creatio ex nihilo

ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 

แฟนพันธุ์แท้ ไอน์สไตน์



เป็นหนังสือที่เดี๋ยวนี้อาจจะหาในร้านหนังสือยากสักนิด ผมไม่ได้เห็นมาหลายปีแล้วครับนับแต่ที่ได้เห็นในช่วงปีแรก ๆ ของการพิมพ์ ผมได้หนังสือเล่มนี้โดยตรงจากผู้เขียน ดร.บัญชา ธนบุญสมมบัติ พี่แกบอกว่า "จับผิดให้หน่อย" โอ... ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ การอ่านงานที่ผู้เขียนเขียนจากความเข้าใจที่แท้จริง กับงานที่เขียนขึ้นมั่ว ๆ ตามอารมณ์ให้เห็นแพะ-แกะวิ่งวุ่นนั้นต่างกัน ในงานประเภทแรก ถ้าเราจะจับผิดต้อง "ตั้งใจจับผิด" ครับ ส่วนประเภทหลัง หลับตาสักข้าง หรืออ่านบรรทัดเว้นบรรทัดก็ยังมองเห็นที่ผิด ส่วนเนื้อหาวิชาการด้วยสติปัญญาที่ผมมีขอสารภาพว่าจับผิดอะไรไม่ได้เลย แต่ในส่วนของงานพิมพ์ ตกสระ ลืมวงเล็บ อะไรพวกนี้ถ้า "ตั้งใจกันจริง ๆ" ก็ต้องจับได้บ้าง (แทบทุกเล่ม) กับอีกส่วนซึ่งมันไม่ใช่จุดผิดอะไร แต่ถ้าเราจะยกขึ้นมาให้มีมันก็มี มีแบบเล็ก ๆ น้อย ๆ แทบไม่ต้องใส่ใจ และมักพบบ่อยในงานวิชาการด้านนี้ที่เป็นภาษาไทย คือ "การออกเสียงชื่อ" ชาวต่างชาติครับ มีแอบทึ่งที่ ดร.บัญชา เรียกชื่อ David Hilbert ทั้งเสียงด้วยภาษาเยอรมัน คือ ดาฟิด ฮิลแบร์ท กับเรียกตามนิยมอังกฤษ-อเมริกัน เดวิด ฮิลเบิร์ต แต่ก็มีบางชื่อที่ออกเสียงยากจริง ๆ อย่าง Göttingen เมืองเกิตทิงเง่น หรือ Rügen (เกาะ) รือเก้น (เสียงสระที่มีอุมเล้าท์ในภาษาเยอรมันเป็นการห่อลิ้นดึงคางลงมาทำปากกลมแล้วเปร่งเสียงสระเดิม จาก โอ (o) กลายเป็น เออ (ö) หรือจาก อู (u) กลายเป็น อือ (ü) แม้แต่เออกับอือนี่ก็ไม่ถูก แต่เป็นสระที่ใกล้ที่สุดสำหรับภาษาไทยแล้วล่ะ) ซึ่งเข้าใจว่าสะกดตามอย่างเสียงภาษาอังกฤษหรือความนิยมในภาษาไทยไป (คนไทยหรือฝรั่งที่ไม่ใช้ภาษาเยอรมันเรียก เบอร์ลิน แต่คนเยอรมันเรียก แบร์ลีน, Berlin) - นี่แสดงให้เห็นว่าผมจับผิดอะไรไม่ได้เลยจนต้องมาตั้งแง่ทางภาษาแทน (ฮา :P )

เนื้อหาที่ ดร.บัญชา ลำดับผ่านการสนทนาใฝ่รู้ของเด็ก ๆ อย่างนิดกับหน่อย (ที่ทำให้ผู้ใหญ่บางคนซึ่งอ้างตัวว่าเป็นผู้รู้ต้องหันกลับไปพิจารณาความรู้ของตัวเองกันใหม่) โดยมีพี่คนเก่งแสนดีคือพี่เอกคอยชี้นำ พาผู้อ่านสำรวจความคิดที่ยิ่งใหญ่ความคิดหนึ่ง เป็นความคิดพลิกโลกของไอน์สไตน์ ผมมั่นใจว่าเด็กไทยสมัยนี้ทุกคนรู้จักชื่อไอน์สไตน์ แต่มีที่รู้จริง ๆ ว่าไอน์สไตน์ทำอะไร คิดอะไร คิดอย่างไรนั้นน้อย ส่วนหนึ่งอาจเพราะเราไม่มีหนังสือดี ๆ ที่ถูกต้อง หนังสือเกี่ยวกับไอน์สไตน์ที่ว่าดีของคนไทยเขียนในสไตล์ popular science นี่ผมนับได้ 3 คน ดร.บัญชา (เล่มนี้แหละ) ดร.ไพรัช (หลุมดำ) กับ ดร.ชัยวัฒน์ (ไอน์สไตน์ ผู้พลิกจักรวาล) น่าเสียดายว่ากลายเป็นหนังสือหายากทั้งหมดเลยนะเนี่ย เล่มที่โดดเด่นที่สุดในแง่การนำเสนอคือ แฟนพันธุ์แท้ ไอน์สไตน์ ไม่ใช่เพียงการเล่าเรื่องนะครับ แต่ผมกล้าพูดว่าเป็นเล่มเดียวที่นำเสนอโดยยึดแก่นของสมการ!

