ข่าวสารการเงิน หุ้น เศรษฐกิจ และการลงทุน ติดตามได้ที่ Facebook.com/ThaiMoneyNews

xemmy.bloggang.com

กรุณาเลือกหัวข้อที่ต้องการ => เรื่อง Hot น่ารู้ ออมเงินที่ไหนดี ยานยนต์อัพเดท กลเม็ดเคล็ดลับ DIY-ทำเองก็ได้ง่ายจัง
Group Blog
 
All Blogs
 

บลจ.ทิสโก้ เปิดขายกองทุนเปิด ทิสโก้ ตราสารหนี้คืนกำไร 3M8 (TISCO Fixed Income Fund 3M8) วันที่ 20 - 27 มิ.ย. 55

TISCO Wealth บริการที่ปรึกษาการเงินการลงทุนครบวงจรจากทิสโก้ โดยนายสาห์รัช ชัฎสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและที่ปรึกษาการลงทุน ธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลและกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด (Mr. Saharat Chudsuwan, Senior Vice President, Head of Marketing and Wealth Advisory Mutual & Private Fund Business, TISCO Asset Management Co.,Ltd.) เปิดเผยว่า เพื่อตอบโจทย์การลงทุนในจังหวะเวลาที่เหมาะสม TISCO Wealth จึงเปิดเสนอขายกองทุนใหม่ สำหรับนักลงทุนที่ไม่ชอบความเสี่ยงสูง ได้แก่ “กองทุนเปิด ทิสโก้ ตราสารหนี้คืนกำไร 3M8” (TISCO Fixed Income Fund 3M8) ซึ่งเป็นกองทุนรวมตราสารหนี้ ที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้หรือเงินฝาก ทั้งในและ/หรือต่างประเทศ โดยลงทุนในต่างประเทศได้ไม่เกิน 79% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุน และจะมีการป้องความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน โดยกองทุนดังกล่าวจะจ่ายผลตอบแทนอัตโนมัติทุกๆ 3 เดือน เพื่อตอบสนองความต้องการด้านการลงทุนสำหรับผู้ลงทุนที่ไม่ต้องการลงทุนความเสี่ยงสูง เหมาะกับผู้ที่ต้องการลงทุนในระยะสั้น ๆ แต่ได้รับผลตอบแทนดีกว่าเงินฝาก

ทั้งนี้ TISCO Wealth มองว่าเงินเฟ้อมีโอกาสที่จะเร่งตัวได้ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี จากเศรษฐกิจไทยที่กลับมาเติบโตโดดเด่นหลังน้ำท่วมเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งอาจจะเป็นแรงกดดันต่อคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ให้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจากระดับที่ 3.00% ณ ปัจจุบัน โดยมีโอกาสที่จะปรับขึ้นได้ถึง 3.50% ในสิ้นปี 2555 โดย TISCO Wealth ยังคงคาดการณ์เงินเฟ้อ ที่ 3.50% ซึ่งสอดคล้องกับทาง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ปรับคาดการณ์จาก 3.40% เป็น 3.50% อย่างไรก็ตาม TISCO Wealth ได้ปรับเพิ่มประมาณการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจเป็น 6.00% สะท้อนภาพการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในประเทศที่ฟื้นตัวรวดเร็วกว่าคาดไว้ ทั้งด้านการบริโภคภายในประเทศ การลงทุน และการกระตุ้นการใช้จ่ายภาครัฐที่เกิดขึ้นจากการลงทุนในโครงการต่างๆ รวมถึงโครงการจัดการน้ำเพื่อป้องกันอุทกภัยซ้ำซ้อน ขณะที่ความกังวลต่อการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจของไทยโดยรวมกลับลดลง 

นอกจากนี้การแข่งขันในตลาดเงินฝากเริ่มมีขึ้นหลังจากที่แนวโน้มการฟื้นตัวเศรษฐกิจชัดเจนขึ้น การใช้สินเชื่อเติบโตขึ้น ทำให้ธนาคารต่าง ๆ เร่งระดมเงินฝากมากขึ้น ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารพาณิชย์จึงมีแนวโน้มที่จะทยอยปรับตัวสูงขึ้นได้ตลอดปีนี้ ทั้งนี้เพื่อให้สอดรับกับแนวโน้มดอกเบี้ยที่อาจปรับตัวเพิ่มขึ้น การลงทุนใน “กองทุนเปิด ทิสโก้ ตราสารหนี้คืนกำไร 3M8” ซึ่งมีอายุเพียง 3 เดือน จึงสามารถตอบโจทย์ด้านการลงทุนได้เป็นอย่างดี

