โยคะเป็นไปเพื่อดับการปรุงแต่งของจิต
Group Blog
 
All blogs
 

My Diet Diary ตอนที่ 2 -ปรับอาหาร

หลังจากผ่านไป 17 วัน ในช่วง 10 วันแรก น้ำหนักหายไป 3 กก. แล้วก็ไปวิ่งเทรลที่เกาะช้างใช้เวลาอยู่ในป่านาน..10 ชั่วโมง ช่วงที่ผ่านมาน้ำหนักไม่ลงเพราะโหลดเข้าไปเพื่อให้มีแรงก่อนวิ่งและโหลดเข้าไปหลังวิ่งเพื่อซ่อมแซมร่างกาย ดังนั้นช่วงวันวิ่งน้ำหนักจะเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อยแล้วก็ปรับลงไปใหม่

ไปวิ่งวันที่ 27 กุมภาพันธ์ พอวันที่ 24 กุมภาพันธ์ หมวยก็เริ่มใส่คาร์โบไฮเดรตกลับเข้าไปใหม่ในปริมาณเล็กน้อยทุกมื้อ 25 กุมภาพันธ์ ก็เพิ่มเข้าไปอีก วันที่ 26 กุมภาพันธ์ ทานให้ได้เท่าที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันไม่มีการตัดออกหรือลดแคลอรี่ และที่สำคัญคือคาร์โบไฮเดรตต้องพอ แล้ววันที่ 27 กุมภาพันธ์ที่เป็นวันวิ่งนี่...เน้นคาร์โบไฮเดรตเต็มๆไม่ว่าจะเป็นขนมปังหรือคุ๊กกี้ที่แบ่งออกเป็นส่วนละ 150-160 kcal. เพื่อทานในแต่ละชั่วโมง
  • Left
  • Center
  • Right
Remove
เตรียมพลังงานสำหรับวิ่ง
คือ…ต้องเข้าใจก่อนนะว่า...ไปวิ่งหนนี้นี่..ไม่ใช่การวิ่งเพื่อลดน้ำหนัก แต่เป็นการวิ่งเพื่อความสุข มีความสุขกับการวิ่ง ถ้าไปหน้ามืดกลางทางคงไม่สนุกแน่ ดังนั้นเพื่อให้มีความสุขกับการวิ่งและใช้ทักษะให้เต็มที่ก็ต้องทานให้พอ ถ้าวิ่งฟรุ๊งฟริ้งลดค่อยกลับไปหลังจากนี้ นี่คือการแข่งวิ่ง..ไม่ใช่วิ่งลดน้ำหนัก!!!
ทีนี้พอวันวิ่งผ่านไปก็ต้องมาดูเรื่องการฟื้นฟูร่างกายหลังวิ่งซึ่งก็ต้องทานอย่างเหมาะสมเช่นกัน โปรตีนที่มากพอและคาร์โบไฮเดรตที่เหมาะสม ดังนั้นในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ก็ยังทานโดยควบคุมปริมาณแคลอรี่ให้พอดีกับที่ร่างกายใช้ใน 1 วันแต่เปลี่ยนสัดส่วนของโปรตีนให้มากกว่า แต่ก็ยังขาดคาร์โบไฮเดรตไม่ได้ เพราะคาร์โบไฮเดรตจะเป็นตัวนำโปรตีนไปฟื้นฟูร่างกาย ถ้าขาดคาร์โบไฮเดรตแล้ว...ต่อให้ทานโปรตีนแค่ไหนก็...ไม่สามารถเอาไปซ่อมแซมร่างกายได้
ในวันที่ 29 กุมภาพันธ์…ร่างยังแหลกจากการวิ่ง 555 ไม่ทานยาใดๆทั้งสิ้น เพื่อให้ร่างกายได้เรียนรู้ ทานแต่วิตามินรวมเท่านั้น เพราะ…ถ้าวิตามินและเกลือแร่ไม่พอ...ก็ทำให้ทั้งระบบรวนเช่นกัน
