Group Blog
 
All blogs
 
ทุ่งดอกกระเจียว จ,ชัยภูมิ

ทุ่งกระเจียวงาน ณ ชัยภูมิ

สวัสดีค่ะ ไม่ได้มาซะนานเลยนะ - o ^ ทุกๆ คนยังสบายดีกันนะค่ะ เอ๊า!! ขอเสียงหน่อย ^0^ แข็งแรงแข็งขันกันหน่อยนะค่ะเพื่อนๆ หลังจากที่ฉันเองได้เปลี่ยนสถานะ(Status) จาก “ว่างงาน” มาเป็น “มีงานทำ” (มนุษย์ต้องมีงานทำ ถึงจะมีเงินไปลั่นล่า เนาะ ;P ) ก็ทำให้การออกทริปไปลั่นล่ามีน้อยลง แต่ก็นะ มันไม่ใช่อุปสรรคสำคัญอะไรเลยค่ะ >O< โฮ๊ะๆๆๆ จริงไหมค่ะเพื่อนๆ ฮ่าๆๆ (ขอขำให้กับตัวเองหน่อย ~0~ )

หลังจากดูลู่ทางมาซักระยะก็ได้เวลาออกทริป (ผ่านทดลองงานแล้ว เย้ๆๆๆ หนีเที่ยวได้ ^_^”) สถานที่แนะนำในการท่องเที่ยวช่วง มิ.ย. – ส.ค. ก็ที่นี่เลยค่ะ “ทุ่งดอกกระเจียว” โฮ๊ะๆๆ แอบอิจฉาเพื่อนๆ ที่ได้ไปเยือนมาแล้วหลายต่อหลายคน คราวนี้ก็ถึงตาเราบ้างแล้ว คิ๊กๆๆๆ ออกเดินทางกันเลย!!!! Go! Go!

และเราก็ตัดสินใจว่าจะไปกางเต้นท์นอนค้างกันในอุทยานฯ 1 คืน ตอนเช้าเราจะได้ไปชมทุ่งดอกกระเจียวที่กำลังเบ่งบานชูช่อ ท่ามกลางสายหมอก (ดูในเว็บมีภาพสวยๆ หมอกจางๆ ว๊าวๆ ^u^) หลังจากนั้นถ้ามีเวลาเหลือก็จะได้แวะเที่ยวตามสถานที่ที่อยากแวะ (โปรใช้วิจารณญาณในการแวะเที่ยว อิอิ)

เราออกเดินทางจาก กรุงเทพฯ ตอนบายโมงกว่าๆ (รถก็ติ๊ดติด =”=) โชคดีที่ไม่มีแดด แต่ท้องฟ้าเทาๆ ขมุกขมัว ขยุกขยุ่ย ไงไม่รู้ แต่ก็ช่างเฮอะ ก็จะไปเที่ยวแล้วนิ ฮ่าๆๆๆ ^.^


กำลังจะออกเดินทางค่ะ เพิ่งเลิกงานเลยนะเนี๊ยะ อิอิ


เรามาถึงอุทยานฯ ประมาณ 5 โมงกว่าๆ หาที่จอดรถปุ๊บก็เดินไปหาเจ้าหน้าที่อุทยานปั๊บ สอบถามรายละเอียดทราบว่ายังสามารถขึ้นไปชมดอกกระเจียวได้ (เขาจะห้ามนำรถส่วนตัวทุกชนิดขึ้นทุ่งดอกกระเจียวในเวลา 6.00-16.00 น. ค่ะ แต่จะมีรถของอุทยานไว้บริการนักท่องเที่ยวแทน แต่หลังเวลานั้นสามารถนำรถส่วนตัวขึ้นไปได้) เราก็เลยซื้อตั๋ว 20/คน 30/คัน แล้วขับทยานผ่าสายฝนปรอยๆ เพื่อขอไปดูก่อนนะ ไหนๆ ก็มาก่อน


