สิ่งที่วางอยู่บนชั้นเหล่านี้ไม่ใช่แค่หนังสือหรือปึกกระดาษที่ปราศจากชีวิต แต่มันคือความคิดจิตใจที่มีชีวิต
Group Blog
 
All blogs
 

ชิมลาง The Legend of Pirate ตำนานโจรสลัด

บทนำ

การเดินทางผ่านท้องทะเลนั้นคือสิ่งที่จำเป็นในการเดินทางเมื่อยังไม่มีสิ่งที่ดีกว่า แม้จะต้องเสี่ยงกับการข้ามมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ที่อาจจะนำชีวิตของตนลงไปทิ้งที่ก้นบึ้งของมัน ต้องเผชิญกับคลื่นยักษ์ที่สัดสาดใส่เรือจนสารถพังได้ในพริบตา พายุที่อาจจะมาพร้อมกับเส้นทางไปสู่ปรโลก หรือสัตว์ร้ายที่อาศัยอยู่ภายในท้องทะเลลึกที่ไม่อาจจินตนาการได้

แต่สิ่งที่ผู้เดินเรือต้องหวาดกลัวมากกว่านั้นคือ เหล่าโจรสลัดที่รวมตัวกันกลางท้องทะเล กัปตันผู้โหดเหี้ยม ลูกสมุนผู้น่าสะพรึงกลัว อีกหนึ่งเหล่าปีศาจแห่งท้องมหาสมุทร มันคือปีศาจร้ายที่คอยแย่งชิงอาหาร ชีวิตและสมบัติจากผู้อื่นโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้นหากนั่นคือสิ่งที่มันต้องการ มันเดินทางผ่านคาบสมุทรต่างๆ และสร้างความเสียหายให้แก่เรือโชคร้ายที่ถูกค้นพบ คนของทางการก็ไม่อาจที่จะกำราบมันได้เพราะความเชี่ยวชาญในการเดินทาง การสู้รบ และประสบการณ์ชีวิตที่โชกโชนและความรู้สึกที่ไม่เกรงกลัวต่อความตายแม้มันจะอยู่ตรงหน้าก็ตาม

ตำนานของเหล่าโจรสลัดมากมายมักกล่าวถึง เหล่าโจรสลัดที่หันหลังให้กับพระเจ้า ยอมภักดีและเป็นทาสของปีศาจร้าย ลูซิเฟอร์ จ้าวแห่งนรก ความอมตะและไม่มีสิ่งไดที่สามารถทำให้บาดเจ็บบาดเจ็บคือพรที่ที่ได้รับ หากแต่ต้องแลกกับการเดินทางไปชั่วชีวิตที่เป็นอมตะโดยไม่อาจลิ้มรสแห่งความสุขได้ ต้องเดินทางต่อไปจวบจนวาระสุดท้ายของโลกจะมาถึง

หนังสือที่มีหน้าปกเขียนว่า ‘ตำนานโจรสลัด’ ถูกปิดลงด้วยมือบาง นัยน์ตาสีม่วงเข้มสวยงามราวอัญมณีมองด้วยความเบื่อหน่าย

หนังสือพวกนี้ก็ดีแต่บอกแบบนี้แหละ ไม่เห็นมีเล่มไหนที่จะบอกถึงการเดินทาง การใช้ชีวิต หรือการต่อสู้ของเหล่าโจรสลัดเลย เอธีน่าขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด แถมนางยังต้องมาหลบอ่านในที่ลับหูลับตาคนเพราะถูกห้ามอ่านเสียอีก ไม่เห็นว่ามันจะมีอะไรทำให้นางต้องกลัวเลยแม้แต่น้อย

เด็กสาวหยิบหนังสือขึ้นมาก่อนจะซุกแอบไว้ในห่อผ้าพร้อมกับหนังสือจำนวนหนึ่งเพื่อพรางตา หยิบมันมาไว้แนบอกแล้วเดินเลี่ยงหลบสาวใช้ไปยังห้องหนังสือ

----------------------------------

เรื่องนี้มาจากการที่เราชอบเรื่องเกี่ยวกับโจรสลัดและการตามหาสมบัติเลยกลายเป็นนางเอกที่รักการเดินทางและอยากท่องไปในท้องทะเล




 

Create Date : 22 มกราคม 2551    
Last Update : 22 มกราคม 2551 22:24:33 น.
Counter : 180 Pageviews.  

ชิมลาง ตำนานรัก หมาป่าสีเงิน

บทนำ

ในอดีตกาล เมื่อนานแสนนานมาแล้ว สมัยที่ยังมีเรื่องลี้ลับ มีเวทมนตร์คาถา ได้มีเรื่องเล่าถึงตำนานของหมาป่าที่มีอำนาจแปลงกายเป็นมนุษย์ ถูกขนานนามว่า วูฟ (Wolf) เป็นเผ่าพันธุ์ที่พัฒนาแยกออกมาจากหมาป่าธรรมดา ไม่มีใครรู้ว่าทำไมถึงมีพลังอำนาจพิเศษนี้และไม่มีใครรู้ว่าพวกมันอาศัยอยู่ที่ไหน พวกวูฟจะไม่ทำร้ายมนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตหากไม่จำเป็น มีจุดเด่นที่ดวงตาสีเงินอันสวยงาม และความแข็งแกร่งของร่างกาย พวกวูฟต่างกับหมาป่าทั่วไปตรงที่จะมีดวงตาสีเงินทุกตัวราวกับเป็นสัญลักษณ์ที่แยกพวกมันทั้งสองให้ต่างกันได้เป็นอย่างดี

