โยคะเป็นไปเพื่อดับการปรุงแต่งของจิต
Group Blog
 
All blogs
 

พระจันทร์แดง...โรแมนติก???

สวัสดีค่ะ

แหมมมม.. ชื่อหัวข้อดูก้ำกึ่งยังไงไม่รู้แฮะ

พอดีนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้ตอนเมื่อคืนนี้ที่มองขึ้นไปเห็นพระจันทร์สีเหลือง ก็เลยนึกถึงคืนหนึ่งที่พระจันทร์เต็มดวง ตอนเริ่มขึ้นนั้นเป็นสีแดงส้มสวยงามมาก ฉันเดินออกจากกูรูปราสาทหลังจากเสร็จการสวดภาวนาฮาวันกับเพื่อน ก็มองเห็นพระจันทร์สีแดงที่เพิ่งจะโผล่พ้นขอบฟ้าแตะอยู่ขอบยอดเขา ฉันกันสเตฟานี่ก็พึมพัมด้วยความสุขใจ แบบว่า...พระจันทร์แด๊งแดง เหมือนมีแต่ความรักกระจายเต็มไปหมดดูโรแมนติกมากๆ

ระหว่างที่เราคุยเรื่องพระจันทร์กันอยู่นั้น วิกกี้ก็เดินเข้ามาและเล่าให้เราฟังว่า จริงๆแล้วพระจันทร์แดงทำให้เรารู้ว่า เมืองนั้นมีมลภาวะสูง ด้วยความงุนงงบนใบหน้าพวกเราเธอจึงอธิบายต่อว่า เธอเคยอยู่ในเมืองที่มลภาวะสูงในประเทศของเธอ เธอเห็นพระจันทร์แดงทุกวัน แต่ถ้าเธอไปเดินป่า จะเห็นพระจันทร์ขาวผ่องเสมอ เธอจึงรู้ว่าเพราะควันและมลภาวะในเมืองทำให้เห็นพระจันทร์ผ่านม่านมลภาวะเป็นสีแดง

ฉันกับสเตฟานี้บ่นออกมาแบบไม่จริงจังนักว่า ถ้าไม่พูดเนี่ยจะได้มะ? ความโรแมนติกมันหายหมดเลย วิกกี้ก็ตอบกลับมาแบบหน้าตายว่า ขอโทษด้วย ฉันไม่ค่อยชอบหลอกตัวเอง แป่วค่ะ.....

ยังไงเราก็มาช่วยกันดูแลสภาวะแวดล้อมเรานะคะ จะได้มีพระจันทร์นวลๆให้เราเห็น




 

Create Date : 31 มีนาคม 2553    
Last Update : 31 มีนาคม 2553 14:29:05 น.
Counter : 530 Pageviews.  

ความสุขของคนเป็นครู.. ส อ น โ ย ค ะ the world's greatest mom

ฮาริโอมค่ะ

กลับมาเมืองไทยแล้วแต่ก็ยังมีเรื่องราวต่างๆค้างไว้ในหัวมากมาย ทั้งที่บอกไว้ว่าไปแล้วจะส่งเรื่องราวอัพเดตมาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ทำไม่ได้เพราะงานการเยอะเหลือเกิน เพราะเดือนหลังที่ตั้งใจว่าจะมุ่งทำแต่เรื่องของการทำวีดีโอเพื่อการเรียนการสอนเท่านั้น กลับกลายเป็นว่าจะต้องทำการสอนคอร์สครูโยคะที่นั่นด้วย เนื่องมาจากว่าในเดือนมกราคมที่เรียนคอร์สขั้นสูงนั้น ครูในคอร์สครูโยคะคนหนึ่งลาไปธุระ ทำให้ต้องหาคนแทนในการให้เล็คเชอร์ในวันนั้น ซึ่งครูคนหนึ่งของสถาบันก็ได้แนะนำผู้จัดการอาศรมให้ฉันเป็นคนทำ เนื่องจากได้เคยสอนคอร์สครูในเมืองไทยมาแล้ว ความน่าสะพรึงกลัวจึงเริ่มมาเยือนในเช้าวันนั้นเอง(พูดซะเวอร์เชียว) จริงๆมันเป็นการบรรยายสั้นๆแหละ(สั้นตรงไหน ชั่วโมงครึ่งเนี่ยนะ) แต่ที่มันทำให้หายใจไม่ค่อยสะดวกก็เพราะผู้จัดการเขามานั่งอยู่ด้วยนะสิ นี่ถ้าทำอะไรผิดไปจะเป็นอะไรมั๊ยเนี่ย (ได้แต่นึกอยู่ในใจ)

