ความรู้เกี่ยวกับประเทศสมาชิกอาเซียน และอื่นๆ
Group Blog
 
All Blogs
 

“50 ปีอาเซียน ก้าวแรกที่ไทย ก้าวต่อไปเพื่อลูกหลาน”ระหว่างวันที่ 4 – 6 สิงหาคม 2560 ณ ศูนย์การค้าสยาม



กรมประชาสัมพันธ์โดยสำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ กำหนดจัดงาน “50ปีอาเซียน ก้าวแรกที่ไทย ก้าวต่อไปเพื่อลูกหลาน” ASEAN@50: For Now andPosterityระหว่างวันที่ 4 – 6 สิงหาคม 2560 ณศูนย์การค้าสยามพารากอน บริเวณไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2การจัดงานดังกล่าวเพื่อเป็นการส่งเสริมการรับรู้ถึงบทบาทประเทศไทยในฐานะผู้ริเริ่มผู้ร่วมก่อตั้งและผลักดันพัฒนาการของอาเซียนในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ในวาระครบรอบ 50ปีการก่อตั้งอาเซียนส่งเสริมการพัฒนาทักษะเพื่อแสวงหาประโยชน์และโอกาสจากประชาคมอาเซียนและสื่อถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการร่วมมือกับประเทศสมาชิกอาเซียนรวมทั้งผลักดันนโยบายต่างๆ ในเวทีอาเซียน ตลอดจนสร้างการมีส่วนร่วมของเยาวชนในการเข้าถึงประโยชน์และโอกาสอย่างเท่าเทียม


กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การเสวนา : อาเซียนประชาคมแห่งโอกาสโดยเยาวชนคนรุ่นใหม่จากประเทศสมาชิกาอาเซียน เช่น สิงคโปร์ฟิลิปปินส์ เมียนมา และจีน ทั้งนี้ ยังได้สัมผัสกับผู้ประสบความสำเร็จระดับอาเซียน(กันตพงษ์ บำรุงรักษ์) ผู้ประกอบการร้านอาหารในเวียดนามร่วมกิจกรรมทำอาหารฟิวชั่นกับเชฟรุ่นใหม่ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ(เชฟฟาง ณัฐพงศ์ หน่อชูเวช) การแสดงสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษของนักเรียนที่ชนะเลิศจากการประกวดสุนทรพจน์“OUR ASEAN, OUR FUTURE”การแสดงทางวัฒนธรรมจากสถานเอกอัครราชทูตประเทศอาเซียนประจำประเทศไทยและการแสดงทางวัฒนธรรมจากสถาบันการศึกษาการเรียนรู้วัฒนธรรมและขนมหวานจาก 10 ประเทศสมาชิกอาเซียนการลงมือทำหัตถกรรมพื้นบ้านอย่างง่าย นิทรรศการการเล่นเกมส์ตอบปัญหาชิงรางวัลเกี่ยวกับอาเซียนการถ่ายภาพแสตมป์ที่ระลึก“วาระครบรอบ 50 ปีการก่อตั้งอาเซียน”รวมถึงการให้ความรู้เกี่ยวกับประชาคมอาเซียน เป็นต้น

กรมประชาสัมพันธ์จึงขอเชิญชวนประชาชนทั่วไปเข้าร่วมกิจกรรมและชมงาน“50ปีอาเซียน ก้าวแรกที่ไทย ก้าวต่อไปเพื่อลูกหลาน”ระหว่างวันที่ 4 – 6 สิงหาคม 2560ศูนย์การค้าสยามพารากอนบริเวณไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2ตั้งแต่เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป ทั้งนี้สามารถขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนอาเซียนสำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ โทร. 0 2618 2323 ต่อ 1719, 1723 หรือ e-mail: aseanthai@hotmail.com www.aseanthai.net




 

Create Date : 31 กรกฎาคม 2560    
Last Update : 31 กรกฎาคม 2560 12:00:11 น.
Counter : 296 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ขอเชิญส่งผลงานเข้าประกวดคลิปวิดีโอ “Sharing ASEAN” ชิงรางวัลรวม 130,000 บาท



