โยคะเป็นไปเพื่อดับการปรุงแต่งของจิต
Group Blog
 
All blogs
 
เ รื่ อ ง เ ล่ า มั น ๆ เ พื่ อ สุ ข ภ า พ ที่ ดี ข อ ง ช า ว โ ย ค ะ ตอนที่ 3

เครดิตภาพจาก ifood.tv

สวัสดีค่ะ  กลับมาด้วย เรื่องมันๆสุดสัปดาห์กับเนยใสภาค 3 (ตอน...ขบวนการกู้เนยใส)

ตั้งชื่อซะเก๋เลย ^^ ที่แท้มันคือกระบวนการทำเนยใสหรือกีนั่นเอง

ในภาคแรกหมวยได้นำเสนอวิธีทำกีในปัจจุบันที่เราทำได้เองที่บ้าน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณภาพของกีที่เราทำก็จะต่างจากกีโฮมเมดที่ชาวอินเดียทำกันค่ะ

หมวยเองเคยได้เห็นวิธีการทำกีที่อาศรมในอินเดียซึ่งก็เป็นหนึ่งในหลายๆวิธีที่ทำได้ซึ่งก็ได้สอบถามกับพี่เละ ธีรเดช ซึ่งเป็นแพทย์อายุรเวทอินเดียเช่นกัน ก็จะได้วิธีที่แต่งต่างไปค่ะ แต่ทั้งนี้ก็ยืนยันได้ทั้งหมวยและพี่เละว่า...ถ้าจะทำแบบดั้งเดิมในประเทศอื่นๆที่ไม่ใช่อินเดียนั้นก็ค่อนข้างยากอยู่ค่ะ แต่ก็....รู้ไว้ใช่ว่าใช่มั๊ยคะ เพื่อให้หลักปฏิบัติโบราณได้ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นต่อไปค่ะ



วิธีในแบบดั้งเดิมในการทำกีก็คือ
เราจะเอานมที่รีดได้เสร็จใหม่ๆมาต้มค่ะ โดยถ้าเป็นไปได้ให้ต้มกับหม้อสองชั้นเพื่อไม่ให้เกิดการไหม้ ต้มไปให้ถึงจุดเดือดแล้วปล่อยให้เดือดอีก 10 นาที(เช่นเดียวกับวิธีการทำโยเกิร์ต) จากนั้นปล่อยให้เย็นลงมาที่ประมาณ 40-45 องศาแล้วใส่หัวเชื้อโยเกิร์ตลงไป จากนั้นก็ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 4-5 ชั่วโมง ก่อนที่นมนั้นจะจับตัวเป็นก้อนและให้รสเปรี้ยว(ซึ่งถ้าเป็นก้อนแล้วก็จะกลายเป็นโยเกิร์ตไปแล้วค่ะ) ก็จะนำมาผสมน้ำสะอาดอีก 4 ส่วนแล้วปั่นด้วยหัวปั่นที่ใช้มือปั่นไปปั่นมาจนกระทั่งมีก้อนไขมันเหลืองๆค่อยลอยขึ้นมา เราก็คอยช้อนก้อนเหล่านั้นเก็บไว้ในโหล เมื่อรวบรวมได้มากพอก็จะนำไปตั้งไฟและทำเหมือนที่ได้เขียนไว้ในตอนที่ 1 ค่ะ ส่วนน้ำที่เหลือจากการปั่นก็จะได้เป็น Butter Milk นั่นเองค่ะ

เป็นไงคะขั้นตอนแบบดั้งเดิม ซึ่งจะเป็นได้ว่าค่อนข้างนานกว่าจะได้กีมาใช้สักครั้งนึง เพราะเราคงไม่สามารถดื่ม Butter Milk ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการเก็บไขมันในนมในปริมาณมากๆทุกวันได้หรอกใช่มั๊ยคะ แต่ในอินเดียค่อนข้างจะเป็นไปได้ง่ายกว่า ด้วยความเป็นชุมชนที่อัดแน่นหรือยังเป็นครอบครัวใหญ่ ทำให้มีการใช้นมกันเยอะค่ะ

