Group Blog
 
All blogs
 
จิตกับสมองสัมพันธ์กันอย่างไร

ไม่มีคำว่าสายเกินไป..

เขียนโดย พระไพศาล วิสา โล


กานดาวศรี มีอาชีพพยาบาล
คราวหนึ่งป่วยหนักถึงกับเข้าสู่ภาวะโคม่าเนื่องจากครรภ์เป็นพิษ
เธอเล่าว่าในขณะที่หมดสติอยู่นั้น
เธอได้ยิน เสียงผู้คนรอบตัว
และรู้ว่าหมอและพยาบาลพูดอะไรกันบ้างขณะที่อยู่ข้างเตียง เธอ

ประสบการณ์เกือบ ๓๐ ปีในการเป็นพยาบาล
ทำให้เธอรู้ว่ามี ผู้ป่วยขั้นโคม่าหลายคนที่มีประสบการณ์คล้ายเธอ
บางคนเล่าว่าได้ยินเสียงพระสวดมนต์
จากเครื่องอัดเสียงที่ลูกเปิดไว้ข้างศีรษะขณะที่หมดสติ
บางคนมีปฏิกิริยาตอบ สนองต่อคำพูดของญาติมิตร
เช่น น้ำตาไหล หรือถึงกับพนมมือ

ตามความเข้าใจของคนทั่วไป ผู้ที่หมดสติ หรือเข้าสู่ภาวะโคม่า
ย่อมไม่สามารถรับรู้อะไรได้ เพราะไม่ว่าจะทำอะไรกับเขา
ก็ ไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้หรือมีทีท่าตอบสนอง
แต่ในความเป็นจริงหาได้เป็นเช่นนั้น ไม่
อย่างน้อยก็มิได้เป็นเช่นนั้นในทุกกรณี
การที่เขาไม่สามารถตอบสนองออกมาได้
มิได้หมายความว่า เขาไม่สามารถรับรู้อะไรได้เลย
เป็นแต่ร่างกายของเขาไม่สามารถแสดงปฏิกิริยาตอบโต้ได้อย่างคนทั่วไปเท่านั้น

มีผู้ป่วยบางคนที่เจ็บป่วยด้วยความผิดปกติทางสมอง และเข้าสู่ภาวะโคม่า
มีสภาพไม่ต่างจาก “ผัก” และมีโอกาสที่จะ ฟื้นขึ้นมาได้น้อยมาก
แต่ในที่สุดก็ฟื้นขึ้นมาได้ เขาเล่าว่าในช่วงที่หมดสติอยู่นั้น
เคยถูกหมอทดสอบด้วยการบิดและบีบนิ้วเท้าของเขา เขารู้สึกเจ็บปวดมาก
จนร้องในใจว่า “หยุดได้แล้ว ๆ” แต่เขาก็ไม่สามารถพูดหรือแสดงอาการเจ็บปวดออกมาได้
ผลคือหมอยังคงบิดและบีบต่อไปจนเลิกไปเอง โดยเข้าใจว่าเขาหมดความรู้สึกเสีย แล้ว

มิเพียงแต่ได้ยินหรือรู้สึกทางกายเท่านั้น
ผู้ป่วยในภาวะโคม่ายังสามารถ “เห็น” ได้ด้วย
คริสเติล เป็นเด็ก ชาวอเมริกันอายุ ๗ ขวบ
มีคนพบเธอหลังจากจมอยู่ใต้สระน้ำเป็นเวลา ๒๐ นาที อาการของเธอเพียบหนัก
นอกจากจะอยู่ในภาวะโคม่าแล้ว การตรวจด้วยเครื่องซีทีสแกนพบว่า
สมองของเธอบวมมาก ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ
อีกทั้งเลือดของเธอก็มีความเป็นกรด สูงมาก บ่งชี้ว่าเธอใกล้จะเสียชีวิตแล้ว
หมอยอมรับว่ามาถึงจุดนี้แล้วก็ทำอะไร แทบไม่ได้แล้ว

