If God is a DJ. Life is a dance floor
Love is the rhythm
You are the music
You get what you're given
It's all how you use it

free site statistics
View My Stats

Group Blog
 
All blogs
 

HI Dog So - รอตไวเลอร์ พันธุ์ "พับไว้" ของ "พิธาน อิมราพร"

เกิดเป็นหมายังมีแบ่งชนชั้น

คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่ขึ้น





ขอบคุณเนื้อข่าวจาก Bangkok Today อัพเดทข่าวสารไฮโซเพิ่มเติมได้ที่เว็บ Bangkok Today






 

Create Date : 01 กรกฎาคม 2549    
Last Update : 1 กรกฎาคม 2549 17:06:21 น.
Counter : 307 Pageviews.  

‘โซเฟีย ลา’ยืดอกรับ ออกงานต้องลงทุน"


สาวสังคมเชื้อสายจีนที่แจ้งเกิดจากสไตล์การแต่งตัวที่เฉิดฉายอลังการคนนี้ เปิดอกคุยกับเราว่า เธอเข้าสู่สังคมไฮโซจากการแนะนำของผู้ใหญ่ที่เคารพคนหนึ่ง จนถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 3 ปีแล้ว เธอพลิกโฉมจากแม่บ้านที่ไม่เคยแต่งตัวมาเป็นคุณนายไฮโซเพียงเพราะต้องการคลายเหงาจากการเข้าสังคม

“เราเป็นคนทำอะไรต้องทำให้ดี จะออกงานไฮโซก็ต้องลงทุน ไม่อย่างนั้นคนดูถูก เรื่องเสื้อผ้าไม่เท่าไรนะ ลงทุนมากที่สุดคือเพชร ไฮโซเมืองไทยต้องแต่งตัวสวยๆ มีเพชรเวอร์ๆ ออกงานครั้งแรกโซเฟียแต่งตัวเชยๆ ผู้ใหญ่ที่พาไปก็บอกว่าพี่มีชุดทับทิมจะให้ยืมใส่เอาไหมเพราะโซเฟียไม่ใส่อะไรเลยเช้ย..เชย.. (หัวเราะ) เราก็ไม่เอา เกรงใจเพราะชุดนี้ราคาหลายล้าน ก็ซื้อเพชรใส่เลยกลัวผู้ใหญ่ที่พาไปจะขายหน้า เพนนีซูลานี่ซื้อทุกร้าน เพชรเม็ดใหญ่ๆ ซื้อเสื้อผ้าสวยๆ

เสื้อผ้านี่ถ้าเป็นงานเปิดตัวสินค้าทั่วไปก็จะใส่ชุดที่มีอยู่แล้ว แต่ถ้างานที่พิเศษหน่อยก็จะตัดชุด ปกติก็ประมาณหลักหมื่น อย่างงานบางกอกฟิล์มเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เขาเชิญโซเฟียเป็นตัวแทนผู้หญิงไทยไปร่วมงาน เราก็สู้ตายเลย สั่งชุดมาจากอเมริกา แต่ชุดนั้นยังไม่ถึงแสนนะ

มาปีนี้งานบางกอกฟิล์มที่ความจริงจะจัดช่วงต้นปี แต่เกิดสึนามิเขาเลยต้องยกเลิกไป คนจัดงานบอกว่าโซเฟียต้องขึ้นไปยืนบนสแตนด์คนเดียว แล้วชุดของโซเฟียต้องมีเฟอนะ เพราะปีนี้นิยมอะไรที่เป็นขนๆ เราก็ให้ดีไซเนอร์ดีไซน์ให้ โซเฟียตัดชุดไปประมาณ 2 แสน ก็เก็บไว้ยังไม่กล้าเอามาใช้ คือชุดมันหรูเกินไป ต้องรอใส่ในงานใหญ่ๆ ไม่งั้นคนจะมองว่าเราผิดปกติ