ในความเป็นจริงคือแทบไม่มีหนังสือป๊อปไซน์เล่มไหนในบ้านเรา (แม้แต่ที่เลือกแปล ๆ ขาย ๆ กัน) พูดถึงไอน์สไตน์แล้วเอาสมการสนามของไอน์สไตน์มาแสดง (สมการเทนเซอร์) เอาผลเฉลยของชวาร์ทส์ชิลด์มาแสดง แล้ววิเคราะห์ผลเฉลย แค่ฟังชื่อก็ดูเหมือนสยอง แต่การอธิบายที่จับเฉพาะจุดใจความสำคัญและความหมายของสมการ นำไปสู่การตีความนั้นเป็นสิ่งที่เข้าใจกันได้ นิดกับหน่อยยังเข้าใจเลย โดยไม่ต้องอาศัยพื้นฐานคณิตศาสตร์มากนัก (เราไม่ได้มานั่งพิสูจน์กัน) จุดเด่นซึ่งถือเป็นข้อดีอย่างยิ่งคือ สมการ หรือ ภาษาคณิตศาสตร์ เป็นการแสดงความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรที่รัดกุม ความรัดกุมนี้เองจะขจัดความคลุมเครือและผิดเพี้ยนที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้อ่าน ในขณะเดียวกัน สมการก็จะบอกข้อจำกัดต่าง ๆ ของตัวมันเองว่าสามารถอธิบายตีความได้มากน้อยแค่ไหน จุดนี้ผมชอบมากครับ และเชื่อว่าถ้ามีเด็ก ๆ คนไหนอ่าน และพยายามเป็นมิตรกับมัน (ต้องยอมรับว่ามีเด็ก ๆ ส่วนหนึ่งเห็นสมการคณิตศาสตร์ที่ยุ่งเหยิงแล้วกรี๊ดลั่นกว่าเห็นมาริโอจูบพิชญ์) จะพบความงามและความเข้าใจที่ไม่หลงทาง

จริง ๆ จะหยุดที่ย่อหน้าตะกี้แล้ว แต่ไหน ๆ ก็ขออีกนิด อันนี้เป็นเหตุการณ์วันแรกที่ได้รับหนังสือ ผมพลิกไปหน้าที่อธิบายมวลทันที (กะจะจับผิดเต็มที่) เพราะการตีความสัมพัทธภาพของมวลเป็นอะไรที่ชวนไขว้เขวที่สุด ใครที่เคยอ่านบทความ The Concept of Mass ของ Lev B. Okun ในฟิสิกส์ทูเดย์ มิถุนายน 1989 จะเห็นข้อโต้แย้งที่เผ็ดร้อนซึ่งเชียร์ให้นักฟิสิกส์เลิกใช้คำว่า "rest mass" แต่ให้ใช้ "mass" แทน เพราะ "relativistic mass" เป็น other mass concept ที่ไอน์สไตน์เองก็ออกมาบอกว่าไม่รู้มันคืออะไรกันแน่ (แต่ถ้าว่ากันจริง ๆ mass คืออะไรกันแน่ก็ยังไม่มีใครรู้ครับ เรารู้แค่สมบัติกับฤทธิ์ของมัน) บทความนั้นอ้างอิงจดหมายจาก Einstein ถึง Lincoln Barnett ปี 1948 พอได้อ่านตัวดำ ๆ เน้น ๆ ที่ ดร.บัญชา บอกว่า มวลก็คือมวล เป็นปริมาณที่ไม่แปรเปลี่ยน (ไม่เพิ่มไม่ลดตามอัตราเร็ว) ก็เชื่อมั่นแล้วว่าเล่มนี้ของพี่แกแน่จริง

เชียร์ให้พิมพ์ซ้ำ (รวมถึงเล่มของ อ.ไพรัช กับ อ.ชัยวัฒน์) หนังสือดี ๆ แบบนี้ไม่ควรสูญหายไปจากร้านหนังสือครับ

ผมให้




 

Create Date : 18 สิงหาคม 2551    
Last Update : 13 กันยายน 2552 3:14:07 น.
Counter : 1360 Pageviews.  

