โยคะเป็นไปเพื่อดับการปรุงแต่งของจิต
Group Blog
 
All blogs
 

เรื่องเล่าจากโยคี.... เรื่องที่ 3--หมาป่าสองตัว

นมัสเตค่ะ

ก็นานแล้วนะเนี่ยที่ไม่ได้เอาเรื่องมาแปล วันนี้เอาเรื่องสั้นๆไปละกัน

เย็นวันหนึ่งชายแก่ชาวอินเดียแดงได้พูดกับหลานชายถึงการต่อสู้ในจิตใจของคนเราที่เกิดขึ้นกับทุกๆคนบนโลกนี้

ชายแก่ "ลูกเอ๋ย มีการต่อสู้เกิดขึ้นของหมาป่าสองตัวที่อยู่ในใจคนเราเสมอ
หนึ่งนั้นคือ
ปิศาจแห่งความชั่วร้าย
มันคือความโกรธ ความอิจฉาริษยา
ความหึงหวง ความเศร้าโศก ความโลภ ความเย่อหยิ่ง ความเห็นแก่ตัว ความไม่พอใจ ความต่ำต้อย การโกหก การหลงผิด และถือตัวเองเป็นใหญ่

อีกสิ่งนั้นหรือคือเทพแห่งความดี มันคือความเบิกบาน ความสันติ ความรัก ความหวัง ความสงบ ความอ่อนน้อมถ่อมตน ความเมตตา กรุณา เข้าอกเข้าใจผู้อื่น ความเอื้อเฟื้อ ความจริง และความศรัทธา"

หลานชายหยุดคิดเกี่ยวกับสิ่งที่ได้ยินอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงเอ่ยถามขึ้นว่า "แล้วหมาป่าตัวไหนชนะละครับ"

ชายแก่ตอบอย่างง่ายๆว่า "ก็ตัวที่เจ้าเลี้ยงมันยังไงล่ะ"

Hari Om





 

Create Date : 28 สิงหาคม 2551    
Last Update : 28 สิงหาคม 2551 11:06:21 น.
Counter : 305 Pageviews.  

เรื่องเล่าจากโยคี.... เรื่องที่ 2

นมัสเตค่ะ

พักนี้มรสุมไฮเทคพัดผ่านเข้ามาในชีวิตอย่างรุนแรง คอมเคิมเจ๊งระเนระนาด กว่าจะแก้ไขให้เข้าที่ได้ เฮ้อ ... อย่างไรซะเราก็มิได้เกิดมาคู่กันจริงๆนะจ๊ะ คอมพิวเตอร์จ๋า

วันนี้ก็เลยแวะเข้าเอาเรื่องมาเล่าให้ฟังสนุกๆค่ะ

เรื่อง ต้นมะม่วง

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ยังมีต้นมะม่วงที่สูงใหญ่สวยงามอยูต้นหนึ่ง ผลของมันช่างอร่อยล้ำ ผลสุกของมะม่วงนั้นเมื่อทานแล้วก็แทบจะละลายหายเข้าไปในปากเลยทีเดียว อีกทั้งต้นของมันก็มีขนาดใหญ่มากซะจนคนที่ยืนอยู่ด้านหนึ่งจะไม่สามารถมองเห็นคนอีกด้านหนึ่งได้

ยังมีคุรุท่านหนึ่งผู้อาศัยอยูในบริเวณใกล้เคียงกับต้นมะม่วงนั้น มักจะมานั่งและทำสมาธิได้อาศัยทั้งร่มเงาและความสงบอยู่ใต้ต้นไม้นั้นทุกวัน พระราชาของดินแดนนี้ก็เป็นสานุศิษย์ของคุรุท่านนี้ และมักจะออกจากวังมาเยี่ยมคุรุทุกๆวันหยุด ซึ่งก็มักจะมาพร้อมเหล่านายกและทหาร และบางทีพระราชินีก็มาพร้อมกับข้ารับใช้ด้วย พวกเขามักจะนั่งอยู่ใต้ต้นไม้และถามคำถามรวมทั้งเรียนรู้จากคำสอนของคุรุ

ใกล้ๆกันนั้นเองก็มีชายยาจกเดินมาตามถนน เขาไม่มีอะไรกินมาสามวันแล้วและแทบไม่อยากจะเชื่อตาตัวเองเมื่อเห็นต้นมะม่วงที่อุดมสมบูรณ์เช่นนี้ จากที่ที่ชายยาจกยืนอยูสามารถเห็นกิ่งที่เต็มไปด้วยผลสุกเต็มไปหมด เขาจึงไม่ได้สังเกตุไปยังอีกฟากหนึ่งของต้มมะม่วงนี้