อย่างมีงานหนึ่งเป็นงานเปิดตัวหนังสือ ผู้ใหญ่บอกว่าให้แต่งตัวสวยๆ ใส่กระโปรงยาวไปเลย เราก็แปลกใจเหมือนกัน พอไปถึงงานปรากฏว่าทุกคนใส่กางเกงธรรมดาๆ พี่งี้อายสุดๆเลย มีเราคนเดียวใส่ชุดราตรี (หัวเราะร่วน)

เวลาไปงานโซเฟียก็จะซื้อสินค้าเขานะ เปิดตัวกระเป๋าชาแนล,กูชชี เครื่องสำอางเอสเตหรือชิเซโด โซเฟียเป็นคนขี้เกรงใจก็จะซื้อหมด เพราะไปแล้วเขาแจกของชำรวยดีๆแพงๆให้เรา จะรับของเขาอย่างเดียวก็น่าเกลียด ถึงบอกนักข่าวว่าออกงานต้องลงทุน เราซื้อสินค้าเขา เวลามีงานเขาก็มาเชิญ เริ่มออกงานบ่อยก็เพราะอย่างนี้

เริ่มรู้จักแต่งตัวตอนเข้าสังคมนี่แหละ เราแต่งตัวดีนะ พอเข้าไปงานใครๆก็ทักว่าโซเฟียแต่งตัวสวยจัง ก่อนนั้นยังไม่มีใครรู้จัก โอ้ย...เพื่อนเต็มเลย พอดังขึ้นมาตายเลย ไม่มีใครคบกับโซเฟีย มา 2 ปีหลังนี่แปลก ทำไมเวลาเข้าไปในงานคนที่แต่ก่อนเคยทัก ตอนนี้ทำไมไม่พูดกับโซเฟีย

เราก็ถามเขาว่าทำไม เขาบอกพี่โซเฟียรู้ไหมทุกคนหมั่นไส้พี่ อ้าว...พี่ทำผิดอะไรหรือเปล่า ถ้าผิดก็ขอโทษด้วยเพราะพี่พูดไทยไม่ชัด เขาก็บอกอ๋อพี่ไม่ผิดอะไรหรอก แต่พี่ดังขึ้นมา คนเก่าที่ดังกว่าพี่บอกว่าพี่แซงคิวเขา เมื่อก่อนนักข่าวถ่ายรูปเขา แต่ตอนนี้โซเฟียเด่นขึ้นนักข่าวมาสัมภาษณ์ โซเฟีย ไม่สัมภาษณ์เขา เขาก็เลยไม่ชอบเรา แต่นักข่าวชอบโซเฟียนะ มีอะไรก็โทรมาตลอด”

เราพยักหน้าเห็นด้วย เพราะอย่างน้อยเธอก็กล้าเปิดเผยในสิ่งที่เธอเป็น




 

Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2549    
Last Update : 27 มิถุนายน 2549 0:56:29 น.
Counter : 537 Pageviews.  

ไฮโซคนดัง สุมณี คณะเกษม โชว์กรุเครื่องเพรชสุนัขสุดรัก

สุนัขไฮโซเริ่ดไม่แพ้คน!


เพราะสุนัข คือมิตรแท้ของคนรักสัตว์!! สุนัขจึงเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีอภิสิทธิ์เหนือคนในบางครอบครัวอีกด้วย จึงมีบริการต่างๆผุดขึ้นมา เพื่อเจ้าสุนัขตัวโปรดของบางคนโดยเฉพาะ อาทิ สปาสุนัข โรงแรมสุนัข ไปจนถึงบริการเผาซากสุนัข!! แต่ที่จะขาดเสียมิได้ ก็เห็นจะเป็นเสื้อผ้าอาภรณ์ และเครื่องประดับชิ้นเก๋ เพื่อเพิ่มความเดิร์น ชวนให้ใครๆต้องเหลียวมองอย่างน่าอิจฉา!! งาน Hi dog So Party ที่บริเวณสระน้ำ รร. รามาการ์เด้นส์ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จึงพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า สุนัขเป็นสัตว์เลี้ยงอภิสิทธิ์ และน่าอิจฉาขนาดไหน เพราะไม่เพียงแต่รวบรวมเอาสิ่งพิเศษล้ำค่า ที่บรรดาผู้เป็นเจ้าของมอบให้สุนัขตัวโปรด แต่ยังมีแฟชั่นโชว์เครื่องเพชรมูลค่าเป็นล้านของสุนัขไฮโซอีกด้วย







