[Japan2012] ขึ้นเขาตะลุยหิมะที่ Unoyama เมือง Suzuka 24 มีนาคม 2012

วันนี้อาเอิ้นจะพาขึ้นกระเช้าไปตามหาหิมะกันค่ะ  เราจะไปกันที่ Unoyama ค่ะ ต้องขับรถไปเกือบ 1 ชั่วโมงกันทีเดียว

เช้านี้อากาศขมุกขมัวพิลึก  เมฆมากค่ะ  ภาพถ่ายจากหน้าบ้านค่ะ  นักท่องเที่ยวยังอยู่ในชุดนอน

มองไปด้านซ้าย

มองไปด้านขวา

แล้วสักพักฝนก็ตกปรอยๆ ลงมาให้ชื่นใจ  เฮ้อ!

 

หม่ำๆ ข้าวเช้ารองท้องกันก่อนดีกว่าค่ะ   

มื้อเช้าจัดเต็มค่ะ

โฉมหน้าแม่ครัวสุดสวย

 

เริ่มออกเดินทางกันเลยค่ะ   วันนี้อาเอิ้นเป็น พขร.  มีกองเชียร์อีก 2 คน  และตากล้องผู้ไม่ประสงค์จะออกนามอีก 1 คน

วิวสองข้างทางสวยดีค่ะ   แต่ฝนเอย จะตกลงมาทำไม๊

ดอกบ๊วย เห็นอยู่ไกลๆ

ต้นซากุระเห็นอยู่ใกล้ๆ

ฝนหยุดตกแล้ว แดดมาแทนที่  แดดแรงมากๆ   (ก็ยังดีกว่าฝน อิๆ)

อาเอิ้นขับมาไกลแล้ว แอบงงเส้นทาง  แวะปั๊มดีกว่า เติมน้ำมันและถามทางด้วย

ถามเส้นทางก่อนเติมน้ำมัน  เด็กปั๊มบอกว่าจะไปวาดแผนที่มาให้แล้วก็หายไป  เติมน้ำมันเสร็จแล้วเด็กปั๊มคนนั้นก็ยังไม่มา

รอ ร๊อ รอ  ถามเด็กปั๊มอีกคน  บอกว่า  กำลังหาแผนที่ให้อยู่  ... งั้นรอต่อไป

เด็กปั๊มกลับมาแล้ว พร้อม print แผนที่จาก google earth ซะด้วย  สุโค่ยยย!!  นายแน่มาก

 

ขับต่อไปเรื่อยๆ  ภูเขาข้างหน้านี่แหล่ะ  ใกล้ถึงแล้วว เย้ๆ

กองทัพต้องเดินด้วยท้อง  อาเอิ้นบอกว่า ราเม็งข้างบนไม่อร่อย เลยแวะหม่ำๆซูชิที่ร้านนี้ก่อนแล้วกัน

ดูความไม่ธรรมดาของร้านซูชิร้านนี้กันดีกว่าค่ะ (ร้านอื่นไม่รู้ว่าเป็นแบบนี้หรือเปล่านะคะ)

อาหารปกติจะมาตามสายพานแบบบ้านเรานี่แหล่ะค่ะ (บ้านเราคงไปเลียนแบบบ้านเค้าเนอะ)

ส่วนอาหารนอกเหนือจากสายพานต้องสั่งค่ะ ก็เหมือนบ้านเราอีกแหล่ะ แต่ความต่างมันอยู่ตรงนี้

สั่งอาหารต้อง touch screen แบบนี้นะ  ถ้าอ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออก ก็มีภาษาอังกฤษให้

เสริฟอาหารก็ต้องอย่างนี้เลย  ด่วนมาในชิงกันเซ็น จอดตรงป้าย(ถูกโต๊ะ)ด้วยค่ะ (น้องอาชอบมากๆ)

แต่อาหารจานร้อนต้องใช้คนเสริฟค่ะ  คงจะกลัวอุบัติเหตุเนอะ

สองพี่น้อง

ครอบครัวตัว "อ."

ถ่ายจากหน้าร้าน  ภูเขาลูกนี้แหล่ะที่เรากำลังจะไปลุย   อาเอิ้นบอกว่าเหมือนจะมีหิมะ  ส่วนพ่อรามบอกว่าน่าจะเป็นหมอก  ... อย่างนี้ต้อง ตามไปดู

ใกล้ถึงแล้ว

รถน้อยดีจริงๆ   แต่ถนนสองเลนมีเส้นทึบแบบนี้ ถ้าเจอรถคุณลุงคุณป้าที่ขับช้า  รถก็ติดเป็นขบวนยาวเลยค่ะ  เพราะเค้าจะไม่แซงเลยค่ะ  แม้ว่าจะไม่มีรถสวนมาก็ตาม   ... นับถือวินัยชาวญี่ปุ่นจริงๆ

