไม่มีใครให้ตามแล้ว ต้องคิดเอง แต่ว่าคิดไม่ออก ...

 

เพื่อนฝูงก็ไม่ค่อยมี ปกติใช้เวลากับตัวเองและครอบครัว

 

ระหว่างที่คิดไม่ออกคงทำงานเก็บเงินไปเรื่อยๆ แต่มันเคว้งคว้างน่ะสิ ไม่รู้เราจะทำไปเพื่ออะไร

 

พ่อบอกให้เปิดร้านกาแฟเล็กๆ มีเบเกอรี่ แก้เหงา ... หรือเราจะตั้งเป้าหมายนั้นไปก่อนนะ จะได้เก็บเงิน เพราะพอไม่มีเป้าหมายแล้วเอาเงินไปละลายหมดเลย

เอาแบบไม่ต้องเป็นร้านดัง แค่ให้มีความสุข ทำสนุกๆ พอให้ชีวิตดูมีคุณค่า จริงๆ ชอบศึกษาพวกจิตวิทยาพฤติกรรมมากกว่า

เห็นร้านตรงนี้เค้าก็คนไม่เยอะ แต่จ้างเด็กไว้คนนึง บางทีก็สั่งแก้วเดียว ทำกาแฟพร้อมกัน 3 คนเลย 555+ (เจ้าของ 2 + เด็กฝึกงาน 1) อาจจะจ้างไว้เผื่อไม่ว่าง แต่จริงๆ ไม่ได้ยุ่งขนาดต้องมีคนช่วย

 

... อาจจะดีก็ได้




Create Date : 23 ตุลาคม 2555
Last Update : 23 ตุลาคม 2555 20:35:58 น.
Counter : 362 Pageviews.

2 comment

::Som-O::
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



..สัมผัสได้ด้วยใจ..