แต่ยังมีอีกเผ่าหนึ่งที่ถูกแยกออกมาคือ แวร์วูฟ (Werewolf) พวกมันเป็นหมาป่าที่มีขนสีดำราวกับความมืดมิด มีดวงตาสีแดงราวกับเลือด และเขี้ยวอันแหลมคมที่ยาวยื่นออกมาจากปาก จริงๆแล้วมันคือเผ่าวูฟที่แยกตัวออกมาจากพวกวูฟเพราะนิสัยที่ยังคงความดุร้ายและกระหายเลือดจากสันชาติญาณดิบของงหมาป่า ทำร้ายสิ่งมีชีวิตอื่นไม่เลือกหน้า แม้เมื่อกลายร่างเป็นคนได้แต่ก็มีความคิดที่ไม่ต่างกัน แต่มันน่ากลัวกว่าพวกหมาป่าตรงที่มีความคิดและฉลาดกว่าอย่างเห็นได้ชัด มันมักจะออกโจมตีในยามอาทิตย์ตกหลีกเร้นหลบแฝงในเงามืด

ด้วยรูปลักษณ์ที่น่ากลัวและเก่งกาจราวกับปีศาจทำให้ผู้คนที่พบเห็นน้อยคนที่จะรอดชีวิต น้ำลายของมันสร้างบาดแผลและความเจ็บปวดได้ไม่ต่างกับยาพิษชั้นดี แม้จะมีสมุนไพรที่รักษาได้แต่ก็หาได้ยากนักเพราะมันเป็นพืชที่เติบโตยาก ใช้เวลานานและอยู่ในที่ๆนับว่าอันตรายในหุบเขาที่ห่างไกลจากผู้คน ผู้ที่โดนคมเขี้ยวของมันจึงมักจะเสียชีวิตด้วยเวลาเพียงไม่นานเพราะไม่อาจยาที่รักษาได้ทันเวลา

ที่อยู่ของมันก็เป็นปริศนาเช่นเดียวกับพวกวูฟ ทำให้ผู้คนต้องหวาดหวั่นและเกรงกลัวการโจมตีของมันโดยไม่อาจคาดเดาได้ว่ามันจะมาพรากชีวิตผู้คนอีกมากเท่าไหร่จึงจะพอใจ ไม่ต่างกับความตายที่จะมาคร่าชีวิตของพวกเขาโดยไม่อาจจะรู้ได้

ตำนานเหล่านี้ได้ถูกถ่ายทอดสู่คนรุ่นหลังเพื่อระวังตนเองจากอะไรก็ตามเวลาที่ต้องเหยียบย่างเข้าไปในป่ามืด เมื่อสิ่งที่เผชิญหน้าอาจจะไม่ใช่เพียงสัตว์ร้ายแต่เป็นสิ่งที่ใกล้เคียงกับปีศาจหรือมัจจุราชที่ไม่ละเว้นชีวิตใครไม่ว่าหน้าไหนก็ตาม!!

-------------------------------------------

อยากรู้ว่าคิดยังไงกับนิยายแนวนี้ และคิดว่าสำนวนแบบนี้พอใช้มั้ย และจะมีอีกหลายๆเรื่องให้ชิมลาง เพราะเป็นยอดนักแต่ง แต่ไม่จบ เพราะตันซะก่อน เลยอยากให้มีแรงแบบว่ากดดันจากคนอ่าน 55




 

Create Date : 22 มกราคม 2551    
Last Update : 22 มกราคม 2551 22:18:17 น.
Counter : 199 Pageviews.  

แองจี้ นางฟ้าสื่อรัก

เดือนกุมภาพันธ์คือเดือนที่หญิงสาวน้อยใหญ่นับวันรอ เพื่อที่จะได้ให้ช็อคโกแลตพร้อมกับเผยความในใจแก่หนุ่มที่ตนชอบ ดอกกุหลาบแดง สินค้ารูปหัวใจสีชมพูสลับกับแดงถูกนำมาวางขายอย่างเต็มที่ เป็นช่วงเวลาที่ทางร้านค้าต้องเตรียมสินค้าให้พร้อมเพราะสาวๆมักจะมาหาซื้อของก่อนวันวาเลนไทน์และถ้าปีไหนมีสินค้าที่เป็นที่นิยมก็ต้องเตรียมที่จะหามาต้อนรับลูกค้าเพราะมันจะหมดได้ภายในเวลาที่ไม่น่าเชื่อ