ถึงแล้วค่ะ  

ซื้อตั๋วกันเลย  เจ้าหน้าที่บอกว่า ข้างบนหิมะกำลังตก .... ว้าววววววว ตื่นเต้นๆ

ถ่ายภาพระหว่างรอขึ้นกระเช้า

ได้เวลาขึ้นกระเช้ากันแล้วค่ะ

มีเพื่อนร่วมทางเต็มกระเช้าเลย

ขอย้ายที่นั่งเพื่อถ่ายรูปหมู่

น้องอาชี้ให้ดูรุ้งกินน้ำค่ะ (เพิ่งเคยมองลงมาแล้วเห็นรุ้งกินน้ำค่ะ  ปกติต้องมองขึ้นไปบนฟ้าเนอะ)

ยิ่งสูงยิ่งหนาว  อุ๊ย เห็นอะไรสีขาวๆ อยู่ด้านซ้ายมือ (ณ เวลานี้ อาเอิ้นและพ่อรามอยากจะขอย้ายที่นั่งคืน ฮ่าๆๆๆ)

ซูมด่วน ... นึกว่าเกลือ (แอบบ้านนอกนิดนึงค่ะ)

ตอนนี้รอบกระเช้ามีแต่หมอก และ หิมะค่ะ

ถึงแล้วค่ะ  ออกจากกระเช้าจะเจอที่เปลี่ยนรองเท้าบูทค่ะ

อาเอิ้นเตรียมน้องอาให้พร้อมค่ะ  ทั้งผ้าพันคอและแปะเจลร้อนรอบตัวและมือ

อาเอิ้นบอกว่า หนาวจริงๆ นะ

ส่วนเด็กคนนี้ หน้าตาและท่าทางพร้อมลุยเต็มที่

ให้ถ่ายรูป ก็ยังจะเล่นหิมะ

ถูกใจเค้าจริงๆ

ขาวโพลน จนแสบตา  .. รูปนี้ดูเหงาๆ เนอะ

พยายามจะเล่นหิมะให้ได้ 

ลมเริ่มมา หิมะเริ่มตกแรง

เกลือติดเสื้อ ฮ่าๆๆๆ

ท่าไม้ตาย

หมอกลงจัด

แม่คะนิ้ง ??

กระเช้าลง snow board ปิด ต้องเดินไป 

ภาพคลาสสิค

snow board ปิดให้บริการซะแล้วค่ะ   หิมะตกหนัก

เป็นห่วงกล้องมากๆ แต่ก็ยังอยากถ่าย   ตอนนี้กล้องตัวเล็กเจ๊งไปแล้วเรียบร้อยค่ะ

คนไทยไม่เคยเห็นตุ๊กตาหิมะ  หยุดมุงซะหน่อย

หิมะเริ่มตกแรง ลมแรงมากๆ ค่ะ  เจ้าหน้าที่ประกาศให้กลับเข้าอาคาร

ทีมเราลงกระเช้าพร้อมกับเจ้าหน้าที่ Unoyama เลยค่ะ 

วัดอุณหภูมิได้ 6 องศาเซลเซียสค่ะ

พอลงจากเขามาก็เจอไร่ชาเขียวกว้างใหญ่ค่ะ

 

คืนนี้เรามีนัดทานอาหารกับครอบครัวน้องยูริจังค่ะ

เราไปทานกันที่นี่ค่ะ จำชื่อร้านไม่ได้  ตกปลาจากบ่อมาทำกันสดๆ ค่ะ

รอคิวนิดนึง

ครอบครัวน้องยูริจังค่ะ

แอบดูเค้าตกปลากัน

ย่างกันสดๆ

แซบอีหลี

มื้อนี้อิ่มอร่อยจริงๆ ค่ะ

 

พรุ่งนี้เราจะไปวัด Isejingu ค่ะ ^^

 




Create Date : 11 เมษายน 2555
Last Update : 11 เมษายน 2555 23:32:41 น.
Counter : 522 Pageviews.

5 comment
[Japan2012] จากโตเกียว ไปนาโงย่า 23 มีนาคม 2012

วันนี้เราต้องไปเยี่ยมชมพระราชวังอิมพีเรียลเวลา 13:30 น. ซึ่งได้ทำการ register online แล้วผ่านเวปไซต์ของพระราชวังอิมพีเรียลค่ะ ( เราต้องไปให้ถึงพระราชวังอิมพีเรียลก่อนเวลา 10 นาที)  โดยจะมีเจ้าหน้าที่มาทำการบรรยายระหว่างเยี่ยมชมค่ะ (เป็นภาษาญี่ปุ่น)  แต่ก็โอเคนะคะ ได้เข้าไปชมบรรยากาศภายในพระราชวังบางส่วน แต่วันนี้่งดเยี่ยมชมสวนฝั่งตะวันออกค่ะ

