Group Blog
 
All blogs
 

Cambodia Trip Vol.1... Let's see Angkor Wat


ในทีสุดก็ได้ไปเยือน 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ซึ่งอยู่ในประเทศกัมพูชา ไม่ใกล้ ไม่ไกล จากประเทศไทยของเรานั่นเอง
กัมพูชาในเดือน พฤษภาคม ร้อนมากกกก ทำไมถึงได้ร้อนอย่างนี้.... บ่นๆๆๆๆๆๆๆๆ อากาศร้อนทำให้อรรถรสในการชมปราสาทลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากเราจะต้องรีบเดินเพื่อหลบแดด ไม่มีเวลาละเลียดดูนางอัปราเท่าใดนัก

ช่วงเวลาที่ควรจะไปชมนครวัดคือช่วงบ่ายและรอดูพระอาทิตย์ตกที่นครวัด รู้ทั้งรู้ แต่ก็ดันไปดูช่วงเช้า จึงทำให้ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปด้านหน้าเท่าไหร่ เพราะย้อนแสง ถ่ายมาไม่ค่อยสวย ก็เลยจะไปถ่ายรูปเก็บตกกันตอนช่วงเย็น แต่อนิจจา พระเจ้าช่วย กล้วยทอด ฝนตก ฟ้ามืด ก็เลยไม่ได้รูปตัวปราสาทแบบเต็มๆ สวยๆ กับเค้าสักรูป



ตรงประตูทางเข้าปราสาทเจอศิลปินน้อยมานั่งวาดรูป เพื่อขายแก่นักท่องเที่ยว


ประตูทางเข้าจะเริ่มเห็นนางอัปรา แต่ไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไหร่ อาจเป็นเพราะอยู่ตรงประตูทางเข้า ผู้คนจะเห็นและจับต้องได้ง่าย


นี่ก็อัปรา


เมื่อขึ้นไปบนปราสาทจะเห็นพระพุทธรูปแต่เศียรพระหายไปบ้าง ซึ่งบางส่วนก็ไปอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ที่กรุงพนมเปญ บางส่วนก็หายไปออกนอกประเทศ


ห้องพระพันหรือห้องพระพุทธรูป 1000 องค์
ซึ่งจะคงเหลือเฉพาะพระพุทธรูปหินทรายเท่านั้น ส่วนพระพุทธรูปที่มีค่า เช่นสำริด ทองคำ จะอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ที่กรุงพนมเปญ


อัปรา..... มีเยอะมาก แต่ละองค์มีรายละเอียดแตกต่างกันไป


ส่วนใหญ่ถ่ายแต่อัปรา......ชอบมาก














บรรยากาศรอบๆ ปราสาทนครวัด










 

Create Date : 16 พฤษภาคม 2549    
Last Update : 21 พฤษภาคม 2549 15:14:24 น.
Counter : 299 Pageviews.  

วิ๊ด วิ้ว จะไปเที่ยวนครวัดแล้ว........

ด้วยความชอบส่วนตัวทางด้านโบราณสถาน ( เดาอายุได้เลย ) กะจะซื้อทัวร์ไปตั้งหลายรอบแต่ไม่ค่อยมีเพื่อนคนไหนอยากไปด้วย ( มีแต่เพื่อนจ๊าบๆ ไม่ชอบแบบนี้ทั้งน้าน ) ก็เลยรอมาเรื่อยๆ จนกว่าจะมีเหยื่อ แต่วันนึงเข้า website airasia
เค้ามี promotion !!!! ไปกลับ 1,700 บาท ว้าว ... เอาเลย จอง 2 ที่ ไปกับเพื่อน 1 คน.... ตื่นเต้นค่ะ

ที่พัก..... จอง guesthouse ทาง website The villa siemrieb ในรูปดูดีเชียว ( จริงๆ จะเป็นยังไงเนี่ย... )
จองไปแล้วค่ะ 2 คืน คืนละ 400 บาท/คน/คืน จริงๆ แล้วราคาถูกกว่านี้ก็มีค่ะ แต่เนื่องจากไป พค. อากาศคงร้อนตับแลบ ต้อง backpack ไปเอง ไม่ได้ไปกลับทัวร์คงลำบากนิดนึง ฉะนั้น กลางคืน ขอนอนสบายๆ หน่อยแล้วกัน

วีซ่า ขี้เกียจไปขอที่ กทม. อ่านเจอเค้าบอกว่าไปขอที่สนามบินเลยก็ได้ นานหน่อย แต่ช่างมันเหอะ ไม่ได้แข่งเที่ยวเอาถ้วยรางวัล รอหน่อยเป็นไรไป
ปล. ค่าวีซ่า 1,000 บาท จ้า เตรียมไว้ด้วยน่ะเธอ

ภาษีสนามบิน .... 25 US ก้อประมาณ 1,000 นึง แพงเหมือนกันเนอะ......

