creatio ex nihilo

ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 

Revival



ตั้งแต่เด็กจนแก่ Jamie เจอคุณพ่อ Jacobs หลายครั้งหลายหนในหลายฐานะและบทบาท แต่ละหนล้วนมีอิทธิพลเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของเขาทั้งนั้น จุดเริ่มของความสยองคงเกิดขึ้นหลังจาก Jacobs สูญเสียเมียและลูกในอุบัติเหตุ หันหลังและชิงชังพระเจ้า จนเลิกเป็นพระ และค้นหาความลับของจักรวาลผ่านกระแสไฟฟ้า เขาใช้ไฟฟ้ารักษาโรคที่การแพทย์สมัยใหม่ไม่สามารถรักษาให้หายได้ราวปฏิหาริย์ แต่ Jamie พบว่ามีผลกระทบสืบเนื่องที่น่าหวาดหวั่นบางอย่างตามมาต่อผู้รับการรักษาเหล่านั้น และดูเหมือนการช่วยเหลือคนจะไม่ใช่เป้าหมายหลักของ Jacobs เขามีแผนการใหญ่ที่อาจเปิดประตูสู่ความน่ากลัวยิ่งกว่า

ความสมเหตุสมผลในรายละเอียดปลีกย่อยบนความรู้ปัจจุบัน (อย่างงาน hard sci-fi) ไม่เคยเป็นองค์ประกอบหลักในหนังสือของสตีเวน คิง อยู่แล้ว การเล่นกับกระแสไฟฟ้าเพื่อรักษาโรคร้ายและก้าวไปถึงการเปิดประตูสู่คุณแม่จากอีกมิติหลังความตายผ่านมายากลประหนึ่งอาศัยสัตว์ประหลาดของ Victor Frankenstein มาเป็น martyr จะว่าไป นี่เป็นสิ่งที่แฟนยุคแรก ๆ ของคิงมองหา ทำให้ Revival มีความหมายทั้งในและนอกเรื่องเล่า ลักษณะพิเศษของนิยายเล่มนี้คือเดินเรื่องไว เพราะกินระยะเวลาตั้งแต่ตัวละครผู้เล่า Jamie เป็นเด็กน้อยเล่นก่อกองทรายตอนหกขวบ (ครั้งแรกที่เขาเจอ Charles Jacobs) ยันแก่ ด้วยความหนาแค่ 400 หน้าคงไม่พอจะบรรจุโลกในแบบพิศดารของเขา แต่คิงทำให้เราเชื่อว่า Jamie เล่าราวกับคนที่หวนนึกและตกอยู่ในประสบการณ์อดีตของตัวเองจริง ๆ หลังจากพลิกกระดาษผ่านไปแค่ไม่กี่หน้า คุณจะติด อยากรู้ว่าเป็นยังไงต่อ อ่านสนุก และมีอารมณ์ขันแบบคิง

อ่านจบ 2017.10.22 ผมให้




 

Create Date : 10 มีนาคม 2561    
Last Update : 10 มีนาคม 2561 19:26:09 น.
Counter : 185 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

หันมาทางนี้เถอะนะ, โมโมเสะ (百瀬、こっちを向いて)



ไม่มีเล่มไหนของเขา (ผู้ใช้นามปากกาว่าโอตสึ อิจิ) ที่เราไม่ชอบ สี่เรื่องสั้นภายในเล่มนี้ก็เช่นกัน ทั้ง 4 เป็นเรื่องรักวัยมัธยมที่เล่าผ่านตัวเอกซึ่งมองตัวเองผ่านกรอบบางอย่างที่ชวนให้เศร้าหม่นปนเหงา เรื่องของเด็กหนุ่มผู้เห็นตัวเองเป็นคนนอกและทำทุกวิถีทางเพื่อจะไม่เกะกะใคร ถูกรุ่นพี่ที่สนิทขอให้แกล้งคบโย โมโมเสะ เป็นแฟน กระทั่งความรู้สึกของเขาเปลี่ยนไป เรื่องของเด็กหญิงผู้ตื่นจากโคม่ายาวนาน 5 ปี และเด็กชายรุ่นน้องที่คอยเฝ้าคอยพูดคุยกับเธออย่างสม่ำเสมอตลอดช่วงเวลาห้าปีนั้น ใช่เพียงเพราะความรู้สึกผิดไหม เรื่องของนักเรียนหญิงหลงรักอาจารย์สอนวิชาภาษาญี่ปุ่น และบังเอิญรู้ความลับบางอย่างของเขา เธอจะทำอย่างไร สุดท้ายเป็นเรื่องของเด็กรักสงบ ไม่ชอบเป็นจุดเด่น แต่ถูกรบกวนความสงบเพราะเธอมีหน้าตาดี พอได้โอกาสย้ายไปอยู่เมืองใหม่ เธอถึงขั้นต้องแต่งหน้าให้ดูธรรมดา ไม่ดึงดูดสายตาใคร เธอจะเจอคนที่ชอบเธอมากกว่าความชอบรูปลักษณ์ภายนอกได้หรือไม่ จะเห็นว่าโครงเรื่องทั้งหมดเป็นโครงเรื่องแบบธรรมดา ๆ งานของเออิจิ นาคาตะ (รวมถึงชิ้นอื่นที่เคยอ่านมา) เป็นงานที่อ่านง่าย สามารถเข้าใจได้ เขาไม่บรรยายความรู้สึกที่ซับซ้อนด้วยคำฟุ่มเฟือย และทำให้เราตกหลุมรักตัวละคร จุดแข็งที่สำคัญในงานของเขาคือจังหวะการหักมุม โดยเฉพาะการทำให้คนอ่านประหลาดใจช่วงปลายซึ่งผ่านจุด climax อันอัดแน่นด้วยอารมณ์มาแล้ว

