ข่าวสารการเงิน หุ้น เศรษฐกิจ และการลงทุน ติดตามได้ที่ Facebook.com/ThaiMoneyNews

xemmy.bloggang.com

กรุณาเลือกหัวข้อที่ต้องการ => เรื่อง Hot น่ารู้ ออมเงินที่ไหนดี ยานยนต์อัพเดท กลเม็ดเคล็ดลับ DIY-ทำเองก็ได้ง่ายจัง
Group Blog
 
All Blogs
 

บลจ. เอ็มเอฟซี เปิดขายกองทุนเปิดเอ็มเอฟซีสปอท 33 ซีรี่ส์ 4 ตั้งเป้าผลตอบแทน 6% ใน 5 เดือน วันที่ 21-29 มกราคม 2556

นางสาวประภา ปูรณโชติ กรรมการผู้จัดการ บลจ. เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมาเป็นอีกหนึ่งปีทองของกองทุนทาร์เก็ตฟันด์ของเอ็มเอฟซี ซึ่งผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมและลูกค้าใหม่ได้ให้ความสนใจลงทุนในทาร์เก็ตฟันด์อย่างล้นหลาม จากความสำเร็จในผลงานโดดเด่นของกองทุน Target Fund ของเอ็มเอฟซีที่สร้างผลตอบแทนได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ให้ผู้ถือหน่วยลงทุนอย่างต่อเนื่องถึง 10 กองทุน ล่าสุดต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมากองทุนเปิด เอ็มเอฟซี สปอท 55 ได้เข้าเป้าหมายร้อยละ 10 ภายในสองเดือนเศษ  

ในปีนี้ยังคงเป็นโอกาสเหมาะสมกับการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ไทยที่ขยายตัวจากกำไรที่สูง ตลอดจนเศรษฐกิจไทยที่ยังคงขยายตัวได้ดีในปีหน้า ตลอดจนความสนใจลงทุนในทาร์เก็ตฟันด์อย่างต่อเนื่อง เอ็มเอฟซีจึงเปิดขายกองทุนเปิดเอ็มเอฟซีสปอท 33 ซีรี่ส์ 4 (SPOT33S4) มีนโยบายลงทุนในตราสารทุนและตราสารหนี้ในประเทศ เหมาะสำหรับผู้ที่สามารถรับความเสี่ยงได้ในระดับสูง โดยตั้งเป้าหมายผลตอบแทนร้อยละ 3 สองครั้งรวมเป็นร้อยละ 6 ภายใน 5 เดือน  โดยภายใน 5 เดือนแรกหากกองทุนมีมูลค่าหน่วยลงทุน 10.35 บาทขึ้นไป กองทุนเปิด SPOT33S4 จะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติในอัตราร้อยละ 3 ของมูลค่าที่ตราไว้ (10 บาท) เพื่อให้ผู้ถือหน่วยลงทุนได้รับคืนผลตอบแทนครั้งที่ 1 ในอัตราร้อยละ 3 ก่อน และบริษัทจัดการจะทำการบริหารเงินลงทุนเดิมเพื่อให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิเพิ่มขึ้นต่อจนเข้าเงื่อนไขการเลิกกองทุนตามเป้าหมายเพื่อรับผลตอบแทนอีกร้อยละ 3 ต่อไป