โดย “กองทุนเปิด ทิสโก้ ตราสารหนี้คืนกำไร 3M8” เปิดเสนอขายครั้งแรกตั้งแต่ 20 - 27 มิ.ย. 55 มีมูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท สามารถจองซื้อขั้นต่ำ 20,000 บาท หรือสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บลจ. ทิสโก้ หรือ ธนาคารทิสโก้ทุกสาขา หรือที่ TISCO Contact Center โทร. 02-633-6000 กด 4




 

Create Date : 20 มิถุนายน 2555    
Last Update : 20 มิถุนายน 2555 11:57:31 น.
Counter : 1340 Pageviews.  
Share to Facebook

ธ.ไทยเครดิตฯ เปิดสาขาบิ๊กซีบางใหญ่ จัดโปรโมชันเงินฝากดอกเบี้ย 3.3%-3.6% วันที่ 27 มิ.ย.-22 ก.ค. 55

ธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย ฉลองเปิดสาขาบางใหญ่ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ด้วยโปรโมชันเงินฝาก ระหว่างวันที่ 27 มิถุนายน ถึง 22 กรกฎาคม 2555 ดังนี้

1. โปรโมชั่นเงินฝากออมทรัพย์เพิ่มค่าพิเศษ  อัตราดอกเบี้ย 3.30ต่อปี

(จำกัดเฉพาะ 1,000 บัญชีแรก)

2. โปรโมชั่น เงินฝากประจำ (สมุดคู่ฝาก)  ระยะเวลา 3 เดือน อัตราดอกเบี้ย 3.45% ต่อปี

3. โปรโมชั่น เงินฝากออมทรัพย์เพิ่มค่าทันใจ  อัตราดอกเบี้ย 3.60ต่อปี

รายละเอียดเพิ่มเติมกรุณา คลิกที่นี่




 

Create Date : 20 มิถุนายน 2555    
Last Update : 20 มิถุนายน 2555 8:30:58 น.
Counter : 1740 Pageviews.  
Share to Facebook

บลจ.ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล เปิดขายกองทุนเปิดซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล เอ็นแฮนซ์ ตราสารหนี้ 6M11(CIMB-Principal EFI 6M11) วันที่ 21-25 มิ.ย.55

นายอนุสรณ์ บูรณกานนท์ กรรมการผู้จัดการ บลจ.ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล เปิดเผยว่า บริษัทเสนอขาย กองทุนเปิดซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล เอ็นแฮนซ์ ตราสารหนี้ 6M11 (CIMB-Principal EFI 6M11) อายุโครงการประมาณ 6 เดือน มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท ซึ่งมีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐ ภาคธนาคาร และภาคเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยกองทุนจะลงทุนในต่างประเทศไม่เกิน 79% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ โดยผลตอบแทนของกองทุน CIMB-Principal EFI 6M11 ประมาณการที่ 3.27% ต่อปี (เทียบเท่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำก่อนเสียภาษีที่ 3.85 % ต่อปี ) โดยกำหนด IPO ระหว่าง วันที่ 21 – 25 มิถุนายน  2555

 สำหรับกองทุน CIMB-Principal EFI 6M11 เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำแต่ต้องการผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินฝากประจำ ด้วยการลงทุนระยะเวลาประมาณ 6 เดือน โดยเฉพาะบุคคลธรรมดาที่ต้องการการลงทุนที่ผลตอบแทนไม่เสียภาษี ซึ่งกองทุนดังกล่าวยังป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน ผู้ที่สนใจสามารถลงทุนด้วยเงินขั้นต่ำเพียง 5,000 บาท





 

Create Date : 19 มิถุนายน 2555    
Last Update : 19 มิถุนายน 2555 17:12:16 น.
Counter : 982 Pageviews.  
Share to Facebook

บลจ. เอ็มเอฟซี เปิดขายกองทุนเปิดเอ็มเอฟซี กาญจนทรัพย์ 6 ซีรี่ส์ 20 วันที่ 19-25 มิถุนายน 2555

นางสาวประภา ปูรณโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เอ็มเอฟซีเปิดขายกองทุนเปิดเอ็มเอฟซี กาญจนทรัพย์ 6 ซีรี่ส์ 20 เป็นกองทุนรวมตราสารหนี้ ซึ่งจะลงทุนในต่างประเทศไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ คาดโอกาสรับผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่ายร้อยละ 3.16 ต่อปี โดยมีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ที่มีคุณภาพทั้งในและต่างประเทศ เช่น ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรธนาคารแห่งชาติ พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ ตราสารหนี้ที่ออกโดยนิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น ตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารต่างประเทศ และตราสารหนี้เอกชนที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ 

