หมั่นใส่ใจกับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เพื่อความปลอดภัย ตอน: เครื่องทำน้ำอุ่น
ที่บ้านใช้เครื่องทำน้ำอุ่นมานานแล้ว เครื่องนี้ก็ร่วมๆสิบกว่าปีได้ ไม่ต่ำว่า 18 ปีได้ จำได้ว่ามีเครื่องทำน้ำอุ่นมาตั้งแต่บ้านเก่า แต่เราก็ย้ายมาบ้านนี้ตั้งร่วม 15 ปีแล้วสินะ คิดว่าเครื่องทำน้ำอุ่นเครื่องนี้ คงไม่ต่ำกว่า 18 ปีเป็นแน่ ด้วยความกังวลว่า มันก็นานแล้วนะ แม้ว่ามันจะใช้งานปกติดีอยู่ แต่เครื่องใช้ไฟฟ้าเสื่อมไปตามกาลเวลา แถมอาจจะมีปัญหาเพราะไฟฟ้าลัดวงจรได้ แม้ว่าสภาพการใช้งานยังดี แต่ทุกครั้งที่เปิดน้ำอุ่นอาบน้ำ ก็ผวามันไฟจะรั่วไหมเนี่ย

เพราะมันนานมากๆแล้ว เกือบๆ 20 ปีได้ ใช้ทนมากๆ เครื่องทำน่้ำอุ่นยี่ห้อนี้ เป็นยี่ห้อขายตรงที่พ่อซื้อจากเพื่อนด้วยความเกรงใจ แต่ก็ทนดีนะ

เลยจัดการเปลี่ยนเครื่องทำน้ำอุ่น โดยช่างมาติดตั้งให้ฟรี (โปรโมชั่นของโลตัส) เฉพาะรุ่นนี้ เห็นว่าระบบเซฟตี้ก็ดีกว่ารุ่นอื่นๆ ก็เลยถอดเครื่องทำน่้ำอุ่นเดิมออก ไม่งั้นโดนค่าถอดเครื่องเก่าอีก 300 บาท (ไม่เอาอ่ะ แพง) เลยจัดการถอดเองซะเลย ตอนถอดก็สับสวิตซ์ไฟหลักลง แล้วจัดการถอดออก ตอนติดพ่อเป็นคนติด แน่นดีมากๆเลย แต่ข้างในผุและสายไฟละลายหมดแล้ว เสื่อมไปตามอายุการใช้งาน ก็ดีแล้วล่ะที่เปลี่ยน เพราะอันตราย แม่ก็อยู่บ้าน กลัวไฟรั่ว น่ากลัวมากๆ เลยจัดการเปลี่ยนซะดีกว่า จริงๆว่าจะติดเอง แต่เราไม่มีสว่านเจาะ เลยให้ช่างมาติดดีกว่า ไหนๆก็ติดฟรีเฉพาะรุ่นนี่้ แถมเป็นดิจิตอลด้วย ก็ดีนะ yokekung a better life ชีวิตเหนือระดับ ไม่ต้องกังวลเรื่องไฟฟ้าลัดวงจรอีก



Create Date : 22 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 22 พฤศจิกายน 2551 18:02:40 น.
Counter : 348 Pageviews.

1 comment
ลดกินของจุกจิก ช่วยลดอ้วน และลดการใช้เงิน
ได้คุยกับพี่ที่ออฟฟิศ เขาก็กินของจุกจิกเยอะ แต่ช่วงหลังๆเขางดกินของจุกจิกทั้งหมด ปกติหลังทานข้าวกลางวัน จะมีน้ำอัดลม ชาเขียว ขนมขบเคี้ยว ลองนึกๆดูว่าต้องเสียเงินประมาณ 20 - 40 บาทต่อมื้อ หลังมื้อเย็นก่อนกลับบ้าน หรือกลับหอ ก็มีขาเขียว หรือน้ำอัดลมอีก ปาเข้าไปร่วมๆ 40 - 70 บาท บางทีซื้อเผื่อเช้าวันรุ่งนี้ด้วย เรียกว่าแค่ขนมจุกจิก ก็ร่วมๆ ร้อยแล้ว

ลองงดทานอาหารจุุกจิกดีกว่า เพราะเริ่มอ้วนแล้วเนื่องจากไม่ได้ออกกำลังกายและทานของพวกนี้เยอะ ถ้าไม่กินพวกนี้เลยน่าจะประหยัดเงินได้มากทีเดียว เอาเงินไปจ่ายค่าฟิตเนสน่าจะดีกว่า



Create Date : 10 ตุลาคม 2551
Last Update : 10 ตุลาคม 2551 7:06:22 น.
Counter : 360 Pageviews.