แต่แล้วเธอก็ฟื้นขึ้นมาหลังจาก โคม่าได้ ๓ วัน
ทันทีที่เห็นหมอเข้ามาในห้อง เธอก็ทักหมอผู้นั้นทันที
เพราะ เธอ “เห็น” หมอคนนี้ในขณะที่ยังหมดสติอยู่
เธอยังพูดถึงลักษณะของหมออีกคนที่ รักษาเธอได้อย่างถูกต้อง แม้ว่ายังไม่ได้พบกันเลยก็ตาม
ยิ่งไปกว่านั้นเธอยัง พรรณนาลักษณะของห้องฉุกเฉินได้อย่างถูกต้อง รวมทั้งอุปกรณ์และผู้คนที่อยู่ในห้องนั้น

เมื่อปี ๒๕๔๔ วารสารทางการแพทย์ของอังกฤษฉบับหนึ่ง
กล่าวถึงผู้ป่วยรายหนึ่ง ซึ่งหัวใจหยุดเต้นกะทันหัน
เขาถูกนำส่ง โรงพยาบาลอย่างรีบด่วน
หมอทำการช่วยเหลือด้วยการใช้ไฟฟ้ากระตุ้นหัวใจ
แต่ก่อนที่จะใส่ท่อช่วยหายใจพยาบาลได้ถอดฟันปลอมของเขาออก
ในที่สุดหัวใจเขาก็เต้นเป็น ปกติ
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา เมื่อผู้ป่วยรายนี้เห็นหน้าพยาบาลคนที่ถอดฟันปลอมให้
เขาก็จำเธอได้ทันที และถามว่า “คุณเป็นคนถอดฟันปลอมให้ผมใช่ไหมครับ”
ใช่แต่เท่านั้น เขายังเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนั้นได้อย่างถูกต้อง

ทั้งสองกรณีข้างต้น ผู้ป่วยล้วนหมด สติไร้สัมปฤดี
สมองอยู่ในสภาพไม่ปกติเพราะขาดอากาศ
แต่เขา “เห็น” ผู้คนและสถาน ที่รอบตัวได้อย่างไร
เขาไม่ได้เห็นด้วยตาอย่างแน่นอน
อีกทั้งไม่ได้รับรู้ด้วย ระบบประสาทหรือสมองอย่างในภาวะปกติด้วย
ทั้งสองกรณีเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจาก เขาจะเห็นด้วย “ใจ”

ทั้งสองกรณีมิใช่กรณีพิเศษหรือยกเว้น
มีรายงานการวิจัยหลายชิ้นที่ชี้ว่าผู้ป่วยในภาวะโคม่ายังสามารถรับรู้ได้
เช่น รายงานของนายแพทย์พิมฟอน ลอมเมล
ซึ่งได้สัมภาษณ์ผู้ป่วย ๓๔๓ รายที่รอดชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้น
ข้อสรุปที่ออกมาก็คือ ผู้ป่วยร้อยละ ๑๘ จดจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นขณะไร้ความรู้สึกตัวได้อย่างแม่นยำ
รายงานอีกชิ้นหนึ่งของนัก วิจัยชาวอังกฤษ พบว่าผู้ป่วยร้อยละ ๑๑ สามารถจดจำเหตุการณ์ขณะหมดสติ ได้

