รวมมิตรเรื่องท่องเที่ยว และ สายการบิน
Group Blog
 
All Blogs
 
เรื่องขำๆ หมาๆ แมวๆ กับหมอสัตว์มือใหม่ไฟแรงสูง (ตอนที่ 7)

สวัสดีครับ ... หลังจากที่เงียบหายไปไม่ได้ตามมาเล่าเรื่องน้องหมาน้องแมวกันเกือบเดือนเต็มๆ พอดีช่วงนี้ทำงานตลอดครับ เพิ่งจะได้หยุดพักหลังจากที่ทำงานมา 13 วันติดๆ กัน ก็เลยไม่ค่อยจะได้มีเวลามานั่งอัพเดต เล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟัง

ช่วงนี้เชียงใหม่ฝนก็ตกหนักบ้าง ไม่ตกบ้างหน่ะครับ ว่าก่อนไปทำงานก็รถติดยาวเหยียดเป็นกิโล เพราะน้ำท่วมตรงทางลอดใต้สะพานหน่ะสิครับ โฮะๆๆ ไปทำงานสายอีกแล้ว


แต่คราวนี้ มีเวลาว่างแล้วก็อยากจะเล่าเรื่องขำๆ หมาๆ แมวๆ ที่ผมได้ประสบพบเจอมานะครับ ช่วงที่ผ่านมาถือว่าเป็นช่วง Low Season ของการรักษาสัตว์เลยก็ได้ จากปริมาณเคสที่เข้ามาที่ลดลงบ้าง แต่ก็ยังถือว่าได้ทำงานกันตัวเป็นลิง แม้ว่าจะไม่เป็นลิงวุ่นเท่าเดือนที่แล้วก็ตาม มีเคสแปลกๆ ที่น่าสนใจให้ทำเยอะครับ ผมเองก็คิดว่า คุ้มค่านะสำหรับหมอจบใหม่ทำงานได้แค่ครึ่งปี แต่ได้เจอเคสอะไรมากๆ

การรักษาของผมก็เริ่มไม่ค่อยติดขัดแล้วหล่ะครับ ลื่นไหล ไม่ว่าจะภาคภาษาไทย หรือภาคภาษาอังกฤษ ก็พอถูๆ ไถๆ ไปได้ แต่ถ้าเป็นเคสประหลาดสุดยอด advance ก็ยังจำเป็นต้องอาศัยพี่ๆ ที่มีประสบการณ์สูงเข้ามาช่วยเหลือครับ ผมจะรู้สึกดีใจทุกครั้ง หน้าบานเป็นจานเชิง เมื่อทราบว่าผลการรักษาดูดี เจ้าของเค้า Happy แต่ก็จะจ๋อยลงบ้าง เมื่อรู้ว่าน้องเค้าดูอาการไม่ค่อยดีขึ้นเท่าไหร่ (บางส่วนเป็นผลจากอาการของโรคด้วยนะครับ อาจจะต้องใช้เวลาด้วยเช่นกัน)

รู้สึกว่าจะมีสมาชิกหลายๆ ท่านเข้ามาอ่าน blog ผมแล้วคาดเดาได้ว่า ผมทำงานอยู่ที่ไหน มีสมาชิกเข้ามาทักกับคุณหมอท่านอื่นๆ และเจ้าหน้าที่การเงิน(สาวสวย) ตรงหน้าเคาน์เตอร์ว่า "หมอคนไหนที่เพิ่งจบจากเกษตร ที่เที่ยวต่างประเทศเก่งๆ หน่ะ?" เล่นเอาผู้ช่วยสัตวแพทย์คนอื่นๆ ที่ไม่เคยรู้ประสบการณ์บ้าบิ่นของผมเหวอ เอามาแซวผมใหญ่เลยหล่ะครับ เอาหน่าครับ ผมมีงานหลักคือการรักษาสัตว์แต่ก็ไม่ทิ้งงานอดิเรก ที่ใจรักมากๆ นั่นก็คือการท่องเที่ยว บ้าจองตั๋วโปรโมชั่นอยู่นั่นเอง

แหม่... ขนาดพยายามไม่เปิดเผยชื่อสถานที่ทำงานแล้วนะนี่ (ด้วยจรรยาบรรณก็ไม่ควรจะเปิดเผยครับ ไม่อยากให้ใครมองว่าเป็นการโฆษณาสถานพยาบาลสัตว์) แต่แน่นอนหล่ะครับ ลูกค้าที่เค้าเห็นภาพประกอบแล้วเดาออกว่าน่าจะเป็นที่ไหนก็คงจะมีเหมือนกัน .... เพราะโรงพยาบาลสัตว์ในเชียงใหม่ที่มีเคสต่อวันค่อนข้างมาก ก็มีอยู่ไม่กี่แห่งหน่ะครับ