กลยุทธ์ของกองทุนเปิด SPOT33S4  จะลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีปัจจัยพื้นฐานดีในตลาดหลักทรัพย์ไทย โดยมีการบริหารกองทุนแบบ Active ซึ่งผู้จัดการกองทุนสามารถปรับพอร์ตการลงทุนตามสภาวการณ์ตลาดได้ทันท่วงทีทั้งตราสารทุนและตราสารหนี้ และสามารถลงทุนในตราสารอนุพันธ์ โดยลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าใน SET50 Index Futures  โดยเอ็มเอฟซีคาดว่ามีปัจจัยสนับสนุนที่ดีต่อโอกาสการลงทุนของกองทุนเปิด SPOT33S4 ให้ได้ผลตอบแทนตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้แก่ เศรษฐกิจไทยที่ยังคงขยายตัวจากการบริโภคภาคเอกชนและการลงทุนภาครัฐ ซึ่งคาดว่าเศรษฐกิจจะยังขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 4.5-5.0% และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ยังคงแข็งแกร่งคาดว่าจะสามารถเติบโตได้ 13-15% ในปีนี้ โดยคาดว่าตลาดหุ้นไทยยังได้ประโยชน์จากเงินทุนไหลเข้าจากต่างประเทศ ถึงแม้ว่าค่า P/E ใกล้เคียงกับภูมิภาค แต่ตลาดหุ้นไทยมีความน่าสนใจลงทุนจากการขยายตัวของกำไรที่โดดเด่นเมื่อเทียบกับตลาดอื่นในภูมิภาค นอกจากนี้ เศรษฐกิจโลกคาดว่าจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นจากนโยบายผ่อนคลายทางการเงินของธนาคารกลางประเทศต่างๆ และคาดว่าจะมีการเคลื่อนย้ายเงินลงทุนมายังสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้นในระยะ 3-6 เดือนข้างหน้า   

นักลงทุนที่สนใจลงทุนในกองทุนเปิด SPOT33S4 สามารถลงทุนขั้นต่ำได้ตั้งแต่ 10,000 บาท โดยติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการลงทุน ความเสี่ยง หรือหนังสือชี้ชวนได้ที่บลจ. เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) โทรศัพท์ 0-2649-2000 ติดต่อฝ่ายวางแผนการลงทุน กด 2 หรือ Contact Center กด 0 หรือที่ หรือสาขาเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ โทร. 02-835-3055-57 




 

Create Date : 21 มกราคม 2556    
Last Update : 21 มกราคม 2556 9:50:03 น.
Counter : 1397 Pageviews.  
Share to Facebook

บลจ.ธนชาต เปิดขายกองทุนเปิดธนชาต Smart Fund (T-Smart) วันที่ 14-21 มกราคม 2556

นาย บุญชัย เกียรติธนาวิทย์  กรรมการผู้จัดการ  บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ธนชาต จำกัด  เปิดเผยว่า หลังจากปัญหา “หน้าผาการคลัง” ของสหรัฐเริ่มเห็นความเคลื่อนไหวที่ดี และดูมีทางออกในขั้นแรก ส่งผลให้มีเงินไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะตลาดหุ้นไทยที่ยังมีความแข็งแกร่ง มีเสถียรภาพ หนี้สาธารณะไม่สูง การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนภายในประเทศจะเป็นตัวขับเคลื่อนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ รวมทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐผ่านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ที่จะส่งผลดีต่อหุ้นไทยบางกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากนี้ บลจ. ธนชาต คาดว่าแม้ตลาดในปี 2556 จะยังคงผันผวนแต่ก็ยังเป็นขาขึ้น  ประเมินดัชนีมีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นไปถึง 1,550 จุด แม้จะยังมีความเสี่ยงจากปัญหาเศรษฐกิจต่างประเทศ แต่คาดว่าจะได้รับแรงหนุนจากสภาพคล่องที่จะไหลเข้ามาในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ยังมีความสามารถที่จะสร้างผลกำไรให้เติบโตต่อไปได้  

กองทุนเปิดธนชาต Smart Fund ( T-Smart) เป็นการบริหารพอร์ตหุ้นแบบเชิงรุกหรือ Active Style  จะเน้นลงทุนในหุ้นที่มีโอกาสได้รับผลดีจากการอุปโภคบริโภคของตลาดในประเทศ และความต้องการสินค้าและบริการจากตลาดประเทศเพื่อนบ้าน หรือประเทศในกลุ่มอาเซียน และคาดว่าจะได้ประโยชน์จากการลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยีและระบบสาธารณูปโภค รวมถึงหลักทรัพย์ของกิจการที่จะได้รับผลบวกจากการขยายตัวของภาคเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่มีโอกาสของประเทศ  นอกจากนั้นแล้วเมื่อกองทุนมีผลการดำเนินงานดี กองทุนจะคืนผลตอบแทนโดยการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน โดยมีเป้าหมายไม่ต่ำกว่า 0.50 บาทต่อหน่วยลงทุน หรือ 5% ของมูลค่าหน่วยลงทุนที่เสนอขายครั้งแรก (10 บาท)

