ขับรถเที่ยวเยอรมันโรแมนติกโรด ตอนที่1 เตรียมตัว (Germany Romantic road-1)
หลังจากตกลงกับสามีว่ามูนรอบสองนี้เราจะไปเยอรมันกัน โดยฮีให้โจทย์แค่ว่าเราจะบินไปกลับจากสนามบินแฟรงค์เฟิร์ตและไปนอนที่ออสเตรีย2คืนตั้งแต่11-18 ตุลาคม ให้เราเป็นคนแพลนทริปทั้งหมดฮีขับรถตามคำสั่งอย่างเดียว ความเครียดเริ่มตามมาค่ะ เยอรมันคืออะไรอยู่ตรงไหน มีอะไรให้เที่ยว เราไม่รู้อะไรเกี่ยวกับประเทศนี้เลยนอกจากเบียร์ มีเวลาเตรียมตัวแค่1เดือนเท่านั้น

อันดับแรกเปิดแผนที่โลกก่อนค่ะ อ่อๆอยู่ยุโรปตอนกลางนี่เอง เยอรมันถูกล้อมรอบด้วยเนเธอแลนด์ เบลเยี่ยม ฝรั่งเศส สวิสเซอร์แลนด์และออสเตรีย ประเทศยอดฮิตทั้งนั้นเลย


(ภาพจากกูเกิ้ล)
ต่อมาดูจากหลายๆคนเริ่มจากสายโรแมนติกโรดซึ่งอยู่ในแคว้นบาวาเรีย เป็นเยอรมันตอนล่างจากนั้นค่อยข้ามไปออสเตรีย


(ภาพจากกูเกิ้ล)

เราเลยเลือกเมืองที่จะแวะตามเส้นทางนี้ โดยดูจากรีวิวแต่ละเมืองสถานที่เที่ยวต่างๆ ได้ออกมาคร่าวๆตามนี้
1. Heidelberg : Heidelberg Castle เป็นปราสาทโบราณ 
2. Wurzburg : The Residenz พระราชวังที่สวยงามและมีสวนสวยด้านหลัง
3. Rothenburg : เมืองโบราณซึ่งโอบล้อมด้วยกำแพงสามารถเดินชมวิวได้โดยรอบ บ้านแต่ละหลังถูกอนุรักษ์ไว้อย่างดีหลังคากระเบื้องสีแดงเหมือนเมืองในเทพนิยาย
4. Schwangau : Nauschwanstein ปราสาทนอยชวานสไตน์ เป็นปราสาทในเทพนิยายที่วอลท์ดิสนีย์เอาไปสร้างการ์ตูนหลายๆเรื่อง
5. Linderhof Palace : ปราสาทลินเดอร์ฮอฟ สวยและสร้างเสร็จสมบูรณ์หรูหราที่สุดโดยพระเจ้าลุควิดที่2
6. Oberammergau : หมู่บ้านที่มีภาพวาดปูนเปียกบนกำแพงตามบ้าน ส่วนใหญ่เป็นเรื่องราวทางศาสนา
7. Salzburg : Old town บ้านเกิดของโมสาร์ท
8. Hallstatte : ทะเลสาบที่ใสสะอาดอากาศโอโซนและถูกจดทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก้
9. St.Wolfgang : ทะเลสาบใสสะอาดคล้ายๆ Hallstatte
10. Munich : พิพิธภัณฑ์ Pinakothek ซึ่งมีภาพเขียนดอกทานตะวันอันโด่งดังโดยศิลปินแวนโก๊ะคนโปรดกับโรงเบียร์เยอรมัน
11. Nurnberg : เป็นเมืองที่สวยและมีสถานที่เที่ยวเยอะแต่คงไม่มีเวลาเที่ยว อาศัยนอนเพื่อไปแฟรงค์เฟิร์ตต่อในเช้าวันสุดท้ายเนื่องจากถ้าขับรถตรงจากมิวนิคไปแฟรงค์เฟิร์ตเลยจะไกลเกินไป

เลือกโรงแรมตามเมืองที่จะพักใน1อาทิตย์7คืน
คืนที่1-Frankfurt : Holiday Inn Express Frankfurt Airport เนื่องจากมาถึงก็เย็นแล้วขอใกล้ๆ
คืนที่2-Rothenburg : Gasthof Butz
คืนที่3-Schwangau : Romantic-Pension Albrecht
คืนที่4-Salzburg(Austria) : Itzlinger Hof
คืนที่5-Hallstatte(Austria) : Braugasthof Lobisser
คืนที่6-St.Wolfgang(Austria) : Haus Windhager
คืนที่7-Nurnberg : Ibis Nurnberg City am Plarrer