อีกวิธีนึงที่น่าจะดูอิ่มน้อยกว่าก็คือวิธีที่หมวยเห็นในอาศรมค่ะ
จริงๆหมวยก็ไม่เคยสนใจในวิธรการทำหรอกนะคะแต่ได้เรียนรู้โดยบังเอิญค่ะ เพราะในทุกๆค่ำคืนจะมีการรีดนมวัวมาต้มเพื่อทำชาให้นักเรียนทานในตอนเช้า และหมวยมักจะมาขอดื่มนมก่อนนอนเกือบทุกวัน(ซึ่งคนที่จะดื่มได้จะเป็นอาสาสมัครเท่านั้น นักเรียนห้ามดื่มค่ะ) และหมวยเป็นคนที่ชอบครีมฟองที่มันลอยอยู่ด้านบนมาก เลยช้อนมาทานทุกครั้งที่ไปถึงหม้อนมเป็นคนแรก(ซึ่งพยายามทุกคืนเลยค่ะ ^^) จนกระทั่งมีเสียงบ่นจากแม่ครัวเรื่องครีมฟองที่หายไปทุกคืน หมวยเลยสงสัยว่า...แค่ครีมฟอง ไม่เห็นน่าจะต้องหวงเลย ก็เลยสอบถามและได้ความว่า คนที่ทานนมตอนค่ำมักจะช้อนเอาครีมพวกนั้นเก็บไว้ใส่ตู้เย็น เก็บไปเรื่อยๆทุกคืนจนได้ปริมาณที่มากพอก็จะเอาไปปั่นด้วยตัวปั่นมือจนได้ไขสีเหลืองๆก็จะช้อนเก็บไว้อีก ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆแล้วก็เอามาตั้งไฟเช่นเดียวกับขั้นตอนด้านบนหรือในตอนที่ 1 เลยคะ ส่วนกากที่เหลือก็เอาไปทำบัตเตอร์มิลค์ได้เหมือนกันค่ะ

เป็นไงบ้างคะวิธีแบบดั้งเดิม แต่อย่าคิดนะคะว่าหมวยจะเลิกทานฟองนมพวกนั้น เพียงแต่เว้นไปบ้างค่ะ เหลือสักสัปดาห์ละครั้ง ^o^

ทั้งนี้ทั้งนั้น...วิธีแรกที่ใส่โยเกิร์ตลงไปนั้นจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดและได้กีที่มีคุณภาพมากที่สุดค่ะ

ส่วนวิธีในปัจจุบันนั้น โรงงานจะนำนมที่รีดได้มาเข้าเครื่องปั่นในขณะที่มันเย็นประมาณ 60 องศาฟาเรนไฮด์ เครื่องจะเหวี่ยงเอาโมเลกุลหนักและใหญ่ของไขมันไปติดรวมเป็นก้อนและแยกตัวออกจากน้ำ น้ำที่ได้จะเป็นหางนมซึ่งเป็นโลกุลเล็กที่มีหลุดรอกจากการรวมตัวของไขมัน หางนมนี้จะมีคุณค่าสูงมาก ส่วนก้อนไขมันที่ได้ก็จะนำมาล้างด้วยน้ำเย็นอีกหลายๆรอบจนกว่าน้ำที่ได้จะใส ก็จะเอาไปกดใส่พิมพ์เป็นเนยก้อนค่ะ ซึ่งถ้าใส่เกลือก็จะช่วยเพิ่มรสชาติและรักษาคุณภาพของเนยค่ะ แล้วเราจึงเอาเนยก้อนที่ว่าไปตั้งไฟตามขั้นตอนในตอนที่ 1 อีกครั้งจึงจะได้เนยใสค่ะ ส่วนถ้าจะทำเป็นชีสก็จะเอาก้อนเนยสดนี้ไปหมักเชื้อรา หรือแบคทีเรีย ก็จะได้ชีสที่แตกต่างกันออกไปค่ะ