อ่านจบ 2017.11.4 ผมให้




 

Create Date : 10 มีนาคม 2561    
Last Update : 10 มีนาคม 2561 19:26:45 น.
Counter : 68 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

Seven Days (Monday - Thursday กับ Friday - Sunday)



เรื่องมีอยู่ว่า มีข่าวพูดกันในโรงเรียนว่า ถ้ามีคนมาสารภาพรักกับ Touji Seryou เขาจะเดทกับคนนั้นหนึ่งสัปดาห์แล้วก็บอกเลิกลากัน Yuzuru Shino ซึ่งเป็นรุ่นพี่ชมรมยิงธนูของเซเรียวก็เลยลองขอเป็นแฟนเพราะอยากรู้ว่าจะเป็นอย่างไร พร้อมแบกความคิดว่า 7 วันผ่านไปก็คงเลิกแล้วต่อกัน แต่ ... (คุณคงเดาได้) เรื่องอาจกลายเป็นว่ายูสึรุอาจคบกับเซเรียวได้นานกว่า 7 วัน ... โอเค มันมีส่วนน่ารัก อบอุ่น หมุกมุ่นอยู่กับความคิดตัวเองเพราะหวาดกลัวจนเกินไปอยู่นั่นแหละ แต่ไม่รู้สึกว่าจะดีเท่ากับเรตติ้งใน amazon ที่ค่อนข้างสูง คือเราว่าดีในระดับธรรมดา แค่นั้น

ผมให้




 

Create Date : 16 สิงหาคม 2560    
Last Update : 16 สิงหาคม 2560 22:07:38 น.
Counter : 830 Pageviews.  

มีศพฝังอยู่ใต้เท้าคุณซากุระโกะ (櫻子さんの足下には死体が埋まっている)



เป็นชุดเรื่องสั้นฆาตกรรมเบา ๆ เราชอบตรงที่ผู้เล่าเรื่องซึ่งเป็นเด็กหนุ่มมัธยมปลายไม่ใช่เป็นนักสืบคนคลี่คลายปริศนา แต่เป็นเบ้ข้างกายคุณหนูผู้หลงใหลกระดูกซึ่งใช้สติปัญญาเฉียบคมอ่านเกมต่าง ๆ ได้ขาด จุดเด่นคงไม่ได้อยู่ที่ความซับซ้อนซ่อนเงื่อนนะฮะสำหรับเรื่องนี้ เราเทใจให้กับการสร้างตัวละครที่มีมิติดึงดูด และชัด หลงรักได้ อ่านแบบผ่อนคลาย ไม่ตึงเครียดมากเกินไป สนุกกำลังดี ชอบ

ผมให้




 

Create Date : 16 สิงหาคม 2560    
Last Update : 16 สิงหาคม 2560 21:42:19 น.
Counter : 333 Pageviews.  

Peak: How all of us can achieve extraordinary things



ใจความสำคัญง่าย ๆ ของหนังสือเล่มนี้คือ ไม่มีคนที่เกิดมาพร้อมพรสวรรค์ หรือถ้ามีสิ่งที่อาจเทียบเคียงได้กับการเกิดมาพร้อมพรสวรรค์ สิ่งนั้นก็มีผลกระทบเพียงน้อยนิดต่อผลสำเร็จในอนาคต ความจำที่เป็นเลิศจนดูเหมือนเหนือมนุษย์ เกิดจากการฝึก ความสามารถที่เรียกว่า perfect pitch เกิดจากการฝึก Child prodigies ไม่ว่าจะสาขาไหน ก็เกิดจากการฝึก ซ้ำยังเป็นการฝึกฝนที่เจ็บปวด อันที่จริงงานชิ้นหนึ่งของ Ericsson ร่วมกับ Krampe และ Tesch-Roemer ซึ่งศึกษานักเรียนไวโอลินในแบร์ลินในปี 1993 ว่าด้วย expert performers ได้ถูกทำให้เป็นที่สนใจแก่บุคคลนอกโลกวิชาการผ่านหนังสือ Outliners ของ Gladwell และ Gladwell ได้เสนอ กฎ 10,000 ชั่วโมง พูดว่า ถ้าอยากเป็น expert ในด้านใด ให้ฝึกฝน 10,000 ชั่วโมง ในหนังสือเล่มนี้ Ericsson โจมตีว่ากฎดังกล่าวอาจชวนคนอ่านให้เข้าใจคลาดเคลื่อนจากข้อความที่เขาอยากนำเสนอ ประเด็นของ Ericsson คือ การฝึกฝนนั้นอาจไม่นำไปสู่ความเชี่ยวชาญก็ได้ถ้าการฝึกฝนดังกล่าวเป็นเพียงแค่การทำซ้ำ ๆ ที่ไม่ใช่ deliberate practice ซึ่งเป็นคำสัญของหนังสือ