ตัวอย่างตราสารที่คาดว่ากองทุนจะลงทุนดังนี้ ตราสารหนี้ในประเทศ ได้แก่ บมจ. อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส ร้อยละ 24 ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับร้อยละ 0.77 บมจ. โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) ร้อยละ 22 ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับร้อยละ 0.70 และบมจ. โกลว์ พลังงาน ร้อยละ 10 ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับร้อยละ 0.32 

ตราสารต่างประเทศ ได้แก่ เงินฝากประจำของธนาคาร Union National Bank ร้อยละ 24 ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับร้อยละ 0.82 ต่อปี เงินฝากประจำของธนาคาร ABU DHABI Commercial Bank ADCB ร้อยละ 10 ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับร้อยละ 0.34 ต่อปี และ เงินฝากประจำของธนาคาร Standard Chartered Bank (Hong Kong) ร้อยละ 10 ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับร้อยละ 0.34 ต่อปี 

ทั้งนี้ประมาณการผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุนร้อยละ 3.29 ต่อปี ประมาณการค่าใช้จ่ายของกองทุนร้อยละ 0.13 และประมาณการผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่ายร้อยละ 3.16 ต่อปี หากไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้เนื่องจากสภาวะตลาดมีการเปลี่ยนแปลงไป บริษัทจัดการอาจไม่รับซื้อคืนหน่วยลงทุนตามอัตราดังกล่าว 

กองทุนเปิด MK6S20 เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก และไม่ต้องเสียภาษีของผลตอบแทนสำหรับบุคคลธรรมดา โดยลงทุนได้ในระยะเวลาปานกลาง และสามารถรับความเสี่ยงได้ในระดับปานกลางค่อนข้างต่ำ และหลังครบกำหนดอายุโครงการ บริษัทจะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติและสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนเปิดเอ็มเอฟซี พันธบัตรตลาดเงิน (MM-GOV) ซึ่งเป็นกองทุนตลาดเงิน เพื่อผู้ถือหน่วยลงทุนจะได้รับโอกาสที่ดีจากการลงทุนอย่างต่อเนื่องต่อไป 

สำหรับผู้สนใจสามารถลงทุนขั้นต่ำได้ตั้งแต่ 10,000 บาท โดยติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการลงทุน ความเสี่ยง ผลการดำเนินงาน ของกองทุนหรือหนังสือชี้ชวนได้ที่บลจ. เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) โทรศัพท์ 0-2649-2000 ติดต่อฝ่ายวางแผนการลงทุน กด 2 หรือ Contact Center กด 0 สาขาแจ้งวัฒนะ โทร.0-2835-3055-57 หรือที่ //www.mfcfund.com





 

Create Date : 19 มิถุนายน 2555    
Last Update : 19 มิถุนายน 2555 17:08:11 น.
Counter : 1335 Pageviews.  
Share to Facebook

บลจ.กสิกรไทย เปิดขายกองทุนตราสารหนี้ประเภทกำหนดอายุโครงการจำนวน 4 กองทุน วันที่ 18-25 มิ.ย.55

นายประเสริฐ ขนบธรรมชัย รองกรรมการผู้จัดการ  บลจ.กสิกรไทย เปิดเผยว่า ในสัปดาห์นี้บริษัทจะเสนอขายกองทุนตราสารหนี้ประเภทกำหนดอายุโครงการจำนวน 4 กองทุน โดยวันที่ 18-25 มิ.ย.55 จะเปิดขายกองทุนเปิดเค คุ้มครองเงินต้น ตราสารหนี้ไทย 3 เดือน เอพี (KPPTF3MAP) เน้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทย ประมาณการอัตราผลตอบแทน 2.70% ต่อปี และในวันที่ 20-25 มิ.ย.55 จะเปิดขายกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศอีก 3 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้  3 เดือน บีบี (KFI3MBB) กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ 6 เดือน ที (KFF6MT) และกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ 9 เดือน เอ (KFF9MA) โอกาสรับผลตอบแทน 3.00% ต่อปี, 3.25% ต่อปี และ 3.45% ต่อปีตามลำดับ

 สำหรับกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ 3 เดือน บีบี เน้นลงทุนในตั๋วแลกเงิน บมจ. อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส  ตราสารหนี้ Banco BTG Pactual S.A. ประเทศบราซิล เงินฝาก Standard Chartered, สาขาฮ่องกง และเงินฝาก Commercial Bank of Qatar, ประเทศกาตาร์ และพันธบัตรรัฐบาลไทย

ด้านกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ 6 เดือน ที (KFF6MT) ลงทุนในตั๋วแลกเงิน บมจ.อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส ตราสารหนี้ Banco Bradesco และตราสารหนี้ Banco BTG Pactual S.A. ประเทศบราซิล เงินฝาก Standard Chartered, สาขาฮ่องกง และเงินฝาก Commercial Bank of Qatar, ประเทศกาตาร์