ช่วง 29 กุมภาพันธ์ ถึง วันนี้วันที่ 3 มีนาคมนี้ หมวยพบว่า...หมวย..อาจจะแพ้นม ไม่ได้แพ้แบบขึ้นผื่น แต่เป็นภูมิแพ้แฝง เพราะทุกครั้งที่ทานนม...น้ำหนักจะดีดขึ้น ดังนั้น..ต้องจำกัดการทานผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับนม ซึ่ง..ก็มีความเป็นไปได้ว่าพวกชากาแฟต่างๆมันก็มีน้ำตาลแอบแฝงมา ผลิตภัณฑ์พวกนมก็มักมีน้ำตาลสูง...อันนี้ก็เป็นไปได้เช่นกัน แต่…อันนี้..ทานกาแฟใส่นมไม่ใส่น้ำตาล...มันก็ดีดขึ้น ซึ่ง…ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเป็นนะ บังเอิญว่าช่วงที่ปฏิบัติอยู่หมวยลดอาหารพวกนมไปเยอะ คือ..จำกัดอาหารไปหลายชนิดมาก พอเพิ่มทีละอย่างก็เลยเห็นชัดว่า..ร่างกายเป็นอย่างไร พอหมวยทานนมแล้วรู้สึกตัวบวม
ในช่วงนี้สิ่งที่ทานในแต่ละวันยังคงคล้ายๆกับช่วงที่ผ่านมาแต่เพิ่มปริมาณข้าวอีกเล็กน้อย ไม่งั้นรู้สึกหวิวๆเพราะคาร์โบไฮเดรตไม่พอดำรงชีพในแต่ละวัน
เนื้อสัตว์ 110 กรัม + ผักสลัดสด 100 กรัม + ข้าว1/3 ถ้วยต่อมื้อ ทานทั้งหมด 3 มื้อ
แต่เพื่อไม่ให้น้ำตาลในร่างกายเกิดการแกว่งและเพื่อการใช้สารอาหารอย่างเหมาะสมมากขึ้น ก็จะมีทาน ขนมปังโฮลวีต...1/2 แผ่นคั่นระหว่างมื้อ และเซเลอรี่กับบล็อกโคลี่และผักบางอย่างอย่างไม่จำกัด(ไม่ใช่พวกให้พลังงานสูงนะ) และก็มีผลไม้ …1 คำ ย้ำนะ...1 คำไม่ใช่ 1 ชิ้น ยังงดผลไม้อย่างเคร่งครัด เพราะผลไม้น้ำตาลสูง และก็ต้องเลือกเป็นผลไม้รสเปรี้ยวเช่น แอปเปิ้ลเขียว กีวี ทำนองนี้ แค่อนุโลมให้ร่างกายรู้สึกดีเท่านั้น เมื่อวาน...ทานสตอเบอรี่ไปลูกเดียว 555
การปรุงอาหารต่างๆก็ไม่ได้เคร่งขนาดว่าจะคลีนซะหมด แต่เน้นให้มีความสุขในการทานมากกว่า เพราะถ้าไม่มีความสุขในการทานก็จะทำให้ร่างกายรู้สึกไม่พอ ดังนั้นก็จะซื้ออาหารมาจากซุปเปอร์บ้าง แต่เป็นพวก ปิ้ง ย่าง เช่น เสต๊กไก่พริกไทยดำ ปลาแซลมอนเทริยากิ ปลานึ่งมะนาว ซึ่งต้องเป็นชิ้นละประมาณ 100-110 กรัม หรือแม้กระทั่งลาบไก่ก็พออนุโลมได้ หมวยซื้อมาแล้วแบ่งชั่งเลยว่าน้ำหนักเท่าไหร่
หลังจากที่ได้คุยกับเพื่อนที่ปฏิบัติมาก่อนก็ทำให้เห็นแนวทางที่ชัดเจนและเหมาะสมมากขึ้นในเรื่องของอาหาร
คนที่จะเริ่มใหม่ก็ต้องค่อยๆปรับลดปริมาณข้าวลงช้าๆ เช่นจากเคยทานหนึ่งทัพพีก็อาจจะเหลือ 3/4 ทัพพี ค่อยๆลดลงแล้วเพิ่มการออกกำลังกายทีละน้อยๆให้สวนทางกับอาหารที่ลดลง แล้วก็งดผลไม้ทุกชนิด งดน้ำตาลทุกอย่าง
กำหนดวันพักหรือวันหลอกร่างกายยังมีตามปกติคือ...กินอะไรก็ได้ เท่าไหร่ก็ได้ เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายรู้สึกว่า..อึดอัดต้องเผาผลาญออก
ในสัปดาห์นี้ก็จะเริ่มเพิ่มการออกกำลังกายอย่างจริงจังมากขึ้น ซึ่งคงจะมาพูดกันต่อไปใน..บันทึกครั้งต่อไป




 

Create Date : 03 มีนาคม 2559    
Last Update : 3 มีนาคม 2559 10:30:52 น.
Counter : 414 Pageviews.  