เรามีเวลาว่างตั้งแต่เช้าถึงเที่ยง โดย check-out ออกจากโรงแรมตั้งแต่ 9 โมงเลยค่ะ แล้วฝากกระเป๋าทั้งหมด 1 ใบโตๆเอาไว้ (ทางโรงแรมกำหนด late check out 11 โมงค่ะ)   เรากำหนดไว้ว่าถ้าชมพระราชวังเสร็จแล้ว ก็จะเดินทางไปนาโงย่ากันค่ะ

สมบัติที่นำมา มีเพียงแค่นี้

แล้วเราก็เริ่มออกเที่ยวฆ่าเวลากันค่ะ   พระเจ้า!! ฝนตกปรอยๆ  แงๆ  เซ็งมากมาย 

แต่เราก็ไม่ท้อค่ะ อยู่ใต้ฟ้าอย่ากลัวฝน ( แงๆ )   ออกไปช้อปปิ้งล่ะกัน  นี่เลย Akihabara  ตามหาของตามใบสั่งให้ครบให้ได้

บรรยากาศเหงาๆ ในห้องคนขับ JR Yamanote ค่ะ

มาถึง Akihabara ก็ยังมีฝนตกอยู่  เดินตามหาห้างดองโคชิเตะ อะไรประมาณนี้แหล่ะค่ะ  ห้างเล็กแต่ของเยอะมากค่ะ  เอาใบสั่งไปให้พนักงานดู  ... ไม่มีของซะงั้น  อกหักดังเป๊าะเลย

เอาไงดี  อกหักซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างนี้ .... 

... รูปก็ถ่ายไม่ได้

.... ฝนก็ตก

.... ของช้อปปิ้งก็ไม่มี

ถ้าฝนยังตกถึงบ่ายโมง แล้วจะทัวร์พระราชวังอิมพีเรียลกันได้ป่าวเนี่ย  ปรึกษากันแล้ว  ไปนาโงย่าโลด  ไม่ทัวร์พระราชวังแล้ว  งอลลลลลล

กลับมาถึง Shinagawa station  พี่รามอาสาเป็นพระเอกเดินไปเอากระเป๋าที่โรงแรม ปล่อยลูกเมียให้รอที่สถานี  เมียก็ดีมากมาย  ช้อปปิ้งในสถานีระหว่างรอซะเลย ครุคริ

สรุปว่า ได้โตเกียวบานาน่ามา 10 กล่องค่าาาาา  ถ้าไม่คำนึงถึงกระเป๋าที่เอามาใบเดียว  (จะแบกโตเกียวบานาน่ากลับไงหว่า)  คงจะเหมามาหมดร้านกันเลยทีเดียว

เมื่อคณะเดินทางพร้อมแล้ว ก็เดินหาที่ซื้อตั๋วชินกันเซ็นกันค่ะ 

ภาพน้องอาระหว่างรอซื้อตั๋วค่ะ ( รอตั๋วประมาณ 10-20 นาทีกันเลย เช็คหาที่นั่งค่ะ แต่ที่นั่งด้านขวาที่มองเห็นวิวภูเขาฟูจิเต็มซะแล้ว)

ได้ตั๋วมาแล้วค่ะ  คนละ 10,980 Yen  ส่วนน้องอาครึ่งราคาค่ะ

ต่อไปก็วิ่งหา gate ค่ะ เพราะมีเวลาเหลือแค่ 20 นาที รถไฟก็จะมาแล้ว

โชคดีค่ะ วิ่งถึง gate เร็ว เลยได้ถ่ายภาพกับเจ้ารถไฟหัวกระสุนสุดหล่อหลายภาพเลยค่ะ

รถไฟชินกันเซ็นมาทุกๆ 5 นาทีค่ะ เริ่มเบื่อแล้ว ถ่ายนายสถานีบ้างไรบ้าง

รถไฟมาแล้วค่ะ ขึ้นรถไฟกันเลยค่ะ

เจอปัญหาตั้งแต่เข้ารถไฟกันเลยค่ะ เพราะของฝากจากเมืองไทย อันประกอบด้วยปลาร้า หอยดอง ของสดอื่นๆที่บรรจุไว้ในกล่องพลาสติกใบใหญ่ถูกย้ายจากกระเป๋าเดินทางมาไว้ในใต้ท้องรถเข็นของน้องอาค่ะ  (ผ่าน ตม เข้าประเทศได้แล้วไม่ต้องหลบๆซ่อนๆไว้ในกระเป๋าเดินทางอีกต่อไป) ทีนี้ลืมคิดไปว่า ตอนขึ้นรถไฟจะต้องพับรถเข็นด้วย   โชคดีที่รถเข็นของน้องอามีขนาดพอดีกับทางเดินภายในรถไฟค่ะ  เลยเข็นเข้าไปได้เลย  แต่ก็ต้องเสียเวลาเก็บถุงต่างๆ ที่ห้อยอยู่กับก้านร่มของรถเข็น เพราะมันจะเข็นผ่านเข้าไปไม่ได้ค่ะ ชาวญี่ปุ่นที่ต่อคิวเข้ารถไฟคงด่าอยู่ในใจแน่เลย ... เค้าขอโทษนะ

