|
|
|
เรื่องขำๆ หมาๆ แมวๆ กับหมอสัตว์มือใหม่ไฟแรงสูง (ตอนที่ 2)
สวัสดีครับ จากตอนที่ 1 สมัยนู๊นนนน .... ที่ผมเคยสัญญาว่า จะมาอัพเรื่องราวทุกๆ สัปดาห์
แต่สัปดาห์นั้น พอดีผมได้มีโอกาสหนีเข้ามาประชุมในกรุงเทพ ในงานประชุมวิชาการทางสัตวแพทย์ หรือที่เรียกว่า VPAT ที่จัดที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิต์

งานนี้ ผมก็ได้พบกับอาจารย์ พี่ๆ เพื่อนๆ มากมายทีเดียว เป็นงานเดียวที่ทำให้คนทำงานด้าน Clinician ได้มาพบปะกับเพื่อนๆ ที่ทำงานด้าน Sales แล้วก็มีเรื่องบรรยายดีๆ มากมาย ที่ทำให้ได้ประสบการณ์มากขึ้นครับ
พอกลับมาถึงเชียงใหม่ ก็ต้องลากยาวทำงานร่วมเกือบ 10 วันเพราะที่หนีไปกรุงเทพ เป็นการสลับวันหยุด เฮ่อ พูดถึงเรื่องวันหยุด และชั่วโมงการทำงาน ในสายงานสัตวแพทย์ประจำโรงพยาบาลสัตว์ หรือคลินิค ก็พูดมากไม่ได้หรอกครับ อย่างผมเองก็เป็นหมอน้องใหม่ อ่อนประสบการณ์ อำนาจต่อรองต่างๆ ก็ค่อนข้างน้อย และผมเองก็ค่อนข้างพอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ครับ
ก็อาจจะไม่แปลกนะครับ ถ้าหากใครๆ ไปคลินิคสัตวแพทย์ตอนเช้า เอาน้องหมาไปฝากรักษาไว้ แล้วตอนกลางคืนไปรับ อาจจะเจอคุณหมอคนเดิม หรือรักษาติดกันซัก 6 วันก็อาจจะเจอหน้าคุณหมอมารักษา จนกระทั่งเจ้าของสัตว์บางรายถามว่า คุณหมอค๊ะ คุณหมอเอาเวลาไหนไปพักผ่อนเหรอค๊ะ?
ผมเองทำใจตั้งแต่เลือกสายงานด้านนี้แล้วหล่ะครับ ว่าการทำงาน 10-12 ชั่วโมง/วัน จำนวน 6 วัน/สัปดาห์ กลายเป็นมาตรฐานของอาชีพด้านนี้ไปแล้ว ยิ่งทำงานด้านเอกชน ก็จำเป็นหน่ะครับทางเลือกมีน้อย แต่ผมก็ไม่ได้โกรธเคืองอะไรนะครับ เพราะวันหยุดผมก็ได้หยุดจริงๆ จังๆ นอนตีพุงขึ้นอืดอยู่บ้านได้ ไม่ต้องโดนเรียกให้ไปทำอะไรอีกในวันหยุด ....
เข้าเรื่องกันดีกว่าเนอะ .... เรื่องขำๆ น้องหมาน้องแมว กับหมอใหม่ไฟแรงสูงอย่างผม ก็มีกันอยู่เนืองๆ ครับ ประสบการณ์ดีๆ และประสบการณ์ที่ต้องนำไปปรับปรุงตัวเอง ก็มีเยอะเหมือนกัน ผมขอคัดออกมานำออกอากาศแล้วกันนะครับ
เรื่องแรก ... น้องหมาแพ้วัคซีน

ตอนที่ผมเริ่มทำงานใหม่ๆ ได้ประมาณ 3 สัปดาห์แรก ตอนนั้นได้แต่ดูพี่ๆ เขารับเคส ผมก็เลยได้เห็นอาการสุนัขแพ้วัคซีน ซึ่งจะเป็นค่อนข้างเฉียบพลัน หลังจากที่ฉีดวัคซีน ซึ่งส่วนมากมักจะเป็นวัคซีนรวมพิษสุนัขบ้า (วัคซีน Hexadog ของ Merial -- โอกาสเกิดน้อยมากคือราวๆ ซัก 3-4 ตัวในน้องหมา 1,000 ตัวที่มาทำวัคซีน แต่ก็ขึ้นอยู่กับความไวของสุนัขแต่ละตัวด้วยเช่นกัน) กรณีน้องหมาตัวเล็กๆ คุณหมอมักจะลดปริมาณวัคซีนให้ ... โดยการแพ้วัคซีนนี้ไม่ใช่แพ้เชื้อในวัคซีน แต่แพ้สารสื่อนำในวัคซีนครับ
อาการที่เห็นได้ก็คือ ... น้องเค้าก็จะหน้าบวม ซึมไปแบบทันตาเห็น เปิดเหงือกมาก็จะซีด ซึ่งจะเห็นได้ชัดและเร็วมากๆ ในขณะที่เจ้าของสัตว์กำลังรอจ่ายเงินอยู่นั่นเองแหล่ะครับ .... ส่วนมากสัตวแพทย์จะต้องบอกผลข้างเคียงของวัคซีน และโอกาสการแพ้สารสื่อในวัคซีนอยู่แล้ว .... จึงเป็นเคสแรก ที่ทำให้ผมรู้ว่า เวลาเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น จะต้องทำอย่างไร แก้ไขปัญหาอย่างไร เพื่อให้น้องกลับมาร่าเริงเหมือนเดิม ...