เมื่อได้เห็นทางรอดอยูไม่ไกลแล้ว เขาจึงหยิบหินขึ้นมาก้อนหนึ่งแล้วก็ขว้างอย่างสุดแรงไปยังกิ่งมะม่วงนั้น มะม่วงสองลูกก็หล่นลงมาสู่พื้น ชายยาจกก็เริ่มทานอย่างเอร็ดอร่อย เมื่อกำลังเริ่มกลับมาเพราะได้อาหารแล้ว แต่เขาเพิ่งทานไปได้สองลูกเท่านั้น ชายยาจกคิด เขาน่าจะทานอีกหน่อยเพราะไม่รูว่าทางข้างหน้าจะมีอะไรกินรึปล่าว

เมื่อกำลังวังชาเริ่มกลับมาชายยาจกก็หยิบเอาหินก้อนใหญ่กว่าเดิมแล้วขว้างอย่างสุดแรงไปที่ยอดไม้

อนิจจา ชายยาจกไม่ทราบเลยว่าหินก้อนนั้นลอยข้ามมาอีกฟากหนึ่งของต้นไม้และตกอย่างแรงตรงกลางศรีษะของคุรุอย่างแม่นยำ เคราะห์ดีที่คุรุนั้นได้ขมวดผมซึ่งยาวและหนาไว้บนศรีษะจึงไม่เกิดบาดแผลหนักหนาอะไร แต่พระราชาและคณะนั้นโกรธมากจึงสั่งให้ทหารไปค้นหาค้นร้ายมาลงโทษให้ได้ในทันที ซึ่งพวกเขาก็ไม่ต้องมองหาไปไกล ไม่ช้าพวกเขาก็เดินมาถึงยังอีกฟากของต้นไม้และเห็นชายยาจกนั่งกินมะม่วงอย่างมี ความสุข

โดยที่ไม่ได้อธิบายอะไร ทหารก็จับตัวชายยาจกไปยังที่ที่พระราชากับคณะนั่งอยู่ พระราชาโกรธมากที่มีคนทำให้คุรุบาดเจ็บและต้องการคำอธิบายในเหตุที่เกิดขึ้นนี้ “เอาละเจ้าจะมัวยืนอยู่ทำไม บอกข้ามาสิว่าทำไมเจ้าถึงทำเช่นนี้” ยาจกยังยืนมองด้วยความสับสนและไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น พระราชาเห็นดังนั้นจึงสั่งให้นำตัวไปตุลาการตัดสินโทษ

ยาจกได้แต่ร้องโวยวายอย่างสิ้นหวังเมื่อรู้ว่าตนจะได้รับโทษ “ ข้าไม่รู้อะไรเลยจริงๆนะ สาบานได้ ”

ทันใดนั้นเองคุรุก็ลืมตาออกจากสมาธิเมื่อได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย “ ขอให้ข้าได้พูดอะไรบ้างเถิด ”

ทั้งหมดหันกลับมาหาคุรุ “ แน่นอนท่าน ก็ท่านเป็นผู้บาดเจ็บนี่ ท่านอยากจะทำอย่างไรกับเจ้านี่ก็บอกมาเลย ข้าพร้อมจะทำตามที่ท่านบอก ” พระราชาเอ่ยและนำยาจกเข้ามาหาคุรุ

“ ลูกเอ๋ย ทำไมเจ้าจึงขว้างหินใสต้นไม้เล่า ”คุรุเอ่ยถาม ชายยาจกตอบเสียงสั่นและอธิบายถึงความหิวที่เขาไม่ได้ทานอาหารล่วงเลยมาถึงสามวัน และต้องการมะม่วงเพื่อประทังชีวิต

หลังจากสอบถามได้ความ คุรุจึงหันกลับไปหาพระราชาแล้วเอ่ยว่า “ ท่านจะทำตามที่เราประสงค์จริงๆหรือ ” “ แน่นอนท่าน ไม่ว่าอะไรก็ตาม” พระราชาตอบอย่างสุภาพ

คุรุจึงเอ่ยต่ออย่างสงบว่า “ ถ้าเช่นนั้น ได้โปรดนำชายคนนี้ไปเลี้ยงดูจวบจนสิ้นชีวิตเถิด” เมื่อเอ่ยจบ ฝูงชนก็โวยวายอย่างไม่เห็นด้วยและช็อกกับคำของคุรุ “ แต่เขาทำร้ายท่านนะ เขาควรถูกทำโทษ ”