และค่าอื่นๆ อื่นๆ อันนี้ไม่รู้แล้วล่ะ ขี้เกียจวางแผนเยอะ วางโครงไว้พอแล้ว detail เอาไว้ไปเจอเองตอนเที่ยวดีกว่า

ค่าตั๋วเข้าชมโบราณสถาน
ตั๋ว 1 วัน ราคา 20 เหรียญ
3 วัน ราคา 40 เหรียญ
7 วัน ราคา 60 เหรียญ
1 วันคงไม่พอแน่ๆ ไปทั้งที เอา 3 วันก็แล้วกัน จะได้เที่ยวแบบมีคุณภาพหน่อย....




ปล. แอร์เอเซียไปกลับ กรุงเทพ-พนมเปญ แล้วหาทางไปต่อเสียมเรียบด้วยรถประจำทางหรือเหมารถไปต่อจ้า....
ขอบคุณคุณ mac ที่เข้ามา comment ทำให้ได้แก้ไขข้อมูลเพิ่มเติมค่ะ





 

Create Date : 06 มีนาคม 2549    
Last Update : 21 พฤษภาคม 2549 14:26:25 น.
Counter : 188 Pageviews.  

อินเดียน่ะจ๊ะ นายจ๋า

ปลายปี 2004 มีโอกาสไปทัวร์อินเดีย
สามเหลี่ยมอารยธรรม เดลลี-อัครา - ชัยปุระ ข้อมูลก็หลงๆ ลืมๆ ไปบ้างแล้วล่ะ ดูรูปแล้วกันเนอะ มีบรรยายบ้างพอเป็นพิธีน่ะจ๊ะ....นายจ๋า follow me


หลังจากลงเครื่องที่เดลลี ไปทำอะไรที่นั่น จำไม่ค่อยได้ แล้วอ่ะ ข้ามไปเมือง ชัยปุระ ( จัยปูร์ , จัยเปอร์ , jaipur )
แห่งแคว้น ราชาสถาน ( Rajasthan )


เริ่มต้นที่ Amber palace


ขี่ช้างขึ้นไปบน palace


หมวกที่ใส่ไว้บนหัวหน่ะ



ใน palace สวยค่ะ


ให้บรรยากาศเหมือนเป็นนางในฮาเร็ม...


หากเค้าทำ light and sound น่าจะอลังการณ์น่าดู.....เนอะ

หากต้องการความรู้เพิ่มเติมอ่าน website นี้ได้น่ะค่ะ ขี้เกียจแปลเจรงๆ เข้าไปอ่านเองเต๊อะ
//www.webindia123.com/monuments/palaces/amber.htm



ต่อด้วย Agra fort อยู่ที่เมืองอัครา ( Agra ) แคว้นอุตตระประเทศ ( Uttar pradesh ) ไกด์แนะนำอะไรจำไม่ได้แล้วจ้านายจ๋า จำได้อย่างเดียวว่าเป็นที่คุมขังกษัตริย์
Shah jahal ผู้สร้าง Taj mahal จนวาระสุดท้ายของชีวิต ได้เฝ้ามอง Taj mahal จากห้องที่คุมขัง ณ.ป้อมแห่งนี้ จนสิ้นลมหายใจลง



ข้อมูลเพิ่มเติมตาม link
//www.webindia123.com/monuments/forts/agra.htm


และแน่นอนที่สุด สิ่งก่อสร้างที่สร้างความมหัศจรรย์แก่ชาวโลกที่อยู่เมือง Agra นั่นก็คือ Taj mahal นั่นเอง
และหากไปเที่ยวอินเดียวแล้วไม่ได้ไป Taj mahal ก็เหมือนไปหลวงพระบางแล้วไม่ไปวัดเชียงทอง.....
ไปดูช่วงเช้า หมอกลงหนามาก ถ่ายรูปมาไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ค่ะ แต่บรรยากาศดีมากๆ

เค้าเล่ากันว่าสถาปนิกผู้ออกแบบ Taj mahal หลังจากสร้างเสร็จแล้วก็โดนควักลูกตา, ตัดแขน , ตัดขา เพื่อไม่ให้ใช้มันสมองไปสร้างสิ่งก่อสร้างอื่นๆ มาเทียบเคียงรัศมี อันนี้เรื่องเค้าเล่าต่อๆ กันมาน่ะ ไกด์เล่าให้ฟัง ไม่รู้ว่าจริงอ่ะป่าว ถ้าจริงก็น่าสงสารเนอะ