แต่ในวันนั้นก็ผ่านไปด้วยดี ทำให้เกิดการอยากลองของต่อเนื่องมายังเดือนถัดไป เหล่าครูๆลงมติเป็นเอกฉันท์ว่า อยากเห็นฉันสอนนักเรียนคอร์สครูที่อินเดียว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง ห้ามปฏิเสธ ควร(ต้อง)ทำตามซะโดยดี (ก็ไม่ถึงขนาดน้านนนนนน)

ท่านให้เหตุผลว่า มันจะเป็นประสบการณ์ที่ดีและเป็นโอกาสที่ไม่ได้มาง่ายๆ ดังนั้นไม่ควรปฏิเสธโอกาสดังกล่าว ซึ่งฉันก็เข้าใจดีว่า..เขาไม่ได้อนุญาตให้สอนกันง่ายๆ หลังพิจารณาอยู่ครู่ใหญ่ จึงได้ตอบตกลงกลับไป

หลังจากนั้นเป็นต้นมาฉันก็ไม่เป็นอันได้เรียนอย่างสงบสุขสักเท่าไหร่ เพราะตอนเรียน...ครูก็โยนงานสอนในบางช่วงของคอร์สขั้นสูงให้ฉันเช่นกัน เรียกว่าไม่ต้องปราณีกันแล้ว มีอะไรให้ฉันทำได้ให้ทำไปเลย ทำให้ฉันแทบไม่เป็นอันหลับอันนอนสักเท่าไหร่ เพราะบางงานก็ต้องตามแต่ไฟฟ้ามี เข่นงานตัดต่อวีดีโอเป็นต้น

หลังจากจบคอร์สก็มีงานโยคะคอนเฟอร์เร้นท์ที่นั่น ทำให้ฉันมีเวลาไปเมืองปูเน่แค่สั้นๆเพราะต้องช่วยงานวีดีโอ ซึ่งหลังจากกลับจากปูเน่ได้สัปดาห์เดียวก็เกิดระเบิดที่ร้านเยอรมันเบเกอรี่ที่เมืองปูเน่ และมีคนเสียชีวิตถึง 9 คน บาดเจ็บอีก 45 คน!!

แล้วฉันก็มีเวลาเตรียมตัวสอนแค่สองวัน ซึ่งพอคอร์สเริ่มฉันก็ได้รู้จักกับคนไทยคนหนึ่งที่มาเรียนในคอร์สเดือนกุมภาพันธ์ด้วย เธอบอกว่าเธอเคยโทรคุยกับฉันมาก่อน ก่อนที่จะสมัครเรียนที่นี่

ฉันเริ่มสอนในวันแรกด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ความหวาดหวั่นมักจะเกิดขึ้นเสมอในช่วงสองสามนาทีแรก แต่พอเข้าสู่การสอนฉันรู้สึกได้ว่าจิตวิญญาณของความเป็นครูเข้าสิงอีกครั้ง ทำให้การเรียนการสอนเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติ มีเพียงแค่ภาษาที่อ่อนแอของฉันเท่านั้นแหละที่ฉันรู้ดีกว่าฉันควรปรับปรุงอีกมาก แต่กระนั้น เหล่านักเรียนต่างชาติก็เปิดใจกว้างต้อนรับฉันเช่นกัน ทำให้ภาษานั้นไม่ใช่ปัญหาใหญ่อีกต่อไป

หลังจากผ่านไปได้เกือบสัปดาห์ พวกเขาก็ได้พูดคุยกับฉันและบอกว่าคลาสที่สอนนั้นน่าประทับใจมาก โดยเฉพาะมันตรา หลายคนไม่เคยคิดว่ามันตราจะทำให้เขาประทับใจและอยากเรียนรู้มาก่อนจนกระทั่งถึงคลาสเรียนของฉัน ชายคนหนึ่งบอกว่า เขาร้องไห้ในขณะที่ฉันร้องกล่าวมันตราในครั้งแรกระหว่างที่นอนพักในท่าศพ เขาเคยเข้าคลาสมันตราในประเทศเขามาก่อน แต่ไม่เคยติดว่ามันพิเศษ แต่เสียงฉันทำให้ยากจะลืมเลือนและรู้สึกได้ว่า..มันตราที่ฉันร้องนั้นแสดงถึงจิตใจที่อ่อนโยนและความเป็นแม่ที่ยิ่งใหญ่ ที่โอบอุ้มพวกเขาขณะผ่อนคลาย ช่างเป็นคำที่น่าประทับใจมากสำหรับฉัน และในสัปดาห์ต่อมาพวกเขาก็เอาช็อคโกแลตมาให้ฉัน