หลักเกณฑ์การประกวดคลิปวิดีโอ

โครงการ“SharingASEAN”

กรมประชาสัมพันธ์จะจัดโครงการประกวดคลิปวิดีโอ “SharingASEAN” เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงออกถึงความงดงามของวัฒนธรรมประเพณี และวิถีชีวิตของผู้คนในประเทศของตนและเพื่อปลูกฝังจิตสำนึกของความเป็นพลเมืองอาเซียนในกลุ่มเยาวชนและประชาชน ผ่านการประกวดคลิปวิดีโอรูปแบบสารคดีและสารคดีเชิงข่าว

1. ผู้มีสิทธิส่งผลงานเข้าประกวด

1.1 บุคคลทั่วไป นิสิต นักเรียน นักศึกษา เป็นผู้ถือสัญชาติไทยไม่จำกัดอายุ

1.2 ส่งผลงานเป็นทีมๆ ละ 1-3คน สมาชิกในทีมไม่จำเป็นต้องมาจากสถาบันเดียวกัน

1.3 สามารถส่งผลงานได้ทีมละ 1ผลงาน เท่านั้น

2. หลักเกณฑ์ เงื่อนไข รายละเอียด การส่งผลงานร่วมประกวด

2.1 ผลงานคลิปวิดีโอนำเสนอในรูปแบบสารคดีหรือสารคดีเชิงข่าว(Documentary/Reportage) ความยาว 3 - 5 นาที มีเนื้อหาส่งเสริมความงดงามของวิถีชีวิตวัฒนธรรม ประเพณีของผู้คน ในประเทศไทยโดยเลือกรูปแบบการนำเสนอผ่านการลงเสียงบรรยายเรื่อง การใช้ตัวละครเล่าเรื่อง หรือ การลำดับเหตุการณ์ และต้องเปิดตัวผลงานก่อนเข้าเนื้อหาด้วยข้อความนี้

TheASEAN Committee on Culture and Information

presents

SHARINGASEAN

2.2 ใช้เสียงบรรยายภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษก็ได้แต่ต้องมีข้อควาบรรยาย (Subtitle) เป็นภาษาอังกฤษประกอบด้วยทุกชิ้น

2.3 ผู้ส่งผลงานจะต้องบันทึกผลงานลงแผ่นดีวีดีเป็นไฟล์ภาพยนตร์ขนาดAVIPal SD 720 x 576 หรือ HD 1920 x 1080 50i จำนวน5 ชุด และเอกสารรายละเอียดผลงานที่มีเนื้อหาอธิบายที่มา แนวความคิด และเค้าโครงเรื่องเป็นภาษาอังกฤษ ความยาวไม่เกิน 1 หน้ากระดาษเอ4 จำนวน 5 ชุด ส่งให้              กรมประชาสัมพันธ์ตามกำหนด

2.4 ผู้ส่งผลงานจะต้องรับรองผลงานของตนเองว่าไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ผู้อื่นไม่ว่าโดยการตัดต่อ คัดลอก ดัดแปลงผลงานผู้อื่น หากมีการใช้ภาพ เพลงดนตรีไทยและดนตรีสากลและรูปแบบตัวอักษร (Font) ประกอบ จะต้องได้รับอนุญาตให้ใช้ผลงานภาพเพลง ดนตรีไทยและดนตรีสากลและรูปแบบตัวอักษร (Font) จากเจ้าของผลงานก่อน

2.5 ผลงานที่ส่งเข้าประกวดจะต้องไม่เคยได้รับรางวัลที่ใดมาก่อนหากตรวจพบการละเมิดลิขสิทธิ์หรือผิดกติกาในภายหลังรางวัลที่ได้รับจะถือเป็นโมฆะและผู้ส่งผลงานต้องคืนรางวัลที่ได้รับแก่กรมประชาสัมพันธ์ในทันที

2.6 คณะกรรมการ คณะทำงาน ผู้จัดโครงการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดโครงการไม่มีสิทธิ์ส่งผลงานเข้าประกวดได้