สภาพเลยเป็นแบบนี้ค่ะ ... ไม่ได้พับรถเข็น

โชคดีค่ะ ที่เบาะหน้าไม่มีคนนั่ง  ไม่งั้นเค้าจะเอนเบาะมาไม่ได้เพราะติดเจ้ารถเข็นคันนี้แหล่ะค่ะ  รู้สึกผิดตลอดการเดินทาง

บรรยากาศภายในรถไฟชินกันเซ็นค่ะ

เจ้าหน้าที่ที่มาตรวจตั๋วเค้าจะต้องโค้งคำนับก่อนเข้าโบกี้และโค้งคำนับหลังจากออกจากโบกี้ด้วยค่ะ  สุภาพมากๆ

ประตูแต่ละโบกี้ก็จะเป็นประตูอัตโนมัติ มีช่องระหว่างโบกี้สำหรับให้ผู้โดยสารคุยโทรศัพท์ค่ะ จะได้ไม่รบกวนผู้โดยสารท่านอื่น (ดีจัง)  ภายในห้องโดยสารจึงเงียบมากๆค่ะ 

ห้องน้ำก็จะแบ่งเป็น 2 แบบด้วยค่ะ  เลือกใช้ตามความถนัด

ออกจากโตเกียวประมาณ 1 ชั่วโมง ให้มองด้านขวาจะเจอภูเขาฟูจิ ... เอิ่ม ฝนตกค่ะ  เจอวิวแบบนี้ตลอดทางเลย  แงๆ   ฟูจิจ๋า ไว้เจอกันคราวหน้านะจ๊ะ

ใช่ไม๊น๊า

สองพี่น้องคู่นี้ เดินทางกันเองค่ะ เก่งจัง  อาเอิ้นยกนิ้วให้เลย

ประมาณ 1.5 ชั่วโมงก็ถึงนาโงย่าค่ะ

ต้องซื้อตั๋วรถไฟ เดินทางต่อไปยัง Ise

รถไฟขบวนนี้เล็กกว่าชินกันเซ็นอีกค่ะ  T________T  พระเจ้า !!  มีปัญหากับรถเข็นอีกแล้วค่ะ

คราวนี้รถเข็นเข้าไม่ได้เลยค่ะ   แถมน้องอาหลับคารถเข็น   ผู้โดยสารที่จะเข้าโบกี้เดียวกันติดเราหมดเลยค่ะ  เข้ารถไฟกันไม่ได้  

อาเอิ้นเลยหิ้วน้องอาลงจากรถเข็นมานอนบนเบาะรถไฟ แล้วอรเอารถเข็นออกไปจอดไว้ตรงช่องว่างระหว่างโบกี้  เฮ้อ ... ขอโทษอีกรอบนะคะเพื่อนร่วมทาง   กระเหรี่ยงเดินทางไกล ของเยอะแยะเต็มไปหมด

แล้วก็เดินทางต่อด้วยรถไฟอีกขบวนค่ะ เพื่อไปสถานี Chisato

เจอคุณยายอายุ 93 ปีบนรถไฟค่ะ  คุณยายเดินทางไปหาหมอเอง  สุโค่ยยยย

ถึงสถานี Chisato แล้วค่ะ  ที่อาเอิ้นบอกว่า บ้านน๊อก บ้านนอก

ฝนยังตกอยู่ค่ะ  อาเอิ้นใส่เสื้อกันฝนฝ่าออกไปเรียกแท๊กซี่  ส่วนน้องอายังนอนหลับสบายในรถเข็นอยู่อย่างต่อเนื่อง

เราเข้าแท๊กซี่พร้อมกันไม่ได้ค่ะ  เพราะห้ามผู้โดยสารนั่งเบาะหน้าคู่คนขับค่ะ

อรกับอาเอิ้นไปกับแท๊กซี่ก่อนพร้อมกระเป๋าเดินทาง   เหลือพี่ราม น้องอาและรถเข็น รออาเอิ้นมารับ

ถึงบ้านแล้ว ออกไปช้อปปิ้งซื้อของสดๆ ในซุปเปอร์มาเก็ตใกล้บ้านมาทำอาหารเย็นกันค่ะ

สตอเบอรี่สดๆ  น่าเหมาให้หมดเลยค่ะ

คุณรามเลือกซื้อส้มค่ะ  ใบใหญ่ม๊ากกก

เห็นปลาสดๆ แล้ว น้ำลายไหลค่ะ  ราคาไม่แพงด้วย

มื้อนี้อาเอิ้นลงมือทำชาบูค่ะ  อร่อยมากกกกก

 

พรุ่งนี้เราจะขึ้นเขา ไปลุยหิมะกันนะคะ  ^^

 




Create Date : 05 เมษายน 2555
Last Update : 5 เมษายน 2555 23:48:38 น.
Counter : 1821 Pageviews.