Ericsson แบ่ง practice เป็น 3 แบบ คือ naive pratice, purposeful practice และ deliberate practice โดยทั่วไปในการสร้าง skill ใหม่ ๆ นั้นเราก็เริ่มจากเรียนรู้และฝึกฝนจนกระทั่งสามารถแสดงทักษะนั้นได้อย่างเป็นอัตโนมัติในระดับที่ยอมรับได้ วิธีทีเรียกว่า naive pratice เพียงพอที่จะทำให้เกิดทักษะในระดับแสดงออกได้อย่างอัตโนมัติ และเมื่อถึงระดับนี้แล้ว ถึงแม้เราจะฝึกฝนผ่านการทำซ้ำแบบเดิมต่อไปอีก Ericsson บอกว่าก็แทบไม่ช่วยให้เกิด improvement อันที่จริง performance ลดลงด้วยซ้ำ ตัวอย่างหนึ่งที่หนังสือยกมาประกอบคือการศึกษา performance ของแพทย์ที่มีประสบการณ์มาก ๆ ที่มักจะตกลงต่ำกว่า performance ของแพทย์ที่มีประสบการณ์เพิ่งผ่านจุดอิ่มตัวของทักษะอันนั้นมาไม่นาน และถ้าเราอยากพัฒนาทักษะให้ก้าวหน้าไปกว่าระดับที่ยอมรับได้ เราจำเป็นต้องใช้ purposeful practice ซึ่งประกอบด้วยลักษณะคือ 1. มี well-defined, specific goal ตัวอย่าง เป้าหมายไม่ใช่กว้าง ๆ ว่าตีปิงปองได้ดี แต่เจาะจงว่าการฝึกนี้เพื่อฝึกให้ตี topspin ได้ดี, 2. ต้องโฟกัส มันไม่ใช่การฝึกเพื่อความสนุกสนานอีกต่อไป, 3. ต้องออกจาก comfort zone ของตัวเอง บางทีการจะทำให้ทะลุผ่านจุดตันไม่ใช่ try harder แต่ try differently และ 4. การฝึกฝนจำเป็นต้องได้รับ feedback เพื่อให้รู้ว่าไปถูกหรือผิดทาง ... แต่กระนั้น Ericsson ยังว่า purposeful practice นี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ถ้าเราอยาก 'achieve extraordinary things' เราต้องใช้ deliberate practice อันมีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนา mental structure หรือเพื่อสร้าง mental representation ที่เกี่ยวเนื่องกับทักษะนั้น ๆ ซึ่งเป็นการใช้ประโยชน์จากลักษณะ adaptability ของสมองมนุษย์ (ตัวอย่างสนับสนุนที่ Ericsson ยกมาเล่าคือขนาดของ hippocampus ของคนขับ taxi ที่ได้รับใบอนุญาตในลอนดอน) อันที่จริงแล้ว deliberate practice ก็คือ purposeful practice ที่มีจุดแตกต่างเพิ่มขึ้นมาสองเรื่อง คือ 1. มันใช้ได้กับทักษะที่ถูกพัฒนามายาวนานแล้ว พูดง่าย ๆ คือ มีคนรู้วิธีที่จะแสดงทักษะอันนั้นอย่างดีแล้ว และ 2. ต้องมีครูที่สามารถออกแบบการสอนเพื่อพัฒนาทักษะที่เข้ากันกับผู้เรียน พี่น้อง Polgar และคุณพ่อคุณแม่ของพวกเธอถูกใช้เป็นตัวอย่างที่ดีตัวอย่างหนึ่งในเรื่องนี้

หนังสืออ่านเพลินฮะ

ผมให้




 

Create Date : 16 สิงหาคม 2560    
Last Update : 16 สิงหาคม 2560 9:28:46 น.
Counter : 697 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  69  70  71  72  73  74  75  76  77  78  79  80  81  82  83  84  85  86  87  88  89  90  91  92  93  94  95  96  97  98  99  100  101  102  103  104  105  106  107  108  109  110  111  112  113  114  115  116  117  118  119  120  121  122  123  124  125  126  127  128  129  130  131  132  133  134  135  136  137  138  139  140  141  142  143  144  145  146  147  148  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.