ตัวอย่างที่กล่าวมาบ่งชี้ว่าการรับรู้โลกภายนอกนั้นไม่ได้เกิดขึ้นที่สมองเท่านั้น
เราสามารถได้ยิน รู้สึก หรือ เห็นได้แม้ในภาวะที่สมองไม่อาจทำงานอย่างปกติได้
หากการรับรู้รวมทั้งความจำได้ หมายรู้เป็นเรื่องของจิต
นั่นก็หมายความว่าจิตไม่ได้ผูกติดกับสมอง
หากเป็นอีก ส่วนหนึ่งที่แยกต่างหากจากสมอง
แต่ทำงานเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน จิตอาจรับรู้หรือ มีปฏิสัมพันธ์กับโลกภายนอกโดยผ่านสมอง
แต่ก็มิได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป ในภาวะที่ สมองหยุดทำงานหรือมิอาจทำงานได้อย่างปกติ
จิตก็ยังสามารถรับรู้สิ่งต่าง ๆ ได้ แต่อาจไม่ชัดเจนเท่าในยามปกติ
อีกทั้งไม่อาจบัญชาให้ร่างกายมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอกได้ แม้จิตปรารถนาจะทำเช่นนั้นก็ตาม
กระนั้นก็ตามมีบางกรณีที่ ผู้ป่วยสามารถแสดงปฏิกิริยาตอบสนองได้
หากจิตถูกกระตุ้นเร้าเพียงพอ ดังกรณีที่จะ กล่าวต่อไป

จิตกับสมองสัมพันธ์กันอย่างไร
จิต เกิดจากสมอง หรือเป็นอีกส่วนที่แยกจากสมอง เหล่านี้เป็นประเด็นที่ยังคงโต้เถียงกันอีกนาน
แต่นั่นก็ไม่สำคัญสำหรับคนทั่วไปเท่ากับความจริงที่ว่า ผู้ที่หมดสติ หรืออยู่ในภาวะโคม่านั้น
ยังมีความสามารถที่จะรับรู้ได้ ประเด็นนี้มีความสำคัญมาก
เพราะนั่นหมายความว่า ผู้ที่อยู่รอบตัวผู้ป่วยยังสามารถมีอิทธิพลต่อจิตใจของผู้ป่วยได้
คำพูดหรือการกระทำของหมอ พยาบาล และญาติผู้ป่วย อาจส่งผลในทางบวก หรือลบต่อผู้ป่วยก็ได้
ดังนั้นหากปรารถนาดีต่อผู้ป่วย จึงควรปฏิบัติต่อผู้ป่วยที่หมดสติประหนึ่งคนปกติ
แม้เขาจะอยู่ในภาวะอย่าง “ผัก” ก็ตาม

มีหลายกรณีที่คำพูดของญาติมิตร สามารถส่งผลในทางบวกต่อผู้ป่วยที่หมดสติ
จนเขาสามารถแสดงอาการรับรู้ออกมาได้ หรือถึงกับรู้สึกตัวขึ้นมาได้

มีเรื่องเล่าว่า ติช นัท ฮันห์ พระเซนชาว เวียดนาม
เคยไปเยี่ยม อัลเฟรด แฮสเลอร์ มิตรชาวอเมริกันที่อยู่ในภาวะโคม่าและ ใกล้จะหมดลม
ท่านนัทฮันห์ได้นั่งข้างเตียงอัลเฟรด
และพูดถึงประสบการณ์อันน่าประทับใจที่ทั้งสองได้ผ่านมาร่วมกันเมื่อครั้งเรียกร้องสันติภาพในเวียดนาม
ท่าน พูดอยู่ประมาณ ๔๐ นาที
เมื่อพูดจบ อัลเฟรดทั้ง ๆ ที่ยังโคม่าอยู่ ก็พูดขึ้นมาว่า
“วิเศษ ๆ” หลังจากนั้นไม่นานเขาก็จากไปอย่างสงบ

สารคดีของบีบีซีเรื่อง “Human Body” ที่เผยแพร่ไม่นานมานี้
พูดถึง ไวโอล่า หญิงวัย ๕๘ ที่ป่วยด้วยโรคเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง
จนถึงกับหมดสติ หมอไม่สามารถช่วยให้ฟื้นขึ้นมาได้
จนในที่สุดลูก ชายก็พูดกับแม่ว่า “แม่ต้องฟื้นนะ เพราะพ่อกำลังจะพาผู้หญิงอีกคนไปเที่ยว”
พอ พูดจบ ไวโอล่าก็เปิดตาและรู้สึกตัวขึ้นมาทันที
เธอเล่าว่าเธอยอมไม่ได้ที่สามีจะ ควงผู้หญิงอื่นไปเที่ยว