จากบิวอิก 8



เรื่องนี้ของสตีเฟ่น คิง ใช้เวลาให้ติดไม่นานครับ แต่พอผ่านไปครึ่งเล่มอาจเริ่มอาการเบื่อ ๆ ระคนด้วยความอยากรู้เป็นพัก ๆ ว่าเจ้าบิวบิกพิสดารคันนี้มันแผลงฤทธิ์อะไรได้อีก (แต่ก็เป็นคนละอารมณ์กับครึ่งเล่มแรกที่ทำให้รู้สึกทึ่งพร้อมหลงเสน่ห์) ที่ผ่านมาเราเคยเจอรถผีสิง รถปิศาจ แต่สำหรับบิวอิกคันนี้ต้องพูดว่ามันคือ "รถเกตเวย์" - เกตเวย์ที่ไม่ดีเท่าไร เพราะสองเน็ตเวิร์กที่ส่งข้อมูลถึงกันกลับสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง หากมันไม่ใช่เกตเวย์ก็อาจจะเป็น "รู" หรือ "ช่อง" เชื่อมระหว่างโลกที่พี่คิงแกไม่รู้จะเอาอะไรมาเป็นโมเดลแล้วล่ะ...สุดท้ายยัดเปรี้ยงลงไปในบิวอิก 8

ผมให้
เบียร์สิงห์ให้




 

Create Date : 17 สิงหาคม 2551    
Last Update : 13 กันยายน 2552 3:15:25 น.
Counter : 1028 Pageviews.  

the SAVAGE



ก่อนหน้าอ่านนิยาย/การ์ตูนภาพเรื่องนี้ ผลงานของ David Almond ผมเคยอ่าน 2 เล่ม Skellig กับ Secret Heart นิยายเด็กที่เต็มไปด้วยอารมณ์สะเทือนใจลึก ๆ ทั้ง 3 เรื่องที่อ่านมีจุดสังเกตร่วมหนึ่ง หรือเดวิดจะบอกเราว่า การที่เราจะได้อะไรมา เราก็ต้องสูญเสียอะไรแลกเปลี่ยนไป สำหรับเล่มนี้เป็นนิยายภาพ ภาพค่อนข้างแรงในโทนสีเขียว ฟ้า ดำ ที่ดูเหมือนจะสบายตา เมื่อเด็กน้อย Blue Baker เขียนเรื่องของ Savage เด็กหนุ่มเถื่อนดิบอาศัยอยู่ในป่าอีกคนเป็นเครื่องระบายความอัดอั้น ขณะเดียวกัน Savage ก็เติมเต็มชีวิตเปลี่ยวเหงาของเขาด้วยเรื่องราวที่ Blue ไม่เคยรู้มาก่อน ตัวละครของเด็กชาย Blue จึงเป็นมากกว่าตัวละคร

โชคดีที่คนเขียน Savage คือ Blue ถ้าเป็นผมนะ...ตาย

ผมให้




 

Create Date : 14 สิงหาคม 2551    
Last Update : 13 กันยายน 2552 3:15:58 น.
Counter : 1043 Pageviews.  

บาปไฮเทค



กระทู้หลักคือศาสนาพุทธ คาทอลิก คริสเตียน อิสลาม มีมุมมองอย่างไรต่อการวิจัยทางการแพทย์สมัยใหม่ อาทิ โคลนนิ่ง สเต็มเซลล์ ตัดต่อยีน จีโนม โดยเฉพาะประเด็นการมีชีวิตของตัวอ่อน ความเป็นมนุษย์ในตัวอ่อนเริ่มต้นเมื่อใด ในส่วนของศาสนาพุทธนั้นเป็นการสนทนากับพระพรหมคุณาภรณ์ ศาสนาคริสต์ทั้งคาทอลิกและคริสเตียนบทความโดยบาทหลวงเชิดชัย เลิศจิตรเลขา ศาสนาอิสลามโดยอรุณ บุญชม ทั้งหมดนี้ก็เพื่อช่วยให้ผู้วิจัยรู้แนววินิจฉัยของศาสนาต่าง ๆ กรณีความเป็นมนุษย์ของตัวอ่อนนี้ทัศนะทุกศาสนาเห็นค่อนข้างพ้องกันในมติข้างเคร่งคือทันทีที่อสุจิผสมกับไข่ แต่มติข้างอ่อนก็อาจมีผ่อนปรนกันไป เช่น อิสลามบอกว่า 120 วันพระเจ้าจึงเป่าวิญญาณสู่ตัวอ่อน (บ้างว่า 40 วัน) ส่วนคาทอลิกนั้นเราจะยุ่งเกี่ยวกับตัวอ่อนไม่ได้เลย เพราะนั่นคือสมบัติของพระเจ้า ศาสนาพุทธเองก็มีเกณฑ์ว่านอกเหนือจากบิดามารดายังมีปฏิสนธิวิญญาณ