2 comment
[Japan2012] เที่ยวพิพิธภัณฑ์รถไฟ(Railway museum) ที่ไซตะมะ 22 มีนาคม 2012

ด้วยความที่น้องอาชอบรถไฟมากๆ   เมื่อเราค้นเจอว่าที่ญี่ปุ่นมีพิพิธภัณฑ์รถไฟน่าสนใจอยู่ที่ไซตะมะ  ต้องตามไปดูค่ะ

เราต้องเดินทางขึ้นเหนือไปตามเส้น Keihin สายสีฟ้า ไปลงที่ Omiya station แล้วต่อรถไฟสาย New Shuttle ค่ะ

พร้อมออกเดินทางกันแล้วค่ะ

เราเดินทางมาเรื่อยๆ  สักพักจึงสังเกตว่า สถานีที่เราผ่านมาเรื่อยๆ ไม่ได้อยู่ในเส้นทางที่เรากำลังจะไปค่ะ  แล้วก็ถึง Yokohama station    แม่เจ้า  เราเดินทางลงใต้ค่ะ

รีบกระโดดลงจากรถไฟเลยค่ะ แล้วเปลี่ยนทิศขึ้นไปทางเหนือ

แต่ สายสีฟ้าเนี่ย ผ่านหลายสถานีมากๆ ค่ะ  กลัวจะเสียเวลา เพราะเสียเวลากับการเดินทางลงใต้มาเกือบชั่วโมงแล้วค่ะ  ก็เลยเปลี่ยนมาวิ่ง JR สายสีส้มที่ Ueno station ค่ะ

(ถ้าเปลี่ยนเป็น JR สายสีแดง ตั้งแต่ Yokohama station ก็จะไม่เสียเวลามากขนาดนี้ค่ะ)

การหลงทางของเช้าวันนี้ตามเส้นประสีดำ นะคะ

ออกจาก Omiya station ก็ตามหา New Shuttle Station กันต่อค่ะ 

ป้ายบอกให้ลงลิฟท์ เราก็ลงลิฟท์ แล้วก็งง เพราะป้ายหายไปเฉยๆ  เลยถามคนขายของแถวนั้น เค้าบอกให้ขึ้นบันไดเลื่อน (เอ๊า เชื่อๆ)  พอขึ้นบันไดเลื่อน ก็พบว่า มันเป็นจุดเดียวกับที่ลงลิฟท์มาตะกี๊ (เอ๊า ไรเนี่ย)   มองหาป้ายไปรอบๆ เจอแล้วค่ะ  มี Railway museum บอกไว้ด้วยค่ะ ไม่หลงทางแน่ๆ

นั่ง New Shuttle เพียงสถานีเดียวก็ถึง Railway museum แล้วค่ะ  (190 Yen)

ทางเข้า Railway museum ค่ะ

เด็กๆ มากันเยอะแยะเลยค่ะ  ชักน่าสนใจแล้วสิ

น้องอาสนใจมากค่ะ

คันใหญ่ๆ ก็มีค่ะ

แต่น้องอาชอบโมเดลรถไฟมากกว่าค่ะ

หัวรถจักรไอน้ำค่ะ

ฟังบรรยาย

ชมภายนอก

ชมภายใน

เดินจนเมื่อยค่ะ  นั่งพักในขบวนนี้ดีกว่า

น่าจะเป็นขบวนพระที่นั่งค่ะ  สวยงาม หรูหรา

มีห้องแสดงการเดินรถไฟสายต่างๆ ด้วยค่ะ  จำลองได้ดีมากค่ะ  แต่ฟังผู้บรรยายไม่ออกนะคะ เพราะบรรยายเป็นภาษาญี่ปุ่น

ดูชินกันเซ็นกันใกล้ๆ

ออกจากห้องแสดงรถไฟจำลองแล้ว  มาดูภาพบรรยากาศจากมุมสูงค่ะ

พิพิธภัณฑ์นี้ยังมีจุดสนใจภายนอกอีกนะคะ 

นี่เป็นรถไฟขบวนเล็กๆ สำหรับเด็กค่ะ  ให้เด็กได้เป็นผู้ขับรถไฟเอง สอนสัญญาณจราจรด้วยค่ะ   ซื้อบัตรราคา 200 Yen แต่บัตรมีจำกัดค่ะ  และต้องซื้อแต่เนิ่นๆ   (บางคนซื้อตั้งแต่เช้า แต่ได้คิวขับรถไฟตอน 4 โมงเย็นเลยค่ะ  ที่รู้เพราะเค้าเอาบัตรมาขายต่อให้ค่ะ)