0 comment
จะจ่ายแพงๆ ซื้อ? "นมแคลเซียมสูง" ไปเพื่ออะไร (นิตยสารฉลาดซื้อ)






จะจ่ายแพงๆ ซื้อ 'นมแคลเซียมสูง' ไปเพื่ออะไร !!

'
นมแคลเซียมสูง' กำลังเป็นที่นิยมมาก โดยเฉพาะในวัยผู้สูงอายุและมีราคาแพงกว่า 'นมแบบปกติ' จึงเป็นที่มาของคำถามว่าเราจำเป็นต้องจ่ายแพงเพื่อซื้อ 'นมแคลเซียมสูง' จริงหรือ ? พบ'ความจริง'ของการตลาด'นมแคลเซียมสูง' ได้ที่นี่

นมวัวเป็นแหล่งแคลเซียมที่สำคัญ เพราะในนมสด 1 แก้ว ( 200 มิลลิลิตร) จะมีแคลเซียม 240 มิลลิกรัม ซึ่งนับว่าเป็นสัดส่วนที่สูง จึงมีคำถามที่ควรหาคำตอบว่า ... เหตุใดยังต้องมีนมแคลเซียมสูงออกมาวางขายอีก ?!?   ในปัจจุบันจะสังเกตได้ว่า บรรจุภัณฑ์ของนมแคลเซียมสูงมีลักษณะดึงดูดผู้บริโภคทุกเพศทุกวัย ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าการสื่อสารประชาสัมพันธ์ได้ผลดี แม้แต่นมถั่วเหลือง ที่ถูกโจมตีว่าแคลเซียมต่ำ ก็หันมาเติมแคลเซียมเพื่อลดจุดอ่อนของผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันในตลาด ตอนนี้จึงกลายเป็นว่าเอะอะอะไร ก็ต้อง ' แคลเซียมสูง' ไว้ก่อน แต่จะมีสักกี่คนที่เข้าใจจริงๆ ว่า การที่นมมีแคลเซียมสูงนั้น ไม่สำคัญเท่ากับการที่ ' ร่างกายดูดซึมนำไปใช้ประโยชน์ '   จากการสำรวจซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่ง เราได้เลือกหยิบนมพร้อมดื่มและนมถั่วเหลืองพร้อมดื่ม แบ่งเป็นนมโค 3 ยี่ห้อ ได้แก่ แอนลีน นูต้าแม็กซ์ ฟาร์มโชคชัย และโฟรโมสต์ แคลซีแม็กซ์ , นมถั่วเหลือง 4 ยี่ห้อ ได้แก่ แลคตาซอย ดีน่า ไวตามิลค์ และวีซอย ซึ่งล้วนอ้างว่ามี 'แคลเซียมสูง' มาทดสอบหาปริมาณแคลเซียม   จากการทดสอบ พบว่า...