กองทุนเปิดธนชาต Smart Fund  (T-Smart) เป็นกองทุนรวมผสม เสนอขายครั้งเดียว  (IPO) วันที่ 14-21 มกราคม 2556  ลงทุนขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมขอรับหนังสือชี้ชวนได้ในวันและเวลาทำการเสนอขายที่ บลจ.ธนชาต  โทร  0-2126-8399  กด 0 หรือ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา โทร 1770  หรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่ บลจ.ธนชาต แต่งตั้ง //www.thanachartfund.com





 

Create Date : 14 มกราคม 2556    
Last Update : 14 มกราคม 2556 13:35:57 น.
Counter : 1533 Pageviews.  
Share to Facebook

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดตัว “เงินฝากอุ่นใจวัยเกษียณ” วันนี้ - วันที่ 30 มิถุนายน 2556

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ต้อนรับเทศกาลปีใหม่ พร้อมเอาใจวัยเกษียณ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ “เงินฝากอุ่นใจวัยเกษียณ” เป็นผลิตภัณฑ์เงินฝากประจำ 12 เดือน จูงใจด้วยผลตอบแทนสุดคุ้มกับอัตราดอกเบี้ยพิเศษบวกเพิ่มอีก 0.25% ต่อปี รับดอกเบี้ยเงินฝากทุก 15 วัน สำหรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไข เฉพาะลูกค้าประเภทบุคคลธรรมดา อายุตั้งแต่ 55 ปี บริบูรณ์ขึ้นไป ที่เปิดบัญชีใหม่วงเงินฝากครั้งแรก 1 แสนบาทขึ้นไป และฝากครั้งต่อไปขั้นต่ำรายการละ 10,000 บาทขึ้นไป (รับฝาก 1 ราย ต่อ 1 บัญชี เท่านั้น) โดยสามารถรับสิทธิความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุ หรือประกันสุขภาพ ตามวงเงินที่เปิดบัญชีเงินฝากครั้งแรก ระยะเวลาความคุ้มครอง 1 ปี หลังจากที่เปิดบัญชี (1 บัญชี ต่อ 1 สิทธิความคุ้มครองเท่านั้น) วงเงินฝากครั้งแรกไม่เกิน 5 แสนบาท รับสิทธิความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุ และวงเงินฝาก 5 แสนบาทขึ้นไป รับสิทธิประกันสุขภาพผู้ป่วยใน พิเศษ ฝากต่อเนื่องประจำจนครบ 12 เดือน โดยไม่มีการถอนเงิน ธนาคารจะมอบอัตราดอกเบี้ยบวกเพิ่มอีก 0.25% ต่อปี ตามประกาศธนาคาร เริ่มให้บริการได้ตั้งแต่บัดนี้ - วันที่ 30 มิถุนายน 2556 





 

Create Date : 11 มกราคม 2556    
Last Update : 11 มกราคม 2556 11:51:45 น.
Counter : 1576 Pageviews.  
Share to Facebook

บลจ.แอสเซทพลัส เปิดตัวกองทุนเปิดแอสเซทพลัสสตาร์ 4 (ASP-STARS4) China Trigger 9/9 เน้นลงทุนในหุ้นจีน ตั้งเป้าผลตอบแทน 9% ใน 9 เดือน

