creatio ex nihilo

ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 
the Cogito ของ Descartes กับ the mirror stage ของลากอง

งงข้อความตอนหนึ่งจากหนังสือ หน้า 72 - 73 ความคิดเรื่องขั้นตอนภาพสะท้อนในกระจกเงาของลากองคัดค้านความคิดเกี่ยวกับตัวตนในแบบของเดส์การ์ตส์ที่เชื่อว่า "ข้าพเจ้าคิด ฉะนั้นข้าพเจ้าจึงเป็นตัวข้าพเจ้า" (Cogito) และแทนที่ด้วยความคิดที่ว่า "ข้าพเจ้าคิด เพราะข้าพเจ้าไม่สามารถบอกได้ว่าข้าพเจ้าดำรงอยู่"

จากข้อความแค่นี้ ทำให้ไม่แน่ใจว่า คำว่า "แทนที่ด้วยความคิดที่ว่า" ในประโยคดังกล่าวนั้น เป็นการกล่าวถึงโดยลากองเองหรือเป็นการอ้างถึงโดยอาจารย์ไชยรัตน์ แต่ไม่ว่าจะกล่าวถึงโดยใคร ก็รู้สึกขัดแย้งกับ the Cogito ของ Descartes ที่เคยรู้มาพอสมควร



1. สมมติเราถือว่า the Cogito เป็นรูปแบบของการอ้างเหตุผล (ตัว Descartes เอง ไม่ถือว่าเป็นการอ้างเหตุผลนะครับ คือ ไม่มี premise ไม่มี conclusion ดังเห็นได้ในงานชิ้นหลังคือ Meditations) คือ อยู่ในรูปที่ว่า d = "เพราะฉันกำลังคิด ฉะนั้นฉันจึงมีตัวตน" (Kierkegaard เคยโจมตีว่าใน premise มีการกำหนดให้มีตัวตนที่กำลังคิดอยู่แล้ว ฉะนั้นการสรุปว่าฉันจึงมีตัวตนจึงเป็นอะไรที่ trivial ทางตรรกะเหลือเกิน) ทีนี้ อาจารย์บอกว่ามันถูกแทนที่ด้วย l = "ข้าพเจ้าคิด เพราะข้าพเจ้าไม่สามารถบอกได้ว่าข้าพเจ้าดำรงอยู่" ประเด็นสำหรับข้อนี้คือ d กับ l ไม่ได้คัดค้านกันหรือสามารถแทนที่กันได้นี่ครับ d บอกว่า ฉันมีตัวตนเพราะฉันคิด ส่วน l บอกว่า ฉันคิดเพราะฉันไม่สามารถบอกได้ว่าฉันมีตัวตน เราสามารถเอา d กับ l มาต่อกันเป็นลำดับได้คือ เพราะฉันไม่สามารถบอกได้ว่าฉันมีตัวตน จึงทำให้ฉันคิด (ส่วนนี้คือ l) เมื่อฉันคิดแล้ว ฉันจึงมีตัวตน (ส่วนนี้คือ d)

2. ใน the Cogito ไม่ใช่การให้เหตุผลที่บอกว่าเพราะฉันคิด ฉันจึงมีตัวตน แต่เป็นการหยั่งรู้ทันทีว่าฉันมีตัวตนจากการที่ฉันกำลังคิด อันนี้คือ the first certainty ของ Descartes เพื่อความเข้าใจจุดนี้ เราอาจต้องมองย้อนกลับไปว่าทำไม Descartes ถึงมองหาความแน่นอนหรือความมั่นใจในความเชื่อ นั่นคือ การตั้งคำถามว่า อะไรบ้างที่เรามั่นใจได้จริง ๆ ว่าเรารู้ สำหรับ Descartes เราจะอ้างว่าเรา "รู้" ได้ก็ต่อเมื่อมันไม่มีโอกาสผิด หรือ infallible คำว่า มันไม่มีโอกาสผิดกับมันไม่ผิดมีความหมายไม่เหมือนกันนะครับ โอกาสผิดที่สุดโต่งของ Descartes มาจากตัวปิศาจที่มีอำนาจในการลวงเราให้เชื่อว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้ถูกต้อง ถ้าปิศาจลวงเราว่า 1 + 1 = 2 เราจะไม่มีทางรู้และพิสูจน์ได้เลยว่า 1 + 1 แท้ที่จริงแล้วไม่เท่ากับ 2 และ Descartes พบว่า สิ่งที่ปิศาจไม่อาจลวงได้นั้นมีอยู่ คือ การลวงว่าเรามีตัวตน เพราะถ้าเราไม่มีตัวตนแล้วมันจะลวงเรายังไง นั่นคือ ทันทีที่มีความคิด มันก็ต้องมีสิ่งที่กำลังคิด สิ่งนั้นแหละคือตัวตน (ย้ำอีกที การคิด ไม่ใช่เหตุ ที่ทำให้เกิดตัวตน แต่เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงการมีอยู่ของตัวตน the Cogito จึงไม่ได้อยู่ในรูปของการอ้างเหตุผล) ฉะนั้น the Cogito ในความหมายของ Descartes (ตามที่ผมเข้าใจ) ทันทีที่ฉันคิด ถึงแม้สิ่งที่ฉันคิดคือฉันไม่สามารถบอกได้ว่าฉันดำรงอยู่หรือไม่ (ตาม l อ้าง) มันก็เพียงพอแล้วที่จะบ่งบอกว่ามีสิ่งที่กำลังคิด การมีอยู่ของ "สิ่ง" นั่นแหละ คือ การมีตัวตน

3. ผมเข้าใจว่า the Cogito ของ Descartes กับ the mirror stage ของลากองพูดถึงคนละเรื่องกัน ฉันมีตัวตน หรือ sum หรือ I exist ของ Descartes ไม่ได้พูดถึงการสร้างตัวตนจากความคิดของฉัน ขณะที่ the mirror stage พูดถึงการสร้างตัวตนผ่านการมองคนอื่น ผมคิดแล้วคิดอีกก็ยังเข้าใจว่าเป็นคนละเรื่องกัน และไม่มีทางที่จะคัดค้านหรือแทนที่กันได้


Create Date : 18 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 18 พฤศจิกายน 2555 17:42:08 น. 0 comments
Counter : 1187 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.