อีกกรณีหนึ่งซึ่ง “วีรกร ตรีเศศ” นักเขียนประจำมติชนสุดสัปดาห์
ได้อ้าง ดร.สมศักดิ์ ชูโต อีกทีว่า หญิงฝรั่งผู้ หนึ่งซึ่งอาศัยอยู่ในเมืองไทยประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนหมดสติ
อาการหนักมาก ถูกนำส่งโรงพยาบาล แต่ไม่มีใครคิดว่าจะรอด
ขณะที่หมอและบุรุษพยาบาลกำลังช่วย ชีวิตเธออยู่นั้น
มีคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า “อีนี่ไม่น่าตายเลย นมมันสวย”
ปรากฏว่า เธอได้ยินและมีกำลังใจฮึดสู้ขึ้นมาว่า ฉันต้องไม่ตาย ในที่สุดก็กลับฟื้นขึ้นมา ได้

ผู้ป่วยขั้นโคม่าที่ฟื้นขึ้นมาก็มี แต่ที่ไม่ฟื้นเลยก็มาก เพราะสังขารไม่อำนวยแล้ว
แต่ไม่ว่าผลในท้ายที่สุดจะ เป็นอย่างไรก็ตาม ในขณะที่เขายังหมดสติอยู่นั้น
อย่าลืมว่าเขายังสามารถรับรู้ อะไรได้
ดังนั้นญาติมิตรจึงยังสามารถช่วยเขาได้อีกมาก โดยเฉพาะในด้านจิตใจ
เช่น ช่วยให้เขาคลายความวิตกกังวลหรือความหวาดกลัว
ด้วยการพูดให้เขาเบาใจ รำลึก ถึงบุญกุศลหรือความดีที่เขาเคยบำเพ็ญ
หรือน้อมใจให้รำลึกถึงพระรัตนตรัยและสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ที่นับถือ และคลายความกังวลเกี่ยวกับลูกหลานหรือคนรัก
การพูดถึง ประสบการณ์ในอดีตที่เขาประทับใจหรือภูมิใจ ก็ช่วยเขาได้เช่นกัน

ในอีกด้านหนึ่งก็ควรระมัดระวังคำพูดหรือการกระทำที่จะทำให้เขาเป็นทุกข์
เช่น ทะเลาะวิวาทกัน หรือร่ำไห้คร่ำครวญ ข้างเตียง
หรือพูดถึงความเจ็บป่วยของเขาในทางที่ไม่สร้างสรรค์

ตราบใดที่ผู้ป่วยยังมีลมหายใจอยู่ ไม่มีคำว่าสายเกินไปที่เราจะทำสิ่งดี ๆ ให้เขา
ไม่ว่าการช่วยเขาทำบุญถวาย สังฆทาน ขออโหสิกรรมจากเขา
หรือเอ่ยปากให้อภัยเขา (หากคิดว่าความรู้สึกผิดยัง ค้างคาใจเขาอยู่)
หรือแม้แต่การบอกความในใจบางอย่างให้เขารับรู้

หญิงชราผู้หนึ่งนั่งเศร้าซึมข้าง เตียงสามีซึ่งอยู่ใกล้ตายและอยู่ในภาวะโคม่า
เธอเสียใจที่ไม่เคยบอกสามีว่าเธอ รักเขาเพียงใด
มาได้คิดก็สายเสียแล้วเพราะเขาหมดสติไม่ตอบสนองใด ๆ
แต่พยาบาลแนะ ให้เธอพูดทุกอย่างที่อยากพูดเพราะเขายังอาจได้ยินคำพูดของเธอได้
เธอจึงขออยู่ กับเขาอย่างเงียบ ๆ แล้วบอกเขาว่า
เธอรักเขาอย่างสุดซึ้ง และมีความสุขที่ได้ อยู่กับเขา
หลังจากนั้นเธอก็กล่าวคำอำลาว่า
“ยากมากเลยที่ฉันจะอยู่โดยไม่มีเธอ แต่ฉันไม่อยากเห็นเธอทุกข์ทรมานอีกต่อไป
ฉะนั้นหากเธอจะจากไป ก็ขอให้จากไป เถิด”
พูดจบ สามีของเธอก็หายใจเฮือกยาวออกมาและสิ้นชีวิตอย่างสงบ