ช่างเป็นความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูกจริงๆว่ามันดีขนาดไหนที่มีคนรู้สึกกับเราขนาดนั้น

และพอหมดสัปดาห์แรก ฉันก็ผ่านหน้าที่ในสัปดาห์ถัดไปให้กับครูอีกคนหนึ่ง เพราะฉันมีงานต้องทำมากมาย และมันจะเสร็จไม่ทันถ้าฉันจะต้องสอนตลอด แต่ฉันมันจะอยู่ในคลาสด้วยเสมอ เพียงแต่ไม่ต้องเตรียมการสอนเท่านั้นเองก็จะสบายไปหน่อยหนึ่ง และแม้ฉันจะลดหน้าที่การสอนลง แต่ก็ต้องไปเป็นครูผู้แนะนำในคลาสการสอนย่อยอยู่ดี และในสัปดาห์ที่สามเมื่อมีเวลาว่างมากพอแล้ว ฉันก็กลับมารับหน้าที่สอนอีกครั้ง คราวนี้แบบ...ชิวๆ () เพราะไม่ต้องคอยกังวลเรื่องวีดีโอเพราะส่วนใหญ่เสร็จเรียบร้อยดีแล้ว

พวกเขาคงใจหายบ้างพอฉันบอกว่าจะไม่อยู่จนจบ เพราะตั๋วมีอายุแค่สองเดือน และฉันก็อยู่ได้ถึงจบสัปดาห์ที่สามเท่านั้น พวกเขาบอกว่าจะมาเที่ยวเมืองไทยและจะต้องมาเรียนกับฉันแน่นอนถ้ามีโอกาส นอกจากนี้ก่อนจะจากกันเขายังทำการ์ดให้ฉันด้วย (ฉันเห็นเขาแอบทำมุบมิบซุบซิบกัน ไม่นึกว่าจะแออบฉันนะนั่น!!)




ฉันไม่รู้จะบรรยายความรู้สึกนี้ด้วยคำว่าอะไร แค่คำเดียวที่พูดได้ .."ขอบคุณค่ะ"

นอกจากนี้การเดินทางในครั้งนี้ยังสร้างโอกาสตามมาอีกด้วย เนื่องจากมีชาวเกาหลีมาดูงานที่อาศรม และเข้ามาเรียนในคลาสที่ฉันสอน เขาจึงอยากให้ฉันไปสอนที่เกาหลี ซึ่งเขาจะดำเนินเรื่องการทำงานให้ทุกอย่าง ซึ่งฉันปฏิเสธในตอนแรก เพราะงานการที่เมืองไทยยังมีอีกมาก ฉันบอกเขาไปว่าให้งานการที่เมืองไทยเข้าที่แล้วฉันจะไป แต่นึกไม่ถึงเลยว่าอาจจะมีโอกาสที่สองในเวลาอันใกล้ เพราะครูที่อินเดียถามฉันว่าอยากไปสอนที่เกาหลีมั๊ย เขาจะส่งฉันไปสอนคอร์สครูที่เกาหลี

อืมมมม ฉันคิดว่ามันคงเป็นพรหมลิขิตแล้วหละ

แต่ฉันก็บอกเขาไปก่อนว่า หากคิดว่าฉันเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าที่จะส่งครูชาวอินเดียไปก็ตกลง แต่ถ้าให้โอกาสนั้นกับครูชาวอินเดียก่อนได้ก็จะดี (นี่ฉ้านนนนนทามมมมอะะะะไรรรรรลงงงงงไปปปปเนี่ยยยยยยย )

แต่ก็...มีแนวโน้มว่าคงจะได้ไปสอนที่เกาหลี ไม่ปีนี้ก็ปีหน้าละนะ ยังไงซะปีนี้ก็ยังคงต้องทำคอร์สครูในเมืองไทยอย่างแน่นอน

ขอความสงบสุขจงมาเยือนเมืองไทยไวๆนะคะ
ฮาริโอม




 

Create Date : 07 มีนาคม 2553    
Last Update : 7 มีนาคม 2553 19:23:25 น.
Counter : 371 Pageviews.  

