creatio ex nihilo

ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 
The Anatomy of Violence (1)

หนังสือ The Anatomy of Violence เขียนโดย Adrian Raine ข้างล่างนี้เป็นร่องรอยระหว่างอ่าน อ่านไป ชอบอันไหนและเล่าได้ไม่ยาวนัก ก็โพสต์ลงเฟสบุ๊ก



July 17, 2014

[อันนี้อ่านเจอตั้งแต่เมื่อคืนตอนก่อนนอน แต่ขี้เกียจปีนลงจากเตียงมาโพสต์ นึกได้อีกทีหลังกินข้าวเที่ยง] ผู้ชายอินเดียนเผ่า Yanomamo (ในวิกิพีเดีย สะกด 3 แบบ Yanomami, Yąnomamö, Yanomama ในที่นี้ขอยึดตามหนังสือ The Anatomy of Violence ของ Andrian Raine ที่กำลังอ่านละกัน mamo) ในเขตป่าฝนทางตอนเหนือของบราซิลและตอนใต้ของเวเนซุเอล่า จะมีสถานะทางสังคมอันหนึ่งเรียกว่า unokai หมายถึง คนที่เคยฆ่าคนอื่น ข้อมูลสถิติบอกว่า 44% ของผู้ชายเผ่านี้ที่อายุมากกว่า 25 ปีเคยฆ่าคนอื่น สาเหตุหลักคือความอิจฉาริษยาในเรื่องเนื่องด้วยเพศ unokai นั้นจะมีเมียโดยเฉลี่ย 1.63 คน มีลูกโดยเฉลี่ย 4.91 คน ขณะคนที่ไม่เป็น unokai มีเมียเฉลี่ย 0.63 คน และมีลูก 1.59 คน Yanomamo ถูกใช้เป็นตัวอย่างความสำเร็จในแง่ของ reproductive fitness จากการใช้กลยุทธ์คือความรุนแรง

July 17, 2014



July 19, 2014



July 24, 2014

อ่านเจอการทดลองน่าสนใจอันหนึ่ง โดย Peter Venables ทำบนเกาะมอริเชียสในมหาสมุทรอินเดียตะวันตกเฉียงใต้ นอกชายฝั่งแอฟริกา ให้เด็กอายุ 3 ขวบ 1,795 คน ซึ่งมาพร้อมกับแม่ ทดลองเรียนรู้แบบมีเงื่อนไขคล้าย ๆ การทดลองหมากับกระดิ่งของปาฟลอฟ เด็กนั่งบนตักแม่เพื่อความสบาย ผ่อนคลาย และมั่นคง จะได้ยินเสียงจากหูฟัง ถ้าเริ่มต้นด้วยเสียงความถี่ต่ำ อีก 10 วินาทีต่อมาจะมีเสียงดังน่ากลัวแกล้งให้เด็กตกใจเล่น แต่ถ้าเริ่มต้นด้วยเสียงความถี่สูง อีก 10 วินาทีต่อมา ไม่มีอะไรเกิดขึ้น อันนี้คือจะดูความสามารถในการเรียนรู้เงื่อนไขของความกลัวของเด็ก 3 ขวบ หลังจากเด็กเรียนรู้แล้ว แค่ตัวกระตุ้นคือเสียงความถี่ต่ำอย่างเดียวก็เพียงพอที่จะทำให้เด็กตอบสนองคือแสดงอาการกลัวได้ ทำนองเดียวกับเสียงกระดิ่งที่ทำให้หมาน้ำลายแตก

Adrian Raine (ศิษย์ของ Venables) เขียนเล่าว่า เพียง 3 รอบเด็กก็เรียนรู้ได้ล่ะ รู้ได้ไงว่าเด็กเรียนรู้เงื่อนไขความถี่ต่ำน่ากลัว ความถี่สูงไม่น่ากลัว เขาแปะขั้วไฟฟ้า 2 แผ่นบนนิ้วเด็กเพื่อวัดความนำไฟฟ้าของผิวหนัง ความกลัวถูกตีความผ่านเหงื่อ และผิวหนังที่มีเหงื่อเพิ่มความนำไฟฟ้า ผลลัพธ์ที่เราจะได้คือข้อมูลการเรียนรู้เงื่อนไขความกลัวของเด็ก แน่นอน มีเด็กบางคนที่ความสามารถในการเรียนรู้เงื่อนไขความกลัวต่ำหรืออาจจะไม่มีเลย

ผ่านไป 20 ปี Yu Gao (ศิษย์ของ Raine) สืบค้นประวัติอาชญากรรมบนเกาะ วิเคราะห์ด้วยสถิติ พบว่า เด็กที่โตขึ้นมาแล้วเป็นอาชญากรจะมาจากกลุ่มเด็กที่ตอนอายุ 3 ขวบไม่สามารถเรียนรู้เงื่อนไขความกลัวได้

July 25, 2014



มีการทดสอบเพื่อวัด "executive functioning" ความสามารถในการตัดสินใจ วางแผน ความยืดหยุ่นทางพุทธิปัญญา โดยเฉพาะความสามารถในการปรับเปลี่ยนแผนตามสถานการณ์ ได้ผลลัพธ์ตามรูป พวกไซโคผาธที่ประสบความสำเร็จ หมายถึง ไซโคผาธที่ไม่ถูกจับได้ชนะเลิศ โอเค ถ้าไม่ถูกจับได้แล้วเอามาทดลองได้ยังไง อันนี้ยาว ข้ามไป เอาเป็นว่าแลบเค้ามีอำนาจที่ได้จากศาลในการรักษาข้อมูลเป็นความลับ และเค้ามีวิธีที่ดีกว่าวิธีของ Cathy Widom ที่ประกาศลงหนังสือพิมพ์บอสตันระหว่างเดือนพฤศจิกายน 1974 ถึงกรกฎาคม 1975 อันที่จริง ส่วนหนึ่งของการทดสอบนี้ (ไม่ใช่ executive functioning นะ) ยืนยันข้อคาดการณ์ของเธอที่ว่า ความแตกต่างออโตโนมิกระหว่างคนธรรมดากับไซโคผาธ เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ (ไซโคผาธจะต่ำกว่าคนทั่วไปโดยเฉพาะเมื่อเผชิญหน้ากับภาวะเครียด) หรือความนำไฟฟ้าของผิวหนัง (ไซโคผาธเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเมื่อเผชิญหน้ากับภาวะเครียด) นั้น เป็นเพียงข้อแตกต่างระหว่างคนธรรมดากับไซโคผาธกิ๊กก๊อก หมายถึง ไซโคผาธที่ถูกจับได้ ส่วนไซโคผาธชั้นสูงจะไม่พบข้อแตกต่างออโตโนมิกดังกล่าว หมายความว่า เขาแทบเหมือนคนทั่วไป แต่ถ้าดูผลความสามารถในการตัดสินใจ บรรดาไซโคผาธชั้นสูงคะแนนนำลิ่วเลยครับ

นึกถึง ฮันนิบาล เล็กเตอร์ ของโทมัส แฮร์ริส กันมั้ย

July 25, 2014


Create Date : 25 กรกฎาคม 2557
Last Update : 25 กรกฎาคม 2557 20:46:57 น. 0 comments
Counter : 807 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.