ความเลิศล้ำที่เจ้าสุนัขได้ รับจากเจ้านายยุคนี้ นอกจากความรักความเอาใจใส่แล้ว ยังมีสิ่งดีๆ ที่เหล่าเจ้านายสรรหามาฝากเจ้าตัวโปรดอย่างน่าเอ็นดู๊..น่าเอ็นดู!! ไม่ว่าจะเป็นการพาไปทำประกันสุขภาพ ตรวจสุขภาพ ตรวจตาและหูว่าปกติสุขดีหรือไม่ ยุคนี้สุนัขไฮโซยังได้รับบริการที่ไม่แพ้คน อาทิ การนวดแบบอโรมาเธราพี ซึ่งใช้ สเปรย์ฉีดที่ขนของสุนัข แล้วลูบไล้ไปมา เพื่อให้น้ำยาซึมสู่ผิวหนัง เป็นการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น ขณะเดียวกันก็มีสารช่วยฆ่าเชื้อโรคบนผิวหนังของสุนัขด้วย ทำให้เจ้าตูบรู้สึกผ่อนคลายสบายตัว แต่ถ้าเป็นเจ้าตูบไฮโซ ก็อาจถูกพาไปเข้าสปาออนเซน เพื่อรักษาสุขภาพ



สำหรับ เจ้าตูบที่ดวงดีมีวาสนา เกิดมาเป็นสุนัขไฮโซ มีหรือผู้เป็นเจ้าของจะปล่อยให้เนื้อตัวล่อนจ้อน ปราศจากอาภรณ์และเครื่องประดับ เดี๋ยวนี้แค่เสื้อและกิ๊บติดผมสวยๆ ดูจะจิ๊บจ๊อยไปเสียแล้ว!! อย่าง "เจ้าโมเน่" สุนัขพันธุ์ชิวาว่า และ "เจ้าบลูอาย" ของคุณ สุมณี คุณะเกษม มีเครื่องประดับส่วนตัวเป็นสร้อยเพชร และสร้อยทองคำ ใส่ออกงาน แม้ในงานวันนั้นเจ้าตูบทั้งสองไม่ได้มาปรากฏตัวให้เป็นที่อิจฉา แต่ เจ้านายก็ส่งเครื่องเพชรและทองคำแท้ ทั้งที่เป็นโบราณวัตถุจากอินเดีย สร้อยคอทองคำสั่งทำพิเศษตีโปร่งเพื่อความสบายในการสวมใส่หนัก 30 บาท สร้อยทองคำขาวประดับเพชร สร้อยคอทองคำพร้อมจี้หยกของเก่าเก็บ และกำไลโบราณ รวมมูลค่านับล้านบาท ซึ่งเป็นเครื่องประดับส่วนตัวของเจ้าตูบทั้งสองมาโชว์ คนที่ไม่มีโอกาสได้ใส่ของแท้ ยังตาลุกวาวไปตามๆ!! ...เห็นมั้ยล่ะว่าเกิดเป็นสุนัขไฮโซ ช่างมี บุญวาสนาไม่แพ้คนเอาเสียเลย?!!




 

Create Date : 10 กุมภาพันธ์ 2549    
Last Update : 27 มิถุนายน 2549 1:01:05 น.
Counter : 872 Pageviews.  