ผ่านไปไม่ถึงเดือนครับ .... .... ค่ำคืนวันหนึ่ง อีกครึ่งชั่วโมงร้านกำลังจะปิดแล้ว (เป็นเวลาที่หมอหลายๆ คนรอคอย เพราะทำงานกันมาร่วม 10 ชั่วโมงแล้ว ... ถ้ามีเคสตลอดก็ไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าไม่มีเคสเลย ก็จะรู้สึกว่าเวลานั้นยาวนานมากทีเดียว) .... ก็มีพี่ผู้ชายคนหนึ่ง หิ้วน้องหมามาทำวัคซีน ...
เคสนี้ ผมนัดมาเองแหล่ะครับ เพราะผมจำได้ว่า พี่ผู้ชายคนนี้ เป็นหัวหน้าครอบครัว ที่มีภรรยาที่น่ารักมากๆ และลูกๆ ที่น่ารัก พาน้องหมาพุ๊ดเดิ้ล 2 ตัวมาทำวัคซีนครั้งแรก เมื่อ 2 อาทิตย์ก่อน ..... น้องหมา 2 ตัวน่ารักมากๆ เจ้าของก็น่ารัก ให้ทายขำๆ ว่าตัวไหนชื่ออะไร ... น้องชื่อน้องน้ำชา และ น้องกาแฟ ครับ ... ดูสีตัวก็บอกได้แล้วว่า ตัวไหนคือน้ำชา (สีจางกว่า) และน้องกาแฟ (สีเข้มกว่า) ... ครั้งแรกผมก็ฉีดวัคซีนหวัดและหลอดลมอักเสบ (วัคซีนตัวแรก) ไป ซึ่งก็ไม่มีปัญหา กลับบ้านร่าเริงดีทั้ง 2 ตัว ...
วันนี้น้อง น้ำชา-กาแฟ กลับมาแล้ว กำหนดนัดเป็นวัคซีนรวมพอดี (เป็นวัคซีน Tetradog ของ Merial ต่างจาก Hexadog ตรงที่ไม่มีวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า) จะต้องฉีดกระตุ้นตามโปรแกรม 2 ครั้ง ก่อนไปฉีดวัคซีนรวมพิษสุนัขบ้า ซึ่งตอนนั้น น้องเค้าก็จะอายุครบ 3 เดือนพอดี ผมก็ทำการตรวจร่างกาย จนเช็คว่าน้องเค้าพร้อม (ซึ่งน้องทั้ง 2 ก็ตื่นตัว วิ่งเล่นสนุกสนานร่าเริงมากๆ) แล้วผมก็ทำการฉีดวัคซีน โดยลดขนาดปริมาณวัคซีนลง (เพื่อลดโอกาสเกิดการแพ้)
ผมส่งลูกค้าไปรอด้านหน้า รอชำระเงิน กลับมาเขียน OPD ใบทำวัคซีน ฯลฯ ออกมาตรงเคาน์เตอร์ เพียงแป๊บเดียวเท่านั้นหล่ะ คุณพี่เจ้าของทักว่า "หมอครับ ฉีดวัคซีนนี่แล้วทำให้น้องหมาซึมด้วยเหรอครับ" ... ผมก็เห็นน้องกาแฟนอนซมไป ส่วนน้องน้ำชาก็ยังวิ่งเล่นอยู่ ....
