อย่าคิดว่าทำดีแล้วต้องได้ดี แค่ทำดีก็ดีแล้ว
Group Blog
 
All Blogs
 

ติดปีกหัวใจไปหารัก Going out of a White Butterfly

...คำสัญญาหลอกเด็ก ใครจะคิดว่าเด็กจะเอาจริง แต่ยกเว้นเด็กอย่าง “ชองเฮจิน” คนหนึ่งนะ เพราะเธอคนนี้เต็มใจรักษาสัญญายิ่งกว่าชีวิตซะอีก จะเพราะอะไรล่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะเธอดันไปตกหลุมรักเพื่อนซี้พี่ชายที่ชื่อ “ควอนชัน” เข้าอย่างจัง จนต้องขอสัญญาว่าโตขึ้นเขาจะต้องแต่งงานกับเธอน่ะสิ แล้วคิดเหรอว่าหนุ่มน้อยวัย 20 อย่างเขาจะจริงจังในคำสัญญากับเด็ก 12 ขวบแบบนั้น และเมื่อเวลา 12 ปีผ่านไป เขาก็ต้องประหลาดใจเพราะเธอดันกลับมาทวงสัญญาหัวใจของเธอคืน แถมยังมาสร้างความปั่นป่วนจนแทบบ้าอีก...


...พี่ชัน เราแต่งงานกันนะ...

การกลับมาทวงคำสัญญาจากควอนชัน ชายหนุ่มที่เธอหลงรักมาทั้งชีวิต อุตส่าห์ข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากอีกซีกหนึ่งของโลก ก็ต้องมีอะไรให้ลุ้นบ้างล่ะน่า...

นางเอกเรื่องนี้เป็น นศ แพทย์ กำลังเรียนอยู่ที่อเมริกา มีเหตุการณ์เกี่ยวกับการเรียนแพทย์บางอย่างที่เธอต้องการจะลืมมัน ประกอบกับอยากพบหน้าค่าตาของคนที่รักมาตลอดทำให้ ชองเฮจิน ตัดสินใจกลับมาที่เกาหลี มาพบควอนชัน เธอขออาศัยอยู่ที่อพาร์ทเมนท์ของเขา แม้จะรู้สึกลำบากยุ่งยากใจแต่ควอนชันก็จำต้องดูแลน้องสาวของเพื่อนรัก อีกทั้งครอบครัวของเพื่อนคนนี้ก็มีพระคุณต่อครอบครัวเขามาก จึงยากที่ชายหนุ่มจะปฏิเสธภาระนี้ลง

พระเอกมักจะเคร่งขรึมอยู่เสมอ แต่นั่นก็ไม่ทำให้นางเอกเปลี่ยนใจไปรักคนอื่น ช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันควอนชันคิดกับชองเฮจินเพียงแค่เธอเป็นน้องสาวเพื่อนเท่านั้น (แม้น้องสาวคนนี้จะมีรูปร่างหน้าตาเปลี่ยนไป และมีบางสิ่งที่อดเย้ายวนใจไม่ได้เมื่อต้องอยู่กันเพียงลำพัง)

พระเอกนี่บุคลิกตามสูตรผู้ชายดูดี๊ดูดี... มาดนักธุกิจประมาณนั้น ยามว่างหรือต้องการพักผ่อนก็มักมีหญิงสาวคู่ควงมาคลอเคลียอยู่เสมอ นางเอกก็นะ...กะโปโลตามประสาเด็ก ๆ (แต่ไม่ติงต๊องนะ) บ่อยๆ ที่มีอารมณ์หึงหวง งอน น้อยใจ พระเอกที่ไม่ชายตามาแลเธอแม้แต่น้อย

แต่พอนานวันเข้า ควอนชันก็เริ่มหันมาสนใจเฮจิน ทั้งที่รู้ตัวว่ามันเป็นไปไม่ได้ เขาไม่อยากจะมีความสัมพันธ์ใด ๆ กับน้องสาวเพื่อนรัก (พระเอกมักจะบอกตัวเองอย่างนี้เสมอยามที่เผลอใจให้นางเอก) แต่เมื่อได้รู้ว่ามีชายหนุ่มอีกคนที่แสดงตัวว่าเป็นคู่หมั้นของเฮจินมาปรากฎตัว ก็ทำเอาควอนชัน
หึงจนแทบคลั่ง และเผลอทำร้ายจิตใจของเฮจิน...