พระเครื่องคู่ใจคนดัง : สุมณี คุณะเกษม ทำบุญให้หมา...จะได้ไม่เกิดเป็นหมา

ใครจะว่าอย่างไรเราไม่รู้ เพียงแต่เรารู้ว่า เราชอบของเก่าโบราณ ที่มีอายุเป็นร้อยปี มันเป็นอะไรที่ชอบ เมื่อที่ไหนมีการประมูล ของเก่าก็ชอบ ที่จะไปร่วมประมูลมา เช่น เตียงนอนรุ่นเก่าก็ชอบ ที่จะประมูลมาไว้ที่บ้าน ตามความเชื่อของตัวเอง เตียงนอนเก่าโบราณ ไม่ว่าจะอยู่ยุคไหน เมื่อประมูล มาได้แล้วก็จะทำบุญตักบาตร ทำสังฆทานให้กับเจ้าของเตียงนอน ชิ้นนั้นก่อน ที่จะนำมาใช้ เพราะเชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างต้องมีเจ้าของ หากเราไม่ทำบุญ หรือถ้าไม่ได้ขอเจ้าของก่อนแล้วนำมาใช้ เราอาจไม่มีความสุข"


นี่เป็นเหตุผล ของการทำบุญให้กับเตียงเก่าที่ประมูลมาของสาวไฮโซนามว่า นางสุมณี คุณะเกษม มารดาของ ส.ส.ประมณฑ์ คุณะเกษม พรรคไทยรักไทย

ขณะเดียวกันนางสุมณีก็มีความเชื่อด้วยว่า ของเก่า ทั้งที่ซื้อมาด้วยตัวเอง และชนะการประมูลซึ่งมีอายุนับร้อยปี น่าจะเป็นของในอดีตชาติที่ตนเอง เคยเป็นเจ้าของและครอบครองมาก่อน เมื่อมาเกิดใหม่ ในชาติปัจจุบัน จึงได้ไปตาม ประมูลหรือซื้อของเหล่านั้นมาครอบครอง อีกชาติหนึ่ง

สำหรับของเก่าที่เธอรู้สึกว่า มีความชื่นชมมากเป็นพิเศษ คือ เตียงนอน ซึ่งเป็นของโบราณ ทำในเวียดนามเหนือ สามารถแกะออกมาได้เป็นชิ้นๆ เสาเตียงก็เป็นตัวมังกรทั้ง ๔ เสา หัวเตียง รวมทั้งด้านบนที่เป็นหลังคา ของเตียงก็จะเป็นการแกะสลัก เป็นมังกรกับหงส์ ใครมาที่บ้านหรือท่านทูต ก็จะขอขึ้นไปดูเตียงนอนบนห้องนอนอยู่บ่อยครั้ง

หลายคนประหลาดใจอย่างมากว่า ตลอดชีวิต ที่ผ่านมาไม่เคยเห็นเตียงเก่าโบราณแบบนี้มาก่อน เพราะมีความสวยงามอยู่ในตัวแล้ว








นอกจากนี้ยังมีสิ่งของต่างๆ ที่ประมูลมา รวมทั้งหาซื้อมา ส่วนใหญ่จะเป็นของเก่าโบราณในยุคของราชวงศ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูปต่างๆ เทพเจ้ากวนอู ฯลฯ ทั้งที่มาจากสหรัฐอเมริกา จีน เวียดนาม เขมร พม่า ฝรั่งเศส ฯลฯ สิ่งของบางชิ้นก็จะได้จากญาติผู้ใหญ่ (ตา)

"วิญญาณจากเตียงหรือสิ่งของเหล่านี้มันน่า จะมีอยู่นะ ก่อนจะนำมานอนก็จะขออนุญาตเจ้าของก่อน แม้ว่าเราจะมองไม่เห็น แต่เราก็ไม่เคยไปลบหลู่ใดๆ ชีวิตคนเราตายมาแล้วไม่รู้กี่ชาติ พอมาถึงชาตินี้เราจึงได้ไปตามเอามาเป็นเจ้าของ เพื่อให้ชีวิตมีความสุขกับสิ่งของที่ได้มา ทำให้ทุกครั้งต้องทำบุญให้กับเจ้าของเดิมเป็นประจำว่า เราเอาของเขามา ก็เพื่อต้องการเก็บรักษาเอาไว้ให้กับลูกหลานได้ชื่นชมว่า สมัยก่อนมีสิ่งของที่มีการสร้างมานั้น มีความสวยงามแค่ไหน" นี่คือความเชื่อของนางสุมณี พร้อมกับเล่าต่อว่า