ผมเริ่มเอะใจ เห้ย สงสัยจะแพ้วัคซีนแฮะ รีบไปหาน้องกาแฟ เปิดเหงือกดู ... แว๊กก เหงือกซีด แพ้วัคซีนแน่ๆ รีบพาเข้าห้องฉุกเฉินโดยพลัน การแก้ไขปัญหาเบื้องต้นก็คือการให้สารน้ำ ฉีดยากลุ่มกันช๊อค และยาแก้แพ้ครับ ..... และอาจจะให้ดมออกซิเจนซักนิดหน่อย ....
พี่เจ้าของดูเครียดมากทีเดียว ผมก็ได้อธิบายสรุปได้ว่าอาการนี้คืออาการแพ้สารสื่อในวัคซีน ซึ่งขึ้นอยู่กับสุนัขแต่ละตัว บางตัวอาจจะไวต่อสารสื่อ อาทิเช่นน้องกาแฟ แต่ส่วนมากก็จะไม่มีความผิดปกติอะไร อย่างน้องน้ำชาที่วิ่งเล่นร่าเริงเหมือนเดิมเด๊ะ .....
ผมก็เฝ้าดูอาการราว 20 นาที น้องกาแฟเริ่มดีขึ้น เหงือกกลับมาเป็นสีชมพูสดใส เริ่มลุกเดิน จิบน้ำและอาหารได้ ... เพียงครึ่งชั่วโมง ก็วิ่งเล่นสดใสร่าเริงเหมือนไม่เคยมีอาการแพ้วัคซีนเลย .... เจ้าของเองก็แฮปปี้มาก แต่ผมก็เขียนระบุไว้ใน OPD เลยว่า น้องกาแฟเค้าแพ้วัคซีนตัวนี้ ซึ่งตอนนี้ก็จะมีวัคซีนตัวใหม่ที่พัฒนาเพื่อลดโอกาสการเกิดการแพ้วัคซีนมากขึ้น(พร้อมกับราคาที่สูงขึ้นมาอีกหน่อย) ก็ได้แนะนำให้เจ้าของ แล้วก็ฉีดในอีก 2 สัปดาห์ต่อมา ซึ่งก็ไม่เป็นอะไรครับ .... เจ้าของมีความสุข หมออย่างเราก็มีความสุข เนอะ ...

เรื่องที่สอง .... น้องหมากะน้องหมอชื่อเหมือนกัน!!!
เคสนี่ก็ตลกดีครับ เมื่อเคาน์เตอร์ด้านหน้าส่ง OPD มาให้ สมมุติว่าน้องชิสุห์ตัวนี้ชื่อน้อง ยุ่งยิ่ง ละกัน ....
แล้วน้องหมอใหม่อย่างผม มีชื่อว่ายุ่งชะมัด ... หรือว่าหมอยุ่งนั่นเอง (ความจริงคือ น้องหมาตัวนี้ชื่อเหมือนกับชื่อจริงของผมเลย หุหุ) วันนี้มาฉีดยาป้องกันพยาธิหนอนหัวใจ ซึ่งเป็นเคสที่แบบว่า หมอใหม่ก็ทำได้
ผมก็เริ่มคิดมุขจะไปทักทายเจ้าของ เปิดประตูห้องตรวจก็ทักทาย เจ้าของก็ดูขำๆ ดีที่น้องหมาเขา ชื่อเหมือนกับเจ้าของ .... ผมก็เล่นๆ กับเค้าไปตรวจไป ชื่อเหมือนกันก็ใจเย็นๆ ให้หมอยุ่งตรวจหน่อยนะจ๊ะ น้องยุ่งยิ่ง ...
แล้วผมก็จะหลุดขำมากๆ ตอนที่เจ้าของบอกว่า "นี่ไอ้ยุ่งอย่าดิ้นสิ" .... ผมก็แซวขำๆ บอกว่า เอ่อ "ถ้าหมอไม่ดิ้น หมอจะรักษาได้ไหมครับ" (เจ้าของก็ขำๆ) เคสนั้นก็ตลกโปกฮามากทั้งหมอ ทั้งเจ้าของ
ปรากฎว่าวันนั้นผมต่อมฮาแตกมากๆ พอจบเคสแล้ว กลับมาคุยกับพี่หมอ ก็มาคุยกันว่าใครเคยเจอน้องหมาชื่อเหมือนชื่อเล่นตัวเองบ้าง ... ก็มีอยู่เนืองๆ นะครับ ผมคิดว่า คราวหน้าผมทำสถิติรายชื่อน้องหมายอดนิยมดีกว่า อิอิ .....