ดอกกระเจียววววววว ฮ่าๆๆๆ


ขอสักภาพนะ ^^



มีอีกเป็นทุ่งเลยนะ

ก็ขอถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกหน่อยน่ะ และแล้วฝนก็โปรยลงมา พร้อมกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ที่บอกว่าหมดเวลาแล้วครับ (แต่ขอชื่นชมเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ที่นี่เลยค่ะ กับการให้บริการที่ดี แถมพูดจาไพเราะมาก ทำให้ประทับใจสุดๆ ^0^)


ลงมาแล้วจร้า




ขับรถลงมาถึงลานกางเต้นท์ วนรถอยู่สองสามรอบ มองฟ้านิดนึง (หว๊าๆๆ คืนนี้ฝนตกหนักแหง่ๆ T^T ) ตกลงกันว่าจะไปหาโรงแรมด้านล่างอุทยานพักดีกว่าไม่อยากเสี่ยงเปียกปอน แต่ก่อนลงไปขอเดินชมหน่อนนะ เพราะเห็นมีร้านขายของที่ระลึก ต้นไม้ (อ๋อ!! ลืมบอกไปว่าระหว่างทางขึ้นอุทยานฯ มีร้านค้าแผงไม้เรียงราย มีการปลูกต้นดอกแตร ตลอดทางทาง สวยมากค่ะ ^^) แวะซื้อหม่ำกินกันหน่อย ลุงคนขายใจดีก็ถามว่าพักที่ไหน ก็เลยบอกแกไปว่าตั้งใจจะกางเต้นท์ แต่ดูท่าฝนจะตกหนักมากเลยกะจะลงไปหาที่พักทางล่างแทน ลุงแกก็ใจดีบอกว่าตรงโน้นมีเต้นท์ที่เจ้าหน้าที่กางไว้ให้ไปกางเต้นท์ใต้นั้นได้ มองหน้ากันอยู่สักพักก็ตัดสินใจไปเดินสำรวจ และก็เป็นอันตกลงว่างกางเต้นท์ :D


หลังจากกางเต้นท์เรียบร้อยก็ออกไปหาอะไรๆ กินกันก็ซักกะหน่อย ^^ แต่ฝนก็เริ่มโปรยปราย แบบเบาๆ แต่ลมโครตจะแรง 555 กลับมาก็อาบน้ำ (น้ำโครตจะเย็น 20 องศาเอง อากาศนะ แต่น้ำคงจะเย็นกว่า ^^”) เข้านอนพรุ่งนี้จะรีบๆ ตื่นจร้า >0<


ตื่นมาตอนเช้า เพื่ออาบน้ำ (อาบอีกแล้ว จริงๆ ไม่ได้เป็นคนรักสะอาดอะไรหร๊อก ที่อาบเพื่อปรับอุณหภูมิในร่างกายเพื่อไม่ให้เป็นหวัดค่ะ เป็นความเชื่อส่วนตัวค่ะ ^^) พอเช้าคนก็มากันมากมายก่ายกอง (พอสมควร อิอิ) เราเดินผ่านเข้าอุทยานตามกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เข้าแถวรอซื้อตั๋วขึ้นรถ (20/คน) แต่เราไม่ซื้อ ฮ่าๆๆ (ไม่ได้โกงนะ) เราเดินขึ้นอะค่ะ ^^ ตามสไตล์ ว่ามาเก็บบรรยากาศ ระหว่างทาง ค่อยๆ เดิน ค่อยๆ ดู แบบชิวๆ แล้วเราก็มาถึงอีกจนได้ (เมื่อวานเย็นมาแล้วทีนึง) เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกันนะ ^^” แต่ก็ได้สุขภาพที่แข็งแรง ปอดที่ขยายขึ้น ถือว่าคุ้มค่ามากค่ะ ^0^