2.7 บันทึกผลงานลงแผ่นดีวีดีเป็นไฟล์ภาพยนตร์ตามที่กำหนดในข้อ2.3 และส่งผลงานทางไปรษณีย์หรือส่งด้วยตนเองที่ ส่วนอาเซียนสำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ ชั้น 7 กรมประชาสัมพันธ์ ซอยอารีย์สัมพันธ์ถนนพระราม 6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400

หมายเหตุผลงานที่ส่งทางไปรษณีย์ให้ถือวันที่ประทับตราไปรษณีย์ภายในวันที่ 25 พฤศจิกายน2559

3. คณะกรรมการตัดสิน ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อและการผลิตจำนวน 5 ท่าน

3.1 ผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยหรือผู้แทน

3.2 ผู้อำนวยการส่วนอาเซียน สำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศกรมประชาสัมพันธ์

3.3 ผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อประชาสัมพันธ์

3.4 ผู้เชี่ยวชาญด้านการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์

3.5 ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตภาพยนตร์ หนังสั้น วิดีโอ

4. เกณฑ์การให้คะแนน

4.1  ความคิดสร้างสรรค์ 30 คะแนน

4.2 การสื่อความหมายตามวัตถุประสงค์การเสนอวิถีชีวิตชาวไทย 20 คะแนน

4.3 คุณภาพและความละเอียดของผลงาน 20 คะแนน

4.4 ความน่าสนใจและความเหมาะสมกับการนำไปใช้งาน 20 คะแนน

4.5 ความถูกต้องของการใช้ภาษาอังกฤษในการบรรยายหรือใช้ข้อความ 10 คะแนน

หมายเหตุผลการตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด

คณะกรรมการตัดสินจะประกาศผลการประกวดทั้งสิ้น12 ผลงาน ผ่านทางเว็บไซต์www.aseanthai.netและ facebook fanpageศูนย์ข้อมูลข่าวสารอาเซียน กรมประชาสัมพันธ์ ในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 และผลงานที่ได้รับรางวัลทั้ง 12 ผลงานจะนำเผยแพร่ทางเฟซบุ๊คศูนย์ข้อมูลข่าวสารอาเซียนเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลข่าวสารอาเซียน (www.aseanthai.net)เว็บไซต์กรมประชาสัมพันธ์(www.prd.go.th) สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT)สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมภาคภาษาอังกฤษ (NBT World)

5. เงินรางวัล

รางวัลชนะเลิศจำนวน 1 รางวัล ได้รับเงินรางวัล จำนวน 1,000 เหรียญสหรัฐ พร้อมประกาศนียบัตร

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ1 จำนวน 2 รางวัล ได้รับเงินรางวัลละ 600 เหรียญสหรัฐพร้อมประกาศนียบัตร

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ3 จำนวน 3 รางวัล ได้รับเงินรางวัลละ 300 เหรียญสหรัฐ พร้อมประกาศนียบัตร

รางวัลชมเชย จำนวน 6 รางวัล ได้รับเงินรางวัลละ 100เหรียญสหรัฐ พร้อมประกาศนียบัตร

6.ลิขสิทธิ์

ผลงานทุกชิ้นที่ได้รับการคัดเลือกให้ได้รับรางวัลจากโครงการประกวดคลิปวิดีโอ“Sharing ASEAN” ถือเป็นลิขสิทธิ์ของกรมประชาสัมพันธ์ ห้ามนำไปทำซ้ำ ดัดแปลงหรือเผยแพร่ในช่องทางอื่น หรือมอบให้ผู้อื่น เพื่อใช้ประโยชน์อื่นใด โดยมิได้รับอนุญาตเว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือลายลักษณ์อักษรจาก กรมประชาสัมพันธ์ก่อนหากฝ่าฝืนกรมประชาสัมพันธ์จะดำเนินการตามกฎหมายในทันที

8.ระยะเวลาการประกวด

8.1 รับสมัครและส่งผลงาน ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2559