Taj mahal อนุสรณ์แห่งความรัก สร้างโดยกษัตริย์ Shah jahal ราชวงศ์ Mughal ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พักแห่งสุดท้าย ( สุสานนั่นเอง ) ของราชินีองค์ที่ 2 พระนาง Mumtaz ซึ่งกษัตริย์ shah jahal ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่ง prince khurram ได้ตกหลุมรักทันทีที่ได้เห็นพระนาง ซึ่งขณะนั้นพระนางอายุ 21 ปี และทั้งสองพระองค์ได้มีบุตร , ธิดา รวมทั้งหมด 14 คน และได้เสียชีวิตลงเมื่อคลอดบุตรคนสุดท้าย ขณะนั้นอายุได้ 39 ปี
ก่อนเสียชีวิตพระนางได้กล่าวกับกษัตริย์ shah jahal เมื่อพระนางเสียชีวิตลง ให้กษัตริย์แสดงให้แสดงให้โลกเห็นว่าท่านรักพระองค์มากเพียงใดโดยสร้างอนุสรณ์แห่งความรักนี้ขึ้น
หลังจากนั้นกษัตริย์ก็สร้าง Taj mahal ขึ้น ตั้งแต่ คศ.1631 ถึง 1653 รวมการก่อสร้างทั้งหมด 22 ปี คิดเป็นมูลค่า 32 ล้านรูปี (300 กว่าปีก่อน เป็นมูลค่าที่เยอะมากๆ ) ใช้คนงานทั้งหมดเกือบ 20,000 คน สถาปนิกชาวเปอร์เซีย ชื่อ Ustad Isa เป็นผู้ออกแบบ Taj mahal นี้ และมีช่างฝีมือหลายคนมากจากเปอร์เซีย, ฝรั่งเศส, อิหร่าน , อิตาลี ,ตุรกี ( รวมช่างฝีมือหลายชาติจริงๆ )
ส่วนวัตถุดิบที่ใช้ในการสร้าง อาทิหินอ่อนสีขาว มาจากเมือง Jodhpur และอิฐ หิน ดิน ทราย มาจากที่อื่นๆ อีกมากมาย อาทิ Baghdad, Punjab, Igypt, Russia, Golconda, China, Afghanistan, Ceylon, Indian ocean and Persia และรูปแบบสิ่งก่อสร้างเป็นแบบสถาปัตยกรรมเปอร์เซีย , ผสมเอเซียกลาง , ผสมอิสลาม


เค้าว่ากันว่า .... กษัตริย์ Shah jahal คิดจะสร้าง Black taj mahal ด้วยหินอ่อนสีดำ เพื่อเป็นสุสานของพระองค์เอง ทำให้ลูกชายพระองค์ในขณะนั้นและเป็นกษัตริย์องค์ต่อมา ต้องจับพ่อขังไว้ที่ Agra fort เพื่อไม่ให้พ่อคิดจะสร้าง Taj mahal ขึ้นมาอีก เพราะต้องใช้เงินสร้างอีกเยอะ ขณะที่ประชาชนอดยาก ยากแค้นอยู่......

แปลจาก website
//www.webindia123.com/

300 กว่าปีต่อมา ....อินเดียก็นำเงินเข้าประเทศจาก Taj mahal ได้มากมาย บวก ลบ คูณ หาร กันแล้ว คุ้มกับ 32 ล้านรูปี แล้วยังน้อ..............

ว่าแล้วบ้านเราก็มาสร้างอะไรที่ใหญ่บึ้มๆ สวยสุดๆ กันดีกว่าเผื่อต่อไปจะได้หาเงินเข้าประเทศได้ง่าย ลูกหลานจะได้สรรเสริญบรรพบุรุษ...( อย่างที่อาจารย์เฉลิมชัย จะสร้างวัดร่องขุ่นให้เป็นศิลปร่วมสมัยไง.... เอาไว้ติดตามตอนต่อไปน่ะคร๊าบบบบบบ )









 

Create Date : 01 มีนาคม 2549    
Last Update : 21 พฤษภาคม 2549 14:14:01 น.
Counter : 207 Pageviews.  

ตะลอนไป....หลวงพระบาง

หลังจากเข้าไปดูกระทู้ blueplanet แล้วก็เกิดความกระหายอยากไปกะเค้ามั่ง เลือกเอาหลวงพระบางนั่นหล่ะ เหตุผล 1. ไปง่ายดี 2. คงไม่แพงมาก 3.เราคงพอพูดกับเค้ารู้เรื่องบ้างล่ะไทย-ลาว พี่น้องกัน ได้เวลาลุยกับ backpack ครั้งแรกแล้วล่ะ
Let's go yahooooo

นั่งรถทัวร์หลับๆ ตื่นๆ จากกรุงเทพไปหนองคาย ข้ามด่านไปที่เวียงจันทน์ ( Viantiane ) อ่านยังไงๆ ก็เวียนเทียนเนอะ ถึงจะเป็นทางผ่านแต่ก็แวะเก็บรายละเอียดเยอะเลยดูกันเร้ว....