สำหรับผู้ป่วยที่หมดสติ ความดีงามที่สื่อตรงจากใจถึงใจนั้นมีอานุภาพเหลือประมาณ
สามารถเยียวยาความทุกข์และเป็น กำลังใจให้เขาก้าวสู่ความตายได้อย่างสงบ
ชนิดที่เงินจำนวนมหาศาลและเทคโนโลยีอัน ล้ำเลิศมิอาจทำได้



พระไพศาล วิสาโล
แผนงานพัฒนาจิตเพื่อ สุขภาพ มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์
สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้าง เสริมสุขภาพ (สสส.)
//www.jitwiwat.org
ตี พิมพ์ใน มติชนรายวัน ๙ กันยายน ๒๕๔๙




Create Date : 28 พฤษภาคม 2551
Last Update : 28 พฤษภาคม 2551 14:26:09 น. 1 comments
Counter : 1210 Pageviews.

 
จิตกะสมองสัมพันธ์กันอย่างไร

จิตเป็นผลผลิตขององค์รวม สมองเป็นผลผลิตของอวัยวะ
หรือ จิตเป็นซอฟท์แวร์ สมองเป็นฮาดร์แวร์

สัมพันธ์แบบแยกจากกันไม่ได้

ขอบคุณที่นำมาฝาก จ๊ะ


โดย: บ้าได้ถ้วย วันที่: 28 พฤษภาคม 2551 เวลา:21:01:10 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

npmail
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต
.....ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า, พระองค์นั้น

อะระหะโต
.....ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส

สัมมาสัมพุทธัสสะ
.....ตรัสรู่ชอบได้โดยพระองค์เอง

~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~

Blog นี้เอาไว้เก็บเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ เอาไว้อ่านเองค่ะ ไว้ว่าง ๆ ค่อยกลับมาอ่าน ส่วนใหญ่ก็ก็อป ๆ มากจากคนอื่นค่ะ ต้องขอขอบคุณ ณ ที่นี้นะคะ

ขอขอบคุณสมาชิกทุกท่าน ที่แบ่งปันของแต่งบล็อกสวย ๆ ให้มาแต่งบล็อกนี้

และขอขอบคุณทุกท่านที่ Vote ให้ด้วยนะคะ
โหลดเพลง นิยาย คลิปวีดีโอ การ์ตูน โหลดเพลง คลิปวีดีโอ นิยาย การ์ตูน โหลดเพลง คลิปวีดีโอ นิยาย การ์ตูน โหลดเพลง คลิปวีดีโอ นิยาย การ์ตูน ดูดวง โครงการบูรณปฏิสังขรณ์สถานที่ประสูติขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ ลุมพินีสถาน ประเทศเนปาล เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวโรกาสมหามงคล 60 ปีราชาภิเษก และ 84 พรรษามหาราชา โครงการบูรณปฏิสังขรณ์สถานที่ประสูติขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ ลุมพินีสถาน ประเทศเนปาล เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวโรกาสมหามงคล 60 ปีราชาภิเษก และ 84 พรรษามหาราชา โครงการบูรณปฏิสังขรณ์สถานที่ประสูติขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ ลุมพินีสถาน ประเทศเนปาล เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวโรกาสมหามงคล 60 ปีราชาภิเษก และ 84 พรรษามหาราชา
Friends' blogs
[Add npmail's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.