เรื่องแรก....
น้องหมีพันธุ์ร๊อตไวเลอร์ หนัก 90 กิโลกรัม


เช้าวันหนึ่งที่สดใส ตายุ่งก็รับเคสไปเรื่อยๆ กันเป็นลิงกะพี่ๆ จนกระทั่ง OPD อันหนึ่งถูกส่งเข้ามา เขียนว่า เป็นสุนัขพันธุ์ร๊อตไวเลอร์ ดุมาก!! อยู่บนหลังรถกระบะ ผมเริ่มลังเลใจ จะรับดีไหมว๊า หรือให้พี่รับดี .... รถกระบะสีขาวจอดอยู่หน้าโรงพยาบาล ผมเดินออกไปเจอกับคุณป้าเจ้าของ เธอเดินนำไปที่รถ

ภาพที่ผมเห็นคือ น้องหมี เอ้ย น้องหมาพันธุ์ร๊อตไวเลอร์ ตัวใหญ่มากๆๆๆๆ ลุกไม่ขึ้น ถุงอัณฑะบวมโต ดูท้องกางๆ ยังไงก็ไม่รู้แฮะ และคุณป้าเค้าก็กำชับใหญ่เลยว่า "มันดุนะหมอ ระวังตัวด้วยนะ" เอ่อ... ยิ่งเป็นร๊อตไวเล่อร์ นี่ยิ่งต้องระวังตัวขึ้นไป 3 เท่าแล้ว (ถ้าโดนกัดนี่ถึงประกันสังคมจ่ายก็จริง แต่ไม่คุ้มเด้อ) ผมไปตามหาผู้ช่วยฯ มือฉมังมา ปรึกษาว่าเอาไงดี

ไหนๆ ก็มาถึงโรงพยาบาลแล้ว ครั้นๆ จะฉีดยาให้กลับบ้านไปก็คิดว่าคงจะไม่เวิร์กแน่ เพราะดูอาการค่อนข้างหนักเหมือนกัน (ไม่กินข้าวแล้ว นอนตลอด หายใจหอบๆ อาการเริ่มผิดปกติมาได้ 1 เดือนแต่เพราะว่า ดุ!! และกินได้อยู่เลยไม่ได้พามาตั้งแต่เนิ่นๆ) ก็เลยต้องใช้คนถึง 6 คนในการยกจากหลังรถกระบะ ชั่งน้ำหนักได้ 90 กว่ากิโลกรัม แล้วยกต่อเข้ามาในห้องตรวจ ตัวใหญ่เกินโต๊ะตรวจ ก็ต้องวางบนพื้น

เริ่มตรวจร่างกาย ดูสภาพร่างกายค่อนข้างอาการหนักเหมือนกัน ถุงอัณฑะบวม ปลายเท้า มีหลายๆ ระบบแทรกซ้อน หายใจหอบๆ รีบตรวจค่าการทำงานตับไต ไตก็ยังโอเคหน่ะครับ แต่ค่าตับพุ่งกระฉูดเลยวุ๊ย .... ก็เลยรักษาตามอาการ ปล่อยให้พักสบายๆ เติมน้ำเกลือ ฉีดยาปฏิชีวินะและยาขับน้ำ เพื่อลดอาการท้องบวม (ท้องมาน) ซึ่งอาการนี้น่าจะมาจากโรคหัวใจ ขั้นรุนแรง

ตัวเดียวก็ใหญ่คับห้องตรวจหน่ะครับ ปิดห้องตรวจให้น้องเค้าอยู่ไปเลย แต่ด้วยความที่อาการค่อนข้างหนัก มีปัญหาโรคหัวใจ แม้ว่าจะให้สารน้ำ และยาขับปัสสาวะเพื่อช่วยบรรเทาอาการ แต่ก็เอาไม่อยู่ครับ น้องเค้าก็เลยจากไปในช่วงบ่ายวันนั้นนั่นเอง ตอนยกส่งน้องขึ้นรถกระบะ ยังรู้สึกเศร้าๆ เลยครับ แต่เค้าก็อาการหนักน่าดูเลยหล่ะครับ

เรื่องที่สอง
ปัญหายอดฮิต .....
แมวนู๋โดนกาวดักหนูมา ทำยังไงดีค๊ะ????

เคสแบบนี้ ถ้ามีมาหล่ะก็ พี่หมอเค้าจะยื่นมาให้ผมเลยหล่ะครับ เพราะว่าเป็นเคสที่ ไม่ยากครับ แต่ใช้เวลานาน....
วิธีการก็ง่ายมากๆ ครับ เจ้าของแมวหลายๆ ท่านอาจจะเอาน้ำยาต่างๆ เช็ดล้าง อาบน้ำแมว ยังไงก็เอาไม่ออกหรอก อิอิ เราต้องใช้อุปกรณ์วิเศษ ...

นี่เลยครับ น้ำมันพืช ที่เราใช้ทำครัวนั่นแหล่ะครับ ชุบผ้าก๊อช ถูๆๆๆ บนตัวน้องแมวไปได้เลย ไม่ยาก แต่ใช้เวลาขัดถูกกันซักหน่อย

เคยมีแมวโดนกาวดักหนูราดมาครึ่งตัวครับ ใช้เวลาเช็ดไปเกือบๆ 2 ชั่วโมง เช็ดตัวแล้วจับอาบน้ำ กลายเป็นแมวสดใสเหมือนเดิม อิอิ สบายแฮ

ตอนที่สาม
สารพัดปัญหากับโรคผิวหนัง....
รู้สึกว่าช่วงนี้จะเจอน้องหมาเป็นขี้เรื้อนเปียกกันเยอะเหลือเกินแฮะ อินเทรนด์มาก
และเจ้าของจะรู้สึกเป็นกังวลมากๆ ว่า มันจะหายไหมค๊ะหมอ??

