creatio ex nihilo

ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 
(ในบางสถานการณ์) คนที่ไม่เลือกข้างเท่ากับเห็นแก่ตัว

ฟังคุณคำ ผกา ในคิดเล่นเห็นต่างว่าด้วย "คนที่ไม่เลือกข้างเท่ากับเห็นแก่ตัว" แล้วรู้สึกสงสัยลอจิกที่เธอใช้อธิบาย ถามว่าทำไมคนที่ไม่เลือกข้างจึงเป็นคนที่เห็นแก่ตัวล่ะ? เธอบอกในสถานการณ์ที่มีผู้กระทำกับผู้ถูกกระทำ ถ้าเราจะบอกว่าเราเป็นกลางโดยที่เราไม่เลือกข้าง นั่นเท่ากับเราเลือกข้างผู้กระทำ มีช้างไปรังแกหนู ถ้าเราไม่เลือกข้างระหว่างช้างกับหนูและเปล่งวาจาว่าฉันเป็นกลาง ไม่ต่างอะไรกับเราเลือกข้างช้าง ก่อนที่ผมจะพูดต่อ ผมอยากทำความเข้าใจกับคุณนิดหนึ่งว่า ผมเห็นด้วยกับตัวอย่างนี้สุดจิตสุดใจเลยครับ เพราะในสถานการณ์เช่นนี้ การไม่เลือกข้างเท่ากับการเลือกข้าง ถ้าพูดในทาง programming มันก็คือมีค่า default ของการไม่เลือกข้าง หรือ else ในคำสั่งตรวจสอบเงื่อนไขแบบ if...then...else... ถ้าคุณเห็นคนกำลังถูกชิงทรัพย์ และคุณไม่เลือกที่จะช่วยคนที่ถูกชิงทรัพย์ เท่ากับคุณช่วยโจรทางอ้อม ฉะนั้นจึงพูดได้ว่าคุณเห็นแก่ตัว ผมเห็นด้วย 100% ครับ ถึงแม้ว่ายังมีประเด็นคำถาม ผิดด้วยหรือที่ฉันจะเห็นแก่ตัวให้ต้องถกกันอีก รวมถึงมีจริง ๆ เหรอคุณคนที่ไม่เห็นแก่ตัวเนี่ยนะ ฯลฯ คำถามเหล่านี้ พักไว้ กลับไปที่ประเด็นแรกของเรา คุณคิดว่าคำอธิบายแบบนี้สมเหตุสมผลมั้ยครับ ผมจะสรุปโครงสร้างเชิงตรรกะสั้น ๆ ง่าย ๆ ให้เห็นอีกที

premise 1: สถานการณ์ที่มีผู้กระทำและผู้ถูกกระทำ การไม่เลือกข้างเท่ากับการเลือกผู้กระทำ
premise 2: การเลือกข้างผู้กระทำ ผู้เลือกได้รับผลประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าการเลือกข้างผู้ถูกกระทำ
premise 3: การเลือกข้างใดข้างหนึ่งโดยยึดประโยชน์ส่วนตัวเป็นที่ตั้ง เท่ากับการเป็นคนเห็นแก่ตัว
conclusion: คนที่ไม่เลือกข้างเท่ากับคนที่เห็นแก่ตัว

