|
บลจ. ทิสโก้ จำกัด เปิดเสนอขายกองทุนใหม่ กองทุนเปิด ทิสโก้ ตราสารหนี้คืนกำไร 3M5 วันนี้ - 5 มิ.ย. 55
TISCO Wealth โดย บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทิสโก้ จำกัด เปิดเสนอขายกองทุนใหม่ กองทุนเปิด ทิสโก้ ตราสารหนี้คืนกำไร 3M5 (TISCO Fixed Income Fund 3M5) ซึ่งเป็นกองทุนรวมตราสารหนี้ ที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้หรือเงินฝาก ทั้งในและ/หรือต่างประเทศ โดยลงทุนในต่างประเทศได้ไม่เกิน 79% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุน และจะมีการป้องความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน โดยกองทุนดังกล่าวเหมาะกับผู้ที่ต้องการลงทุนในระยะสั้น เนื่องจากจะจ่ายผลตอบแทนอัตโนมัติทุกๆ 3 เดือน เพื่อตอบสนองความต้องการด้านการลงทุนสำหรับผู้ลงทุนที่ไม่ต้องการลงทุนความเสี่ยงสูง พร้อมเปิดโอกาสรับกำไรคืน พร้อมผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝาก กองทุนมีมูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท เปิดไอพีโอแล้วตั้งแต่วันนี้ - 5 มิ.ย. 55 นี้ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถจองซื้อขั้นต่ำ 20,000 บาท หรือสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บลจ. ทิสโก้ หรือ ธนาคารทิสโก้ทุกสาขา หรือที่ TISCO Contact Center โทร. 02-633-6000 กด 4
| Create Date : 31 พฤษภาคม 2555 | | |
| Last Update : 31 พฤษภาคม 2555 8:28:48 น. |
| Counter : 1410 Pageviews. |
| |
|
|
|
|
|
บลจ.กรุงศรี เปิดขายกองทุนเปิดกรุงศรีตราสารหนี้ 6M21 อายุโครงการประมาณ 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 29 พ.ค. 5 มิ.ย. 55
นายฉัตรพี ตันติเฉลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด (บลจ.กรุงศรี)เปิดเผยว่า บริษัทเปิดเสนอขายกองทุนเปิดกรุงศรีตราสารหนี้ 6M21 (KFFIX6M21)อายุโครงการประมาณ 6 เดือน เป็นกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น ตราสารหนี้ภาครัฐไทย สัดส่วนการลงทุน 8 % ตั๋วแลกเงินออกโดย บ. อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส จก. (มหาชน) สัดส่วนการลงทุน 24 % ตั๋วแลกเงินออกโดยธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) สัดส่วนการลงทุน 20 % เงินฝากธนาคาร Union National Bank (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) สัดส่วนการลงทุน 24 % และตราสารหนี้ EMTN ออกโดยธนาคาร Banco Bradesco SA. สัดส่วนการลงทุน 24% โดยนักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนจากการขายคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติประมาณ 3.20 % ต่อปี และหลังครบกำหนดอายุโครงการบริษัทจะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติและสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนเปิดกรุงศรีตราสารเงิน (KFCASH) ซึ่งเป็นกองทุนรวมตลาดเงิน เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ถือหน่วยลงทุนได้รับผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุนต่อไป
บลจ.กรุงศรี มองว่า การลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ดังกล่าวยังเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เหมาะกับนักลงทุนที่มองหาการลงทุนระยะสั้นที่มีความเสี่ยงต่ำและต้องการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก ทั้งนี้คาดว่ากองทุนเปิดกรุงศรีตราสารหนี้ 6M21(KFFIX6M21) จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างดี นายฉัตรพี กล่าว