My Diet Diary ตอนที่ 1 - คำแก้ตัวกับคำว่าพรุ่งนี้

เออ…ก็…แก้ตัวก่อนละกัน 555

#หมายเหตุลำดับที่1 ยังไม่ได้ควบคุมน้ำหนักจนถึงเป้าหมาย แต่เป็นการบันทึกไว้เรื่อยๆเพื่อย้ำเตือนเป้าหมายตัวเองให้ฮึดสู้
หลังจากที่ใช้ชีวิตสบายๆมาสักพัก แม้ว่าจะมีการออกกำลังกายค่อนข้างเยอะ ทั้งที่รู้อยู่ว่าเหตุและปัจจัยมันมาจากอะไร …ก็ยังปล่อยไป
ออกกำลังกายเยอะ กินเยอะ(มากกว่าออกกำลังกาย) เพราะคิดว่าก็ชอบทานนะ ออกกำลังกายเพื่อให้ได้ทาน แม้ว่าเพื่อนๆจะบอกว่าตัวไม่ได้ใหญ่มากเพราะการออกกำลังกายช่วยไว้เยอะ แต่พอมาถึงจุดนี้... 555 ก็…อยู่มาวันนึง ทานข้าวเข้าไปแล้ว...รู้สึกอึดอัดอย่างเห็นได้ชัด บวกกับว่า...กำลังเปิดคอร์สครูโยคะใหม่ 300 ชม. ก็…ต้องมีสอนเรื่องของการออกกำลังกายและโภชนาการด้วย เรื่องออกกำลังกายน่ะทำแล้ว เหลือเรื่องโภชนาการนี่แหละที่เรียนมาแล้วยังไม่ได้ทำซะที งั้นก็...ทำซะ!!
พอถึงคำว่า..ทำซะ! 555 หลายๆคนคงนึกอยู่ในใจ..เริ่มจากอะไรดี? ส่วนใหญ่จะนึกถึงคำว่า...ลดอาหาร ก่อนเป็นลำดับแรก แต่หมวยจะขอบอกว่า...ออกกำลังกายซะ ให้ร่างกายได้ขยับซะก่อนเป็นลำดับแรกเพื่อรักษาระดับการเผาผลาญให้ดีกว่าก่อนหน้านี้ที่การเผาผลาญต่ำมานาน ซึ่ง…หมวยทำมาเป็นปีแล้วก็เริ่มเฟสต่อไปเลย
จากการวางแผน... ตั้งเป้าไว้ … 10 กก. อย่างงว่าน้ำหนักหมวยเท่าไหร่ …ตอนเริ่มต้นทำ...น้ำหนัก 64 กก. แตะระดับสูงสุดที่เคยเป็นมารอบหนึ่งหลังคลอดลูกสาว ซึ่ง…ตอนนั้นลดลงมาได้เหลือ 52 กก. แต่ใช้เวลาหลายปีอยู่ หนนี้ตั้งเป้าไว้ที่ 54 กก. เพราะด้วยวัยและปัจจัยอื่นๆ ผอมมากก็ไม่ดี
ตอนที่บันทึกอยู่นี่...10 วันผ่านไป …เหลือ 61 กก. หายไป 3 กก. เยอะเกิน แต่เป็นกำลังใจได้โข ตอนนี้เริ่มเข้าสู่การปรับอาหารรอบสอง เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง
จากที่ตั้งเป้าไว้คือ...10 กก. ภายใน 3 เดือน เพราะจะมีไปปั่นออแดกซ์ 400 กม.ตอนเดือนพ.ค. ก็กะว่า...ลดน้ำหนักจักรยานจนมันแทบจะปลิวเวลาลมพัดแรงแล้วเนี่ย...ถ้าจะให้ปั่นสบายกว่านี้ก็เหลือทางเดียวคือ...ควบคุมน้ำหนักซะ แต่….
การลดน้ำหนักให้ได้ถึงเกณฑ์ที่ตั้งไว้น่ะ …ไม่ได้ยากค่ะ ยากที่การรักษาไว้!
ดังนั้น... 3 เดือนนี้คือการทำให้ลงมาถึงเป้าหมาย และอีก 3 เดือนเพื่อปรับให้คุ้นเคยกับการจัดระเบียบชีวิตค่ะ
ค่ะ..จัดระเบียบชีวิต! ช่วงวันแรกๆเลยสิ่งที่ทำควบคู่กับการควบคุมอาหารคือ...การล้างบางสิ่งของในตู้เย็นที่มีขนมนมเนยคุ๊กกี้อยู่เพียบ!! แล้ว…ยัดผักเข้าไป!!! ทิ้งไปแบบไม่สนใจใยดีเลย เหลือคุ๊กกี้ไว้กล่องหนึ่งเป็นรางวัลให้กับตัวเองในวันพัก แต่..ซุกไว้ข้างในลึกๆ นอกนั้นทิ้งหมด ได้ขยะมาเป็นกองๆ รวมถึงการล้างบางตู้กับข้าวที่มีเครื่องเทศที่ไม่ได้ใช้ ก็…ได้ขยะมาอีกกอง
  • Left
  • Center
  • Right