10 ก.พ. 1980

หญิงสาวอายุประมาณ 15-16 เดินวนเวียนอยู่ที่หน้าร้านขายช็อคโกแลตอย่างลังเล เธออยากที่จะซื้อมันไปทำปรุงแต่งรสเองเพื่อให้รุ่นพี่ที่ชอบ แต่อลิซรู้ดีว่าเธอไม่เคยทำอาหารสำเร็จเลย เนื่องจากแม่มักจะต้องออกไปทำงานจึงซื้ออาหารทิ้งไว้หรือบางครั้งก็ทิ้งเงินให้เธอไปหาซื้ออะไรกินเอง ส่วนพ่อก็ต้องออกไปทำงานยุ่งไม่แพ้กัน เธอจึงไม่มีเวลาที่จะขอให้แม่ช่วยสอนเธอทำอาหารแล้วยังไม่กล้าที่จะลงมือทำเองด้วย แต่นี่เป็นปีแรกที่เธออยากจะลองทำเอง เพราะปีหน้ารุ่นพี่ไมเคิลก็จะไปเรียนที่มหาลัยแล้ว นี่จึงเป็นโอกาสสุดท้ายที่เธอจะบอกเขา

ในที่สุดเธอก็ก้าวเข้าไปในร้าน กวาดตามองดูช็อคโกแลตมากมาย มีทั้งแบบสำเร็จรูปกับแบบที่ให้ไปทำเอง ด้านหลังกล่องก็เขียนวิธีทำอย่างละเอียดไว้ อ่านๆแล้วก็ไม่น่าจะยาก เรื่องเงินนั้นเธอมีมากพอที่จะทำช็อคโกแลตให้รุ่นพี่ได้ทั้งเดือนเลยทีเดียว (ถ้ามันสำเร็จนะ)

พนักงานสาวในร้านเห็นเธอเลือกอยู่นานจึงเดินมาหา “ต้องการให้ช่วยอะไรมั้ยคะ” หล่อนถามด้วยความสงสัย

อลิซตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความไม่แน่ใจ “เอ่อ ฉันอยากจะซื้อช็อคโกแลตไปทำเองค่ะ แต่ไม่รู้ว่าจะเลือกแบบไหน”

หล่อนยิ้มให้ด้วยความรู้ทัน ส่วนมากเด็กสาวมักจะมาซื้อไปให้ชายหนุ่มเสมอ และดูจากท่าทางนี่คงเป็นชิ้นแรกที่เธอคิดจะทำให้ชายหนุ่มแน่ๆ “ส่วนมากถ้าเป็นแบบซื้อไปทำเองก็จะมีรสชาติธรรมดาๆ เราต้องปรุงแต่งรสเอง แต่ว่าสามารถที่จะซื้อพวกอัลมอนด์ ถั่ว หรืออย่างอื่นใส่ลงไปเพื่อเพิ่มรสชาติได้ ส่วนวิธีทำก็อยู่ด้านหลังหมดแล้ว แล้วก็มีแม่พิมพ์สำหรับทำเป็นรูปหัวใจอยู่ทางด้านหลัง พี่เคยทำไม่ยากเกินความสามารถหรอก”

เด็กสาวอายหน้าแดงเมื่อได้รับฟัง พี่สาวพนักงานขายพูดเหมือนรู้ทันเธอ อลิซจึงเลือกช็อคโกแลตและส่วนผสมไปตามคำแนะนำ

ช็อคโกแลต ส่วนผสมและอุปกรณ์ต่างๆถูกวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะ ถึงจะไม่เคยทำอาหารก็จริงแต่แค่ทำขนมโดยที่ไม่ต้องใช้ไฟ เอ่อ ใช้นิดหน่อย คงจะไม่น่าจะเกิดอันตรายอะไรหรอกนะ อลิซผูกผ้ากันเปื้อนก่อนจะหยิบกล่องพลิกด้านหลังเพื่ออ่านขั้นตอนการทำ ก่อนอื่นต้องหั่นช็อคโกแลตก่อน เธอวางกล่องลงก่อนที่จะหยิบช็อคโกแลต แกะมันออกแล้ววางลงบนกระดาษห่ออย่างช้าๆก่อนจะหยิบมีดขึ้นมา

น่ากลัวไม่ใช่เล่น หวังว่าคงไม่บาดมือตัวเองก่อนจะทำสำเร็จหรอกนะ

อลิซค่อยๆออกแรงกดมีดลงบนช็อคโกแลตหั่นมันเป็นส่วนๆอย่างช้าๆ เพราะคำแนะนำบอกว่าถ้าหั่นได้สวยช็อคโกแลตที่ออกมาก็จะสวยเช่นกัน เอเธอหั่นจนเสร็จแล้วมองดู ช็อคโกแลตที่ถูกหั่นนั้นสวยบ้างไม่สวยบ้าง เอาน่านี่เป็นครั้งแรกได้ขนาดนี้ก็ดีแล้ว

ขั้นตอนต่อไปคือการละลายช็อคโกแลต เธอวางช็อคโกแลตที่ถูกหั่นทั้งหมดลงในหม้อแล้วนำมันไปตั้งไปอ่อนๆ ใช้ไม้พายคนให้มันค่อยๆละลายแล้วใส่น้ำตาลเพื่อเติมรสหวานตามปริมาณที่กล่องบอกแล้วคนให้เข้ากัน เมื่อมันละลายดีแล้วอลิซจึงใช้นิ้วปาดไม้พายแล้วชิมเล็กน้อย