นักลงทุนสามารถสอบถามรายละเอียดข้อมูลกองทุนพิ่มเติมได้ที่ บลจ.กรุงศรี จำกัด โทร. 02-657-5757 ต่างจังหวัดโทรฟรี 1-800-226300 หรือติดต่อธนาคารกรุงศรีอยุธยาทุกสาขา
| Create Date : 30 พฤษภาคม 2555 | | |
| Last Update : 30 พฤษภาคม 2555 13:12:51 น. |
| Counter : 1443 Pageviews. |
| |
|
| |
|
|
|
บลจ.ยูโอบี(ไทย)เปิดขายกองทุนเปิด ยูโอบีซุปเปอร์สไตร์คไชน่า 3 เน้นลงทุนในตลาดหุ้นจีน วันที่ 30 พ.ค. 26 มิ.ย 55
บลจ.ยูโอบี (ไทย) จำกัด มองเห็นโอกาสการลงทุนในตลาดหุ้นจีน ตั้งเป้าสร้างโอกาสรับอัตราผลตอบแทน 7% ภายใน 1 ปี โดยนำเสนอกองทุนเปิด ยูโอบี ซุปเปอร์ สไตร์ค ไชน่า3 (UOBSSCH3) เน้นการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Hang Seng H-Share Index ETF ซึ่งเป็น ETF จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (The Stock Exchange of Hong Kong)
ภาวะเศรษฐกิจจีนจะเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2555 จากอัตราเงินเฟ้อที่เริ่มปรับตัวลดลงและจากราคาอาหารที่ปรับตัวลดลง โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อในไตรมาส 2 และ 3 จะลดลงมาอยู่ที่ระดับ 3.30% และ 2.90%* จากไตรมาส 1 ที่ระดับ 3.77% จากอัตราเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มทรงตัวและลดลงในช่วงครึ่งปีหลัง ทำให้ธนาคารกลางมีความยืดหยุ่นในการใช้นโยบายทางการเงินผ่อนคลายมากขึ้น รวมทั้งคาดว่าการปรับลด RRR (Reserve Requirement Ratio) จะทำให้ธนาคารพาณิชย์สามารถปล่อยเงินกู้เพื่อกระตุ้นการบริโภคและการลงทุนได้มากขึ้น ส่วนดัชนีภาคการผลิตของจีนได้ปรับตัวดีขึ้นติดต่อกันมาเป็นเวลา 5 เดือนจากต้นปี ยอดขายค้าปลีกถึงแม้จะเติบโตลดลงแต่ยังคงเติบโตที่ระดับสูงราว 13-15%
ตลาดหุ้นจีนจึงถือเป็นตลาดที่สำนักวิจัยชั้นนำทั่วโลกให้น้ำหนักการลงทุนมากที่สุดในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ ส่วนดัชนี Hang Seng H-Share ที่ กองทุนเปิด ยูโอบี ซุปเปอร์ สไตรค์ ไชน่า 3 (UOBSSCH3) จะเข้าลงทุนนั้นปัจจุบันถือว่ายังอยู่ในระดับที่น่าสนใจ มีโอกาสการเติบโตสูง ยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าระดับสูงสุดในปี 2011 ราว 31% และต่ำกว่าระดับสูงสุดในปี 2007 ราว 50% ส่วนแนวโน้มการเติบโตของกำไรของบริษัทจีน (H-Share) ในปี 2555 ยังคงเติบโตได้เป็นอย่างดีที่ระดับ 13%* ราคาหุ้น บริษัทจีน (H-Share) ในดัชนี HSCEI ถือว่าอยู่ในระดับราคาที่ค่อนข้างถูก เมื่อเทียบกับแนวโน้มกำไรในอนาคต
คุณวนา พูลผล กล่าวเพิ่มเติมว่า บลจ.ยูโอบี มองว่าขณะนี้น่าจะเป็นโอกาสที่จะเข้าลงทุนในดัชนีหุ้นจีน H-Share ได้ จากที่ได้ปรับตัวลดลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และมองว่ามีโอกาสเติบโตและมีแนวโน้มที่มีผลการดำเนินการที่ดีในอนาคต จึงขอนำเสนอ กองทุนเปิด ยูโอบี ซุปเปอร์ สไตรค์ ไชน่า 3 (UOBSSCH3) คาดหวังโอกาสอัตราผลตอบแทนเป้าหมายที่ 7% ภายในระยะเวลา 1 ปี โดยจะเปิดเสนอขายครั้งแรกและครั้งเดียว 30 พ.ค. 26 มิ.ย. 55 ลงทุนขั้นต่ำเพียง 10,000 บาท