Remove
click to add a caption
เสร็จแล้ว...ช่วงแรกยังปรับตัวเรื่องอาหารไม่ทันก็...สั่งมาทานในบางมื้อค่ะ ถ้าทำเองนึกได้แต่กินสลัด 555 ก็..สั่งอาหารที่เขาจัดเป็นอาหารคลีนมาก่อน ใช้น้ำตาลทรายขาวน้อยจนถึงไม่ใช้น้ำตาลทรายขาวเลย แต่ก็มีที่ใช้เป็นน้ำตาลมะพร้าว บางมื้อมีเวลาก็ลองทำทานเองแบบง่ายๆ ดังนั้นในช่วงอาทิตย์แรกที่ไม่ค่อยได้ทำกินเองก็จะมีเวลาค่อยๆละเลียดหาข้อมูลเรื่องอาหารต่อไป
พอกินอาหารเฉพาะที่สั่งมาก็รู้สึกตัวเริ่มเบาก็มาวิเคราะห์ว่า...มันอะไรยังไงบ้าง เอาอาหารที่ซื้อมาชั่งกันเลยทีเดียว ผักเท่าไหร่ เนื้อสัตว์เท่าไหร่ ข้าวเท่าไหร่ แล้วมาคำนวนแคลอรี่ที่เหมาะสมกันอีกที แล้วก็ยังมีน้องแพร นัดดา ภรรยาพี่โลเลให้คำแนะนำมาเพิ่ม
สัปดาห์แรก...สิ่งที่ทานในแต่ละมื้อคือ... ข้าวกล้อง 1-2 คำ + เนื้อสัตว์ปรุงสุก 110 กรัม + ผักสลัด(เพิ่มมะเขือเทศแตงกวาและถั่วแดงสลับกัน) 100 กรัม + น้ำซอสหรือน้ำสลัดน้ำตาลต่ำ อีก…2 ชต.
ของว่างมีให้แทะเล่นคือ …บล็อคโครี่ต้มสุก เซเลอรี่ และอัลมอนด์ 7-10 เม็ด มีชาดำหรือกาแฟดำร้อนบางวัน
เท่านี้..จริงๆ @_@
  • Left
  • Center
  • Right
Remove
บล็อคโครี่นอกแช่เย็นอร่อยมากกกกก
จากการงด ของหวาน นม เนย ของจุกจิก ผลไม้ทุกชนิด โดยสิ้นเชิงก็ทำให้น้ำหนักตัวหายไป 2 กก.ในสัปดาห์แรก การงดนมเนยต่างๆนี่เพราะว่าต้องการชำระล้างเมือกมันที่มีในลำไส้มากเกินไปทำให้การดูดซึมไม่ดี และผลไม้ในปริมาณที่เยอะเกินก็ทำให้น้ำตาลในเลือดแกว่งได้ งั้นก็..งดซะ ดังนั้น... 2 สัปดาห์แรกนี่...สำคัญมาก!
ดูเหมือนกินน้อยนะแต่...คำนวนแล้วก็..พอได้อยู่ ถ้าหิวระหว่างวันก็จับเซเลอรี่ยัดเข้าปากแบบ..ไม่จำกัด
แต่ที่สำคัญอีกอย่างคือ การออกกำลังกายก็เบาลงด้วยตามอาหารที่ทานน้อยลง ปั่นเบาๆ วิ่งเบาๆ โยคะเบาๆ ไม่งั้นหน้ามืดซะก่อนจะไม่ดี
สัปดาห์ที่สองจริงๆตั้งใจทำให้ครบสองสัปดาห์เพื่อบำบัดการติดของหวานและรสชาติแต่ต้องไปวิ่ง ก็เลยทำได้สิบวัน และก็เข้าสู่ช่วงสองเร็วขึ้นนิดนึงคือเพิ่มคาร์โบไฮเดรตที่ต้องไปใช้ในการวิ่งยาวๆเข้าไปทีละน้อยๆ
แบบ..น้อยๆที่ว่าคือ …ทานน้อยๆทั้งวัน หมวยจะวิ่งวันเสาร์นี้ สิ่งที่วันนี้หมวยเพิ่มเข้าไปคือ...กาแฟโอวัลตินแบบ...หวานน้อยมากๆ และไอ้แก้วนี้จะอยู่กันทั้งวันไม่ว่ามันจะละลายจนรสชาติทุเรศขนาดไหนก็ตาม 555 และในมื้อกลางวันกับเย็นจะเพิ่มข้าวกล้องเป็น..สองช้อน กร๊ากกกกกก พรุ่งนี้จะเป็นมื้อละสามช้อน และก่อนออกวิ่งก็เต็มที่ แต่เตรียมพลังงานที่ใช้วิ่งทั้งหมดให้เป็นแบบค่อยๆปล่อยและทานเรื่อยๆไม่ปล่อยให้พลังงานหมดซะก่อนค่ะ
แล้ว…มาเจอกันอีกทีตอนที่สองละกันนะ(ถ้ามีความคืบหน้าใดๆ) ตอนนี้ไปเตรียมอุปกรณ์ก่อนละค่า!
หมายเหตุ..อย่าลืมมาให้กำลังใจกันต่อไปว่าสัปดาห์หน้าจะเป็นอย่างไรนะคะ ^_^