ซึ่งจากความเห็นของหมออายุรเวทก็บอกว่าการทำกีจากเนยแบบตะวันตกจะให้คุณภาพที่ด้อยกว่า เพราะโมเลกุลเล็กๆที่มีประโยชน์ถูกแยกออกไปกับน้ำ แต่การทำแบบดั้งเดิมจะยังมีโมเลกุลเล็กๆเหล่านั้นซึ่งช่วยให้ไฟการย่อยอาหารของร่างกายทำงานได้ดีขึ้น และนอกจากนี้คุณภาพของน้ำนมที่ได้จากวัวที่เลี้ยงตามธรรมชาติกับวัวที่เลี้ยงเป็นอุตสาหกรรมก็ต่างกัน ทั้งอาหาร สารเคมีและยาปฏิชีวะนะที่ใช้ในฟาร์มที่มากมายขึ้นทุกวัน ทำให้เราแทบจะหาเนยใสคุณภาพดีๆไม่ได้อีกแล้วนอกจากในครัวเรือนของชาวอินเดียเท่านั้น

เป็นไงคะเรื่องของมันๆสุดสัปดาห์ หวังว่าคงไม่ทำให้ใครน้ำหนักขึ้นซะก่อนนะคะ ^^

หริโอมตัสสัส
-/|-



Create Date : 23 ธันวาคม 2555
Last Update : 23 ธันวาคม 2555 20:04:24 น. 0 comments
Counter : 832 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

หมวยเกี๊ยะA2
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]




สาวน้อย(อิอิ)ธรรมดา ที่มีพี่ๅน้องแสนฉลาด พี่สาวคนโตจบดอกเตอร์ทางด้านวิทยาศาสตร์การอาหาร พี่ชายคนโตจบศิลปะแต่ได้ผันตัวเองมาทำงานภาพยนตร์จนเป็นผู้กำกับ พี่ชายคนเล็กก็เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านการสื่อสารที่คนเขาแย่งตัวกัน ส่วนน้องสาวคนเล็กก็เป็นหมอฟันประจำตัวให้เราน่ะเอง

ส่วนตัวเองเรียนจบมาทางด้านภาพยนตร์ ที่ล้วนแล้วแต่มายา แต่ดันผ่าอยากศึกษาด้านธรรมะและโยคะ เพราะความล้มเหลวด้านชีวิตครอบครัวเป็นเหตุ

วันดีคืนดีจึงนั่งเครื่องบิน บินไปอินเดียที่เป็นแหล่งกำเนิดโยคะและศึกษาอย่างจริงจัง (เที่ยวอย่างจริงจังด้วย)
ที่ Yoga Vidya Gurukul
ณ เมืองนาสิก ประเทศอินเดีย
เมื่อเดือน มีนาคม พ.ศ.2549

ตอนนี้ก็รับสอนโยคะอย่างจริงจังมาก็เริ่มปีที่ห้าแล้ว

ในปี 2553 ได้จบหลักสูตรต่างๆทุกหลักสูตรที่มีอยู่ในสถาบันแล้ว รวมทั้งศึกษาศาสตร์อื่นๆมามากมายก่ายกอง ไม่ว่าจะเป็น โยคะบำบัด อายุรเวท เรกิ ธรรมชาติบำบัด :-D

ตอนนี้เริ่มสอนอีกครั้งแล้วค่ะ ถ้าสนใจเรียนเป็นกลุ่มหรือเรียนตัวต่อตัวหรือเป็นวิทยากร
ก็ติดต่อมาได้นะคะ
Tel.+66 (0)85 1420201
[Add หมวยเกี๊ยะA2's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.