ความสุขที่มากกว่าการได้ทานช็อคโกแลต....

นมัสเต

สามวันที่ผ่านมามีโยคะคอนเฟอร์เร้นท์ที่อาศรมค่ะ แต่เป็นภาษาท้องถิ่น ในหัวข้อ Yoga& Research อย่าถามนะว่าฟังออกมั๊ย บอกได้เลยค่ะว่า ฟังไม่ออก!! และฉันก็กลายเป็นเอเลี่ยนในหมู่คนอินเดียไปซะงั้นเพราะรับหน้าที่ในการบันทึกวีดีโอทั้งหมด ต้องวิ่งไปวิ่งมา เด่นซะไม่มีเลย

แต่มีอยู่หัวข้อหนึ่งที่ฉันพอจะเข้าใจได้เพราะ ผู้บรรยายเป็นชายอายุ84 ปีซึ่งเขาชอบให้เรียกว่าพี่ชายใหญ่ (Big Brother) ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาสันสกฤตและภควัตคีตา ท่านเล็คเชอร์เป็นภาษาถิ่นซึ่งเป็นคำที่ใกล้เคียงกับภาษาสันสกฤตและภาษาไทย ฉันฟังบรรยายเสร็จแล้วจึงมาถามเพื่อนชาวอินเดียอีกทีว่าที่ฉันเข้าใจนั้นถูกมั๊ยซึ่งเขาก็ให้ความกระจ่างเพิ่มเติมอีกด้วย

ในหัวข้อบรรยายมีอยู่คำหนึ่งที่ฉันชอบมาก Bharmananda ซึ่งหมายถึง ความสุขที่เหนือกว่าความสุขทางกายหรือความรู้สึกมีความสุขจากการได้รับผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5

เขายกตัวอย่างด้วยช็อคโกแลต
ถ้าเรามีช็อคโกแลต เราทานแล้วรู้สึกมีความสุข แต่เมื่อมันหมดไป(เพราะเราทานมันไปแล้ว) ความสุขก็หมดไปตามช็อคโกแลต
ความสุขที่เกิดขึ้นเมื่อได้ทานนั้นไม่เรียกว่าความสุขถาวร
เพราะถ้าเพื่อนเราขอช็อคโกแลตชิ้นนั้น เมื่อเราให้ไปเราอาจไม่รู้สึกว่ามีความสุขสักเท่าไหร่เพราะเราต้องการทานเช่นกัน
ความสุขเช่นนี้เป็นความรู้สึกที่ถูกผูกอยู่กันช็อกโกแลต

แต่ในขณะที่ถ้าเราให้ช็อกโกแลตชิ้นนั้นกับลูกหรือหลาน เราเห็นหน้าตาของพวกเขามีความสุข แล้วเราก็รู้สึกมีความสุขไปด้วย

ความสุขเช่นนี้เป็นความรู้สึกที่ไม่ได้ผูกอยู่กับประสาทสัมผัสทั้งห้า เพราะเราไม่ได้ทานช็อกโกแลต ไม่ได้กลิ่น

เรียกว่า... อยู่นอกเหนือการผูกมัดทั้งปวง และความสุขนี้จะคงอยู่ได้เรื่อยๆเมื่อเรานึกถึงช่วงเวลานั้น ที่เราเห็นใบหน้าที่มีความสุขของเด็กๆเหล่านั้น

อืมมม มีใครเห็นเป็นอย่างไรบ้างเอ่ย

ฮาริโอม




 

Create Date : 08 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 18 กุมภาพันธ์ 2553 19:51:17 น.
Counter : 286 Pageviews.  