เช้าวันใหม่แล้วนะ



เดิน เดินๆ เราต้องเดิน



แมลงไรไม่รู้ค่ะ


เราเดินขึ้นไปบนผา............โดยเดินตัดทุ่งกระเจียว ไปทะลุบนผา...........สวยมากค่ะ (มาไม่ทันพระอาทิตย์ขึ้น T^T) ถ้าขึ้นรถมารถจะไปจอดที่ผา............นี่ก่อนค่ะ แล้วทุกคนจะค่อยๆ เดินลัดเลาะลงมาจนถึงทุ่งดอกกระเจียว และมารอรถเพื่อไปต่อยังสวนหินงามค่ะ แต่ทว่าเราเป็นพวกย้อนศร ^0^ ฮิฮิ


เดินมาจนถึง


ในใจแอบเสียว แต่หน้าต้องระรื่นไว้ค่ะ


ถ้วยฟีฟ่า แต่คิดว่าเป็นไอติม


ยังมีแรงกระโดดนะ


เอ๊ะ!!นี่มันคืออะไร กระเจี๊ยวยักษ์นี่หว่า ฮ่าๆๆๆ


ส่งความสุขให้ทุกๆ คนเลยค่ะ



เดินมาเหนื่อยๆ ก็หิวอีกแล้ว ขนมปังมะเช้าหมดไปกับการเดิน กระโดด วิ่ง ฮ่าๆๆๆ แต่น่ายินดีที่มีร้านขายไส้กรอก หอยจ่อ ก็ซัดกันตุ๋ยๆๆ ก่อนที่จะเดินลง แต่ทว่าเหนื่อยจริงๆ เลยวิ่งไปถามรถที่รับส่งว่าพี่ค่ะๆ พอดีพวกหนูไม่ได้ซื้อตั๋วรถแต่เดินขึ้นมาถ้าจะขอเกาะไปลงที่สวนหินงามคิดเท่าไหร่ค่ะ คนขับใจดีบอกว่าไม่รู้เท่าไหร่เดี๋ยวลงไปจ่ายเงินด้านล่างละกัน ได้ทีพวกเราก็กระโดดขึ้นรถ สบายแล้วเรา ฮ่าๆๆๆ ^^”
พอลงมาถึงพื้นก็จ่ายค่ารถกันคนละ 10 บาท


จากนั้นก็แวะไปทำบุญไหว้พระที่พระธาตุเขายายหอมกันต่อ (ทางขึ้นเปลี่ยวเสียวมากค่ะ )




บอกแล้วว่าพลังเหลือเยอะ ฮ่าๆๆๆ






:: อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ::
ตั้งอยู่บริเวณเทือกเขาพังเหยในเขต ต.บ้านไร่ อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางสระบุรี - ชัยบาดาล ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 205 เส้นทางชัยบาดาล - เทพสถิต - ชัยภูมิ ก่อนถึงอำเภอเทพสถิต จะมี ทางแยกซ้ายมือไปป่าหินงาม อีก 29 กิโลเมตร หากเดินทางเส้นทางจาก จ.นครราชสีมา ก็จะใช้เส้นทางนครราชสีมา - เพชรบูรณ์ โดยจะวิ่งผ่าน ต.หนองบัวโคก ผ่านบ.คำปิง เข้าสู่อำเภอเทพสถิต และเลี้ยวขวาบริเวณ สามแยกเพื่อจะไปในเส้นทาง เทพสถิต - ซับใหญ่ และหากท่านมาจากตัว เมืองชัยภูมิ ก็ต้องใช้เส้นทาง ระเหว - ซับใหญ่ - เทพสถิต เมื่อออกจากตัว กิ่งอ.ซับใหญ่จะถึงทางแยกขึ้นอุทยานฯ ก่อนที่จะถึง อ.เทพสถิต...


:: แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ::

<< ป่าหินงาม >>
"ป่าหินงาม" หรือ (ลานหินงาม) อยู่ทางทิศตะวันตกของที่ทำการอุทยานฯ ทั่วบริวเวณเรียงรายไปด้วยหินก้อนน้อย ใหญ่ รูปร่างแปลก ๆ มากมายในพื้นที่กว่า 10 ไร่ เป็นลานหินซึ่งเกิดจากการกัดเซาะดิน และเนื้อหินทรายมานานนับลานปี วาง เรียงรายสลับซับซ้อน อยู่เต็มลานบ้างก็มีรูปรา่างเหมือนกับถ้วยฟุตบอลโลก บ้างก็เหมือนกบเรด้า และรูปต่าง ๆ แล้วแต่จะ จินตนาการ แต่เมื่อดูแล้วชวนให้เกิดความเพลิดเพลินใจเป็นยิ่งนัก...