“ พวกท่านทั้งหลายจงฟังเรา ต้นไม้ยังไม่โกรธเมื่อเขาขว้างปามันด้วยก้อนหิน และยังให้มะม่วงมาอีกสองผล แล้วเรา....เป็นซึ่งผู้เจริญแล้ว มีทั้งจิตใจและอารมณ์ที่สูงส่งยิ่งกว่า เมื่อเขาทำเช่นนั้นกับข้า ข้าจึงควรให้เขามากกว่านั้น มิใช่หรือ ”

มันก็เป็นเช่นนี้แล
Hari Om




 

Create Date : 26 กันยายน 2550    
Last Update : 26 กันยายน 2550 13:37:24 น.
Counter : 288 Pageviews.  

เรื่องเล่าจากโยคี.... เรื่องที่1

นมัสเตค่ะ

วันนี้หมวยก็จะเอาเรื่องเล่ามาบอกต่อ เนื่องจากว่า ตอนที่เรียนอยู่ลูกชายของคุรุจีมักจะมีเรื่องมาเล่าให้ฟังอยู่เสมอ เพื่อเป็นการเปรียบเทียบให้เข้าใจในโยคะมากขึ้น

เนื่องจากการที่เราจะถูกปลูกฝังในขณะที่เรียนอยู่ให้เรามองโลกในแง่บวกเสมอ คำที่มักจะติดปากทุกๆคนคือคำว่า " ดีมาก ดีมาก" คำนี้เป็นคำที่เวลาเราพูดหรือถามหรือฟังอะไร ทุกๆคนที่อยู่ในอารามก็จะตอบมาแบบนี้เสมอ "ดีมาก ดี...ดี" จนทำให้เราเองคิดอะไรก็ดีไปซะหมด ไม่พยายามคิดไปในทางที่ไม่ดีเลย

"ดีมาก ดีมาก"

เรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับพระราชาองค์หนึ่งกับนายกรัฐมนตรีของเขา พระราชาเป็นผู้ที่มีจิตใจดี มีความประเสริฐมากๆ และแถมยังมีหัวคิดสมัยใหม่ซะด้วย ในขณะที่นายกรัฐมนตรีเองก็ฉลาด มีไหวพริบ ปฏิบัติหน้าที่อย่างดี และมีความศรัทธาในพระราชาของเขาเป็นอันมาก

แต่นายกฯเองมีนิสัยที่น่ารำคาญอย่างหนึ่ง เขามักจะเอ่ยว่า "ดีมาก ดีมาก" เสมอ ไม่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นจะดีหรือร้าย

ครั้งหนึ่งพระราชาเกิดประชวร และไม่สามารถไปออกว่าราชการได้ พอนายกฯมาเยี่ยม เขาก็กล่าวกับพระราชาว่า "ดีมาก ดีมาก" สร้างความขุ่นข้องให้กับพระราชาเป็นอันมาก

ต่อมาพระราชาเกิดอยากจะออกไปเยี่ยมเยียนราษฎร เพื่อจะดูว่า พสกนิกรมีความเป็นอยู่อย่างไรบ้าง พระราชาวางแผนที่จะปลอมตัวให้กลมกลืนไปกับราษฎร และเดินทางไปในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง พระราชาและนายกฯต่างก็แปลงโฉมตัวเองและมีเพียงคนใกล้ชิดติดตามห่างๆเพียงไม่กี่คนเท่านั้น

เวลาผ่านไป เหล่าคนติดตามก็เดินห่างจากพระราชาและนายกฯมาก จนเหลือกันอยู่สองคน พระราชาเริ่มกังวลใจ แต่นายกฯกลับพูดแต่ว่า " ดีมาก ดีมาก" พระราชาหัวเสียเป็นอันมาก จึงพูดขึ้นว่า "ได้โปรดหยุดซะที่ได้มั๊ย ฉันเหนื่อยหน่ายกับพฤติกรรมนี้ของท่านจริงๆ"