ส่วนกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ 9 เดือน เอ (KFF9MA) จะลงทุนในตราสารหนี้ Banco Bradesco,  ตราสารหนี้ Banco Itau BBA S.A.,และตราสารหนี้ Banco BTG Pactual S.A. ประเทศบราซิล ร่วมด้วยเงินฝาก Standard Chartered, สาขาฮ่องกง และเงินฝาก Commercial Bank of Qatar, ประเทศกาตาร์  โดยทั้ง 3 กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน  ผู้ลงทุนที่สนใจสามารถจองซื้อกองทุนดังกล่าวได้ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 5,000 บาท

 นายประเสริฐ กล่าวว่า สถานการณ์การลงทุนโลกยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แม้สถานการณ์การเลือกตั้งในกรีซจะมีความคืบหน้าในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาจากการที่พรรคประชาธิปไตยใหม่(New Democracy) ซึ่งสนับสนุนนโยบายรัดเข็มขัด สามารถชนะการเลือกตั้งและคาดว่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลผสมร่วมกับพรรคที่ได้คะแนนอันดับ 3 ได้ในอีกไม่ช้า ซึ่งทำให้มีความเป็นไปได้ว่ากรีซจะยังคงอยู่ในยูโรโซนต่อไป

ภาพรวม บลจ. กสิกรไทย มองว่า ปัญหาหนี้ยุโรปจะยังยืดเยื้อต่อไป และจะยังคงเป็นปัจจัยที่กดดันบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงต่อไปอีกเพราะกรีซยังต้องเร่งจัดตั้งรัฐบาลผสมและเข้าเจรจากับกลุ่มอียูเพื่อต่อรองในเงื่อนไขต่างๆ ของมาตรการรัดเข็มขัด นอกจากนั้นยุโรปยังมีปัญหาเงินกองทุนที่เกิดกับธนาคารในสเปน และปัญหาหนี้ในอิตาลีที่ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรของทั้ง 2 ประเทศปรับตัวสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์

ทั้งนี้  เครื่องมือช่วยเหลือทางการเงินที่ยุโรปจัดตั้งขึ้นทั้งกองทุนรักษาเสถียรภาพการเงินยุโรป(EFSF)และกลไกรักษาเสถียรภาพยุโรป (ESM) ซึ่งมีเม็ดเงินรวมกันกว่า 5.5 แสนล้านยูโรนั้น ปัจจุบันลดลงเหลือเพียงครึ่งหนึ่งหรือประมาณ 2.6 แสนล้านยูโรหลังจากใช้อัดฉีดช่วยเหลือไอร์แลนด์ โปรตุเกสและกรีซ ซึ่งไม่เพียงพอที่จะรับมือกับปัญหาและต้องเร่งระดมเงินทุนเพิ่มเติมโดยจัดตั้งโครงการช่วยเหลืออย่างถาวรต่อไป จึงเชื่อได้ว่าวิกฤติหนี้ยุโรปจะต้องใช้เวลาอีกมากพอสมควรสำหรับการเยียวยา และจะยังคงส่งผลให้ตลาดผันผวนเป็นระยะๆจากความกังวลสลับกับความคาดหวังของนักลงทุนที่จะมีต่อกลุ่มอียูเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว

 ทีมจัดการกองทุนยังดำเนินนโยบายการลงทุนแบบระมัดระวัง แม้จะมีมุมมองที่เป็นบวกกับตลาดหุ้นไทยโดยยังคงประมาณการณ์ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย ณ สิ้นปีอยู่ที่ 1250-1300 จุดแต่เพราะปัจจัยความเสี่ยงจากภายนอกประเทศที่มีอยู่ในระดับสูง เราจึงยังเน้นการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เป็นกลุ่ม Defensive และกลุ่มที่พึ่งพาการเติบโตในประเทศ เช่น กลุ่มธนาคารและโทรคมนาคม เป็นต้น

สำหรับคำแนะนำต่อผู้ลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงได้สูงอาจทยอยเข้าลงทุนในหุ้นไทยเมื่อตลาดปรับตัวลง แต่ควรชะลอการลงทุนในหุ้นต่างประเทศหรือกองทุนรวมน้ำมันในระยะสั้นออกไปก่อน โดยควรรอให้วิกฤติในยุโรปมีการแก้ไขปัญหาที่คืบหน้าอย่างชัดเจน





 

Create Date : 19 มิถุนายน 2555    
Last Update : 19 มิถุนายน 2555 17:03:05 น.
Counter : 1650 Pageviews.  
Share to Facebook

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  69  70  71  72  73  74  75  76  77  78  79  80  81  82  

xemmy
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




Friends' blogs
[Add xemmy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.