เฮจินเคยมองเขาด้วยสายตาชื่นชมยกย่อง เคยตามเขาเหมือนดอกทานตะวันติดตามแสงอาทิตย์ แต่เดี๋ยวนี้สายตาของเธอดูเย็นยะเยือกเสียยิ่งกว่าธารน้ำแข็งเสียอีก
ชองเฮจินคนเดิมจะหายสาบสูญไปตลอดกาลไหมนะ.....


ควอนชันที่แข็งกร้าวไม่ยอมใครทั้งเรื่องส่วนตัวและการดำเนินธุรกิจ แต่บัดนี้กลับต้องมาทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าเฮจิน ผู้หญิงที่เค้ารู้ตัวแล้วว่าเป็นดั่งลมหายใจของเขา

"ขอให้พี่ได้กอดเธออีกครั้งนะ ขอเพียงโอกาสสักครั้งแล้วพี่จะยอมลงนรกไปก็ได้ แค่ครั้งเดียวเท่านั้น พี่ขาดเธอไม่ได้จริงๆนะ"

"พี่ทำฉันเจ็บปวดเหลือเกิน ฉันทนต่อไปไม่ไหวแล้ว ฉันอุตส่าห์รักพี่มากเหลือเกิน...."


เรื่องราวค่อนข้างพ่อแง่แม่งอนนิด ๆ หน่อย ๆ แอบมีซีนวาบหวาม กุ๊กกิ๊กของพระเอกนางเอก ถ้าใครชอบพระเอกแนวเงียบขรึม นางเอกร่าเริงสดใส ก็น่าจะชอบนิยายเรื่องนี้กันนะ

โดยส่วนตัวแล้วชอบพระเอกน่ะ (แอบมีหมั่นไส้เล็ก ๆ ต่อต้านนางเอกอยู่ได้ เด็กกว่าแล้วไง....) ยิ่งตอนที่นางเอกเอาคืนพระเอกนี่ชอบมาก
พระเอกก็คุกเข่าอ้อนวอนนางเอก โรแมนติกดี..... (ฉากที่นางเอกบอกพระเอกว่าตัวเองจะกลับไปเรียนแพทย์ต่อก็ฮาดี คำพูดที่พระเอกขอร้องไม่ให้นางเอกกลับไปเชยชะมัด อิอิ)

นางเอกนี่ก็น่าทึ่ง... รักและเฝ้ารอพระเอกมาตลอด 12 ปี ช่างเป็นเวลาที่ยาวนานนัก ทั้ง ๆ ที่พระเอกไม่เคยจะสนใจอะไรตัวเองเลย.... เธอช่างเป็นคนที่มีความมุ่งมั่น จริงจัง ทั้งเรื่องการเรียน (แอบเกี่ยวโยงกับพระเอกนิดหน่อย) และความรักจริงเลย...

อ่านเพลิน ๆ กันได้ค่ะ สำหรับนิยายรักเกาหลีเรื่องนี้....




 

Create Date : 02 ตุลาคม 2552    
Last Update : 2 ตุลาคม 2552 2:26:13 น.
Counter : 388 Pageviews.  