ไม่นานนักพวกเขาก็เริ่มหลงทาง พวกเขาพยายามมองหาผู้ติดตามเพราะท้องฟ้าก็เริ่มมืดลงทุกที ขณะที่ย่ำไปตามทางหิน ม้าของพระราชาก็ลื่มล้มลงขาหัก ทำให้ต้องปล่อยทิ้งไว้ นายกฯเห็นดังนั้นก็พูดว่า "ดีมาก ดีมาก" คราวนี้พระราชาโกรธมาก และสั่งให้นายกฯเอาม้าของเขามาให้กับตนเองขี่ และก็เริ่มเดินทางต่อโดยที่นายกฯก็เดินเท้าไป นายกฯก็ยังคงพูดว่า "ดีมาก ดีมาก"

และแล้วมันก็มืดลงมืดลง หลังจากการเดินทางที่ยาวนาน ม้าของพระราชาก็เหยียบโดนกับดักสัตว์ มันตกลงไปในหลุมพรางอย่างแรง ทำให้พระราชาขาหัก และม้าก็บาดเจ็บสาหัสมากทีเดียว นายกฯก็กล่าวอีกครั้ง "ดีมาก ดีมาก"

ครั้งนี้พระราชาเดือดดาลเป็นอันมาก และตะโกนใส่นายกฯให้รีบนำเขาออกจากหลุมทันที นายกฯก็ช่วยโดยการยื่นกิ่งไม้ลงไปดึงตัวพระราชาขึ้นมา เมื่อพระราชาขึ้นมาได้ แต่ด้วยความโมโหทำให้เขาผลักนายกฯลงไปในหลุมและยกเอากิ่งไม้ที่ไว้ดึงตัวขึ้นออกไป พร้อมกับพูดใส่นายกฯว่า "ดีมาก ดีมาก"

ขณะที่พระราชาเดินกะเผกอย่างโกรธๆไปอย่างหมดหนทาง เพราะไม่รู้ว่าจะไปทางไหนดี เขาก็ได้พบกับชนเผ่ากลุ่มหนึ่งซึ่งพยายามจับตัวพระราชาไว้

พระราชาพยายามอธิบายให้กับหัวหน้าเผ่าฟัง แต่หัวหน้าเผ่ากลับหัวเราะเยาะใส่เขา พวกนั้นลากเขาไปที่หมู่บ้านและมัดพระราชาเข้ากับเสาต้นหนึ่ง ขณะที่ได้ฟังพวกนั้นคุยกัน พระราชาก็พบความจริงที่น่าสยดสยองว่าพวกเขาจะเอาพระราชาไว้บูชายัญในวันรุ่งขึ้น

ตลอดทั้งคืนพระราชารู้สึกเสียใจเป็นอันมาก และคิดว่าเขาไม่น่าปฏิบัติเช่นนั้นกับนายกฯเลย และนึกเสียใจที่ตัดสินใจออกจากวังและเดินทางมาในครั้งนี้

เช้าวันต่อมาพระราชาถูกนำมายังแท่นบูชายัญ และหัวหน้านักบวชก็มาพร้อมกับมีดแหลมคมในมือ.... พระราชากลัวมาก แล้วนักบวชก็เริ่มสำรวจร่างกายของพระราชาอย่างละเอียดถี่ถ้วน แต่หลังจากการตรวจตรานั้นนักบวชก็หันหลังให้กับพระราชา เขาประกาศว่า พระราชาไม่เหมาะสมแก่การบูชายัญ พระราชาจึงถูกปล่อยตัวลงมา

พระราชาได้ถูกปล่อยตัวไป แต่ก็ยังติดใจสงสัยอยู่ว่าทำไมเขาจึงไม่ถูกบูชายัญ ดังนั้นเขาจึงเข้าไปถามนักบวชและก็ประหลาดใจเมื่อพบว่า เพราะขาของเขาหักนั่นเองจึงทำให้เขาไม่สมบูรณ์สำหรับพิธี

พระราชาดีใจมากและรีบวิ่งกลับไปยังที่ที่เขาปล่อยนายกฯทิ้งไว้ในหลุม เพื่อที่จะช่วยเขาออกมา หลังจากนั้นพระราชาก็เล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในคืนนั้นให้นายกฯฟัง และบอกว่าเขาเสียใจมากที่ผลักนายกฯตกลงไปในหลุม เมื่อได้ฟังดังนั้นนายกฯจึงพูดขึ้นว่า “ พระราชาของข้า คราวนี้ข้าจะอธิบายให้ท่านฟังว่าทำไมข้าถึงพูดว่าทุกสิ่งดีมาก แม้ท่านจะไม่คิดเช่นนั้น ”