8.2 ประกาศผลการตัดสินรอบชิงชนะเลิศ วันที่ 29 พฤศจิกายน 2559ผ่านทางเว็บไซต์www.aseanthai.netและ facebook fanpageศูนย์ข้อมูลข่าวสารอาเซียน


ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนอาเซียนสำนักการ

ประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ  กรมประชาสัมพันธ์ ซอย

อารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม 6 เขตพญาไทกรุงเทพฯ

10400 โทรศัพท์ 0-2618-2323 ต่อ 1719, 1723 

โทรสาร 0-2618-2372




 

Create Date : 27 ตุลาคม 2559    
Last Update : 27 ตุลาคม 2559 18:07:48 น.
Counter : 272 Pageviews.  

เมื่อต้องเข้าร่วมงานแต่งของประเทศในอาเซียน ทำอย่างไรดี

เมื่อท่านได้รับเชิญให้เข้าร่วมพิธีแต่งงาน ของประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ท่านอาจจะทำตัวไม่ถูกและอาจจะยังไม่ทราบถึงมารยาทในการเข้าร่วมพิธีแต่งงานของประเทศอาเซียนว่าต้องทำอย่างไร มีข้อควรระวังหรือข้อควรทำอย่างไรบ้าง วันนี้จึงนำเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ ในการเข้าร่วมพิธิแต่งงานของทั้ง 10 ชาติ มาฝากคะ โดยรวบรวมจากหนังสือ Do's Don'ts โครงการสื่อการเรียนรู้ "อาเซียน กูรู" ของ สำนักงาน ก.พ.


การเข้าร่วมพิธีแต่งงาน ของประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ

1.สิงคโปร์
-เมื่อไปร่วมพิธีแต่งงานชาวสิงคโปร์ ควรใส่ซองช่วยงานนั้น ซึ่งมีการตั้งกติกาใส่ซองช่วยงานไว้ ดังนี้
พิจารณาจากโรงแรมมีกติกาการใส่ซองไม่เท่ากัน ซึ่งคิดจากราคาโต๊ะ หาร 10 ที่นั่ง อย่างเช่น โต๊ะราคา 10,000 บาท คือ 1,000 บาทต่อหัว ถ้าไปกัน 3 คนพ่อแม่ลูก ก็ควรให้ซองไม่ต่ำกว่า 3,000 บาท โดยมอบซองตามจำนวนคน อย่างเช่น ถ้านั่งโต๊ะ 2 คน ต้องให้ซอง 2 ซอง

2.กัมพูชา
-ชาวกัมพูชาจะแต่งกายสุภาพเรียบร้อยไม่ว่าจะไปร่วมงานสังคมใดๆ โดยเฉพาะหญิงสาวมักแต่งตัวด้วยชุดราตรี เข้าร้านเสริมสวย แต่งหน้าทำผม ร้านเสริมสวยหรือช่างที่เรียนจบจากเมืองไทยจะได้รับความนิยมเป็นพิเศษ สำหรับงานแต่งงานก็เช่นเดียวกัน หญิงสาวกัมพูชาจะแต่งชุดราตรีเต็มยศไปร่วมงาน
-ไม่ห่อของขวัญด้วยกระดาษสีขาว เพราะถือเป็นการไว้ทุกข์
-ควรแจกการ์ดแต่งงานให้กับผู้ที่ต้องการให้มาเป็นแขกร่วมงาน โดยชาวกัมพูชานิยมการ์ดสีชมพูที่มีกลิ่นหอม
-แขกที่มาร่วมในพิธิแต่งงานของชาวกัมพูชา ควรอวยพรให้คู่บ่าวสาวมีความสุขตลอดไป สุขภาพ ร่างกายแข็งแรง มีบุตรและธิดาสืบสกุลมากมาย
-ในวันงานมีพิธีแต่งงาน แขกผู้รับเชิญควรขลิบผมของเจ้าบ่าวและเจ้าสาวเพื่อเป็นสิริมงคลและผูกเชือกสีแดงรอบข้อมือของทั้งคู่ พร้อมกับกล่าวคำอวยพรให้คู่บ่าวสาว
-ไม่ควรเดินทางไปถึงสถานที่จัดงานสายเกินไป การจัดพิธีแต่งงานของชาวกัมพูชาเริ่ม้นและสิ้นสุดค่อนข้างเร็วมาก โดยปกติควรเดินทางไปถึงงานพิธีราว 5-6 โมงเย็น