เพลงรักเพลิงมายา - ณารา

"จอร์จินโญ่" ต้องตกตะลึงเมื่อเห็นนักร้องสาวชื่อดัง "วิสาริน" ครั้งแรกในจอทีวีบนเครื่องบิน เพราะเธอช่างมีใบหน้าละม้ายคล้าย "กีรณา" หญิงในดวงใจที่แต่งงานไปกับเพื่อนรัก แล้วจู่ๆ โอกาสก็หล่นลงมาบนตักของเขาเมื่อเพื่อนร่วมหุ้นมาปรึกษาว่าญาติผู้น้องที่กำลังจะได้เซ็นสัญญากับค่ายเพลงต่างประเทศตกเป็นข่าวมั่วยาเสพติด มีภาพแพร่ทางอินเทอร์เน็ตไปทั่ว และเธอผู้นั้นก็คือ "วิสาริน" เขาจึงเสนอตัวช่วยเธอด้วยข้อแลกเปลี่ยนบางอย่างวิสารินต้องเอาศักดิ์ศรีเข้าแลกกับชื่อเสียงและความผิดที่ตนไม่ได้ก่อ...เมื่อความรักที่เริ่มต้นจากข้อแลกเปลี่ยนถูกสั่นคลอนด้วยความเข้าใจผิด แล้วรักครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร...


....นิยายเล่มนี้ เราอ่านแล้วรู้สึกประทับใจมากเลย อ่านจบเนี่ยถึงกับอินเหมือนตกอยู่ในภวังค์อยู่พักใหญ่ ๆ ก็นางเอกเนี่ยช่างร้ายกาจ เอาแต่ใจอย่างที่สุด.... พระเอกก็ท๊น...ทน... โค ตะ ระ แสนดีเลย

แรกเริ่มที่เห็นหนังสือเล่มนี้ อ่านปกหลังผ่านๆ ก็คิดว่า อีกละ... ทำไมชื่อตัวละคร มันไปเหมือนเรื่องที่เคยอ่านล่ะ แต่พอตั้งใจอ่านดี ๆ ก็อ้าว... มันภาคต่อของนิยายเรื่อง ไฟฝันวันรัก นี่นา...

จุดเริ่มต้นของเรื่องที่พระเอกสนใจนางเอกก็เพราะหน้าตาที่คล้ายหญิงที่ตัวเองรัก (เริ่มเรื่องก็แอบเจ็บปวดนิด ๆ...เลยเรา) มีเหตุการณ์ให้จับพลัดจับผลูเพื่อช่วยนางเอก (ซึ่งวิธีการก็อาจไม่ถูกใจใครหลาย ๆ คน แต่ถูกใจคอนิยายน้ำเน่าอย่างเรา อิอิ) เรื่องราวดำเนินไปโดยที่ต่างคนต่างเข้าใจไปว่า อีกฝ่ายก็ต้องการผลประโยชน์ของกันและกัน

พระเอก (จอร์จิญโญ่) ก็คอยช่วยเหลือนางเอก (แซลลี่) เพื่อให้กลับเข้าวงการบันเทิงได้อีกครั้ง เราอ่ะ ชอบพระเอกที่มีความคิดแบบผู้ใหญ่ คอยบอกคอยสอนนางเอก .... แซลลี่ที่ไม่เคยยอมใครในชีวิตก็ต้องยอมฟังเขาคนนี้

แต่พอถึงคราวที่พระเอกจะจีบก็ดั๊นมาเจอนางเอกพูดซะอย่างงี้ ...

"เวลาฉันคบใคร ฉันจะไม่รีบร้อน ต้องให้เวลาค่อย ๆ ศึกษากันไปนาน ๆ แล้วฉันถึงจะตอบได้ว่าจะทนอารมณ์ของฉันได้หรือไม่ ถ้าไม่ก็ทางใครทางมัน ถ้าได้ก็คบกันต่อไป" เธอบอกความคิดเธอออกมา และคำพูดที่ตรงไปตรงมานั้นทำให้จอร์จิญโญ่ถึงกับตกตะลึงไปทันที
"ทำไมฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะต้องเป็นฝ่ายทนล่ะ ทำไมสองฝ่ายไม่ปรับเข้าหากัน" เขาถาม
"ก็เพราะฉันเป็นฝ่ายถูกเสมอนะสิ คนที่จะมาเป็นแฟนของฉันต้องทนได้ ไม่อย่างนั้นฉันก็ขอลา" เธอตอบอย่างไม่แยแส

"คุณคิดว่าจะมีผู้ชายอย่างนั้นในโลกรึ" ...............