-
นมโค ยี่ห้อ   แอนลีนและโฟรโมสต์ แคลซีแม็กซ์ มีปริมาณแคลเซียมสูงกว่านมธรรมดาจริง ขณะที่ยี่ห้อ นูต้าแม็กซ์ ฟาร์มโชคชัย มีปริมาณแคลเซียมน้อยกว่านมโคธรรมดา - ส่วนถั่วเหลืองนั้น มีทั้งแบบที่มีแคลเซียม 'ต่ำกว่า' 'สูงกว่า' และ ' ใกล้เคียง' กับนมโคธรรมดา ทั้งนี้ ยี่ห้อ วีซอย สูตรน้ำตาลน้อย มีแคลเซียมมากที่สุด ที่ 173 มก./ 100 มล. ส่วน แลคตาซอย มีแคลเซียมน้อยที่สุด ที่ 66 มก./ 100 มล.
- ปริมาณแคลเซียมส่วนใหญ่มีความใกล้เคียงกับฉลากโภชนาการที่ระบุไว้ข้างกล่อง ยกเว้น ยี่ห้อนูต้าแม็กซ์ ฟาร์มโชคชัย ทั้ง 2 สูตร ที่มีปริมาณแคลเซียมที่แท้จริงน้อยกว่าปริมาณที่ระบุในฉลากค่อนข้างมาก ส่วนนมถั่วเหลืองที่มีแคลเซียมน้อยกว่าที่ฉลากระบุ คือ ดีน่า สูตรผสมน้ำแครอท และวีซอย สูตรไม่มีน้ำตาล
แคลเซียมสูง...ไม่สำคัญเท่าการดูดซึม
 
จากการสอบถาม ผศ.ดร.สมศรี เจริญเกียรติกุล รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ทราบว่า การดื่มนมหรือนมถั่วเหลืองแคลเซียมสูงไม่มีดีไปกว่าการดื่มนมธรรมดา เพราะแม้นมจะมีปริมาณแคลเซียมสูงกว่าจริง แต่ร่างกายของเราจะไม่สามารถดูดซึมแคลเซียมไปใช้ได้ทั้งหมด สืบเนื่องจากกระบวนการดูดซึมแคลเซียมของร่างกาย ซึ่งหากบริโภคแคลเซียมปริมาณมากในครั้งเดียว ร่างกายจะดูดซึมน้อย แต่หากทยอยบริโภคทีละนิด ร่างกายจะดูดซึมได้มากขึ้น
 
นอกจากนี้ กระบวนการดูดซึมแคลเซียมยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ ด้วย เช่น การดื่มนมขณะท้องว่าง ซึ่งร่างกายจะดูดนำไปใช้ได้น้อยกว่าตอนที่ท้องไม่ว่าง รวมทั้งแคลเซียมไม่ได้มีแค่ในนมเท่านั้น อาหารประเภทอื่นๆ ก็มีแคลเซียมเช่นกัน เช่น เต้าหู้แข็ง ถั่ว งา ปลาเล็กปลาน้อย ปลากรอบ ปลาป่น กะปิด กุ้งแห้ง ผักคะน้า และผักกวางตุ้ง
 
ความจริงเกี่ยวกับ 'แคลเซียม' และความคลุมเครือในโฆษณา
- การระบุแคลเซียม- 10 ที่มีขนาดเล็กกว่าแคลเซียมธรรมดา 10 เท่า ซึ่งเรามักเข้าใจว่าจะสามารถดูดซึมเข้าร่างกายได้ดีกว่านั้น ความจริงแล้วการดูดซึมของร่างกายจะเป็นไปตามกระบวนการที่ระบุไว้ข้างต้น นอกจากนี้ ความจริงแล้วขนาดของแคลเซียมมีเพียงขนาดเดียวเท่านั้น!!
 
- การที่ระบุว่า การบริโภคนมแคลเซียมสูงอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ แต่ ต้องบริโภค 'วิตามิน เค' ให้สูงตามไปด้วย โดยอ้างว่าวิตามิน เค อาจมีส่วนช่วยในการป้องกันการสลายตัวของแคลเซียมนั้น ความจริงแล้วร่างกายเราสามารถผลิตวิตามิน เค ได้เอง โดยไม่จำเป็นต้องบริโภคจากภายนอก
 
- การที่ระบุว่า นมแคลเซียม 1 กล่องมีปริมาณแคลเซียมสูงกว่าปกติ 4 เท่า นั้น เป็นความจริง แต่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะประเด็ญสำคัญคือเรื่องการดูดซึมเข้าร่างกาย
 
- การที่ระบุว่า มีการผสม 'โอลิโก ฟรุกโตส' ในนมแคลเซียมสูง โดยอ้างว่า'โอลิโก ฟรุกโตส'อาจช่วยเรื่องการดูดซึมแคลเซียมนั้น ความจริงจากการวิจัยพบว่าเรื่องนี้ยังไม่มีความชัดเจน และจำเป็นต้องได้รับการวิจัยต่อไปอีกมาก