ส อ บ แ ล้ ว ... โ ย ค ะ ขั้ น สู ง .. สัปดาห์สุดท้ายของการเรียน

นมัสเตค่ะ

ดูสิ..เผลอแปล๊บเดียวก็เกือบเดือนแล้ว เหลืออีกแค่สามวันก็จะจบหลับสูตรโยคะขั้นสูงแล้ว

ยังจำข้อความที่กูรูจีกล่าวได้ในวันแรก การเรียนโยคะขั้นสูงนั้นไม่ใช่เรียนเพื่อเป็นครูสอนโยคะขั้นสูง แต่การฝึกในขั้นสูงนั้นเป็นการฝึกตนให้มากขึ้นกว่าเดิม เรียนรู้ให้ลึกซึ้งในทุกส่วนของโยคะ มิใช้เพียงการฝึกอาสนะ แต่เป็นการฝึกตนอย่างเคร่งครัด ทั้งในเรื่องการดำเนินชีวิตและการคิดแบบโยคี เพื่อการหลุดพ้นและอิสระจากสิ่งผูกมัดทั้งปวงในโลกแห่งมายา

เราได้ผ่านการฝึกอบรมท่าอาสนะที่ยากขึ้นจำนวนมากมายหลายท่า แต่สิ่งที่มากกว่านั้นคือเราต้องอยู่ในท่าอาสนะนานขึ้นกว่าเดิม เช่นศรีษะอาสนะ5นาที ยืนด้วยไหล่ 7นาที วิปริตกรณี 15นาที และปราณยมะเป็นเวลาอย่างน้อย45นาทีต่อวัน และยังมีปราณยมะแยกต่างหากตอนเช้าและกลางวันอีก15นาที รวมแล้วก็เกือบชั่วโมงครึ่ง เป็นต้น

การสอบเป็นไปอย่างสนุกสนาน เพื่อนในกลุ่มที่สอบด้วยกันก็ค่อนข้างแตกต่างอย่างสุดขั้ว ฉันอยู่ตรงกลาง ข้างซ้ายสองคนเป็นคนสองคนที่เก่งอาสนะที่สุดในคอร์ส ข้างขวาสองคนเป็นคนที่อ่อนที่สุดวนคอร์ส ส่วนฉันเหรอ.... ก็ค่อนไปทางเก่งละนะ แต่สองคนนั้นยินดีมากกว่าที่จะมีฉันขั้นกลาง เพราะว่าในคอร์สนี้ฉันเป็นผู้ช่วยครูด้วย ในบางท่าฉันก็ต้องเข้าไปแนะนำเพื่อนในคอร์สให้ทำได้อย่างปลอดภัยหรือเป็นผู้คอยประคองต่างๆด้วย ดังนั้นพวกเธอจึงรู้สึกผ่อนคลายมากกว่าที่จะฝึกอยู่ข้างฉัน และตอนนี้ฉันก็ทำท่าปัทมามยุราสนะได้แล้วด้วยยยยย... เจ๋ง แต่หลังจากนั้นในตอนเช้า ฉันก็ต้องขอโทษพวกเธอด้วยเพราะฉันสร้างความเครียดให้พวกเธอด้วยความเร็วในการทำคลีนซิ่งหรือการชำระล้างร่างกายทั้งสี่รายการโดยปราศจากเอฟเฟคต่างๆเช่นอาเจียนหรือจามใดๆ เรียกว่าผลดีเยี่ยมเลยทีเดียว

ส่วนรายงานนั้นฉันเองไม่ได้ตั้งใจหาอะไรเป็นพิเศษเพื่อเขียน เพราะฉันรู้ว่าคงเขียนได้ไม่ดีเท่าไหร่ แต่โชคดีที่เพื่อนร่วมห้องเป็นครูภาษาอังกฤษ เธอเลยช่วยตรวจทานได้ และกลายเป็นว่าเธอสนใจในหัวข้อของฉัน คงเป็นเพราะฉันเห็นว่าเป็นเรื่องทั่วๆไปที่ชาวพุทธเข้าใจได้ดี แต่ต่างชาติคงไม่เคยเรียนรู้ในหัวข้อนี้ โอเค... อย่างน้อยก็มีคนสนใจละน้า


เหลือแต่ว่า พรุ่งนี้ต้องออกไปพรีเซ้นต์นี่สิ แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว

ตอนนี้คงต้องหาเวลานอนพักซะแล้ว แล้วมีอะไรจะกลับมาเล่าอีกวันพรุ่งนะคะ
Hari Om




 

Create Date : 31 มกราคม 2553    
Last Update : 1 กุมภาพันธ์ 2553 0:13:02 น.
Counter : 303 Pageviews.  