โอ้...ตอนอ่านบทนี้จบแล้วรู้สึกสะอึกมากมาย ประโยคแบบนี้ในชีวิตจริงเราเคยพูดกับแฟน เราก็คิดแบบนางเอกนี่ล่ะ ทนได้ก็ทน ทนไม่ได้ก็เชิญ แย่เนอะ
เรื่องราวดำเนินไปเรื่อย ๆ จนมาถึงจุดแตกหักของพระเอกนางเอกก็ตอนที่
แซลลี่ได้รับรู้และเข้าใจ (ไปเอง) ว่า เธอเป็นเพียงเงาของใครบางคนเท่านั้น
แซลลี่โกรธแค้น ผิดหวัง และไม่ยอมอภัยใดๆ ทั้งสิ้น (เรื่องราวช่วงนี้มันช่างเจ็บปวดใจพิลึก)

...แสนปวดร้าว เป็นแค่เงาที่เธอมองผ่าน
เฝ้าแต่รอ สุดทรมาน เพราะรักฉันไม่มีวันเป็นจริง
....ครั้งใดที่เธอมองฉัน เธอก็เห็นคนอื่นอยู่ร่ำไป...



พระเอกก็ต้องเศร้าไปตามระเบียบ...

....เส้นทางของเธอถูกโรยด้วยกลีบกุหลาบ โดยมีเขาเป็นผู้บุกป่าฝ่าฟันดงกุหลาบหนามแหลมคมจนเลือดโซมกาย เพื่อเด็ดดอกสวย พร้อมกับลิดหนามทิ้ง และนำกลีบดอกสีสวยมาโปรยทางให้เธอเดินเหยียบย่ำไป ขณะที่เขายังนอนจมกองเลือดอยู่เบื้องหลังโดยที่เธอไม่คิดจะหันมาแล....

แอบประทับใจกับประโยคข้างต้นมากมาย สำนวนสละสลวยดีจัง ทั้งตัดพ้อต่อว่า ทั้งทุกข์ทรมานใจ อยู่เพียงลำพัง (คุณณาราสุดยอดไปเลย...)


สุดท้ายด้วยความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง ทั้งสองคนก็ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง จะจบแบบเศร้าหรือสุขสมหวัง ก็คงจะเดาได้ไม่ยากเนอะ....

หลังจากอ่านเรื่องนี้จบทำให้เราต้องกลับมาคิดทบทวนว่า เราเป็นอย่างนางเอกหรือเปล่า ? ขี้วีน เอาแต่ใจ ไม่ยอมปล่อยวางกับสิ่งที่ทำให้เราทุกข์ใจ และที่สำคัญที่ได้เรียนรู้จากเรื่องนี้ก็คือ ความรักของคนสองคนจะต้องปรับตัวเข้าหากัน และความรักต้องประกอบไปด้วย การอดทน ประนีประนอม และให้อภัย .... (ได้ยินและฟังมานานกับประโยคแบบนี้ แต่ในชีวิตจริงมันก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ นี่เนอะ) ขอบคุณหนังสือเล่มนี้ที่ทำให้เราฉุกคิดและอยากจะทำสิ่งดีดี ทำตัวน่ารัก ๆ กับหวานใจและคนรอบข้าง เท่าที่จะทำได้...




 

Create Date : 30 กันยายน 2552    
Last Update : 3 พฤศจิกายน 2552 21:42:13 น.
Counter : 1639 Pageviews.  


Wednesday's Child
Location :
ขอนแก่น Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




อย่าเอาหัวใจไปฝากไว้ที่ส้น teen ใคร
เวลาเค้าก้าวจากไป เราเองที่เจ็บปวด
free counters
Friends' blogs
[Add Wednesday's Child's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.