หวานพอแล้วมั้ง เธอคิด

แล้วขั้นตอนต่อไปก็นำแม่พิมพ์รูปหัวใจมาวางลงบนถาดที่ปูไว้ด้วยกระดาษฟรอย เทช็อคโกแลตลงไปแล้วตามด้วยเม็ดอัลมอนด์ แล้วเธอก็กดให้มันจมลงไปในช็อคโกแลตไม่ให้โผล่หน้าขึ้นมาเพื่อความสวยงาม แล้วใช้ไม้พายเกลี่ยให้ผิวหน้าเรียบสวย ขั้นตอนสุดท้ายแล้วเธอจึงนำช็อคโกแลตไปเข้าตู้เย็นเพื่อจะได้ให้มันแข็งตัว ลองทำดูมันก็ไม่ยากอะไรนี่นา เธอคิด แล้วเด็กสาวก็ทำความสะอาดสิ่งของที่รกอยู่บนโต๊ะแล้วเตรียมตัวเข้านอน เธอกะว่าจะมาดูช็อคโกแลตตอนเข้าเพราะว่ามันคงต้องใช้เวลาแข็งตัวนาน

ตอนเช้าตรู่ เด็กสาวที่นอนขดตัวบนที่นอนพลิกตัวไปมาสักพักก่อนที่จะลุกขึ้นมิดขี้เกียจ ด้วยความงัวเงียที่เพิ่งจะตื่นนอนเธอจึงลุกไปล้างหน้าแปรงฟังก่อนที่จะนึกขึ้นได้ถึงสิ่งที่ทำไว้เมื่อคืน อลิซเดินไปเปิดช่องแช่แข็งของตู้เย็น แล้วตาของเธอก็หม่นลงเพราะเจ้าช็อคโกแลตที่อุตส่าห์ตั้งใจทำมันกลับมีรอยร้าว

เธอหยิบมันออกมาแล้วหักมันก่อนจะส่งเข้าปาก ไหนๆกเสียไปแล้วก็ขอลองชิมรสชาติหน่อยก็แล้วกัน ความหวานที่แผ่ซ่านออกมาจากช็อคโกแลตทำให้รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย อย่างน้อยเรื่องรสชาติก็ผ่าน อลิซเก็บมันเข้าไปในตู้เย็นก่อนที่จะเตรียมตัวไปโรงเรียน

11 ก.พ. 1980

วันนี้เธอได้พบกับรุ่นพี่ไมเคิลอีกแล้ว เขาส่งยิ้มให้แล้วยังถามว่าทำไมทำหน้าเศร้า แค่นั้นก็ทำให้หัวใจดวงน้อยๆของเธอชุ่มชื้นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เด็กสาวกลับมาบ้านด้วยความอารมณ์ดี เธอไปซื้อช็อคโกแลตมาใหม่เพื่อลองทำมันอีก แต่เพราะเธอเหม่อลอยคิดถึงรอยยิ้มของรุ่นพี่มากเกินไป ช็อคโกแลตที่ถูกคนจึงกระเด็นออกมาโดยไม่รู้ตัว

“อย่าคนแรงสิ เดี๋ยวช็อคโกแลตก็เละแล้วก็นิ่มหมดหรอก” เสียงเล็กๆที่ดังขึ้นไม่ไกลทำเอาอลิซตกใจจนแทบจะปล่อยหม้อลงกับพื้น เด็กสาวรีบวางมันลงบนโต๊ะอย่างรวดเร็ว

“ใครน่ะ” ในที่สุดน้ำเสียงสั่นๆที่เค้นมันก็ออกมาอย่างลำบาก มองไปรอบๆก็ไม่มีวี่แววของใครเลยสักคน พ่อกับแม่ยังไม่กลับ ส่วนข้างบ้านนั้นเป็นหญิงชราและเข้านอนแต่หัวค่ำ ไม่มีทางที่จะมาพูดกับเธอหรอก หรือว่าจะเป็นขโมย!! อลิซคว้ามีดมาถือแต่กลับหลับตาราวกับหวาดกลัวที่จะเห็นตัวตนของสิ่งที่พูดกับเธอ
เหมือนกับเจ้าของเสียงนั้นจะรู้ว่าเธอกำลังคิดไปไกลจึงได้พูดอีกครั้ง “ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอก ลืมตาสิ แล้วจะรู้ว่าฉันคือใคร”

เด็กสาวลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ ภาพตรงหน้าแทบจะทำให้เธอหวีดร้องด้วยความตกใจ แววตาตกตะลึงแปรเปลี่ยนเป็นพิศวง สิ่งที่ดูเหมือนเด็กสาวตัวน้อยลอยอยู่ข้างหน้าเธอ ปีกเล็กๆใสๆสองคู่กระพือขึ้นลงอย่างรวดเร็วเพื่อทรงตัว ผมยาวสีทองหยักศกน้อยๆกับนัยน์ตาสีฟ้าใสคู่นั้นทำให้สิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ต่างกับเธอเพียงแต่มีขนาดที่เล็กกว่ามาก เหมือนกับเทวดาตัวน้อยๆ

เมื่อสิ่งนั้นสิ่งยิ้มให้ แววตาของอลิซก็มีประกายระยับราวกับดวงดาว เธอชอบอ่านและอยากที่จะเจอนางฟ้าสักครั้งมานานแล้ว สิ่งที่เห็นตรงหน้าเหมือนกับที่เคยอ่านมาจากหนังสือในสมัยเด็กไม่ผิดเพี้ยน