ผู้ลงทุนที่สนใจ สามารถติดต่อได้ที่ ธนาคาร ยูโอบี ทุกสาขา ผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน และ บลจ.ยูโอบี (ไทย) งานบริการผู้ถือหน่วย โทร. 0-2676-7200
| Create Date : 30 พฤษภาคม 2555 | | |
| Last Update : 30 พฤษภาคม 2555 13:11:45 น. |
| Counter : 1460 Pageviews. |
| |
|
| |
|
|
|
บลจ.ฟินันซ่าออกกองทุนเปิดฟินันซ่าตราสารหนี้พลัส โรล โอเวอร์ 6 เดือน 3 วันที่ 25 พ.ค. 6 มิ.ย. 55
นายธีรพันธุ์ จิตตาลาน กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ฟินันซ่า จำกัด เผยจากปัญหาหนี้ยุโรปทำให้สินทรัพย์เสี่ยงยังไม่น่าในใจในช่วงนี้ และยังส่งผลกระทบถึงตลาดหุ้นไทยฉุดให้ดัชนีลดลงในช่วงที่ผ่านมา แนะนำให้รอดูสถานการณ์โดยลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นเพื่อพักเงินไว้ก่อนเพื่อรอลงทุนเมื่อสถานการณ์คลายตัวลง กองทุนเปิดฟินันซ่าตราสารหนี้พลัส โรล โอเวอร์ 6เดือน3 (FAM FIPR 6M3) จะเปิดเสนอขายครั้งแรก (ไอพีโอ) ตั้งแต่ 25 พฤษภาคม 6 มิถุนายน 2555 นี้ ด้วยประมาณการผลตอบแทนที่ 3.37% ต่อปีสำหรับการลงทุน 6 เดือนแรก โดยสามารถลงทุนขั้นต่ำเพียง 2,000 บาท นักลงทุนสามารถใช้ช่องทางการลงทุนใหม่ล่าสุดของบริษัทโดยซื้อกองทุนผ่านระบบอินเตอร์เนตได้ที่ศูนย์บริการเคทีซี ทัช 14 สาขา สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02 352-4050
FAM FIPR 6M3 เป็น specific fund หรือกองทุนรวมตราสารแห่งหนี้ที่มีการกระจายการลงทุนน้อยกว่าเกณฑ์มาตรฐาน มีนโยบายที่จะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งหนี้ที่มีความสามารถในการชำระดอกเบี้ยและเงินต้น โดยกองทุนจะพิจารณาลงทุนในตราสารแห่งหนี้ ตราสารทางการเงิน และ/หรือ เงินฝาก ของภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออกตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) โดยในครั้งนี้เราจะลงทุนในเงินฝากธนาคารต่างประเทศ สกุลเงิน USD หรือ CNY กับธนาคาร BOC, Macao หรือธนาคาร CIMB Niaga, Indonesia (Baa3) หรือเงินฝากสกุลเงิน AED ธนาคาร Abu Dhabi Commercial Bank, UAE (F1), ตั๋วเงินหรือเงินฝากธนาคารพาณิชย์ในประเทศ, เงินฝาก AED ธนาคาร Union National Bank, UAE (P-1), ตราสารหนี้ บมจ.เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง (BBB+), ตราสารหนี้, ตั๋วแลกเงิน/หรือหุ้นกู้บริษัทเอกชนที่อยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ ตั๋วเงินคลัง หรือ พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย
เราจะเปิดให้มีการซื้อและขายคืนหน่วยลงทุน ทุก ๆ 6 เดือนโดยประมาณ นับตั้งแต่วันจดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวม กองทุนนี้เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนระยะสั้นในตราสารหนี้ภาครัฐและภาคเอกชนและ/หรือ เงินฝาก ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และมีโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินฝากธนาคาร ในระยะเวลานานประมาณ 6 เดือนสำหรับการลงทุนแต่ละรอบ กองทุนมีการลงทุนในต่างประเทศซึ่งเราจะทำการการป้องความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน
สำหรับรอบการลงทุนของการสั่งซื้อหน่วยลงทุนครั้งแรก (IPO) อัตราผลตอบแทนโดยประมาณเท่ากับ 3.37% ต่อปี ซึ่งคำนวณจากการลงทุน สำหรับรอบระยะเวลาประมาณ 6 เดือน
| Create Date : 29 พฤษภาคม 2555 | | |
| Last Update : 29 พฤษภาคม 2555 16:33:46 น. |