-------------------------------------------

ที่มา นิตยสาร ฉลาดซื้อ ฉบับที่ 90 โดย กองบรรณาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
(
ติดต่อ ฉลาดซื้อ ได้ที่ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค 211/2 ซ.งามวงศ์วาน 31 ถ.งามวงศ์วาน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 โทรศัพท์ 0-2952-5060-2 โทรสาร 0-2580-9337)





Free TextEditor



Create Date : 30 กันยายน 2551
Last Update : 30 กันยายน 2551 21:49:21 น.
Counter : 881 Pageviews.

5 comment
10 อันดับของสังฆทาน ที่พระจะได้ประโยชน์มากที่สุด (สกู๊ปรายการจุดเปลี่ยน)
ที่มา ได้รับ Forward Mail ครับ

ให้เครดิตจาก Forward Mail ละกันนะครับ

รายการ "จุดเปลี่ยน" เมื่อวันเสาร์ที่ 14 และ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา (ช่อง 9 เวลา 13.00 น.) ออกอากาศเรื่อง "10 อันดับของสังฆทาน ที่ทำแล้วพระท่านจะได้ประโยชน์มากที่สุด" อันเนื่องมาจากมีการสำรวจของในถังสังฆทานสำเร็จรูป (ถังเหลือง) ที่เห็นวางขายกันอยู่ทั่วไปพบว่า กว่า 50 % เป็นของที่ไม่มีคุณภาพ ใช้งานจริงไม่ได้ เช่น ผ้าจีวรสั้นและบางจนแทบจะเป็นผ้าซีทรู ใบชาเหม็นผงซักฟอกที่วางมาข้างๆ (กลายเป็นใบชารสโอโม่) กระดาษชำระหยาบและมีกลิ่นเหม็น แปรงสีฟันแข็งจนพระค่อนประเทศเป็นโรคเหงือกอักเสบ, สบู่ แชมพู ที่ถวายมีกลิ่นหอมแรง และผสมมอยซ์เจอร์ไรเซอร์ ทำให้พระผิดศีลต้องปลงอาบัติกันทุกวัน (มีศีลข้อหนึ่งห้ามการประทินผิวและใช้เครื่องหอม ไม่แน่ใจว่าศีลข้อที่ 6,7 หรือ 8 นี่แหละค่ะ)

เครื่องชงดื่มมักหมดอายุ ถ่านไฟฉายหมดอายุ แบตเยิ้ม ฯลฯ หรือแม้แต่ตัวภาชนะที่ใส่ คือถังก็ยังทำจากพลาสติกคุณภาพต่ำ ใส่อะไรได้แป๊บเดียวก็ฉีก แตก พัง เป็นต้นค่ะ

รายการจุดเปลี่ยนจึงได้ไปสอบถามพระสงฆ์จำนวนหนึ่ง แล้วจัดอันดับสิ่งของสังฆทาน
ตามความจำเป็นในการใช้งาน รวม 10 อันดับ ซึ่งเรียงจากจำเป็นมากสุดไปน้อยที่สุดได้ ดังนี้

1. เครื่องเขียน สมุด ปากกา ดินสอ
เนื่องจากพระสมัยนี้ต้องเรียนพระปริยัติธรรม และจดกำหนดนัดหมายต่างๆ ช่วยจำ
บางรูปท่านเป็นเหรัญญิกดูแลค่าใช้จ่าย ยิ่งต้องใช้มาก แต่ไม่ค่อยมีใครถวายเครื่องเขียนเหล่านี้ พระท่านจึงต้องไปเดินหาซื้อเองเสมอ หากเราถวายไป พระท่านจะได้ใช้อย่างแน่นอนค่ะ
อันดับ 1 จึงตกเป็นของ "เครื่องเขียน" ไปอย่างพลิกความคาดหมาย (หรือว่าคุณทายถูกล่ะ ? เอ้อ)