 

มีรถจักรไอน้ำของจริง  ขับมาให้ชมกันด้วยค่ะ  ผู้ใหญ่ยังตื่นเต้นเลยค่ะ

ถ่ายภาพก่อนกลับค่ะ (น้องอาหลับอีกแล้ว)

 

 

 

 

ขากลับจาก Omiya station ไป Shinagawa station  เรานั่ง JR สายสีแดงค่ะ   มาลงที่ Osaki station แล้วต่อ Yamanote line มาลงที่ Shinagawa ค่ะ  คราวนี้เร็วปรู๊ดปร๊าดเลยค่ะ  เพราะจุดจอดน้อยมากๆค่ะ 

การเดินทางด้วยรถไฟที่ญี่ปุ่นช่างสะดวกสบายจริงๆ ค่ะ

มาถึงโรงแรมแล้วค่ะ

คืนนี้เรามีนัด dinner กับ Hirano San อีกครั้งค่ะ

ปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นค่ะ  เนื้ออร่อยมากๆ

 

พรุ่งนี้เราจะไปนาโงย่ากันแล้วนะคะ

 




Create Date : 02 เมษายน 2555
Last Update : 2 เมษายน 2555 21:45:57 น.
Counter : 2107 Pageviews.

2 comment
[Japan2012] Disney Sea 21 มีนาคม 2012

วันนี้ตัดสินใจไป Disney Sea กันค่ะ   ลุย!!

เราต้องนั่งสายสีแดง Keiyo line ค่ะ

ไกลพอสมควรค่ะ

ถึงซะที  โชว์รูปอาเอิ้นคนสวยก่อน

รูปน้องอา (ลอย บ่ จม)

นั่งโมโนเรลไป Disnay Sea กันค่ะ  (แต่ถ้าไป Disney Land ไม่ต้องเสียเงินนั่งโมโนเรลค่ะ)

สองพ่อลูกช่วงชิงเก้าอี้ด้านหน้าสุดของโมโนเรลสำเร็จค่ะ  เห็นวิวชัดเจน

รถจอดตรึม!!  โอว จะต้องต่อคิวนานไม๊เนี่ย   ขอให้พวกเค้าไปที่ Disneyland สาธุๆ

คราวหน้ามาพักโรงแรมในดีสนีย์รีสอร์ทดีกว่า ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางเนอะๆ

ใกล้แล้ว ใกล้แล้ว  อีกโค้งสุดท้าย

ผ่านโค้งมาเจอป้าย  ยังไม่ถึงอีกแฮะ

ถึงเมืองไทยแล้ว เย๊ย!!!   ไม่ใช่ๆ   ถึงสัญลักษณ์ของ Disney Sea ตะหาก  หมุนมาเจอขวานทองของไทย พอดี๊พอดีค่ะ  แหร่ม

สองพ่อลูก

ซื้อตั๋วกันแล้ว คนละ 6,200 Yen (น้องอาฟรีอีกแล้ว น่าอิจฉามากมาย)

ประเดิมด้วยอาเอิ้น (รอขวานทองไม่ได้ เพราะมีคิวค่ะ)

ครอบครัวตัว "อ." บ้าง

ภาพบรรยากาศสวยๆ ภายใน Disney sea ค่ะ 

ต้องมีนายแบบ นางแบบบ้าง ไรบ้าง

ถ่ายรูปกันเข้าไป  ไม่เน้นเล่นเครื่องเล่นค่าาาา

มุมนี้ก็สวย

มุมนี้ก็งาม

มุมนี้มีลาวาไหลออกมาด้วยนะเออ

นั่งรถไฟ ไปที่ไหนกัน (เรียกไม่ถูกค่ะ)

มาถึงแล้วค่ะ 

คนเยอะม๊ากกก  เสาร์อาทิตย์จะเหยียบกันไม๊เนี่ย

แม่เจ้า !!!  คิวยาวอะไรเช่นนี้

ต่อคิวเล่นชิ้นแรก 1 ชั่วโมงค่ะ  จำไม่ได้แล้วว่าชื่ออะไร  ต้องนั่งในเรือดำน้ำ  แล้วเรือดำน้ำจะพามุดๆๆๆ เข้าไปใต้ทะเล  เจอสัตว์ประหลาดมากมาย  มีฟองน้ำบุ๋งๆๆๆตลอดทาง   ตื่นเต้นดีค่ะ  