มีอยู่ครั้งหนึ่งเพื่อนบ้านเชิญซินแสมาดูฮวงจุ้ยที่บ้าน ซินแสก็ได้ทักขึ้นมาว่า ที่บ้านมีเทพเจ้ากวนอูอยู่ใช่ไหม ถ้าอย่างไรก็ตามให้บูชาท่านเอาไว้ให้ดี

คำถามของซินแสได้สร้างความประหลาดใจ อย่างมาก เนื่องจากซินแสคนนี้ยังไม่ได้ขึ้นไปบนบ้านชั้น ๘ เลย เทพเจ้ากวนอูองค์นี้ได้มาในยุคที่ผู้นำของจีนเป็นคอมมิวนิสต์ ทำลายพระพุทธรูปต่างๆ ให้ออกไปจากผืนแผ่นดินจีน ตรงนี้จึงเชื่อว่าในองค์เทพเจ้ากวนอูคงจะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์สิงสถิตอยู่



แม้ว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์และปาฏิหาริย์จะมองไม่เห็น ไม่สามารถพิสูจน์ได้ แต่นางสุมณีเชื่อว่า ความเคารพในสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นเรื่องที่ดี เป็นเหมือนเรามีสิ่งที่คอยยึดเหนี่ยวจิตใจ โดยไม่ได้ทำอะไรให้เกิดความเสียหายอะไร แม้ว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นจะมองไม่เห็นก็ตาม เพียงแต่ให้เราได้ยึดมั่นในคุณงามความดีที่ทำมากกว่า เราไม่ได้เคารพนับถือแบบงมงาย โดยไม่คิดที่จะทำอะไร คนเราเมื่อเกิดมาก็เป็นกรรมอย่างหนึ่งแล้ว กรรมที่ว่านี้บางคนเกิดมาร่ำรวย บางคนเกิดมายากจน ก็อาจเกิดจากกรรมที่ทำเอาไว้ในชาติปางก่อน ใครทำดีก็ย่อมได้ดี ไม่ว่าจะเกิดมาอยู่ชาติไหนก็จะไม่เป็นทุกข์

เธอ เล่าต่อว่า ชีวิตรอดตายจากสงครามโลกครั้งที่ ๒ เมื่อสมัย พ่อเป็นตำรวจก็ถูกส่งให้ไปทำหน้าที่กงศุลใหญ่ประมาณว่า ไปสืบราชการลับที่เมืองปีนัง ประเทศมาเลเซีย เป็นช่วงที่เกิดสงครามระหว่างอังกฤษกับญี่ปุ่น เมืองปีนังก็จะถูกทหาร อังกฤษบอมบ์ด้วยระเบิดทุก ๑๕ นาที เจ้าหน้าที่กงศุลรวมทั้งพ่อก็หอบตัวเองขึ้นไปดูการบอมบ์บนดาดฟ้า ของกงศุล ก็ได้เห็นภาพระเบิดสนั่นอย่างต่อเนื่อง บางภาพก็เห็นเครื่องบินร่อนโฉบไปโฉบมาระเบิดเป็นควันดำขาวไปทั่วท้องฟ้า บอมบ์ไปบอมบ์มาก็ทำให้ตลาดปีนังถูกระเบิดพังเสียหายยับเยิน ผู้คนล้มตายกันเป็นจำนวนมาก



จำได้ว่าสถานการณ์บอมบ์กันอยู่นั้น บางวันก็ยังนั่งเล่นชิงช้าอยู่หน้าบ้าน ได้ยินเสียงระเบิดอยู่ใกล้ๆ ตัว อาจเป็นเพราะสมัยเด็กๆ เรายังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น อาหารก็เริ่มหมด กระทั่งพ่อออกไปหาเสบียงมาประทังชีวิตอยู่นั้น พ่อก็เกือบเอาชีวิตไม่ รอดเหมือนกันเพราะบอมบ์กลางตลาดปีนัง พ่อก็อุ้มตัวเองออกจากที่เกิดเหตุ แต่นับว่าโชคดีมากกว่า จะบังเอิญหรือ ว่าเรายังไม่ถือคราวตายเพราะพ่อมีวงแหวนที่คล้องติดกับแขนของหลวงพ่อที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ได้จากตามานั่นเอง และการรอดตายมาได้นั้นคงเป็นเรื่องของกรรมเราด้วย