2. ใบมีดโกนตราขนนก (Feather) หรือยี่ห้อยินเลส
เนื่องจากพระต้องโกนผมทุกวันโกน แต่ใบมีดยี่ห้ออื่น พระใช้โกนผมแล้วเลือดสาด !!! (>_<)
ท่านจึงใช้ได้แค่ 2 ยี่ห้อนี้เท่านั้น อนึ่ง ใบมีดตราขนนกจะคมกว่ายินเลส ใช้ในการโกนครั้งแรก
ส่วนยินเลสจะใช้เก็บความเรียบร้อยอีกครั้ง หากท่านใดถวายใบมีด ก็ได้ชื่อว่า
ช่วยไม่ให้พระต้องเสียเลือดเนื้ อทุกวันโกน ข้าพเจ้าเห็นว่าได้บุญดีกว่าให้ยาอีกนะท่าน (-_- )'''

3. ผ้าไตรจีวร ที่มีความยาวพอที่จะนุ่งห่มได้ มีความหนาพอเหมาะสม
เพราะผ้าที่ติดมากับถังเหลือง มันทั้งสั้น ทั้งเต่อ ทั้งบาง ทำให้พระท่านลำบากใจเวลาสวมใส่
ขาดความมั่นใจ และเสียภาพลักษณ์ที่ดีของสงฆ์ ผู้ใดถวายผ้าไตรจีวร จึงได้อานิสงส์มากนัก
นี่ก็ใกล้จะถึงเทศกาลเข้าพรรษาแล้ว เตรียมผ้าอาบน้ำฝนไปถวายพระกันเถอะนะ
คะ

4. หนังสือธรรมะ สารคดี นิตยสาร หรือที่ให้ความรู้ด้านอื่นๆ
เนื่องจากพระสงฆ์ มีหน้าที่เผยแผ่พระพุทธศาสนา จึงจำเป็นที่จะต้องมีความรู้ที่แตกฉาน
ทั้งทางธรรม และรู้ทันข่าวสารบ้านเมือง เพื่อจะได้สาธก ยกตัวอย่างให้ชาวบ้านเข้าใจได้แจ่มแจ้ง
การถวายหนังสือเหล่านี้ จึงถือเป็นต้นทุนแห่งธรรมทาน ให้พระท่านได้นำไปต่อยอด
กระจายสู่ผู้คนได้อีกมาก ทั้งยังถือเป็นการลงทุนที่ไม่มีความเสี่ยง แถมได้ผลตอบแทนสูง
น่าลงทุนเป็นอย่างยิ่ง (ใครติดหุ้นอยู่น่าจะลองไปถวายหนังสือธรรมะแก้เคล็ดนะ ก๊ากกกก)

5. รองเท้า
(ยกเว้นพระนิกายธรรมยุตต์นะจ๊ะ สังเกตให้ดีล่ะว่าวัดที่เราไป พระท่านใส่รองเท้ากันหรือเปล่า)
พระท่านต้องเดินบิณฑบาตร, ธุดงค์, ไปเรียนหนังสือ, ไปกิจนิมนต์ตามที่ต่างๆ,
บางรูปต้องทำงานที่ใช้แรงงานในวัด เช่น ก่อสร้าง ทำสวน สิ่งที่ต้องรับภาระหนักก็คือ "รองเท้า"
ที่มักจะขาด เสียหาย อยู่บ่อยๆ นั่นเอง รองเท้าจึงถือเป็นอีก item หนึ่งที่มีความสำคัญอย่างสูง

6. ยาหลักๆ ที่จำเป็น
ยาสามัญประจำบ้าน ยาแก้ปวดหัว ปวดท้อง ยาแก้ไอ แก้ไข้ ลดกรดในกระเพาะอาหาร
ยาใส่แผลสด แผลเปื่อย แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก แผลพุพอง เป็นหนอง
ผิวหนังอักเสบ เป็นหนอง ใช้ ...... (เรารู้นะว่าคุณเติมคำในช่องว่างได้ อิอิอิอิ ต้องไปดูโฆษณา สสส.)

