creatio ex nihilo

ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 
เทวดามีปีก



ในผลงานแปลรวมเรื่องสั้น 9 เรื่องเล่มนี้ผมชอบหนี (Flight) ของ John Steinbeck กับสปิโนซาแห่งมาร์เก็ตสตรีท (The Spinoza of Market Street) ของ Isaac Bashevis Singer เป็นอันดับต้น เมื่อมาม่าส่งลูกชายเปเป้หนีขึ้นสู่ภูเขา Steinbeck อุทิศพื้นที่ส่วนใหญ่เพื่อบรรยายเส้นทางหลบหนีของผู้หลบหนีซึ่งมีผู้ไล่ล่าตามมาติด ๆ ขณะนั้นเองคำถามหนึ่งเกิดขึ้นในใจผู้อ่าน เปเป้มีปลายทางไหม ถ้ามี คือ ที่ไหน กระทั่งเข้าสู่บทสรุป ผมเชื่อว่าเรายังตั้งคำถามที่น่าสนใจได้อีก ถ้าเรารู้ว่าผลบั้นปลายเป็นเช่นเดียวกัน ผิดแค่เร็วช้า เราจะหนีมั้ย ? สำหรับสปิโนซา ผมประทับใจในความโง่เขลา พลัง และความงามในเรื่องเพศของ ดร.นาฮัม ฟิสเชลสัน นักปรัชญาผู้เป็นตัวละครหลัก การกลายเป็นคนโง่เขลาเอายามแก่ หากเป็นการช่วยต่อให้ชีวิตยืนยาวขึ้น มีความสุขขึ้น แน่ใจได้อย่างไรว่าคนเราจะไม่เลือกเอาฝ่ายโง่เขลา ... ส่วนเรื่องอื่น ๆ นั้นก็ดีกรีนักเขียนรางวัลโนเบลนะครับ สำหรับผมมันเป็นธรรมดาที่จะมีเรื่องที่อ่านไม่รู้เรื่อง อย่างความฟุ้งซ่านที่มากเกินไปของผู้แปรพักตร์ (The Renegade) ของกามูส์ นั้นอ่านด้วยความเครียดและเหนื่อยใจ ผมไม่ค่อยประทับใจเรื่องของรพิทรนาถเป็นพื้นเดิมอยู่แล้ว (คุณอาจมีความคิดไม่เหมือนผม ถ้าคุณชอบอ่านเรื่องที่เหมือนกับ ... พูดว่าไงดี ... นิทาน - เรื่องสั้น - เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า...)