3.ฟิลิปปินส์
-เมื่อเข้าร่วมพิธีแต่งงานควรใส่ชุดสูท หรือชุดประจำชาติ (Barong Tagalog) สำหรับชายและชุดทางการที่ทันสมัยสำหรับผู้หญิง โดยหลีกเลี่ยงการสวมชุดสีดำ 
-เมื้อเข้าร่วมพิธีแต่งงานห้ามให้มีด หรือของแหลมคมเป็นของขวัญแต่งงาน เพราะชาวฟิลิปปินส์เชื่อว่าจะทำให้เกิดการแตกหักในชีวิตสมรส
-เมื่อเข้าร่วมพิธีแต่งงาน ควรนำของขวัญไปวางไว้ที่โต๊ะข้างประตูทางเข้างาน หรือหากต้องส่งของขวัญ ให้ส่งของขวัญแก่เจ้าบ่าว หรือเจ้าสาว แล้วแต่ว่าฝ่ายใดเป็นผู้เชิญ
-ควรแสดงความยินดีเจ้าบ่าวมากกว่าแสดงต่อเจ้าสาว เพราะถือว่าการแต่งงานเกิดขึ้นจากการที่เจ้าบ่าวสามารถพิชิตใจเจ้าสาวได้
-แขกผู้ไปร่วมงาน ไม่ควรจูบเจ้าสาว อย่าลืมว่าเธอแต่งงานแล้ว จูปที่ปากควรสงวนไว้สำหรับสามีของเธอ ควรแต่หอมแก้มเจ้าสาวเท่านั้น
-ไม่ควรนั่งหัวโต๊ะเมื่อร่วมงานพิธี นอกจากเจ้าภาพจะเป็นผู้เชิญให้นั่ง เพราะหัวโต๊ะเป็นตำแหน่งของประธานในพิธี
-งานแต่งงานของชาวฟิลิปปินส์ในต่างจังหวัดจะมีการเต้นรำของคู่บ่าวสาว โดยระหว่างเต้นรำจะให้แขกในงานใส่ธนบัตรไปตามชุดแต่งงานของบ่าวสาว เพื่อความสุขของเจ้าบ่าวและเจ้าสาวท่านควรใส่ธนบัตรด้วย
-ในงานแต่งงานถ้าแขกใช้ช้อนเคาะแก้วน้ำเป็นการส่งสัญญาณว่าให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวจูบกันท่านควรร่วมใช้ช้อนเคาะแก้วน้ำด้วย เพื่อความสนุกสนานในพิธีการแต่งงาน

4.เมียนมา
-ชาวเมียนมาห้ามจัดงานแต่งงานในช่วงเข้าพรรษาเป็นเวลา 3 เดือน
-การเข้าร่วมงานแต่งงานของชาวเมียนมา ควรมอบของรับไหว้เป็นสิ่งของเครื่องใช้ เช่น พัดลม หรือตู้เย็น
-ผู้เข้าร่วมงานแต่งงานของชาวเมียนมา ควรให้ศีลให้พรแก่คู่บ่าวสาว โดยกล่าวว่า "ขอให้ครองคู่กันไปตนเฒ่าชรา"
-การแต่งงานเพื่ออยู่กินกันของชาวเมียนมาชายและหญิงที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี ควรได้รับคำยินยอมจากผู้ใหญ่ แต่ถ้าชายและหญิงมีอายุถึง 20 ปีขึ้นไป ก็มีอิสระตามกฎหมายจารีตของเมียนมา
-ควรทราบว่าการแต่งงานของคู่บ่าวสาวเมียนมาต้องสวมชุดประจำชาติ เรียกว่า "ลองยี" (Longyi) เป็นผ้าโสร่งที่นุ่งทั้งชายและหญิง ชายจะใส่เสื้อเชิ๊ตคอปกจีนแมนดารินและเสื้อคลุมไม่มีปกบางครั้งจะใส่ผ้าโพกศรีษะที่เรียกว่า "กอง บอง" (Guang Baung) ส่วนหญิงจะใส่เสื้อติดกระดุมหน้าเรียกว่า "ยินซี" (Yinzi) หรือเสื้อติดกระดุมข้างเรียกว่า "ยินบอน" (Yinbon) และใส่ผ้าคลุมไหล่ทับ
-ควรทราบว่างานแต่งงานของชาวเมียนมานิยมแจกของชำร่วยในงานแต่งงาน และของชำร่วยที่ต้องแจก เช่น พัด สมุดบันทึก ของชำร่วยที่นิยมแจกมากที่สุด คือ พวงกุญแจรูปนกฮูก เพราะเมื่อว่า "นกฮูก" เป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่ง แสดงถึงหูตาแหลมคม โดยเฉพาะทางการค้าขาย