<< ทุ่งดอกกระเจียว >>
"ทุ่งดอกกระเจียว" เกิดจากดอกกระเจียวป่า หลากหลายสายพันธุ์ ที่พร้อมใจกันขึ้นรายรอบบริเวณ ของอุทยานฯและจะมีอยู่บริเวณหนึ่งใช้พื้นที่หลายไร่ ที่จะมีดอกกระเจียวขึ้นอย่างหนาแน่นจนกลายเป็นทุ่ง ซึ่ง เวลามองดูก็จะเห็นเป็นสีชมพูปนขาว และมีสีเขียวของลำต้ันและก้านใบเป็นสีเขียวสด ประกอบกับสีเขียว ของหญ้าทีขึ้นมาแซม ทำให้ทุ่งกระเจียว เขียวขจี สวยงามเหมือนกับทุ่งในทรวงสวรรค์เลย โดยในช่วงฤดูฝน เริ่มต้นเดือนมิถุนายน ถึง ปลายเดือนกรกฎาคม ของทุก ๆ ปี ต้นกระเจียวจะออก ดอกสวยงามตระการตาไปทั่วผืนป่า จัดได้ว่าเป็น "นางเอกของอุทยานฯ" ก็ว่าได้ ทั้งนี้เพราะดอกกระเจียว จะไม่มีให้เห็นเลยนอกเสียจากในช่วงเวลาที่ว่านี่เท่านั้น...


<< จุดชมวิวสุดแผ่นดิน >>
"สุดแผ่นดิน" อยู่ทางด้านทิศเหนือของที่ทำการอุทยานฯ เป็นแนวหน้าผาและชะง่อนหิน เป็นจุดสูงสุดบนเทือกเขา พังเหย สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 846 เมตร เกิดจากการดันตัวของแผ่นดินภาคกลาง (ฉานไทย) ซุกเข้าไปใต้แผ่นดิน อีสาน (อินโต - ไซน่า) ทำให้เกิดแผ่นดินที่ยกตัวสูงชัน เรียกว่า "สุดแผ่นดิน" คือเขตรอยต่อของ 3 ภาคอันได้แก่
1. แผ่นดินซีกทางอุทยานฯ เป็นเขตของ จ.ชัยภูมิ (ภาคอีสาน)
2. แผ่นดินซีกทางตะวันตกของอุทยานฯ เป็นเขตของ จ.ลพบุรี (ภาคกลาง)
3. แผ่นดินซีกทางเหนือของอุทยานฯ เป็นเขตของ จ.เพชรบูรณ์ (ภาคเหนือ)ซึ่งมีความสวยงาม อากาศเย็นสบาย และในตอนเช้า ๆ จะมีกลุ่มหมอกลอยผ่านหน้าเราไป เหมือนกับหยอกเย้ากับผู้มาเยือนเลย


ที่มา ://www.kukrajeaw.com/



Create Date : 16 กรกฎาคม 2554
Last Update : 16 พฤษภาคม 2555 18:23:19 น. 2 comments
Counter : 1763 Pageviews.

 
สวัสดียามเช้าวันหยุดค่ะ
แวะมาเยี่ยมชมค่ะ
ขอให้มีความสุขกับวันหยุดนะคะ


โดย: iamorange วันที่: 17 กรกฎาคม 2554 เวลา:5:58:55 น.  

 
สวัสดียามเช้าวันสุขค่ะ

ขอบคุณที่แวะไปทักทายกัน



ขอให้มีความสุขกับการทำงานนะคะ


โดย: iamorange วันที่: 2 กันยายน 2554 เวลา:6:26:42 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

youkito_waw
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ยิ้มวันละนิดชีวิตยืนยาวค่ะ




Friends' blogs
[Add youkito_waw's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.