สำหรับคนที่ลืมตรรกศาสตร์ไปแล้ว ผมจะช่วยรื้อฟื้นความทรงจำสมัยยังละอ่อนตอน ม.4 ให้ การอ้างเหตุผลจะสมเหตุสมผล เมื่อไม่มีกรณีที่ premises จริงแต่ conclusion เท็จ ผมคงจะไม่ทำให้คุณเบื่อด้วยการกำหนด p q r s ... แล้วเอาแต่ละ premise มาเชื่อมด้วย 'และ' จากนั้นเชื่อมด้วย 'ถ้า...แล้ว...' กับ conclusion เพื่อตรวจสอบความเป็น tautology ซึ่งกรณีนี้ มันเป็นครับ และมันเป็นสัจนิรันดร์ที่อยู่บนพื้นฐานอันจำกัด แต่วาทศิลป์ (rhetoric) ที่บิดเบือนเนื่องจากการพูดย่นย่อหรือพูดรวบรัดสามารถแสร้งลืมพื้นฐานที่จำกัดนั้นแล้วนำไปใช้ในขอบเขตที่ใหญ่กว่า กล่าวคือ ข้อสรุปที่ว่า คนที่ไม่เลือกข้างเท่ากับคนเห็นแก่ตัวนั้น ต้องอยู่ภายใต้กรอบของ premise ข้อแรก นั่นคือกรอบที่กำหนดว่าสถานการณ์การไม่เลือกข้างดังกล่าวต้องเป็นสถานการณ์ที่มีผู้กระทำและผู้ถูกกระทำ (coclusion ที่ถูกต้องจึงเป็น 'ในบางสถานการณ์ คนที่ไม่เลือกข้างเท่ากับคนที่เห็นแก่ตัว') ถ้าเป็นสถานการณ์อื่น ข้อสรุปนี้ยังไม่ valid เช่น แมว 2 ตัวตั้งท่าขู่กัน, หมาบ้า 2 ตัวกัดกัน, คน 2 คนที่คุณไม่รู้จักมักจี่ทะเลาะกัน คุณไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ อีกทั้งบอกไม่ได้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นผู้กระทำ ใครเป็นผู้ถูกกระทำ แน่นอน บางคนอาจจะบอกว่าดิฉันรู้ คุณ ก รู้ว่าฝ่ายแรกกระทำฝ่ายหลัง แต่ก็มีคุณ ข ที่บอกว่าฝ่ายแรกต่างหากล่ะที่ถูกกระทำ ส่วนคุณ ค ไม่รู้ คุณ ง ปิดหูปิดตาไม่อยากจะรู้ คุณ จ รู้ว่ายังไม่รู้พอที่จะสรุปได้ ฯลฯ



กลับมาที่วิธีการที่คุณคำ ผกา ใช้ในการอธิบาย "คนที่ไม่เลือกข้างเท่ากับเห็นแก่ตัว" อีกครั้ง ในทางตรรกศาสตร์เรามีคำเรียก fallacy แบบหนึ่ง คือคำว่า suppressing evidence หรือ fallacy of incomplete evidence (ดู ตัวอย่างอื่น ที่เกี่ยวข้องกับ fallacy นี้) มันเป็นวิธีการที่ผู้พูดยกตัวอย่างบางตัวอย่างเพื่อสนับสนุนข้อสรุป และยืนยันว่าข้อสรุปเป็นจริง เช่น ยกบางสถานการณ์ขึ้นมาเพื่อชี้ให้เห็นว่าการไม่เลือกข้างเท่ากับเห็นแก่ตัวจริง (fallacy เพราะ เราไม่สามารถสรุปว่าคนสวยและเก่งชอบโชว์นมได้ด้วยการยกตัวอย่างคนสวยและเก่งบางคนที่โชว์นม) ทั้งหมดทั้งมวลที่เขียนขึ้นมานี้ ต้องการชี้ให้เห็นอำนาจของการยกตัวอย่างที่วนเวียนอยู่ในตรรกะวิบัติรอบตัว กรุณาอย่าสรุปสิ่งที่ผมเขียนเกินเลยไปกว่านั้น ผมนึกถึงประโยคหนึ่งของ V.S. Ramachandran นักประสาทวิทยาศาสตร์ชาวอินเดีย "Imagine that I cart a pig into your living room and tell you that it can talk. You might say 'Oh, really? Show me.' I then wave my wand and the pig starts talking. You might respond, 'My God! That's amazing!' You are not likely to say, 'Ah, but that's just one pig. Show me a few more and then I might believe you.' "

ผมไม่มีความรู้เรื่องการเมือง แต่จากวาทะคนไม่เลือกข้างของคุณคำ ผกา มันอดที่จะตั้งคำถามไม่ได้ว่าการเมืองเป็นสถานการณ์แบบไหน? แมว 2 ตัวขู่กัน? หรือสถานการณ์ที่คุณบอกได้ (จริง ๆ) ว่ามีผู้กระทำและผู้ถูกกระทำ (จริง ๆ)


Create Date : 25 ธันวาคม 2554
Last Update : 17 มกราคม 2555 9:42:04 น. 0 comments
Counter : 1383 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.