พลังแห่งจักระ ...ป ร า ณ ย ม ะ...โ ย ค ะ เ พื่ อ ชี วิ ต กั บ ค ว า ม อ่ อ น เ ย า ว์

นมัสเตค่ะ

ตอนนี้อยู่ที่อินเดีย เรียนอยู่ในสัปดาห์สุดท้ายแล้วววววว ต้องทำรายงานด้วยสิ ยุ่งมาก แต่ก็มีเรื่องมาฝากด้วย คิดว่าทุกคนคงสนใจ เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับวัยและอายุ การฝึกโยคะทำให้ผู้ฝึกอ่อนวัยลง หรือดูเด็กลงได้ บางทีเราก็รู้สึกว่าคนที่ฝึกโยคะนี่ดูเด็กจัง

ก่อนอื่นหมวยอยากให้ดูภาพนี้ก่อนค่ะ


ภาพนี้เป็นภาพของจักระค่ะ หมวยคงจะพูดแค่คร่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะถ้าจะให้พูดคงยาวแน่เลย

เอาเป็นว่า เรามีอยู่ 7 จักระ แต่ละจักระจะมีพลังงานหมุนเวียนต่างกัน จักระที่เราจะพูดถึงนี้มีอยู่สองจักระ

หนึ่งคือ มณีปุรจักระ ที่อยู่ด้านล่างสะดือ

สองคือ บินดูจักระ ที่อยู่กลางศรีษะของเรา หรือตรงขวัญผมน่ะเอง (อันนี้ไม่อยู่ใน 7 จักระที่สำคัญค่ะ ซึ่งจักระในร่างกายนั้นมีมากกว่า 7 ค่ะ)

มณีปุรจักระ มีพลังงานในธาตุไฟ เผาผลาญและกระจายพลัง หรือแม้กระทั่งรวมพลัง ซึ่งก็จะเกี่ยวกับอวัยวะในการย่อยอาหารทั้งหมด

บินดูจักระ มีพลังแห่งปัญญาและการก่อเกิดแห่งความรู้ สื่อสารกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์

บินดูจักระ จะเป็นที่ที่หลั่งน้ำอมฤต ซึ่งเป็นพลังงานของร่างกายจะหลังจากด้านบนสู๋เบื้องล่างคือมณีปุรจักระเพื่อเผาผลาญให้พลังกับร่างกาย แบ่งออกเป็น ปราณ และ อปานา


จากรูปที่สองนี้เราจะเห็นได้ว่า
ปราณ จะพุ่งขึ้นด้านบน แสดงถึงลักษณะของอากาศที่มีความเบา เข้าหมุนเวียนในช่องอก และออกไปทางจมูก
อปานาจะมุ่งลงเบื้องล่าง แสดงถึงความหนักของมวลและของเหลว หลังจากนั้นจะออกไปทางทวาร

นี่คือต้นกำเนิดพลังงานในร่างกายเรา (อันนี้ไม่ได้กล่าวถึงการทานอาหารตามปกติ) การหลั่งของน้ำอมฤตในร่างกายเพื่อให้กำเนิดพลังนี้ จะต้องแลกมาด้วยอายุ และความอ่อนเยาว์ของร่างกาย ซึ่งเราก็คงทำอะไรได้ไม่มาก เพราะมันเป็นเรื่องธรรมชาติที่น้ำอมฤตนั้นจะไหลลงสู่เบื้องล่างเสมอ

นั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้หลายคนขนานนามว่าท่ากลับหัวกลับหางเช่นวิปริตกรณีและศรีษะอาสนะ(สองท่านี้ไม่ใช่ท่าเดียวกันนะคะอย่าสับสน)ว่าเป็นท่าที่สุดยอดของอาสนะ เพราะสามารถชะลอการหลั่งของน้ำอมฤตให้ช้าลงได้(ไม่ได้หมายความว่าหยุดได้ค่ะ)

แต่สิ่งที่จะทำให้อายุของเราลดลงได้นั้นคือ การฝึกปราณยามร่วมกับการฝึกกลั้นหายใจและทำพันธะค่ะ

พันธะที่เราจะต้องปฏิบัตินั้น มี 3 พันธะค่ะ
1.จลันธระพันธะ อยู่ที่คอ
2.อุทธิยานพันธะ อยู่ที่ท้อง
3.มูลพันธะ อยู่ที่ฝีเย็บ

**ตรงนี้หมวยคงไม่ลงรายละเอียดในการฝึกไว้ เพราะการฝึกปราณยามะและการกลั้นหายใจที่เราเรียกว่ากุมบัคนั้น ควรฝึกกับครูโยคะผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น**