กรณีปฏิสนธิวิญญาณนี้จะเห็นชัดเจนว่าบรรดาคุณหมอซักพระพรหมคุณาภรณ์เพื่อขอให้ชี้ชัดลงไปว่าเกิดขึ้นเมื่อใด จริง ๆ มันไม่มีบันทึกไว้นะครับ เท่าที่เรารู้กันคือพร้อมกับปฏิสนธิทางชีวภาพนั่นแหละ แต่มันจะมีปัญหาตรงกรณีโคลนนิ่ง เพราะไม่มีการปฏิสนธิทางชีวภาพแต่เอานิวเคลียสต้นแบบยัดใส่ในไข่ที่ดูดนิวเคลียสออก เมื่อกระตุ้นเหมาะสม มันก็เติบโตต่อได้ คำถามคือปฏิสนธิวิญญาณเกิดขึ้นเมื่อไรในโคลนนั่น (อันที่จริงคุณหมอต้องใช้เวลาส่วนหนึ่งเพื่อให้เข้าใจว่าปฏิสนธิวิญญาณคืออะไร ใช่วิญญาณผีหรือไม่ ไม่ใช่นะครับ ปฏิสนธิวิญญาณ ก็คือ จิตแรกในชาติหนึ่งซึ่งเกิดต่อจากจุติจิตอันเป็นจิตสุดท้ายในชาติที่แล้วทันที ไม่มีจิตอื่น ๆ คั่น ปฏิสนธินี้จึงแปลว่า "ต่อ") พระพรหมคุณาภรณ์จึงได้แสดงความเห็นในข้างเคร่งว่าภาวะเซลล์ที่พร้อมนั่นแหละปฏิสนธิวิญญาณเกิดขึ้นได้ทันที

ใครสนใจปัญหานี้ ก็ลองหามาอ่านกันนะครับ

ผมให้




 

Create Date : 13 สิงหาคม 2551    
Last Update : 13 กันยายน 2552 3:16:24 น.
Counter : 985 Pageviews.  

The Bumper Book of Bunny Suicides



"SADISTS OF ALL AGES WILL ABSOLUTELY LOVE IT."
Daily Telegraph

"DEEPLY DARKLY FUNNY."
Glamour

"HILARIOUS."
Sunday Mirror

"ONE OF THE MOST IMPORTANT BOOKS OF THE YEAR."
Hugh Grant

"IT'S THE FUNNIEST, BUNNIEST BOOK I'VE EVER READ!"
Elton John

"อย่าเผลอยืนอ่านในร้านจนจบหน้า... ระวังจะหัวเราะเหมือนคนบ้า"
ศล

ปล. ถ้าบังเอิญคุณเจอในร้านหนังสือ 2 เล่มคือ The Book of Bunny Suicides กับ Return of The Bunny Suicides ให้เหลียวหาแพ็คคู่เพราะมันจะถูกกว่ากันมาก พร้อมได้กล่องสวย ๆ ใส่หนังสือ 2 เล่ม แต่ถ้าอยากจะประหยัดเงินกว่านั้น ให้เหลียวหา The Bumper Book of Bunny Suicides ซึ่งได้ควบหลายตอนจาก 2 เล่มดังกล่าวไว้แล้วครับ บวกตอนใหม่อีก 10 ตอน

ผมให้
เบียร์สิงห์ให้




 

Create Date : 12 สิงหาคม 2551    
Last Update : 13 กันยายน 2552 3:32:53 น.
Counter : 1047 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  69  70  71  72  73  74  75  76  77  78  79  80  81  82  83  84  85  86  87  88  89  90  91  92  93  94  95  96  97  98  99  100  101  102  103  104  105  106  107  108  109  110  111  112  113  114  115  116  117  118  119  120  121  122  123  124  125  126  127  128  129  130  131  132  133  134  135  136  137  138  139  140  141  142  143  144  145  146  147  148  149  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.