ขอพูดเรื่องคำนำสำนักพิมพ์ อ่านแล้วทำให้รู้สึกไม่ดีนะครับ โดยเฉพาะการสรุปว่า "การอ่านหนังสือ สติปัญญา ความรู้นึกคิด จึงสวนทางกัน" ด้วยเหตุเพราะหนังสือที่ทำการตลาดดีจากประเทศมหาอำนาจเข้ามาสร้างกระแสในแวดวงวรรณกรรม ผมรู้สึกไม่ดีอย่างแรกคือการลบหลู่คนอ่าน ยิ่งพูดว่า "สังคมที่มีการรับข่าวสารมากขึ้น แต่การแยกสาระทำได้น้อยลง" มันดูเป็นประโยคที่เหมือนจะสวยหรูดี แต่หาความอะไรไม่ได้เลย หนึ่ง สังคมที่พูดถึงนั้นคือใคร ถ้าหมายถึงคนอ่าน (ซึ่งหมายถึงผู้บริโภค แปลอีกก็ได้ว่าคนที่ควักกระเป๋าจ่ายตังค์เพื่อซื้อหนังสือ) พูดแบบนี้มันแฝงความหมายว่า เธอนี่โง่จังที่ไม่ซื้อหนังสือของฉัน ไม่รู้หรือไงว่าหนังสือของฉันเป็นงานวรรณกรรมระดับโลกเชียวนะ ผมนึกถึงตลาด แล้วมีแม่ค้าขายทุเรียนออกมาโวยวายแกมด่าลูกค้าที่ซื้อมังคุด แต่ลืมมองว่าจริง ๆ แล้วแม่ค้าทั้ง 2 เจ้ากุมตลาดคนละส่วนกัน ผมไม่เชื่อว่าคุณค่าของการอ่านหนังสืออยู่ที่งานโนเบล ซีไร้ท์ บลา บลา บลา แบบนี้เป็นการยกย่องคุณค่าของหนังสือหรือบุคคลเขียนหนังสือโดยสถาบัน ดังนั้นหางที่สำนักพิมพ์คุณชูอยู่ตอนนี้ก็คือสถาบันที่ประกาศรางวัล อย่างโนเบล ก็เท่ากับคุณชูหางของ Swedish Academy อีกที ในขณะที่สำนักพิมพ์อื่นอาจชูหางด้วยคำว่า "ยอดขายกว่า xxx เล่ม" "แปลมาแล้ว xxx ภาษา" "พิมพ์ครั้งที่ xxx" ฯลฯ ถ้าคุณจะพูดว่าหนังสือที่ดีคือหนังสือของนักเขียนรางวัลโนเบล อันดับแรกคุณต้องตอบคำถามในใจตัวเองให้ได้ว่าคุณเชื่อถือ committee (เพียงแค่ 4 ถึง 5 คน) จาก Swedish Academy แค่ไหน มันอาจจะได้รับการยกย่องจากคนส่วนใหญ่ (อย่าลืมจำนวนประชากรประเทศไทยเราทั้งหมดรวมกันนั้นเป็นคนส่วนน้อย) แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่านี่ไม่ได้เป็นกระแสกระแสหนึ่ง และคุณก็ได้ฉกฉวยกระแสนี้เอามาเป็นจุดขาย ถ้ากล้าพูดว่าต้องการเผยแพร่ผลงานที่เต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพ (ซึ่งเรายังไม่มีข้อสรุปว่าแบบไหนเรียกว่ามีคุณภาพ --- ในใจผมนั้นคือแบบที่คนจ่ายเงินได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าจากเงินที่เสียไป ไม่ว่าคนที่จ่ายเงินนั้นจะปรารถนาผลตอบแทนในมุมไหน) อย่างแท้จริง เอางี้สิครับ ลดราคาหนังสือลงหน่อย (กระแสอาจจะดีขึ้นด้วยกฎของอุปสงค์เอาก็ได้นา :P

ผมให้


Create Date : 11 มิถุนายน 2551
Last Update : 13 กันยายน 2552 3:21:21 น. 2 comments
Counter : 847 Pageviews.

 
อืมม์..แต่เราอ่านประโยคนี้

"สังคมที่มีการรับข่าวสารมากขึ้น แต่การแยกสาระทำได้น้อยลง"

แล้วไม่ได้รู้สึกว่าเขาหมายความทำนองที่ว่า

พูดแบบนี้มันแฝงความหมายว่า เธอนี่โง่จังที่ไม่ซื้อหนังสือของฉัน ไม่รู้หรือไงว่าหนังสือของฉันเป็นงานวรรณกรรมระดับโลกเชียวนะ

นะคะ



เรากลับรู้สึกว่า พออ่านแล้วเค้าหมายถึงคนที่เสพข้อมูลโน่นนี่มากมาย มากจนบางครั้งข้อมูลที่เสพนั่นไม่ได้มีสาระมากมาย ควรค่าแก่การเสพน่ะค่ะ

แต่คงต้องอ่านครบทั้งหมด ถึงจะมั่นใจว่าตกลงเค้าน่าจะหมายถึงอย่างไรน่ะนะคะ

แต่เห็นด้วยว่า..

ผมไม่เชื่อว่าคุณค่าของการอ่านหนังสืออยู่ที่งานโนเบล ซีไร้ท์ บลา บลา บลา

ค่ะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 12 มิถุนายน 2551 เวลา:12:46:52 น.  

 
อ่านแล้วค่ะ
แต่เหมือนกับว่าหนังสือเล่มไม่หนานี้ทำให้ต้องอ่านแล้วอ่านอีกเพื่อค้นหาบางสิ่งที่ซ่อนอยุ่


โดย: สายลมอิสระ วันที่: 14 มิถุนายน 2551 เวลา:15:46:26 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.