แต่ชิ้นนี้หลอกคุณรามไม่ได้  เพราะออกจากเรือดำน้ำมาแล้ว  เรือไม่เปียกเลยค่ะ 

ได้เวลาดูโชว์กลางน้ำกันแล้วค่ะ

ดูผู้ชมกันบ้างค่ะ

สวยงาม

เจอลุงมิกกี้แล้ว

ดูโชว์กลางน้ำเสร็จแล้ว ตะลุยเครื่องเล่นกันต่อเลยค่ะ

ปาป๊าและอาเอิ้นต่อคิวเล่นเจ้านี่อยู่ 3 ชั่วโมง  คราวหน้าขอบัตร Fast Pass ดีกว่าเนอะ

มันคือ

ตอนนี้น้องอาหลับแล้ว แม่น้องอาเลยต้องตระเวนเก็บภาพรอบๆ Disney sea ระหว่างรออาเอิ้นกับปาป๊าต่อคิวเล่นเครื่องเล่น

ภาพล้วนๆ นะคะ

ตัวการ์ตูนมาแกล้งน้องอาค่ะ  (น้องอาฝากบอกว่า แหย่ไปก็ไม่ตื่นหรอก)

ปิดท้ายด้วยภาพบรรยากาศตอนกลางคืนค่ะ

ไม่ได้ถ่ายรูปพลุอันสวยงามนะคะ เพราะมัวแต่อัดคลิปวีดีโอค่ะ

 

พรุ่งนี้จะไปพิพิธภัณฑ์รถไฟ ที่ไซตะมะ กันค่ะ

 




Create Date : 01 เมษายน 2555
Last Update : 1 เมษายน 2555 22:46:18 น.
Counter : 429 Pageviews.

0 comment
[Japan2012] เที่ยวรอบโตเกียว ตาม Yamanote Line 20 มีนาคม 2012

วันนี้วางแผนจะเดินทางเที่ยวตามเส้นทาง Yamanote Line ค่ะ   นักท่องเที่ยวหน้าใหม่อย่างครอบครัวเรา ควรเริ่มด้วยอะไรที่มันง่ายๆ ก่อนนะคะ

บรรยากาศภายใน Shinagawa station ค่ะ  คนช่างพลุกพล่านดีแท้น้อ  เราซื้อตั๋ว 1 day pass 750 เยน ค่ะ   เราต้องตามป้ายสีเขียวตลอดการเดินทางในวันนี้ค่ะ

แวะชิบูย่ากันก่อนเลยล่ะกัน  ถ่ายกับสุนัขยอดกตัญญู

เดินสำรวจบริเวณโดยรอบ ไม่พบจุดน่าสนใจ

แล้วไปต่อกันที่ชินจูกุดีกว่าค่ะ 

ทางที่เราจะออกไปนั้น ไม่มีลิฟท์และบันไดเลื่อนค่ะ น้องอาต้องลงจากรถ แล้วพ่อแม่ก็แบกรถเข็นขึ้นลงบันไดค่ะ

ที่สถานีนี้ (และอีกหลายสถานี) มีห้องรับบริจาคโลหิตด้วยค่ะ เห็นชาวญี่ปุ่นมาบริจาคกันเยอะเลยค่ะ 

เราตั้งใจมาที่นี่กันค่ะ

มาดูวิวสวยๆ จากมุมสูงๆ กันนะคะ

ชมวิวจนท้องร้อง (เกี่ยวกันไม๊เนี่ย)  ตามหาร้านอาหารกันดีกว่า  เดินมาเรื่อยๆ เรามาเจอร้านหยอดเหรียญค่ะ  ลองค่ะต้องลอง เพราะบ้านเราไม่มีแบบนี้   หยอดเหรียญได้ใบสั่งอาหารมาเรียบร้อยแล้ว แต่เปิดประตูเข้าร้านไม่เป็นค่ะ หุๆ  

ประตูร้านไม่มีบานจับ ก็นึกว่าเปิดอัตโนมัติ  เดินไปชิดประตูก็แล้วประตูก็ยังไม่เปิด  จนชาวญี่ปุ่นมาแตะปุ่มขาวๆ ให้ (ตรงลูกศรสีแดงค่ะ)  ประตูก็เปิดทันที  ป่อยยยย  

จำชื่อร้านนี้ไม่ได้ค่ะ หุๆ  ในร้านมีพนักงาน 2 คนเองค่ะ   น้องอาสั่งชุดโซบะ ส่วนพี่รามสั่งข้าวแกงกะหรี่ (บอกว่าอร่อยกว่าสิงคโปร์)

สงสัยถ้วยรั่วค่ะ  หมดเกลี้ยงเลย   ทานเสร็จแล้วก็ต้องเอาถ้วยไปเก็บด้วยนะคะ

 

 อิ่มแล้ว เดินทางกันต่อค่ะ  next station Ikebukuro

บนรถไฟฟ้าเงียบมากค่ะ  โทรศัพท์ก็ต้องปิดเสียง   ถ้าห้ามหายใจได้ คงทำไปแล้วมั๊ง

ถึงแล้วค่ะ  Ikebukuro  เราจะไปไหนกันน๊า ... ตามไปดูค่ะ  (น้องอาหลับแล้ว)