เรื่องที่สาม .... ตรง ตรง
ไม่ใช่แพคเกจของเครือข่ายโทรศัพท์มือถือเจ้าไหนนะครับ แต่พูดถึงการพูดจาตรงๆ ของเจ้าของ ...
ซึ่งบางที ก็ทำให้หมอใหม่ไฟแรงสูงอย่างผมสะอึก เอาแบบขำๆ นะครับ .... บ่ายวันหนึ่งผมก็เข้าห้องตรวจ รู้สึกวันนี้จะต้องเข้ามาตรวจน้องหมาที่เป็นโรคผิวหนัง ...
เจ้าของรายนี้ มากัน 2 คน พี่หมอเคยบอกไว้แล้วว่า พี่เค้าเป็นคนที่พูดตรงมากๆ ถ้าชอบก็บอกชอบ ถ้าไม่ชอบก็คือไม่ชอบ บอกกันตรงๆ (เอาหล่ะหว่า... เสียววุ้ย)
ผมเข้าห้องตรวจปั๊บ ... พี่แกทักก่อนเลยว่า "หมอใหม่หรือเปล่าเนี่ยะ ไม่เคยพบเคยเห็น????" ผมก็สะดุ้งเล็กน้อย ก็บอกว่าเป็นหมอใหม่ของที่นี่ครับ (ไม่ได้บอกว่าจบใหม่) ผมก็เริ่มเก๊กขรึม ทำการตรวจรักษา ซักประวัติ แล้วก็ตรวจผิวหนังอย่างมั่นใจ
ผมตรวจไป พี่แกก็คุยเล่นไปเรื่อยแหล่ะ บอกว่าน้องหมาเมืองตัวที่ผมตรวจอยู่เนี่ยะ "มันเป็นหมาเกย์นะหมอ .... ไม่เคยขึ้นตัวเมีย และที่สำคัญมีตัวผู้ตัวอื่นมาช้าก-ว่าวให้เป็นประจำ" ..... เอ่อ เอ่อ ตรง ตรง จริงๆ วุ๊ย ....
แต่ดูท่าทางพี่ 2 คนนี้ก็เป็นมิตรดีนะครับ ผมก็เริ่มตรง ตรง กับแกแบบเล่นๆ บ้าง ซึ่งแกก็ดูขำขำดี แล้วก็อธิบายการรักษาอย่างจริงจังละเอียดทีเดียวเชีย แล้วก็มาจ่ายยาเพิ่มเติม .....
ตรงเคาน์เตอร์ พี่แกก็ย้ำถามว่า "นี่หมอเป็นหมอใหม่หรือว่าจบใหม่กันแน่เนี่ยะ" .... ผมก็ย้ำว่าผมเป็นหมอใหม่ของที่นี่ครับ พี่แกก็เล่นๆ ผมแล้วหล่ะ แกก็เข้าใจว่าผมเคยทำงานที่อื่นมาก่อนแล้วเพิ่งมาทำงานที่นี่ (เพราะผมตอบไปว่า ทำงานที่นี่มาได้ 2 เดือนกว่าๆ) พี่แกก็ยิ้มๆ บอกผมว่า "สนุกดีจังได้แกล้งหมอใหม่ ... แล้วจะมาแกล้งอีกนะ" (แบบว่า ฝ่ายการเงินที่นั่งตรงเคาน์เตอร์นี่แอบขำกันสุดๆ ... เพราะใครก็รู้ว่าผมเป็นหมอใหม่ จบใหม่แกะกล่องเลย)
จริงๆ มีเรื่องราวเยอะกว่านี้แหล่ะครับ แต่ผมรู้สึกผิด ที่ไม่ได้อัพเดตเรื่องราวเลย ไว้คราวหน้า (ไม่ระบุเวลาแน่ชัดดีกว่า) จะมาเล่าเรื่องราวต่างๆ ต่อแล้วกันนะครับ
ขอขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนจบครับ
| Create Date : 17 มิถุนายน 2550 | | |
| Last Update : 17 มิถุนายน 2550 0:51:43 น. |
| Counter : 3609 Pageviews. |
| |
|
| |
|
|
| |
|
|