“ฉันเป็นนางฟ้าที่จะมาช่วยและให้คำแนะนำเธอ แต่ว่าฉันจะอยู่ได้เพียงแค่ตอนกลางคืน เพียงแค่ 3 วันเท่านั้น วันสุดท้ายคือวันที่ 13 และจะไม่มีใครมองเห็นฉันนอกจากเธอ” เสียงเล็กๆนั้นเอ่ยเจื้อยแจ้วอย่างน่ารัก นี่ถ้าเป็นเด็กๆเธอคงจะคว้าตัวมากอดแล้วหอมแก้มไปแล้ว แต่เมื่อตัวเล็กขนาดนี้อลิซจึงทำได้เพียงแค่ส่งยิ้มให้

“แล้วทำไมเธอถึงมาช่วยฉันล่ะ” อลิซถาม เธอมีความดีความชอบอะไรหรือว่าเพียงแค่สุ่มลงมาช่วยเท่านั้น

“พวกเราจะถูกส่งมาช่วยคนที่มีความพยายามเท่านั้น พวกเราต้องช่วยคนมากๆเพื่อจะได้มาเกิดได้เร็วขึ้น ฉันเป็นหนึ่งในนางฟ้าที่ต้องมาช่วยคนที่มีความรักให้สมหวัง” เสียงเล็กๆนั้นพูดอย่างภาคภูมิใจ

“เธอชื่ออะไรหรือ” อลิซถาม

“ฉันชื่อ แองจี้”

คำตอบนั้นทำให้อลิซยิ้มก่อนจะบอกชื่อตัวเองกลับไปบ้าง “ฉันชื่ออลิซ เราสองคนชื่อคล้ายกันเลยนะ แล้วชื่อของเธอก็เหมาะกับเธอมากด้วย เพราะแองจี้แปลว่า นางฟ้า” แองจี้ยิ้มให้เธอกลับมาอย่างเขินๆ

“แล้วสามารถเล่าให้ฉันฟังถึงภารกิจได้ ไม่ต้องเก็บเป็นความลับหรือ” อลิซถามด้วยความสงสัย

คำถามนั้นทำให้แองจี้หันมามองเธอด้วยแววตาสงสัย “ทำไมถึงคิดอย่างนั้นล่ะ”

“ก็ฉันเคยอ่านในหนังสือว่าถ้าพวกเทวดานางฟ้าลงมายังโลกมนุษย์เพื่อทำภารกิจจะต้องเก็บเป็นความลับ ห้ามบอกใครนี่นา”

แองจี้หัวเราะเบาๆ “มันแล้วแต่ความสำคัญของภารกิจ ของฉันเป็นเพียงแค่เรื่องเล็กเท่านั้น แล้วคนที่พวกเราลงมาช่วยเราก็ต้องดูมาก่อนแล้วว่าสมควรที่จะช่วยหรือไม่ เป็นคนดีรึเปล่า ไม่งั้นเราก็ไม่ช่วยหรอก” เธอเว้นระยะสักครู่ก่อนจะบอกถึงข้อผิดพลาดที่อลิซได้ทำกับช็อคโกแลตของตัวเอง และแล้วคืนนั้นก็จบลงด้วยบรรยาย ‘ว่าด้วยการทำช็อคโกแลตจากแองจี้’

12 ก.พ. 1980

ช็อคโกแลตถูกวางพร้อมอุปกรณ์อยู่บนโต๊ะ แต่คราวนี้ที่ต่างออกไปคือการทำพร้อมกับผู้ช่วยตัวน้อยที่ค่อยแนะนำให้ทำตามอย่างเคร่งครัด ซึ่งมันทำให้เด็กสาวทำด้วยความดีใจเพราะอย่างน้อยเธอก็มีทั้งคนแนะนำและเพื่อนคุยแล้ว

เมื่อช็อคโกแลตถูกนำเข้าตู้เย็น อลิซจึงเก็บทำความสะอาดอุปกรณ์และโต๊ะระหว่างที่แองจี้ชวนเธอคุยไปเรื่อย เธอรู้สึกคุ้นเคยผูกพันกันแองจี้อย่างบอกไม่ถูกทั้งที่เพิ่งจะพบกันเพียงแค่ 2 วันเท่านั้น

“นี่ คนที่อลิซชอบเป็นคนยังไงเหรอ”

คำถามของแองจี้เล่นเอาเด็กสาวอายจนหน้าแดง แค่ดูแองจี้ก็รู้แล้วว่าอลิซชอบคนๆนั้นมากเธอจึงได้ลงมาช่วยให้สำเร็จไงล่ะอลิซอายหน้าแดงอยู่นานกว่าจะพูด ซึ่งคำพูดออกมาอย่างช้าๆและกะท่อนกะแท่นอย่างคนเขินอาย “เขาเป็นรุ่นพี่ชื่อไมเคิล อายุมากกว่าฉัน 3 ปี กำลังจะได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยในปีหน้า นี่จึงเป็นปีสุดท้ายที่เราจะได้พบหน้ากัน เขาเป็นคนใจดี มีความเป็นผู้ใหญ่และเป็นคนที่อยู่ใกล้แล้วทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นและสบายใจอย่างบอกไม่ถูก” แววตาของเด็กสาวที่พูดถึงนั้นเต็มไปด้วยประกาย มันมีทั้งความรักและอ่อนหวานต่อคนที่ถูกกล่าวถึง