7. ผ้าขนหนูสีสุภาพ ไม่ต้องสีเหลืองก็ได้
เพราะผ้าขนหนูที่ติดมากับถังเหลืองมักหยาบ เล็ก และคุณภาพต่ำ จนเอามาใช้ไม่ได้ในชีวิตจริง

8. ชุดคอมพิวเตอร์
อู้วววว ไฮโซไปนิดนึง แต่ถ้าใครรวบรวมเงินได้เป็นกอบเป็นกำอย่างกฐิน ผ้าป่า
ก็น่าพิจารณาถวายคอมพิวเตอร์แด่วัดที่ขาดแคลน ..
ถ้าเป็นวัดที่อินเตอร์เน็ตเข้าไม่ถึงจะดีมากๆ ค่ะ(แอบห่วง กลัวเป็นต้นเหตุของข่าวพระนักแชท)

9. น้ำยาเช็ดพื้น
เหอ... งงไปเลย พระท่านจะเอาน้ำยาเช็ดพื้นไปทำอะไร ?? เฉลย ก็เอาไปผสมน้ำ
ถูกุฏิ ศาลา อุโบสถ ไงจ๊ะ เพราะนอกจากจะช่วยผ่อนแรงในการทำความสะอาด สลายคราบแล้ว
บางยี่ห้อยังช่วยฆ่าเชื้อโรคที่อยู่ในมูลนกพิราบ ฉี่หมา ฉี่แมว ฉี่หนู เห็บ หมัด ของหมาวัดได้อีกด้วย
(เอ...แล้วถ้าพระ "ฆ่า" เชื้อโรคนี่จะผิดศีลข้อปาณาฯ มั้ยคะคุณ ??)

10. แชมพู
อ๊ากกกกก !!! พระท่านไม่มีผมแล้วจะเอาแชมพูไปทำไมเนี่ย
แถมยังฮอตฮิตติดท็อปเท็นของที่มีประโยชน์อีกด้วย
แซงหน้าไมโล โอวัลติน ชาเขียว ขิงผง สบู่ ยาสีฟัน แปรงสีฟัน ทิชชู่ ฯลฯ
ที่เห็นสลอนอยู่ในถังเหลืองซะด้วยซี คืองี้ เมื่อพระท่านไม่มีผมมาปกป้องหนังศีรษะเนี่ย
ทั้งความร้อน ฝุ่นละออง เชื้อโรคต่างๆ ก็จะเข้าถึงหนังศีรษะของท่านได้โดยตรง
แถมการรักษาสมดุลความชุ่มชื้นของหนังศีรษะก็จะเสียไป เพราะไม่มีผมปกคลุม
ทำให้หนังศีรษะของพระ มักจะแห้ง และเกิดโรคผิวหนังอยู่เสมอ เช่น ชันตุ เป็นต้น
สิ่งที่จะช่วยบรรเทาได้ก็คือ แชมพูยา ที่มีส่วนผสมปกป้องหนังศีรษะ รักษาสมดุล
สังเกตง่ายๆ ที่ฉลากจะมีคำว่า "Scalp" เป็นสำคัญ ยี่ห้อที่เป็นแบบนี้ก็มักจะเป็นพวก
แชมพูขจัดรังแค อย่างคลินิค, แพนทีน, Head & Shoulder, ไนโซรัล เป็นต้น
แต่น่าเศร้าใจ ที่ไม่มีใครถวายแชมพู พระท่านจึงจำต้องใช้สบู่แก้ขัด
ซึ่งทำให้ยิ่งคันหัว ศีรษะแห้งไปกันใหญ่ ดังนั้นจึงขอท่านโปรดจำไว้
ว่าเราควรซื้อแชมพูไปถวายพระ แต่ก็เลือกสูตรกันนิดนึงนะคะ ให้เป็นสูตรดูแลหนังศีรษะ
เพราะถ้าเกิดเราเลือกสูตร "เพื่อผมนิ่มสลวยดำเงางาม" ไปถวายท่าน...
ท่านอาจเข้าใจผิด คิดว่าเราแซวได้ค่ะ

การทำสังฆทาน นอกจากจะถวายเป็นสิ่งของแล้ว
อีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจมากๆ ก็คือ การบริจาคเงินให้กับโรงพยาบาลสงฆ์
เพื่อช่วยเหลือพระภิกษุที่อาพาธค่ะ



Create Date : 11 กรกฎาคม 2551
Last Update : 11 กรกฎาคม 2551 22:34:45 น.
Counter : 252 Pageviews.