สุมณี บอกด้วยว่า โดยส่วนตัวแล้วเป็นคนเชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรมว่า ใครทำดีย่อมได้ดี เป็นประโยคเดียวที่ฟังครั้งใดก็ทำให้เข้าใจได้กระจ่างถึง การกระทำในสิ่งที่ดีเพราะวันหนึ่งคนเราไปทำอะไรต่อคนอื่น ที่ไม่ดีเอาไว้ พอถึงเวลากรรมไม่ดีนั้นก็จะตอบสนองเราทันที เช่น เรานินทาเพื่อนแบบเสียๆ หายๆ วันต่อมาเพื่อนก็อาจนินทาเราได้เหมือนกัน

เมื่อถามถึงเรื่องการทำบุญ สุมณี บอกว่า ปัจจุบันชอบทำบุญทำสังฆทานตามวัดต่างๆ ก่อนหน้านี้ได้สร้างพระประธาน สร้างระฆังถวายให้กับวัดทั่วไป เพื่อเป็นการไว้อาลัยกับสุนัขที่เสียชีวิตไปแล้ว บางคนอาจมองว่าเราบ้าหรือเปล่า ตรงนี้อยากจะบอกว่ามันเป็นความเชื่อส่วนตัว

สุนัขเสียชีวิตไปแล้วเขาคงไม่มีใครมาทำบุญให้เหมือนกับคนเรา ดังนั้นสุนัขที่บ้านตัวไหนเสียชีวิตก็จะทำบุญถวายสังฆทาน อย่างน้อยพวกเขาจะได้ไปเกิดในภพภูมิที่ดี จะได้ไม่ต้องไปเกิดเป็นสุนัขข้างถนนลำบาก หรือสุนัขบางตัวเมื่อเสียชีวิตไปแล้วเราทำบุญไปให้ พวกเขาอาจไม่ต้องไปเกิดใหม่ก็เป็นได้

"ขึ้นชื่อว่าสัตว์หรือสุนัขก็ตาม พวกเขาก็มีชีวิตไม่แตกต่างไปจากมนุษย์อย่างเรา พวกเขาก็มีจิตใจมีวิญญาณเศร้าโศกเสียใจได้เช่นเดียวกับเรา ทุกวันนี้เลี้ยงดูแลสุนัขเหมือนเป็นลูกคนหนึ่ง นอนก็นอนด้วยกัน ดิฉันพยายามที่จะไม่เบียดเบียนสัตว์หรือคนอื่น ทุกวันนี้ก็พยายามที่จะรักษาศีล ๕ ให้ได้ แล้วก็ใช้การปฏิบัติธรรมด้วยการเดินจงกรม ที่เคยไปร่วมอบรมวิปัสสนากรรมฐานปีละ 2 ครั้ง อย่างน้อยก็ทำให้เราได้เข้าใจในหลักของพระพุทธศาสนา ไม่ว่าของจะหาย อะไรจะเสียก็ปล่อยวาง ไม่ไปยึดติดให้เกิดความทุกข์ใจ" นางสุมณีกล่าวทิ้งท้าย



ที่มาจาก //www.komchadluek.net/column/pra/2004/12/05/02.php




 

Create Date : 10 กุมภาพันธ์ 2549    
Last Update : 27 มิถุนายน 2549 1:20:43 น.
Counter : 330 Pageviews.  