5.บรูไน ดารุสซาราม
-การแต่งกายในการเข้าร่วมพิธีแต่งงาน ควรแต่งกายแบบชาวมุสลิมที่เคร่งครัดทั้งชายและหญิง เสื้อผ้าของทั้งหญิงและชายมุสลิมต้องปกปิดสิ่งพึงละอายของร่างกาย สะอาด ประณีต เรียบร้อย ดูสวยงาม และเหมาะสมกับบุคลิกภาพ เป็นต้น
-แขกผู้มีเกียรติที่เข้าร่วมพิธีแต่งงานต้องช่วยกันทาแป้งแก่คู่บ่าว-สาว โดยทาที่ฝ่ามือของคู่บ่าว-สาว
-งานเฉลิมฉลองการแต่งงาน ต้องมีการละเล่นและมหรสพจัดเพื่อเป็นเกียรติ และเป็นการอวยพรแก่คู่บ่าวสาว โดยมีการจัดขึ้นก่อนวันแต่งงานจะเริ่มขึ้น และสามารถเข้าชมงานได้ทุกวัย
-งานพิธีการต่างๆ จะแยกที่นั่งของฝ่ายชายและหญิงออกจากกัน

6.สปป.ลาว
-ถ้าคุณไม่สามารถไปร่วมงานแต่งงานของชาว สปป.ลาวได้ ควรฝากซองผู้อื่นเพื่อไปช่วยงานและการให้เงินช่วยงานแต่งงานสำหรับชาวต่างชาตินั้น ควรอยู่ที่ประมาณ 20 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 600 บาท และควรเข้าใจว่า หากท่านได้รับบัตรเชิญในวินาทีสุดท้าย แต่ไม่ได้หมายความว่าท่านถูกลืมเชิญมาร่วมงาน 
-ควรทราบว่าชาวสปป.ลาว ส่วนใหญ่จะจัดงานแต่งงานขึ้นก่อนหรือหลังวันเข้าพรรษา (ประมาณกลางเดือนกรกฎาคม) เนื่องจากว่าช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่ชายสปป.ลาว จะเข้าอุปสมบทก่อนแต่งงาน ดังนั้นการแจกบัตรเชิญงานแต่งงานจะเริ่มแจกกันมากในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนหรือต้นเดือนธันวาคม

7.เวียดนาม
-ไม่ควรไปถึงงานก่อนเวลาที่ได้รับเชิญ เพราะอาจจะทำให้เจ้าภาพจะมีความรู้สึกกดดันในการ เตรียมตัว ซึ่งถือเป็นมารยาทที่สำคัญมากอย่างหนึ่งของชาวเวียดนาม
-เมื่อได้รับเชิญไปร่วมงานแต่งงาน ผู้่ถูกเชิญจะต้องพิจารณาว่า ตนมีความสนิทสนมกับคู่บ่าว-สาวมากเพียงใด ถ้าผู้ถูกเชิญมีความสนิทสนมมาก จะต้องหาซื้อของขวัญให้แก่คู่บ่าว-สาว เพราะจะเป็นการแสดงความรัก และให้เกียรติแก่คู่บ่าว-สาว แต่หากสนิทสนมไม่มากกับคู่บ่าว-สาว ก็ควรให้เงินสด
-การแต่งงานในประเทศเวียดนาม ไม่จำเป็นต้องมีสินสอด ตามธรรมเนียมของชาวเวียดนามเจ้าบ่าวจะมอบแหวน และเหล้าขาวให้เป็นของหมั้นเท่านั้น นอกเหนือจากสิ่งที่กล่าวมาก ก็จะเป็นสิทธิทางฝ่ายเจ้าบ่าวที่เป็นฝ่ายตัดสินใจให้เพิ่มเติมเอง เช่น เงินสินสอด หรือทรัพย์สินอื่นๆ