 

Create Date : 25 กุมภาพันธ์ 2559    
Last Update : 25 กุมภาพันธ์ 2559 10:05:09 น.
Counter : 439 Pageviews.  


หมวยเกี๊ยะA2
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]




สาวน้อย(อิอิ)ธรรมดา ที่มีพี่ๅน้องแสนฉลาด พี่สาวคนโตจบดอกเตอร์ทางด้านวิทยาศาสตร์การอาหาร พี่ชายคนโตจบศิลปะแต่ได้ผันตัวเองมาทำงานภาพยนตร์จนเป็นผู้กำกับ พี่ชายคนเล็กก็เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านการสื่อสารที่คนเขาแย่งตัวกัน ส่วนน้องสาวคนเล็กก็เป็นหมอฟันประจำตัวให้เราน่ะเอง

ส่วนตัวเองเรียนจบมาทางด้านภาพยนตร์ ที่ล้วนแล้วแต่มายา แต่ดันผ่าอยากศึกษาด้านธรรมะและโยคะ เพราะความล้มเหลวด้านชีวิตครอบครัวเป็นเหตุ

วันดีคืนดีจึงนั่งเครื่องบิน บินไปอินเดียที่เป็นแหล่งกำเนิดโยคะและศึกษาอย่างจริงจัง (เที่ยวอย่างจริงจังด้วย)
ที่ Yoga Vidya Gurukul
ณ เมืองนาสิก ประเทศอินเดีย
เมื่อเดือน มีนาคม พ.ศ.2549

ตอนนี้ก็รับสอนโยคะอย่างจริงจังมาก็เริ่มปีที่ห้าแล้ว

ในปี 2553 ได้จบหลักสูตรต่างๆทุกหลักสูตรที่มีอยู่ในสถาบันแล้ว รวมทั้งศึกษาศาสตร์อื่นๆมามากมายก่ายกอง ไม่ว่าจะเป็น โยคะบำบัด อายุรเวท เรกิ ธรรมชาติบำบัด :-D

ตอนนี้เริ่มสอนอีกครั้งแล้วค่ะ ถ้าสนใจเรียนเป็นกลุ่มหรือเรียนตัวต่อตัวหรือเป็นวิทยากร
ก็ติดต่อมาได้นะคะ
Tel.+66 (0)85 1420201
[Add หมวยเกี๊ยะA2's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.