คราวนี้ผมขอพูดถึงขี้เรื้อนเปียกยอดฮิต หรือที่หมอๆ เค้าเรียกกันว่า demodex นั่นเอง น้องหมาก็จะมีอาการคันๆ ขนร่วงเป็นตำแหน่งๆ บริเวณพื้นผิวที่ขนร่วง มักจะเป็นตะปุ่มตะป่ำ แดงๆ เมื่อขูดตรวจผิวหนัง ก็จะพบกับตัวขี้เรื้อน หน้าตาน่ารักแบบนี้ครับ



ซึ่งแนวทางการรักษาก็จะต้องฉีดยาเพื่อรักษาโรคผิวหนัง ทุกๆ สัปดาห์ ต่อเนื่องกันอย่างน้อย 8 สัปดาห์ ในช่วง 2-3 สัปดาห์แรก เจ้าของก็จะรู้สึกว่า อาการดูไม่ดีขึ้นเลยค่ะหมอ ลามขึ้นกว่าเดิมอ่ะค่า.... จนเจ้าของสัตว์หลายรายเลือกที่จะเปลี่ยนหมอ

ความเป็นจริงแล้ว การรักษาโรคนื้จะต้องใช้เวลาพอสมควรเลยหล่ะครับ ไม่ใช่จะแค่แป๊บๆ หาย ช่วงแรกๆ อาจจะพบเจอการลุกลามได้ แต่จะเริ่มดีขึ้นตอนช่วงสัปดาห์ที่ 5-6 หลังการรักษา บางตัวก็อาจจะยังไม่ดีขึ้น (อาการขึ้นอยู่กับแต่ละตัว) ถ้าตัวไหนที่ตอบสนองต่อการรักษาดี ขนก็จะเริ่มขึ้นแล้วหล่ะครับ แต่ถ้าตัวที่ยังไม่หาย จนครบ 8 สัปดาห์แล้ว ก็จะปรับเป็นยากินแทน ....

ก็เลยหวังว่า เจ้าของน้องหมา คงจะไม่เป็นกังวลจนเกินไปนะครับ จริงๆ โรคผิวหนังมีเยอะมากๆ หลายแบบเลย ถือว่าเป็นหัวข้อที่ใหญ่มาก มีหนังสือเป็นเล่มมหึมาหน่ะครับ

ยังไงก็ต้องขอบคุณที่อ่านมาจนจบนะครับ คราวหน้าถ้ามีประสบการณ์อะไรแปลกๆ ก็จะเอามาเล่าสู่กันฟังอีกครับ


Create Date : 28 กันยายน 2550
Last Update : 12 ตุลาคม 2550 22:50:09 น. 4 comments
Counter : 1508 Pageviews.

 
หนุกเหมือนนั่งอ่านการ์ตูนเรื่องโปรดเจ๊เลยจ้า

ยุ่งชะมัดเป็นสัตวแพทย์ไง อิๆ



โดย: หมวยแก้มป่อง วันที่: 16 ตุลาคม 2550 เวลา:10:32:40 น.  

 
เศ้ราเหมือนกันนะพี่ เวลาเห็นสัตว์ตายไปต่อหน้า
เฮ้ออ เคยอยากเป็นสัตวแพทย์มาตั้งแต่เป็นเด็กๆแล้วครับ แต่พอโตก็รู้ตัวเองเลยว่าไม่สามารถเป็นได้ เนื่องจากกลัวเลือดอ่ะ


โดย: ราชันย์เมฆา วันที่: 11 พฤศจิกายน 2550 เวลา:2:41:33 น.  

 
เห็นสัตว์ป่วยแบบนี้บ่อยๆ เป็นเราเศร้าแน่เลย คงเอาแต่ร้องไห้ ประมาณว่าขี้แย ทำให้ไม่เลือกเรียนสัตวแพทย์

นับถือคนที่เป็นสัตวแพทย์มากเลยค่ะ

ปล. แอบสงสารน้องร๊อตไวเลอร์ เคยเจอหมาแบบนี้ที่บาร์ใหม่ มอเกษตร น่าสงสารมาก(คนแถวนั้นว่ามีอาจารย์คอยให้ยา) ตอนนี้ไม่เห็นแล้วคงไปดีแล้วหล่ะ


โดย: ladypurple_eyes วันที่: 3 ธันวาคม 2550 เวลา:0:10:23 น.  

 
ดีดี..เดี๋ยวจะแวะเข้ามาอ่านเรื่อยๆๆคะ
ขอ add ไว้ซะคนนะ


โดย: a_mulika วันที่: 18 ธันวาคม 2550 เวลา:12:12:04 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ยุ่งชะมัด..สัตวแพทย์
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 37 คน [?]




Friends' blogs
[Add ยุ่งชะมัด..สัตวแพทย์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.