“การที่ท่านตัดสินใจไปเยี่ยมเยียนราษฎรนั้นดีมากๆ เพราะตอนนี้ท่านได้ทราบแล้วว่ายังควมีพิธีกรรมทางศาสนาที่น่ากลัวหลงเหลืออยู่ ถ้าเราไม่พลัดกับผู้ติดตามท่านคงจะไม่ทราบเรื่องนี้ และเมื่อม้าของท่านบาดเจ็บ และท่านก็เอาม้าของข้าไปแทน แล้วปล่อยให้ข้าเดิน มันก็ดีตรงที่ว่าถ้าข้าอยู่บนหลังม้าด้วย เมื่อตกลงไปในหลุมก็คงไม่มีใครที่จะสามารถช่วยเราได้ และมันก็ดีมากๆที่ขาท่านหัก มิฉะนั้นท่านคงถูกบูชายัญไปแล้วคงไม่มานั่งคุยกับข้าเช่นบัดนี้”

พระราชาเห็นด้วยกับเขาและกระจ่างในเรื่องทั้งหมดที่นายกฯปฏิบัติตลอดทาง
แต่พระราชาก็กล่าวขึ้นว่า “ แต่อย่างนึงข้าสงสัยว่า ตอนที่ข้าผลักท่านตกลงไปในหลุม ทำไมท่านยังพูดว่า ดีมาก ดีมาก อยู่อีกเล่า”

นายกฯตอบข้อสงสัยนี้ “ แน่นอน เพราะถ้าท่านไม่ผลักข้าลงไป ข้าก็ยังคงอยู่เคียงข้างท่าน และเมื่อเราไปถึงหมู่บ้านที่ท่านถูกจับ มันคงจะเป็นข้าที่ถูกบูชายัญเพราะข้ายังปกติทุกอย่าง เพราะท่านผลักข้าลงไป ข้าจึงยังคงอยู่ตรงนี้และพูดคุยกับท่านยังไงล่ะ ดีจริงๆ”

5555

ก็อยู่ที่เรามองนะคะ แต่ละสิ่งล้วนมีสองด้านเสมอ หากเราจะคิดแต่ในแง่ลบ เราก็คงไม่สามารถมองเห็นในแง่บวกได้

Hari Om




 

Create Date : 29 สิงหาคม 2550    
Last Update : 11 กันยายน 2550 19:23:11 น.
Counter : 224 Pageviews.  


หมวยเกี๊ยะA2
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]




สาวน้อย(อิอิ)ธรรมดา ที่มีพี่ๅน้องแสนฉลาด พี่สาวคนโตจบดอกเตอร์ทางด้านวิทยาศาสตร์การอาหาร พี่ชายคนโตจบศิลปะแต่ได้ผันตัวเองมาทำงานภาพยนตร์จนเป็นผู้กำกับ พี่ชายคนเล็กก็เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านการสื่อสารที่คนเขาแย่งตัวกัน ส่วนน้องสาวคนเล็กก็เป็นหมอฟันประจำตัวให้เราน่ะเอง

ส่วนตัวเองเรียนจบมาทางด้านภาพยนตร์ ที่ล้วนแล้วแต่มายา แต่ดันผ่าอยากศึกษาด้านธรรมะและโยคะ เพราะความล้มเหลวด้านชีวิตครอบครัวเป็นเหตุ

วันดีคืนดีจึงนั่งเครื่องบิน บินไปอินเดียที่เป็นแหล่งกำเนิดโยคะและศึกษาอย่างจริงจัง (เที่ยวอย่างจริงจังด้วย)
ที่ Yoga Vidya Gurukul
ณ เมืองนาสิก ประเทศอินเดีย
เมื่อเดือน มีนาคม พ.ศ.2549

ตอนนี้ก็รับสอนโยคะอย่างจริงจังมาก็เริ่มปีที่ห้าแล้ว

ในปี 2553 ได้จบหลักสูตรต่างๆทุกหลักสูตรที่มีอยู่ในสถาบันแล้ว รวมทั้งศึกษาศาสตร์อื่นๆมามากมายก่ายกอง ไม่ว่าจะเป็น โยคะบำบัด อายุรเวท เรกิ ธรรมชาติบำบัด :-D

ตอนนี้เริ่มสอนอีกครั้งแล้วค่ะ ถ้าสนใจเรียนเป็นกลุ่มหรือเรียนตัวต่อตัวหรือเป็นวิทยากร
ก็ติดต่อมาได้นะคะ
Tel.+66 (0)85 1420201
[Add หมวยเกี๊ยะA2's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.