“น่าอิจฉาจังเลยนะที่เธอสามารถรักใครได้อย่างนั้น” แองจี้กล่าวเสียงที่เคยร่าเริงของเธอเศร้าลงจนคนฟังรับรู้

อลิซจึงถามกลับไปบ้าง “แล้วพ่อแม่ของเธอ คนอื่นๆล่ะ ได้เป็นนางฟ้าเทวดากันไหม”

“พ่อกับแม่ฉันไปเกิดใหม่นานแล้ว ฉันเองก็จำหน้าพ่อแม่ไม่ได้แล้วล่ะ แล้วบนสวรรค์ก็มีกฎว่าพวกเราจะไม่ได้รับรู้เรื่องราวของคนที่ลงไปเกิด ไม่อยากให้รับรู้เรื่องราวบางอย่างที่ไม่ควรจะรู้ เพราะกลัวว่าพวกเราจะนำอำนาจที่มีไปใช้เพื่อเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ควรเป็นไป”

“แล้วเธอคิดถึงพ่อกับแม่บ้างมั้ย” อลิซถาม แม้เธอจะไม่ค่อยได้อยู่หรือใช้เวลาพ่อกับพ่อแม่มากนักแต่ก็รักและคิดถึง เพียงเพราะหน้าที่และการงานทำให้ไม่ได้เจอหน้ากันเท่าไหร่แต่ก็เข้าใจว่าทุกอย่างนั้นจำเป็นต้องทำ

“คิดถึงสิ แต่ฉันจำอะไรที่เกี่ยวกับพ่อแม่ไม่ได้เลย มีบางครั้งที่ทำท่าเหมือนจะนึกออกแต่แค่ลางๆเท่านั้น ฉันถึงได้พยายามทำความดีเพื่อที่จะได้ไปเกิดได้เร็วขึ้น ได้พบหน้าพ่อแม่เร็วไงล่ะ”

“ฉันเชื่อนะว่าไม่ว่าจะช้าหรือเร็วเธอจะต้องได้ไปเกิดกับพ่อแม่ที่เธอรักที่เธอคิดถึงแน่ๆ” อลิซยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน แองจี้เองก็สิ่งยิ้มมาให้เธอเช่นกัน

13 ก.พ. 1980

เมื่อวานช็อคโกแลตที่ทำมันเกือบจะสมบูรณ์แล้วแต่ฉันมัวแต่คุยกับแองจี้เพลินไปหน่อย หน้าของช็อคโกแลตจึงบิดเบี้ยวไปไม่น้อย วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้ว
อลิซจึงซื้อมา 2 กล่องเผื่อไว้ แองจี้เองก็บอกว่าวันนี้จะช่วยทำช่วยให้ความแนะนำอย่างเต็มที่จะอยู่จนกว่าแสงสุดแรกของอาทิตย์จะมาเยือน

อลิซพยายามเขียนหน้าช็อคโกแลตด้วยความระมัดระวัง เธอใช้ครีมวานิลลาเขียนว่า ‘Micle I Love You’ เขียนไว้บนหน้าช็อคโกแลตทั้งสองชิ้น อย่างน้อยก็น่าจะมีชิ้นไหนสมบูรณ์สักชิ้นหนึ่ง

ช็อคโกแลตที่ถูกเขียนอย่างสวยงามด้วยการประดิษฐ์ประดอยของเด็กสาวกำลังจะถูกนำเข้าช่องแช่แข็ง แต่ก่อนหน้านั้นเสียงเรียกชองแองจี้ก็ทำให้เธอหยุดชะงัก “เดี๋ยวก่อน”

อลิซมองมายังแองจี้ด้วยความสงสัย แองจี้บินมาหยุดอยู่ตรงหน้าช็อคแลตแล้วร่ายมนต์อะไรเบาๆ มีผงอะไรบางอย่างที่ดูสวยงามระยิบระยับร่วงหลอนสู่ช็อคโกแลตของเธอ

“อะไรน่ะ” เธอถามด้วยความสงสัย

แองจี้ส่งยิ้มให้เธอก่อนจะอธิบาย “เป็นคาถาที่ทำให้ทุกอย่างราบรื่น ขอให้เธออย่าลืมความพยามในวันนี้นะ”

เพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่แองจี้จะอยู่กับอลิซได้ ปกติเมื่อทำช็อคโกแลตเสร็จแล้ว แองจี้จะหายตัวไปหลังจากที่บอกลาเธอ เพื่อนตัวน้อยที่ให้กำลังใจเธอกำลังจะหายไป อลิซจึงบอกให้แองจี้มานอนและคุยกับเธอ

เรื่องราวส่วนมากนั้นก็จะเป็นเรื่องของแองจี้ตั้งแต่ที่เธอเป็นนางฟ้ารวมถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่สามารถเล่าได้ ส่วนของอลิซจะเป็นเรื่องรุ่นพี่ไมเคิล ตั้งแต่วันที่พบครั้งแรก และสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นระหว่างเธอและเขา