โซเฟีย ลา “แม่ “ เพื่อสังคม

นาทีคงไม่มีใครปฏิเสธว่า ไม่รู้จัก “ โซเฟีย ลา ”ไฮซ้อสาวใหญ่ วัย 55 คน เชื้อสายจีนฮกเกี้ยน หลังบ้านของนักธุรกิจหุ้นส่วนโรงแรมกระบี่เมอริไทม์ และเจ้าของโรงงานเคมีแถบมหาชัย และจังหวัดปราจีนบุรี เอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างหนึ่งของเธอ พูดไทยม่ายชัด เรียกว่าออกงานไหนใครๆ ก็ต้องขอคาราวะในความโดด...เด่นของเธอ





ความแรงของโซเฟียนั้นเห็นได้จากเสื้อผ้า หน้า ผมที่เธอตั้งใจทำให้เกิด นี่ยังไม่นับเทคนิคการสร้างจุดเด่นให้กับตัวเองด้วยการเดินสายออกงานสังคมไม่เว้นแต่ละวัน ทว่า ช่วงชีวิตก่อนหน้าที่ชีวิตของเธอจะก้าวออกมาเดินเฉิดฉายในงานสังคม (ไทย) นั้น โซเฟีย ลา เป็นคนไต้หวัน แต่ถือสัญชาติฝรั่งเศส หลังจากแต่งงานกับสามีและย้ายไปอยู่ฝรั่งเศส ก่อนเดินทางมาอยู่เมืองไทยกับสามีและลูกๆ จากวันนั้นถึงวันนี้เกือบ 20 ปี


“ตลอดเวลา 20 ที่ผ่านมา เราทำหน้าที่ “แม่” ดูแลลูกๆ 2 คน คนโตเป็นผู้หญิง คนเล็กเป็นผู้ชาย รับส่งลูกไปเรียนที่สถานทูตฝรั่งเศส รู้จักก็แต่ภรรยาของเจ้าหน้าที่ในสถานทูต เมื่อถึงเวลาคนเหล่านี้ก็เดินทางกลับประเทศเขาไป เหลือเพียงไม่กี่คน ทำให้เรารู้สึกเหงาๆ บ้าง เพราะนับตั้งแต่แต่งงานก็อยู่กับสามี ไม่เคยออกจากบ้านไปไหน จะออกจากบ้านสักทีก็คือ ไปจ่ายตลาด กลับมาบ้านก็ทำหน้าที่เป็นแม่บ้านตลอดเวลา 30 ปี อาหารทุกมื้อทำเองกับมือ “โซเฟีย ลา เล่าให้ฟังด้วยสำเนียงพูดไทยแบบไม่ชัด ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส



ภาพคุณโซเฟีย เมื่อยามออกงานสังคม




ด้วยเหตุที่เลี้ยงดูลูกแบบฝรั่งให้อิสระเขาเต็มที่ เธอบอกว่า ลูกชายและลูกสาว จึงไม่ค่อยสนิทสนมและผูกพันมาก แต่เธอได้ตั้งปณิธานไว้ว่า เมื่อเธอเป็นแม่ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับสามีของเธอ เธอจะต้องอยู่ต่อไปให้ได้ ไม่ทิ้งลุก ทิ้งครอบครัว ไม่อยากให้ลูกของเธอเป็นเหมือนเธอ ที่ไม่มีแม่ และไม่เคยเจอหน้าแม่สักครั้ง

แต่ใครจะรู้บ้างว่า ในมุมหนึ่งของชีวิตช่วงนี้เอง เธอได้ตัดสินใจแบ่งเวลาไปเป็นอาจารย์อาสาสมัครสอนภาษาจีนกลางที่วัดมหาธาตุทุกวันอาทิตย์ ตามคำชวนของหลวงพ่อที่วัด เพราะใจอยากทำบุญ ส่งผลให้เมื่อปี 2547 เธอได้รางวัลศิลปินคุณธรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นรางวัลที่จะมอบให้กับศิลปิน นักบริหาร และนักธุรกิจ 24 ท่าน โดยมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม เป็นองค์ประธาน