นางลดาวรรณ เจริญรัชต์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แอสเซท พลัส จำกัด เปิดเผยว่า จากการที่นักวิเคราะห์คาดว่าในปี 2013 เศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียจะเติบโตสูงขึ้น และมีศักยภาพการเติบโตที่สูงที่สุดในโลก นำโดยประเทศจีน โดยบริษัทฯ ประเมินว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาส 3 / 55 ของจีน ที่เติบโตอย่างชะลอตัวลงที่ระดับร้อยละ 7.4 น่าจะเป็นจุดต่ำสุดของเศรษฐกิจหลังจากที่รัฐบาลได้มีมาตรการกระตุ้น และผ่อนคลายนโยบายการเงินในช่วงที่ผ่านมา ทั้งนี้ ในปี 2013 นักวิเคราะห์ คาดว่าการเติบโตของเศรษฐกิจจีนจะกลับมาสูงถึงร้อยละ 8.1 เพิ่มขึ้นจากปี 2012 ที่ร้อยละ 7.7 ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของนักลงทุนในตลาดหุ้นจีน ประกอบกับตลาดหุ้นจีน และเอเชียยังได้รับปัจจัยบวกจากการเพิ่มสภาพคล่องในตลาดการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในวงเงินกว่า 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือนซึ่งจะทำให้มีเงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้นเอเชียอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ ประเมินว่า หุ้นจีนที่น่าลงทุน คือ หุ้นของบริษัทสัญชาติจีนที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ของฮ่องกง (ดัชนี HSCEI หรือ Hang Seng China Enterprise Index (H-share Index) เนื่องจาก มีอัตราส่วนราคาตลาดต่อกำไรสุทธิ (P/E ratio) ที่ประมาณ 10 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีที่ 13.1 เท่า และอยู่ระดับใกล้เคียงกับจุดต่ำสุดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ประกอบกับ บริษัทฯ ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อการฟื้นตัว และการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจซึ่งจะทำให้ P/E ปรับตัวขึ้นในระยะ 1 ปีข้างหน้า

นางลดาวรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า ดังนั้น ระหว่างวันที่ 4 — 15 มกราคม 56 บริษัทฯ จึงเปิดเสนอขาย กองทุนเปิดแอสเซทพลัสสตาร์ 4 (ASP-STARS 4) ที่จะเน้นลงทุนในหุ้นของประเทศจีน และเอเชียที่มีปัจจัยพื้นฐานดีและมีการเติบโตของธุรกิจสูง โดยผู้จัดการกองทุนสามารถปรับสัดส่วนการลงทุนตั้งแต่ 0%-100% เพื่อให้เหมาะสมกับสภาวะตลาด และกองทุนมีเป้าหมายสร้างผลตอบแทนสร้างผลตอบแทน 9% ภายใน 9 เดือน ด้วยวิธีรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติเมื่อมูลค่าหน่วยลงทุน (NAV) ปรับขึ้นผ่านระดับ 10.90 บาท จากราคาเริ่มต้นที่ 10 บาท

กองทุน ASP-STARS 4 จะเน้นลงทุนในหุ้นจีนที่จดทะเบียนในดัชนี HSCEI โดยผู้จัดการกองทุนจะเลือกลงทุนในหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีโอกาสเติบโตได้ดี ได้แก่ ธุรกิจธนาคารพาณิชย์จีนชั้นนำ ซึ่งได้รับผลประโยชน์จากการเติบโตของสินเชื่อ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ธุรกิจประกันชีวิตจีน ที่ได้ประโยชน์จากการยกระดับสวัสดิการภาคบังคับ การเปิดโอกาสการลงทุนที่กว้างขึ้น และการขยายตัวของชุมชนเมืองทำให้ความต้องการประกันภัยสูงขึ้น ธุรกิจสื่อสาร ซึ่งการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการขยายตัวของตัวเมืองทำให้ปริมาณการใช้ 3G Smart Phone และ Internet เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ธุรกิจมีโอกาสเติบโตได้ดี และกลุ่มธุรกิจค้าปลีก ซึ่งได? ประโยชน?จากการฟ??นตัวของเศรษฐกิจ การเติบโตของสังคมเมือง แนวโน?มการพัฒนาชนบทเป็นชุมชนเมือง (Urbanization) และยอดค?าปลีกของจีนได?เริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้นอย?างต?อเนื่อง ส่วนในการเลือกหุ้นผู้จัดการกองทุนจะเลือกบริษัทชั้นนำที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงและมีมูลค่าที่เหมาะสม