1 comment
ความมหัศจรรย์ของร่างกายมนุษย์
ทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ

เป็นประโยคที่เคยท่องเอาไว้ทำข้อสอบในตอนเรียน

พอผมผ่าตัดไทรอยด์ ประโยคนี้ได้นำมาใช้เต็มที่

อาหารมี 5 หมู่

จากการพักที่ รพ เป็นเวลา 6 วัน จะว่าน่าเบื่อก็่น่าเบื่อ เพราะไม่รู้จะทำอะไร ไม่มีทีวีดู ไม่มีเน็ตเล่น ไม่มีอะไรทำ นอกจากหาหนังสืออ่าน ดีซะอีก ร่างกายจะได้พักผ่อนเต็มที่

เค้าว่าการนอนหลับ เป็นการพักผ่อนที่ดี

ทำให้ร่างกายได้พัก เข้าสู่โหมด idle ได้ซ่อมแซมตัวเองเต็มที่

อาหารที่ฝ่ายโภชนาการจัดให้ในแต่ละวัน

มีข้าวต้ม

ผักผัก

มีกุ้งผัด

มีปลา

มีผลไม้

มีนมกล่อง

แสดงว่า แต่ละอย่าง มีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งนั้น ครบถ้วนแน่ๆ

ปกติเราจะกินขนมบ่อย แต่นี่ อยู่ รพ ไม่ได้กินอะไรนอกจากข้าว 3 มื้อ

8 โมง เที่ยง 5 โมงเย็น

ก็ไม่ได้กินอะไรอีก

เมื่อร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ผัก ก็ไปซ่อมแซม

ส่วนที่สึกหรอจากการผ่าตัด

ปกติไม่ค่อยกินผัก ก็กินหมดเลย

ปกติไม่ค่อยทานผลไม้

ก็ทานซะหมดเกลี้ยง

เพราะอยากหายไว ไว

ร่างกายคนเรา มหัศจรรย์ดีนะ

ไม่ใช่ยาที่ไหนหรอก ที่จะทำให้เราหายเร็ว

แต่ด้วยสภาพจิตใจ กำลังใจ สารอาหารที่ได้รับครบถ้วนต่อวัน

แม้แต่ โอวัลตินกล่อง นมถั่วเหลืองผสมงาดำ น้ำผลไม้

ก็ยังได้รับการเลือกจากนักโภชนาการ ว่าช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์

คงเหมือนกับรถยนต์ที่เราหมั่นดูแลรักษา เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ล้างไส้กรองทุกวัน

แผลเลยหายเร็ว เพราะมหัศจรรย์ของร่างกายจริงๆ

ขอให้หายเร็วๆ

ตอนนี้กินอะไรมีประโยชน์ก็กินหมด

อะไรเป็นอาหารขยะก็ลด ละ เลิก

ดีเหมือนกันนะ



Create Date : 10 กรกฎาคม 2551
Last Update : 10 กรกฎาคม 2551 22:05:05 น.
Counter : 461 Pageviews.

1 comment
1  2  

yokekung
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



ความสุขของคุณ คือความสุขของเรา

Yokekung Blog

เราเชื่อว่า ถ้าคุณได้อ่านบล็อกเรา แล้วมีความสุข เราก็มีความสุขเมื่อเห็นคนอ่านมีความสุข

ความสุขจากการแบ่งปันความรู้ ทิป เทคนิคต่างๆทั้งคอมพิวเตอร์ ไอที กล้องดิจิตอล มือถือ แม่และเด็ก พัฒนาการเด็ก

ติดต่อรับงานเขียน รีวิว ออกงานอีเว้นท์ yokekungworld [at] gmail.com
Creative Commons License
yokekung.bloggang.com โดย yokekung อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ yokekung.bloggang.com.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ http://yokekung.bloggang.com
Visit M.B.A. for IT-Smart Program
จำนวนคนที่เข้ามาดูพร้อมกับคุณ
Friends Blog
[Add yokekung's blog to your weblog]