เพียงไม่นานอลิซก็หลับใหลไปสู่ความฝันโดยที่ไม่รู้ตัวเพราะความเหนื่อยอ่อน ส่วนแองจี้นั้นเป็นนางฟ้าเรื่องที่เธอจะง่วงนั้นจึงไม่มี เพียงแค่ต้องพักร่างกายเพื่อฟื้นฟูพลังเท่านั้น เธอมองหน้าตอนหลับของอลิซด้วยความอาลัย ถึงจะไปทำงานเพื่อช่วยคนอื่นๆแต่เธอก็ไม่เคยเกิดความรู้สึกเช่นนี้เลย ไมรู้เพราะพวกเธอมีชะตาที่ต้องกันหรืออะไรอย่างอื่น

จากนาทีเป็นชั่วโมง ราวกับเข็มนาฬิกาถูกหมุนด้วยมือที่มองไม่เห็น มันรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ ในที่สุดเวลาที่ต้องจากก็มาถึง แม้ไม่อยากจะจากไปแต่ก็ไม่สามรถที่จะอยู่ฝืนกฎข้อห้ามได้ แองจี้มองหน้าอลิซที่หลับอยู่แล้วเข้าจูบแก้มเธอเบาๆ “ลาก่อนอลิซ” แล้วร่างของเธอก็ค่อยๆจางหายไปอย่างช้าๆ

14 ก.พ. 1980

อลิซลืมตาด้วยง่วงงุน สมองของเธอยังไม่ทำงานเช่นเคยเมื่อเพิ่งตื่นนอน เมื่อลำดับเรื่องราวต่างๆได้ดวงตาสีฟ้าของเธอก็เบิกกว้างเธอเหลียวมองไปรอบตัวด้วยหวังว่าจะเห็นนางฟ้าตัวน้อยอยู่กับเธอ แต่รอบกายมีเพียงความว่างเปล่า ลมหนาวพัดพาความหนาวเหน็บเข้ามาปะทะกับร่างกายของเด็กสาว เธอรู้สึกใจหายและอาลัย เพื่อนตัวน้อยของเธอที่คอยให้กำลังใจจากไปแล้ว

อลิซเดินหงอยๆไปที่ตู้เย็น ช็อคโกแลตที่เธอทำเมื่อคืนนั้นออกมาสวยงามราวกับมืออาชีพทำ มันแข็งตัวเป็นรูหัวใจอย่างสมบูรณ์ทั้งสองชิ้น เธอหยิบมันมาชิมดูและพบว่ารสชาติของมันก็ไม่น้อยหน้าไปกว่าความสวยงามเลย แม้แองจี้จะจากไปแล้วแต่สิ่งที่ทั้งสองได้พูดคุยและทำร่วมกันไว้ไม่ทำให้เธอลืมได้ง่ายๆหรอก
เธอเดินไปทำธุระส่วนตัวก่อนที่จะคว้ากระเป๋าไปโรงเรียน

อลิซสูดลมหายใจลึกๆ พยายามให้หายตื่นเต้นก่อนจะเดินเข้าห้องไปด้วยความกล้าๆกลัวๆ เพราะเป็นช่วงเช้าจึงยังไม่ค่อยมีคนมา เมื่อไมเคิลเด็กหนุ่มที่อลิซแอบชอบหันมาเห็นเธอก็เดินเข้ามาทักด้วยความดีใจ ด้วยความอายเด็กสาวจึงขอให้เขาไปข้างนอกกับเธอซึ่งเขาก็ตามไปอย่างว่าง่าย

“มีอะไรเหรอ อลิซ” เขาถามด้วยความสงสัย แต่แววตาระริกด้วยแอบเห็นสิ่งที่เด็กสาวนำมา ห่อของขวัญที่น่าจะเดาได้ไม่ยากว่าเป็นช็อคโกแลตเพราะนี่เป็นวันวาเลนไทน์ เขาลอบสังเกตอาการของเธอด้วยความสงบ

อลิซก้มหน้าก้มตาหลบด้วยความเขินอายไม่กล้าสบตา เธอยื่นช็อคโกแลตทีถูกหอด้วยมืออันสั่นเทา พร้อมกับเสียงที่ออกมาจากปากก็สั่นไม่น้อยไปกว่ากัน “นี่ น ช็อคโกแลตค่ะ ช่วยรับไว้ด้วยนะคะ”

พูดได้แล้ว เธอพูดออกไปแล้ว แม้จะไม่มั่นคงแต่ก็แน่ใจว่าเขาต้องรับรู้ความรู้สึกที่เธออยากสื่อถึงได้แน่นอน

อลิซยังคงก้มหน้าอยู่ แต่หัวใจเต้นแรงขึ้นเมื่อมองดูไมเคิล เขารับห่อของขวัญมาก่อนจะถามเธอ “แกะเลยได้มั้ย”

เมื่อเห็นเด็กสาวไม่ตอบแต่พยักหน้าเบาๆก็ทำให้เขายิ้ม ของขวัญที่ถูกห่ออย่างสวยงามถูกแกะออกอย่างเบามือ ข้างในนั้นเป็นช็อคโกแลตรูปหัวใจที่เขียนว่า เขียนชื่อเขาแล้วยังมีคำสารภาพรักอีกด้วย ไปเคิลเงยหน้าขึ้นมามองเธอด้วยแววตาหวานซึ้งทำเอาหัวใจของอลิซเต้นระรัวราวกลองเลยทีเดียว