ทั้งนี้ บริษัทฯ มั่นใจว่าด้วยกลยุทธ์การคัดเลือกตลาดซึ่งเศรษฐกิจฟื้นตัว และมีศักยภาพในการเติบโต การเลือกอุตสาหกรรม และการคัดเลือกหุ้นรายตัว ประกอบกับจังหวะการลงทุนที่ดี จะส่งผลให้ระยะเวลาการลงทุน 9 เดือน เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการบริหารกองทุน ASP-STARS 4 ให้สามารถสร้างผลตอบแทนการลงทุนตามเป้าหมายของกองทุนที่ 9%

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 2 ม.ค. 56 มูลค่าหน่วยลงทุน (NAV) ของกองทุนเปิดแอสเซทพลัสไพร์ม 2 (ASP-PRIME2) อยู่ที่ 10.9003 บาท ปรับผ่านจุดที่กำหนด 10.90 บาท สร้างผลตอบแทนให้กับผู้ลงทุนได้ตามเป้าหมายประมาณ 9% ภายในระยะเวลาประมาณ 4 เดือน นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเมื่อเดือน ส.ค. 55 และสามารถปิดกองทุนได้ก่อนครบอายุโครงการ 10 เดือน

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน




 

Create Date : 04 มกราคม 2556    
Last Update : 4 มกราคม 2556 15:35:53 น.
Counter : 1435 Pageviews.  
Share to Facebook

บลจ. ทิสโก้ เปิดขายกองทุน "ทิสโก้ ไชน่า ทริกเกอร์ 8% กองที่ 6” ตั้งเป้าหมายทำกำไร 8% ภายใน 8 เดือน เสนอขายวันที่ 4 -14 ม.ค. 56

ทิสโก้ เวลธ์ (TISCO Wealth) บริการที่ปรึกษาการเงินการลงทุนครบวงจรจากทิสโก้ โดยนายสาห์รัช ชัฎสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและที่ปรึกษาการลงทุน ธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลและกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด (Mr. Saharat Chudsuwan, Senior Vice President, Head of Marketing and Wealth Advisory Mutual & Private Fund Business, TISCO Asset Management Co.,Ltd.) เปิดเผยว่า ในปี 2556 การลงทุนในตลาดหุ้นยังเป็นทางเลือกแรกที่น่าสนใจลงทุน เพื่อเพิ่มผลตอบแทน โดยตลาดหุ้นที่แนะนำให้ลงทุน คือ ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยกเว้นญี่ปุ่น (Asia Pacific ex. Japan) ซึ่งมีเศรษฐกิจที่เติบโตสูงสุดทั้งในอดีตที่ผ่านมา และคาดว่าจะมีการเติบโตต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อย 2 ปีนับจากปัจจุบัน

โดยจีนเป็นประเทศที่น่าสนใจลงทุนมากที่สุด เนื่องจากเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยประเด็นสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีนในปีนี้ คือ การเปลี่ยนถ่ายผู้นำของจีนที่จะเสร็จสิ้นในเดือน มี.ค. ซึ่งโดยปกติเมื่อจีนมีการเปลี่ยนถ่ายผู้นำ เศรษฐกิจมักจะมีการขยายตัวสูงขึ้น โดยปัจจัยขับเคลื่อนหลัก มาจากการลงทุนของภาครัฐบาล ซึ่งเป็นนโยบายแรกที่ทางการจีนสามารถทำได้ สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการเน้นการก่อสร้างสาธารณูปโภค เช่น การสร้างรถไฟทั่วประเทศ ส่งผลให้ความเจริญทางเศรษฐกิจจีนขยายไปทางตะวันตกมากขึ้น ทำให้รายได้ของประชาชนสูงขึ้น และการจับจ่ายใช้สอยสูงขึ้นเช่นกัน