“ตั้งใจตั้งแต่เด็กแล้วว่าอยากเป็นอาจารย์ การมาสอนที่วัดมหาธาตุนี่เหมือนกับเป็นการทำบุญ เพราะเหตุผลแรกๆ ที่ตั้งใจมาสอนภาษาจีนก็คือ ทุกๆ 3 เดือน จะมีหลวงพ่อเดินทางมาจากจีนแดง หลวงพ่อได้ให้โซเฟียไปเป็นล่ามช่วยแปลภาษาจีนให้ เพื่อหลวงพ่อจะได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับหลวงพ่อจีนแดงได้”





ทุกๆ วันนี้ โซเฟีย ลา สอนภาษาจีนในลักษณะเน้นการพูด และการสนทนาสำหรับใช้ทั่วไป และให้เข้ากับธุรกิจของผู้เรียนละคน

“ลูกศิษย์มีทั้งเป็นพระ ศิษย์วัด เด็กเล็กๆ ตั้งแต่ 8 ขวบ คนสูงอายุ 60 กว่าก็มี ซึ่งแล้วแต่คนเรียนจะถามอะไร แม้จะเหนื่อยบ้างกับการตอบคำถาม แต่ก็มีความสุข ทำให้วันอาทิตย์โซเฟียจึงไม่ไปออกงานที่ไหน เพราะเราก็กลัวว่านักเรียนที่ตั้งใจมาเรียน ต้องนั่งรอเราคนเดียว”

และนักเรียนที่แต่ละคนจะเรียกเธอว่า “อาจารย์โซเฟีย” เธอรู้สึกมีชีวิตชีวา และมีกำลังใจเป็นอย่างมาก
“นักเรียนทุกคนที่มาเรียนน่ารักมากๆ มีน้ำใจกับเราเสมอ ยิ่งโซเฟีย มาสวมบทบาทเป็นอาจารย์ การแต่งตัวจึงดูธรรมดามากๆแต่งหน้า ทำผมเปรี้ยวๆ ไมได้ ต้องแต่งกายเรียบร้อย ตามกาลเทศะ ต่างกับสังคมไฮโซราวกับคนละคน”

ในวันธรรมดา ถ้าออกงานสังคมเธอจะมีคนขับรถมาให้ แต่ในวันอาทิตย์เธอจะไม่มีคนขับรถ และเป็นวันที่เธอต้องไปสอนภาษาจีนที่วัดมหาธาตุ เธอจะนั่งรถแท็กซี่ไปกลับระหว่างบ้านแถวสาธุประดิษฐ์ กับวัดมหาธาตุ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเธอบอกว่าเป็นการทำบุญ เพื่อสังคมจริงๆ
นี่และความสุขที่แท้จริง จากหัวใจ โซเฟีย ลา...


และนับตั้งแต่วันแรกที่เธอก้าวเข้าสู่สังคมไฮโซ จนถึงวันนี้ 3 ปีกว่าแล้ว วงการไฮโซจึงกลายเป็นเวทีฉากใหญ่อีกฉากหนึ่งในชีวิตของโซเฟีย ลา ที่ช่วยคลายเหงาให้กับเธอ

“ตั้งแต่มีปัญหากับสามี เราก็รู้สึกเหงาๆ เพราะอยู่บ้านแค่ 2 คนกับลูกชายคนเล็ก ตอนนี้ทำงานให้กับสถานทูตฝรั่งเศส ประจำประเทศไทย กลับบ้านบ้าง ไม่กลับบ้าง ตามประสาคนหนุ่ม ส่วนลูกสาวทำงานด้านโฆษณาอยู่ฝรั่งเศส เขาขอไปเรียนและใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นเลย เราก็ไปเยี่ยมเขาปีละครั้ง”





ที่มาจาก




 

Create Date : 07 กุมภาพันธ์ 2549    
Last Update : 27 มิถุนายน 2549 1:27:59 น.
Counter : 3429 Pageviews.  

1  2  

Valentine's Month


 
yev rugrats
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Song of The Week (Bring back Memory)



Upload music at Bolt.


What I'm listening to








My Music Chart






My Favorite Radio Station ( M1Live)



"


What I'm reading



Friends' blogs
[Add yev rugrats's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.