8.อินโดนีเซีย
-ผู้ชายต้องพกกริชโบราณเพื่อใช้ประกอบเครื่องแต่งกายในพิธีแต่งงานของเจ้าบ่าว

9.มาเลเซีย
-สามารถแต่งกายได้ทั้งแบบสากล โดยชายควรสวมกางเกงขายาว เสื้อเชิ้ต หรือเสื้อบาติก แขนยาว สำหรับหญิงควรสวมกระโปรงยาว คลุมเข่า เสื้อแขนยาว หรือเสื้อบาติกแขนยาว
-ควรลองแต่งกายด้วยชุดประจำชาติของมาเลเซีย
  -ชุดชาย เรียกว่า "บาจู มลายู" (Beju Melayu) ประกอบด้วย เสื้อแขนยาวและกางเกงขายาวที่ทำจากผ้าไหม ผ้าฝ้าย หรือโพลีเอสเตอร์ที่มีส่วนผสมของผ้าฝ้าย
  -ชุดหญิง เรียกว่า "บาจู กุรุง" (Baju Kurung) ประกอบด้วย เสื้อคลุมแขนยาว และกระโปรงยาว

10.ไทย
-เมื่อเข้าร่วมพิธีแต่งงาน ควรแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อยและเหมาะสมกับลักษณะของงาน เวลาและสถานที่ ซึ่งถือเป็นการให้เกียรติแก่คู่บ่าวสาวสีของเสื้อผ้าควรเป็นสีที่สดใส ไม่ควรใส่สีดำ เทา และม่วง
-ผู้่ที่ได้รับเชิญให้ไปงานมงคงสมรส ควรไปถึงงานให้ตรงเวลาหรือก่อนเวลาเล็กน้อย เมื่อไปถึงงานแล้วควรไปพบเจ้าภาพ หรือคู่บ่าวสาวก่อนจากนั้นให้นั่งตามที่เจ้าภาพเชิญให้นั่ง การรับประทานอาหารจะเริ่มได้ ต่อเมื่อเจ้าภาพประกาศเชิญให้ทานก่อน เมื่อสมควรแก่เวลากลับ ควรบอกลาเจ้าภาพด้วย
-ผู้ที่ได้รับเชิญไปร่วมพิธีมงคลสมรส ควรร่วมหลั่งน้ำสังข์อวยพรคู่บ่าวสาว และควรเป็นไปตามลำดับอาวุโส
-เมือเข้าร่วมพิธีแต่งงาน และต้องอวยพรคุ่บ่าวสาว ควรใช้คำพูดที่สุภาพ ไพเราะ ถูกต้อง เหมาะสมกับคู่บ่าวสาว หรืออ้างถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือมาประทานพร










 

Create Date : 24 มิถุนายน 2558    
Last Update : 24 มิถุนายน 2558 18:05:32 น.
Counter : 1591 Pageviews.  


BlogGang Popular Award#13


 
i am good day
Location :
นนทบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ข้าพเจ้าต้องการนำเสนอข่าวสารที่จำเป็น และที่ทุกคนต้องทราบในการดำเนินชีวิตประจำวัน เพื่อทำธุรส่วนตัว ธุระของครอบครัว และเรื่องอื่น ๆที่น่าจะเป็นประโยชน์ จรรโลงใจ เป็นความจริงที่ควรทราบ
Friends' blogs
[Add i am good day's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.