เราเดินตามหา Toyota ค่ะ  อยากเจอหุ่นยนต์

แต่เจอ Simulation car คันนี้แทนค่ะ  น่าสนใจมาก เป็นการขับรถผ่านอุปสรรคต่างๆ  รถโยกเยกไปมาเหมือนจริงมากๆ   พี่รามไม่รอช้าไปต่อคิวทันที

ผลของการขับรถ ได้เกรด C ค่ะ  อิอิ   อรไม่ได้ลองขับค่ะ กลัวได้ A (กล้าพูดเนอะ)

แล้วก็ถึงเวลาที่พริตตี้มาเช็ดรถค่ะ  ลีลาน่าเลียนแบบจริงๆ

อีกคันค่ะ

พริตตี้ vs คุณแม่ลูกหนึ่ง

สนใจรุ่นนี้ค่ะ  sliding doors 

น้องอาก็ยังคงหลับต่อไป

ถ่ายรูปไปเรื่อยๆ ระหว่างเดินกลับสถานี Ikebukuro ค่ะ

จาก Ikebukuro เราจะไป วัดอาซากุสะ ที่ Asakusa station ค่ะ

เราต้องนั่ง Yamanote line ไปลงที่ Akihabara station แล้วต่อ Subway 1 สถานีค่ะ

คราวนี้กดตู้ซื้อตั๋ว Subway ได้เองแล้วค่ะ   เพราะตรงมุมบนขวามันมีปุ่มเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษค่ะ  (1 สถานี คนละ 160 Yen  น้องอาฟรีตามเคย)

ถึงแล้วค่ะ  ออกจากสถานีแล้วเลี้ยวขวาไปตามทางที่คนส่วนใหญ่เค้าเดินไปค่ะ  เดินสัก 200 เมตรก็ถึงวัดแล้วค่ะ  คนเยอะมากๆๆๆๆๆ

เรามีรถเข็นของน้องอาจึงไม่สามารถเดินแหวกประชาชนเข้าไปตามถนนสายหลักของวัดได้  เพราะเต็มไปด้วยร้านค้ามากมาย  เลยเลือกเดินไปตามซอยเล็กๆ ข้างๆ แทนค่ะ   ไปถึงวัดได้เหมือนกัน

สวยทุกมุมเลยค่ะ 

คู่นี้ ขาวจั๊วะเลยค่ะ

ออกจากวัดแล้ว ก็เดินสำรวจบริเวณรอบๆ  จนไปเจอโตเกียวทาวเวอร์โดยไม่ได้ตั้งใจค่ะ  เลยได้รูปสวยๆ กลับมาอีกแล้ว

 

กลับมาที่ Akihabara มาแวะ shopping ตามใบสั่ง และ เลือกของเล่นตามที่สัญญาไว้กับน้องอา

ร้านนี้ติดสถานีรถไฟฟ้าเลยค่ะใหญ่โตมโหระทึก ของเล่นเยอะมากๆ จนเลือกไม่ถูก แม่อยากซื้อให้น้องอาไปหมดเลย 

คุณพ่อเลือกรถไฟและรางให้น้องอา  ส่วนคุณแม่ได้ของเล่น KUMON ให้น้องอาได้ 3 กล่อง  (คิดได้ว่า เราเอากระเป๋าเดินทางมาใบเดียว ถ้าซื้อเยอะกว่านี้ คงได้ทิ้งเสื้อผ้าแน่ๆ เลยค่ะ ... ว่าแล้วก็หยุดไว้ที่ 3 กล่อง)

ซื้อของเรียบร้อยแล้ว รีบกลับโรงแรมกันดีกว่าค่ะ  อาเอิ้นมารออยู่นานแล้ว  ออกไปหม่ำๆ กันค่ะ

รูปมุมขวาล่าง ... มีบทสนทนาระหว่างปาป๊าและน้องอาดังนี้

น้องอา : ปาป๊าเห็นอะไรไม๊ครับ 
ปาป๊า : ฉลามครับ   แล้วน้องอาเห็นอะไรครับ
น้องอา : ตาของปลาฉลามครับ 

 

 

พรุ่งนี้เราจะไปเที่ยวดิสนีย์ซีกันค่ะ

 




Create Date : 31 มีนาคม 2555
Last Update : 1 เมษายน 2555 22:41:28 น.
Counter : 3618 Pageviews.

0 comment
1  2  

พระเจ้าจอร์จ มันยอดมาก
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เด็กชายอา
เกิดวันที่ 9 มิถุนายน 2551
น้ำหนัก 3,130 กรัม
ความยาว 53 ซม.