วัดศีรษะเกด






ต่อด้วยพระธาตุคู่บ้านคู่เมืองเวียงจันทน์


บริเวณรอบๆ


จะเห็นก้อนข้าวเหนียวทั่วไปตามวัดวาอาราม เป็นเครื่องเซ่นบูชา



จากนั้นนั่งรถไปวังเวียงด้วยคันนี้ล่ะค่ะ 4 ชม.จากเวียงจันทน์




บรรยากาศก็ประมาณนี้ มีลำน้ำซองไหลผ่าน ถึงก็เย็นแล้วไม่ได้ทำกิจกรรมอะไรเยอะ ถ้ำก็ไม่ได้ไป, ฝรั่งเยอะมาก จะมีล่องห่วงยาง น่าหนุกๆ



นอนวังเวียง 1 คืน กลางคืนมีงานแสดงศิลปะวัฒนธรรม ของแต่ละหมู่บ้านแข่งกัน เค้าจะตั้งใจกันมากเลยล่ะ




จากวังเวียงไปหลวงพระบาง ทางขึ้นเขาแถวคดเคี้ยวหลายโค้งเลยล่ะ มึนตึ๊บ มึนตึ๊บ
ถึงหลวงพระบางเกือบ 5 โมงเย็น นั่งรถเกือบ 8 ชม.แน่ะ เดินหาที่พัก guesthouse เยอะไม่ต้องรีบ ถ้าไม่ใช่ช่วงปีใหม่ หรือสงกรานต์ ไปหาเอาดาบหน้าได้เลย มีเพียบ ถูกอีกต่างหาก



กว่าจะหาที่พักได้ก็เย็นย่ำ เกือบมืดพอดี ก็ไปเที่ยวนี่เลย ตลาดมืด มืดเจรงๆ
ปิ๊งหนุ่มด้วยล่ะ น่าร๊าก น่ารัก ดช.ซึ่นเหน่ ณ. หลวงพระบาง




เช้าแรก ณ.หลวงพระบาง ตื่นขึ้นมาก็หิวแล้ว


ไปหาอะไรกินกันก่อนสิค่ะ กองทัพต้องเดินด้วยท้อง
ร้านกาแฟชื่อดัง ที่คนไทยต้องแวะ ร้านกาแพประซานิยม
กับแก๊งค์ แฟนฉัน





ไปเที่ยววัดกัน
นี่เลย วัดเชียงทอง ใครไม่มาก้อไม่ถึงอ่ะสิ เพราะไม่มีรูปมาอวดนิ



วัดเชียงทอง อีกสักรูปน่ะ เป็นบริเวศประตูโกศเมี้ยน
สวยน่ะ ว่ามั๊ย



ขึ้นพระธาตุพูสี oh my god !! Harry porter



โอ้ ได้สาระจริงๆ blog ชั้น ...เหนื่อยแล้ว เพิ่งรู้ว่าการทำ blog ก็เหนื่อยเหมือนกันน่ะ มัวแต่ไปอ่านของชาวบ้านเค้าตั้งนาน รู้ซึ้งแล้วล่ะ ขอจบ trip หลวงพระบางเอาดื้อๆ อย่างนี้เลยน่ะ อ้อขากลับวิญญาณคุณนายเข้า อิชั้นไม่ยอมนั่งรถกลับแล้วล่ะ คิดถึง 12 ชม.ที่ต้องอยู่บนรถบนถนนคดเคี้ยว มันก็น่ากลัวเหมือนกัน ก็เลย ทุ่มทุนบินกลับด้วยการบินลาว
จากหลวงพระบางไปเวียงจันทน์ ประมาณ 2,500 บาท
หมดไปทั้งหมดไม่เกิน 6,000 บาท รวมค่ารถจาก กรุงเทพ ค่าทุกสิ่งทุกอย่าง เช่น ค่าปี้ ( ค่าตั๋ว ) , ค่ากิน, ค่าที่พัก เพราะ guesthouse ก็คืนละ 100-200 อีกทั้งไม่ได้ shop อะไรมาก (เพิ่งเปลี่ยนพฤติกรรมเมื่อไม่นานมานี้เอง ) เน้นเที่ยว , กิน ,นอน , ถ่ายรูป


การได้ห่างจากการติดต่อ ไม่มีโทรศัพท์มือถือ , ไม่มีใครคุย , ไม่ต้องทำงาน , ไม่ต้องประชุม , ไม่เจอเจ้านาย-ลูกน้อง ก็ดีน่ะ ลองดูสิ แล้วจะชอบ





 

Create Date : 28 กุมภาพันธ์ 2549    
Last Update : 21 พฤษภาคม 2549 14:36:19 น.
Counter : 656 Pageviews.  

1  2  

ZAZA501
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ZAZA501's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.