นอกจากนี้ คาดว่าภาคการเงินของจีนก็มีแนวโน้มได้รับการกระตุ้นเช่นเดียวกัน หลังจากที่อัตราเงินเฟ้อของจีนไม่เป็นปัญหาอย่างเช่นอดีตที่ผ่านมา ทำให้การที่ทางการจีนจะหามาตรการเพื่อผ่อนคลายทางการเงิน เช่น การปรับลด Reserve Requirement Ratio จากปัจจุบันอยู่ที่ 18% ซึ่งยังคงเป็นระดับที่สูงกว่าระดับสูงสุดของปีที่ 17.5% รวมทั้ง ยังคงเป็นระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ในอดีตที่ผ่านมา และเมื่อทางการจีนผ่อนคลายนโยบายทางการเงิน คาดว่าจะส่งผลให้ปริมาณเงินในระบบ มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลดีต่อการลงทุนในตลาดหุ้น

ทั้งนี้จะเห็นได้จาก ตลาดหุ้นจีนได้ปรับตัวขึ้นและเป็นตลาดที่ให้ผลตอบแทนเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา และคาดว่าตลาดหุ้นจีนยังคงมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีนี้ เนื่องจากปัจจุบันมีเม็ดเงินไหลเข้าตลาดหุ้นจีนอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งราคาหุ้นจีน ยังคงถือว่าถูกเมื่อเทียบกับประเทศในกลุ่มกำลังพัฒนาด้วยกัน ทั้ง ๆ ที่ความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจจีนเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ดังนั้น คาดว่าตลาดหุ้นจีนยังคงเป็นเป้าหมายต้น ๆ สำหรับการลงทุนของนักลงทุนในปีนี้

ทิสโก้เวลธ์ แนะนำการลงทุนในตลาดหุ้นจีนที่จดเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (H-Shares) มากกว่าการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ (A-Shares) เนื่องจาก ตลาดหุ้น H-Shares จะได้ประโยชน์จากสภาพคล่องที่ล้นระบบมากกว่ากว่า A-Shares เนื่องจากการที่นักลงทุนต่างชาติเข้าไปลงทุนทำได้ง่ายกว่า ส่งผลให้ ในปี 2555 ที่ผ่านมา ตลาด H-Shares จึง Outperform ตลาด A-Shares นอกจากนี้ ตลาดหุ้น H-Shares เป็นตลาดที่มีความสัมพันธ์กับตลาดหุ้นต่างประเทศสูงกว่า ทำให้ ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกได้ดีกว่า A-Shares

นายสาห์รัช กล่าวว่า ด้วยความโดดเด่นของตลาดหุ้นจีน บลจ.ทิสโก้ จึงได้เปิดเสนอขาย “กองทุนเปิด ทิสโก้ ไชน่า ทริกเกอร์ 8% # 6” (TISCO China Trigger 8% Fund # 6) กองทาร์เก็ตฟันด์ลงทุนในหุ้นจีน โดยจะลงทุนผ่านกองทุนอีทีเอฟต่างประเทศ ได้แก่ กองทุน Hang Seng H-Share Index ETF ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง โดยมีนโยบายการลงทุนในตราสารทุนเพื่อให้ได้รับผลตอบแทนใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี Hang Seng China Enterprise (HSCEI) หรือ H-Shares โดยมีอายุโครงการประมาณ 8 เดือน หรือสามารถเลิกโครงการก่อนครบกำหนดอายุโครงการ หากสามารถสร้างผลตอบแทนได้ถึง 8% มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท เปิดเสนอขายเพียงครั้งเดียว ตั้งแต่ 4 – 14 ม.ค. 56 มูลค่าจองซื้อขั้นต่ำ 5,000 บาท ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถติดต่อได้ที่ บลจ. ทิสโก้ หรือ ธนาคารทิสโก้ทุกสาขา หรือที่ TISCO Contact Center โทร. 02-633-6000 กด 4




 

Create Date : 02 มกราคม 2556    
Last Update : 2 มกราคม 2556 16:58:37 น.
Counter : 1431 Pageviews.  
Share to Facebook

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  69  70  71  72  73  74  75  76  77  78  79  80  81  82  

xemmy
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




Friends' blogs
[Add xemmy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.