เมื่อเราหายใจเข้าแล้วกลั้นหายใจ เราจะทำพันธะทั้งสามนี้ด้วย โดยเริ่มจากการล็อคที่คอ แล้วล็อคที่ฝีเย็บ ตามด้วยการดันหน้าท้องเข้าหากระดูกสันหลังหรือการล็อคที่ท้อง

จากการฝึกนี้ การล็อกที่คอจะดันปราณให้ไหลย้อนกลังลงมาแทนมี่จะพุ่งขึ้น ในขณะที่การล็อกที่ฝึเย็บจะดันอปานาซึ่งมีธรรมชาติในการไหลลงให้ย้อนกลับ


พลังงานทั้งสองจะมาบรรจบกันที่มณีปุรจักระ และเมื่อเราดันหน้าท้องเข้ามา ทำให้เกิดความดันสูงเหมือนเตาหลอม ณ จุดนั้น และทำให้พลังงานทั้งสองหลอมรวมกลับเข้าด้วยกัน ทำให้เราได้น้ำทิพย์หรือน้ำอมฤตกลับมาสู่ร่างกายของเรา ซึ่งก็หมายความถึงอายุขัยที่แลกไปกลับมาด้วย

ดั้งนั้นคนที่มองโยคะแล้วมุ่งไปสู่การฝึกเพียงแค่อาสนะนั้น จะทำได้แค่ชะลอการสูงวัยให้ช้าลง แต่ถ้าคุณฝึกอาสนะและร่วมกับการฝึกปราณยามะ(ซึ่งต้องทำพันธะด้วย) อย่างจริงจัง เราสามารถกล่าวได้ในทางทฤษฎีว่าอายุขัยจะหยุดและถอยลงได้(ขอเน้นว่า... ทางทฤษฎีค่ะ)

เป็นไงบ้างค่ะ แต่ต้องเน้นนะคะว่า ให้ฝึกกับผู้รู้เท่านั้น และผู้ฝึกจะต้องค่อนข้างเก่งทั้งการฝึกอาสนะด้วย จึงจะส่งเสริมกันด้วยดี

Hari Om




 

Create Date : 27 มกราคม 2553    
Last Update : 28 มกราคม 2553 1:38:13 น.
Counter : 894 Pageviews.  

1  2  

หมวยเกี๊ยะA2
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]




สาวน้อย(อิอิ)ธรรมดา ที่มีพี่ๅน้องแสนฉลาด พี่สาวคนโตจบดอกเตอร์ทางด้านวิทยาศาสตร์การอาหาร พี่ชายคนโตจบศิลปะแต่ได้ผันตัวเองมาทำงานภาพยนตร์จนเป็นผู้กำกับ พี่ชายคนเล็กก็เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านการสื่อสารที่คนเขาแย่งตัวกัน ส่วนน้องสาวคนเล็กก็เป็นหมอฟันประจำตัวให้เราน่ะเอง

ส่วนตัวเองเรียนจบมาทางด้านภาพยนตร์ ที่ล้วนแล้วแต่มายา แต่ดันผ่าอยากศึกษาด้านธรรมะและโยคะ เพราะความล้มเหลวด้านชีวิตครอบครัวเป็นเหตุ

วันดีคืนดีจึงนั่งเครื่องบิน บินไปอินเดียที่เป็นแหล่งกำเนิดโยคะและศึกษาอย่างจริงจัง (เที่ยวอย่างจริงจังด้วย)
ที่ Yoga Vidya Gurukul
ณ เมืองนาสิก ประเทศอินเดีย
เมื่อเดือน มีนาคม พ.ศ.2549

ตอนนี้ก็รับสอนโยคะอย่างจริงจังมาก็เริ่มปีที่ห้าแล้ว

ในปี 2553 ได้จบหลักสูตรต่างๆทุกหลักสูตรที่มีอยู่ในสถาบันแล้ว รวมทั้งศึกษาศาสตร์อื่นๆมามากมายก่ายกอง ไม่ว่าจะเป็น โยคะบำบัด อายุรเวท เรกิ ธรรมชาติบำบัด :-D

ตอนนี้เริ่มสอนอีกครั้งแล้วค่ะ ถ้าสนใจเรียนเป็นกลุ่มหรือเรียนตัวต่อตัวหรือเป็นวิทยากร
ก็ติดต่อมาได้นะคะ
Tel.+66 (0)85 1420201
[Add หมวยเกี๊ยะA2's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.