จากนั้นก็แปะๆใน Google map
ขาลง


ขาขึ้น


ตัวช่วยที่สำคัญ
1. www.booking.com หาและจองโรงแรมทั้งหมดโดยจ่ายเงินตอนที่ไปพัก สามารถแคนเซิลได้ฟรีแต่จะมีกำหนดว่าภายในกี่วันต้องอ่านรายละเอียดแต่ละโรงแรมดีๆ อีกเรื่องคือที่พักหลายที่ถ้าไปเช็คอินค่ำเกินเวลาที่กำหนดจะต้องแจ้งล่วงหน้าไม่งั้นอาจจะไม่มีคนรอรับเราได้ค่ะ
2. www.tripadvisor.com แค่ใส่ชื่อเมืองก็จะมีหัวข้อให้เลือกที่พัก ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจพร้อมรีวิวโดยคนทั่วๆไปไม่ม้า บางทีเห็นโรงแรมจาก booking.com ดูดีแต่พอมาอ่านรีวิวที่นี่อาจจะสะดุดต้องดูหลายๆที่เป็นไอเดีย
3. Google map อันนี้สำคัญใช้มาร์กเมืองที่จะไปแวะแล้วก็ดูเส้นทางหลวงว่าเราจะวิ่งสายไหน เพราะบางทีเนวิเกเตอร์จะพาเราวิ่งทางด่วนเป็นหลัก แต่จริงๆสายโรแมนติกต้องวิ่งนอกเมืองชมวิวทุ่งหญ้าป่าเขาน้องม้าน้องวัว ซึ่งเราต้องแหกออกนอกเส้นทางบ้าง
4. www.car-parking.eu ขับรถเองนี่ต้องหาที่จอดรถล่วงหน้าไว้เลยค่ะเพราะว่าไม่งั้นพอไปแถวนั้นแล้วจะเครียดมึนมากหาที่จอดยาก ส่วนใหญ่สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆเค้าจะมีโรงจอดรถโดยเฉพาะไว้ให้หลายจุด แล้วก็มีป้ายอิเล็กโชว์ตัวเลขว่าเหลือที่จอดได้กี่คัน แต่เราต้องพยายามเลือกให้ไกล้สถานที่ที่เราจะไปมากที่สุดแล้วก็ราคาต่อชั่วโมงไม่แพงมากพร้อมทั้งเตรียมเหรียญไว้ด้วยเพราะเครื่องที่จ่ายเงินส่วนใหญ่ไม่ค่อยรับธนบัตร
5. www.gettingaroundgermany.info อ่านกฏหมาย ป้ายจราจรสัญลักษณ์ต่างๆ ส่วนใหญ่ทางหลวงจะมีบางช่วงไม่จำกัดความเร็วเหยียบกัน180-200เลยทีเดียวแต่ถ้าช่วงที่จำกัดก็ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด รถช้าวิ่งขวาเร็ววิ่งซ้าย ส่วนวิธีการเติมน้ำมันที่นี่ต้องเติมกันเองค่ะ แต่ละหัวจะมีเบอร์กำกับพอเราเติมเสร็จก็เข้าไปที่แคชเชียร์แล้วบอกเบอร์เพื่อจ่ายเงิน
6. www.hallstatt.net เป็นเว็บที่ใช้จองที่พักรอบทะเลสาบโดยเฉพาะซึ่งไม่มีใน booking.com

จากนั้นก็จองรถค่ะ คุณสามีเลือกHertz(ไม่ใช่ม้าไม่ได้ค่าโฆษณา) รถที่เยอรมันส่วนใหญ่เป็นเกียร์ออโต้และก็เครื่องดีเซลประหยัดน้ำมันดี ในเว็บรถระดับโลสุดก็BMWแล้ว แต่ได้ยินว่าส่วนใหญ่จะไม่ได้รุ่นตามที่เลือกไว้หรอกแต่ถ้าไม่ได้เค้าจะให้ระดับสูงกว่าแทน ซึ่งก็จริงค่ะเพราะจองBMWแต่ได้จากัวร์มาแทนทำเอาคนขับเคลิ้มอยากได้มาไว้ที่บ้าน อีกอย่างที่สำคัญคือถ้าไปช่วงที่มีหิมะตกต้องใช้ยางสำหรับหิมะเท่านั้นซึ่งต้องเพิ่มเงินเยอะมากๆ ถ้าไม่ใช้เวลาขับบนหิมะแล้วตำรวจจับจะโดนปรับหนักเลยทีเดียว

สุดท้ายสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับคนไทยอย่างเราคือขอวีซ่าค่ะ
เยอรมันใช้วีซ่าเชงเก้นท์ซึ่งเป็นวีซ่าที่ใช้ในหลายประเทศในกลุ่มEU เอกสารเยอะแยะมากมายจนไม่อยากจะไปละ เวลาขอไปยื่นที่สถานทูตเยอรมันที่เกาหลีใช้เวลาประมาณ1อาทิตย์ก็ได้แล้วค่ะ อันดับแรกต้องเลือกและจองที่พักให้เรียบร้อยก่อนแล้วปริ้นท์ทั้งหมดไปด้วย จากนั้นซื้อประกันที่ครอบคลุมวงเงินคุ้มครองตามสถานทูตกำหนดและรวมถึงการส่งกลับประเทศในกรณีฉุกเฉินต่างๆ แล้วก็เตรียมเงินค่าธรรมเนียมค่ะแพงไม่ใช่ย่อย ยังมีเอกสารทางการเงินเพื่อรับรองว่าเรามีปัญญาจ่ายค่าใช้จ่ายตลอดทั้งทริปแน่ๆ และอื่นๆอีกมากมาย ควรจะไปเช็คจากเว็บสถานทูตเยอรมันดีกว่าค่ะเพราะอาจจะมีเปลี่ยนแปลง

โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ



Create Date : 02 มกราคม 2558
Last Update : 9 เมษายน 2558 17:44:25 น.
Counter : 1816 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

puimake
Location :
Seoul  Korea

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]



"หลังจากหอบข้าวของติดตามสามีมาอยู่เกาหลี มีเรื่องราวมากมายมาเล่าสู่กันฟังแก้เหงา ขอบคุณเพื่อนๆพี่ๆน้องๆที่เข้ามาเยี่ยม ฝากคอมเม้นต์ทักทายกันได้นะคะ" ^.^