| Counter : 1508 Pageviews. |
| |
|
| |
|
|
|
บลจ.กรุงไทยขายกองทุนเปิดเคแทม ฮ่องกง อีทีเอฟ แทร็กเกอร์ อ้างอิง ดัชนีฮั่งเส็ง ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ IPO 4 บาท 28 พ.ค. 8 มิ.ย. 55
นายสมชัย บุญนำศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทพร้อมเปิดจำหน่ายกองทุนเปิดเคแทม ฮ่องกง อีทีเอฟ แทร็กเกอร์ (KTAM HONG KONG ETF TRACKER) ภายใต้รหัส HK ซึ่งเป็นกองทุนรวมอีทีเอฟที่อ้างอิง กับ ดัชนีฮั่งเส็ง กองทุนแรกของประเทศไทย โดยมีช่วงการเสนอขายแก่นักลงทุนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ในวันที่ 28 พฤษภาคม 8 มิถุนายน 2555 มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท ลงทุนขั้นต่ำ 4,000 บาท (เพิ่มขึ้นป็นทวีคูณของ 400 บาท) กองทุนมีนโยบายเน้นการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Tracker Fund of Hong Kong ในสกุลเงินดอลลาร์ฮ่องกง ทั้งนี้ กองทุนจะเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันที่ 19 มิถุนายน 2555 โดยใช้ชื่อย่อในตลาดหลักทรัพย์ว่า HK
จุดเด่นของกองทุน HK คือ ผู้ลงทุนมีโอกาสรับผลตอบแทนเคลื่อนไหวตามกองทุนรวมหลักที่มุ่งสะท้อน ดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกงหลังหักค่าใช้จ่ายของกองทุน โดยให้ความคล่องตัวในการซื้อขายแบบ Real Time ตามราคาในกระดานของตลาดหลักทรัพย์ฯ ด้วยราคาต่อหน่วยคิดเป็นเงินเพียงประมาณ 4 บาท และสามารถทราบราคาซื้อขายได้ทันทีโดยไม่ต้องรอราคาปิดสิ้นวันเหมือนกองทุนรวมอื่นๆ นอกจากนี้ กองทุนยังมีนโยบายจ่ายเงินปันผลได้ไม่เกิน 4 ครั้งต่อปี และมีบริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดูแลสภาพคล่อง ดัชนีฮั่งเส็งประกอบด้วยหุ้นที่มีมูลค่าตลาดและสภาพคล่องสูงที่สุดจำนวน 48 บริษัท ประกอบไปด้วยหุ้นบริษัทฮ่องกง และหุ้นบริษัทจีนที่มีธุรกิจอยู่ในประเทศจีน โดยปัจจุบันสัดส่วนของบริษัทฮ่องกงอยู่ที่ประมาณ 44% ในขณะที่บริษัทจีนมีสัดส่วนรวมอยู่ที่ประมาณ 56%
การลงทุนในกองทุนอีทีเอฟในต่างประเทศนั้น มีตลาดที่กว้างมากเมื่อเทียบกับประเทศไทย โดยตลาดหุ้นฮ่องกงนั้นถือเป็นตลาดที่มีความโดดเด่นและเป็นที่รู้จักดีของนักลงทุนชาวไทยมาโดยตลอด นอกจากนี้ การที่ฮ่องกงเป็นเขตปกครองพิเศษแยกจากประเทศจีน ส่งผลให้ฮ่องกงได้รับประโยชน์โดยตรงจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีน ทั้งในแง่การค้าและการลงทุน ในขณะที่การเป็นเมืองท่าเสรี ที่มีระบบภาษีที่ต่ำและไม่ซับซ้อน รวมถึงมีระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ดีช่วยดึงดูดให้ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางทางการเงินที่สำคัญที่สุดของของเอเซีย โดยปัจจุบันตลาดหุ้นฮ่องกงเป็นตลาดที่ใหญ่เป็นอันดับ 7 ของโลกและใหญ่เป็นอันดับ 3 ในเอเชีย
ผู้สนใจลงทุนสามารถติดต่อขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ธนาคารกรุงไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ และผู้ร่วมค้าหน่วยลงทุนที่ได้รับการแต่งตั้ง ได้แก่ บล.เคที ซิมิโก้ จำกัด (มหาชน) บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่บลจ.กรุงไทย โทร 02-670-4900 กด 9
| Create Date : 29 พฤษภาคม 2555 | | |
| Last Update : 29 พฤษภาคม 2555 7:29:51 น. |
| Counter : 1619 Pageviews. |
| |
|
| |
|
|
| |