เขาค่อยเดินก้าวเข้ามาหาเธอก่อนจะกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหู “ฉันก็ชอบเธอมานานแล้วเหมือนกัน” แล้วลมหายใจที่ร้อนระอุที่ใกล้จนแทบจะเรียกได้ว่าชิด เขาคว้าตัวเธอมากอดแล้วก้มหน้าลงมาช้าๆทำให้เธอค่อยๆหลับตาลงรอรับสัมผัสอันแผ่วเบาที่กำลังจะเกิดขึ้น

ภาพสุดท้ายที่อลิซเห็นจากหางตาคือนางฟ้าตัวน้อยที่กำลังส่งยิ้มและโบกมือให้เธอ แล้วค่อยๆจางหายไป แม้จะเห็นเพียงเสี้ยววินาทีแต่เด็กสาวก็เชื่อว่านั่นคือ แองจี้แน่นอน

14 ก.พ. 1987

เสียงกรีดร้องของหญิงสาวท้องโตทำให้ชายหนุ่มสามีที่มาด้วยกันนั้นกระวนกระวายใจ เพราะนี่เป็นลูกคนแรกเขาและเธอทั้งคู่จึงทำอะไรไม่ถูก หญิงสาวถูกเข็นเข้าไปในห้องคลอดซึ่งชายหนุ่มถูกกันไว้ด้วยความเป็นห่วงจึงลืมไปว่าเข้าไปไม่ได้ นางพยาบาลยิ้มให้และปลอบใจว่าเธอจะต้องปลอดภัยแน่ๆก่อนจะเดินเข้าห้องไปเพราะคนที่เป็นสามีมักจะมีอาการเป็นห่วงภรรยาจนลืมมองทุกอย่างที่อยู่รอบตัว

เวลาที่ผ่านไปช่างนานแสนจนเหมือนนานนับปีสำหรับชายหนุ่มนั้นได้สิ้นสุดลงเมื่อเสียงร้องของทารกดังออกมาจากห้อง เขาลุกขึ้นและเดินไปรอที่หน้าห้องเพียงไม่นานหญิงสาวก็ถูกเข็นออกมา ส่วนพยาบาลนั้นอุ้มทารกไปทำความสะอาดตัวและดูแลที่ห้องอื่น เขาลืมนึกถึงลูกไปเพราะความเป็นห่วงหญิงสาวอันเป็นที่รักมากกว่า เขาเดินเคียงข้างไปกับเธอพร้อมกับจับมือเธอไว้แม้หญิงสาวจะไม่รู้สึกตัวเพราะความเหนื่อยอ่อนจากการคลอดลูก

หลังจากนั้นชายหนุ่มก็นั่งเฝ้าจนกระทั่งเผลอหลับเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ รู้สึกตัวเมื่อเสียงของเธอเรียกและสะกิดเขานั่นแหละ “ไมเคิล”

เขาลืมตาขึ้นมาก่อนจะเอามือปิดปากกลั้นหาว ส่งยิ้มให้เธอ “ลูกของเราเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายจ้ะ”

“ลูกผู้หญิงค่ะ”

ไมเคิลยิ้ม ไม่ว่าจะเป็นลูกชายหรือลูกสาวเขาก็รักทั้งนั้น “แล้วจะตั้งชื่อให้ลูกว่ายังละจ้ะ อลิซ”

ก่อนที่จะเข้าห้องคลอดนั้นอลิซคิดเพียงว่าให้รู้ก่อนว่าเป็นหญิงหรือชายแล้วค่อยตั้งชื่อ แต่ที่เธอหลับไปหลังคลอดเมื่อกี้ ความฝันนั้นก็ทำให้เธอได้ชื่อที่เหมาะสมที่จะตั้งให้ลูกแล้ว

นางฟ้าที่เคยมาช่วยเธอในการพยายามที่จะสารภาพรักครั้งแรกมาปรากฏตัวในฝัน ผมทอง นัยน์ตาสีฟ้า ร่าเริงและช่างพูด นางฟ้าตัวน้อยที่เคยเจอกันมาเมื่อนานมาแล้วส่งยิ้มให้ก่อนจะเอ่ยคำทำให้เธอรู้สึกยินดีอย่างที่สุด ‘ในที่สุด หนูก็รู้ว่าทำไมถึงได้ผูกพันและอาลัยที่สุดในคืนนั้น และตอนนี้เราก็ได้มาพบกันอีกแล้ว’

หญิงสาวยิ้มให้สามีก่อนตอบ “นางฟ้า แองจี้ค่ะ”

The end




 

Create Date : 22 มกราคม 2551    
Last Update : 22 มกราคม 2551 22:02:44 น.
Counter : 189 Pageviews.  


Whan14
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




สาวใส่แว่นผู้บ้าหนังสือ เขียนนิยายเวลาเกิดอยากจะเขียนซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะจบเมื่อไหร่ เพราะเปลี่ยนเรื่องเขียนเวลาที่เขียนไปได้ประมาณ 10 หน้า ก็เลยกลายเป็นสบายๆตามใจฉัน จบเมื่อไหร่ก็ช่างมัน ตอนนี้ใจโลเลหันไปทางทำงานเป็นบรรณธิการแล้ว
*************************************** เครื่องสำอาง,ครีมบำรุงผิว,ยาย้อมผม,กรรไกรตัดผม เบอร์สวย,เบอร์ดี,เลขมงคล,เบอร์สวย12call +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
Friends' blogs
[Add Whan14's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.