ข่าวสารการเงิน หุ้น เศรษฐกิจ และการลงทุน ติดตามได้ที่ Facebook.com/ThaiMoneyNews

xemmy.bloggang.com

กรุณาเลือกหัวข้อที่ต้องการ => เรื่อง Hot น่ารู้ ออมเงินที่ไหนดี ยานยนต์อัพเดท กลเม็ดเคล็ดลับ DIY-ทำเองก็ได้ง่ายจัง
Group Blog
 
All Blogs
 

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง เปิดตัวใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (Derivative Warrant: DW) รุ่นใหม่ 8 ตัว วันที่ 12 ก.ค. 55

นายมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผยว่าบริษัทฯ จะเสนอขาย ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ประเภทสิทธิในการซื้อ (Call Warrant) จำนวน 5 รุ่น ได้แก่
          ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ในหุ้นสามัญของ บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (INTU42CA)
          ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ในหุ้นสามัญของ บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) (IVL42CD)
          ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ในหุ้นสามัญของ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) (TOP42CD)
          ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ในหุ้นสามัญของ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) (CPAL42CD)
          ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ในหุ้นสามัญของ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) (MINT42CC)
          และเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ประเภทสิทธิในการขาย (Put Warrant) จำนวน 3 รุ่น ได้แก่
          ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ในหุ้นสามัญของ บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (INTU42PA)
          ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ในหุ้นสามัญของ บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) (IVL42PB)
          ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ในหุ้นสามัญของ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) (TOP42PA)

          เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ออกเสนอขาย DW ใหม่ 8 รุ่นนี้ ซึ่งมีอายุประมาณ 7 เดือนกว่า โดยได้คัดสรรหุ้นอ้างอิงที่น่าสนใจ เช่น หุ้น INTUCH ซึ่งเพิ่งเริ่มเข้ามาอยู่ในการคำนวณดัชนี SET50 ในครึ่งปีหลังของ 2555 หุ้น IVL และ TOP ที่จะมีการแกว่งตัวขึ้นลงตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลก และหุ้น CPALL และ MINT ที่จะได้รับประโยชน์จากการบริโภคภายในประเทศที่ขยายตัวและอุตสาหกรรทท่องเที่ยวตามลำดับ นอกจากนี้ ผู้ลงทุนสามารถติดตามบทวิจัยของเมย์แบงก์ กิมเอ็ง Derivatives Warrant Strategy เพื่อพิจารณามูลค่าที่เหมาะสมของ DW ได้ทุกวันทาง KELive Research 

          ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ประเภทสิทธิในการซื้อ (Call Warrant) จำนวน 5 รุ่น ได้แก่

DW

หุ้นอ้างอิง

ราคาใช้สิทธิ(บาท)

อัตราการใช้สิทธิ

วันทำการซื้อขาย
วันสุดท้าย

INTU42CA

INTUCH

50

0.05

4 มี.ค. 2556

IVL42CD

IVL

24

0.1

4 มี.ค. 2556

TOP42CD

TOP

48

0.05

4 มี.ค. 2556

CPAL42CD

CPALL

30

0.1

4 มี.ค. 2556

MINT42CC

MINT

11

0.2

4 มี.ค. 2556

          ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ประเภทสิทธิในการขาย (Put Warrant) จำนวน 3 รุ่น ได้แก่

DW

หุ้นอ้างอิง

ราคาใช้สิทธิ(บาท)

อัตราการใช้สิทธิ

วันทำการซื้อขาย
วันสุดท้าย

INTU42PA

INTUCH

70

0.05

4 มี.ค. 2556

IVL42PB

IVL

40

0.1

4 มี.ค. 2556

TOP42PA

TOP

75

0.05

4 มี.ค. 2556




 

Create Date : 15 กรกฎาคม 2555    
Last Update : 15 กรกฎาคม 2555 8:09:10 น.
Counter : 1428 Pageviews.  
Share to Facebook

ธนาคารกสิกรไทย ออกบริการ “สินเชื่อดั่งใจ SME" ให้เอสเอ็มอี เลือกอัตราดอกเบี้ย วงเงินผ่อน และกำหนดวันชำระ ให้สอดคล้องกับรูปแบบธุรกิจอย่างสบายใจ

นายพัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า แม้ปัจจุบันเอสเอ็มอีส่วนหนึ่งจะสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนของสถาบันการเงินได้ แต่เงื่อนไขการกู้ อัตราดอกเบี้ยและการผ่อนชำระคืนเงินกู้ส่วนใหญ่จะถูกกำหนดโดยสถาบันการเงิน ซึ่งบางครั้งจะไม่สอดคล้องกับรูปแบบการดำเนินธุรกิจ และรายรับของเอสเอ็มอี 

ดังนั้น ธนาคารกสิกรไทย จึงได้ออกบริการ “สินเชื่อดั่งใจ SME” เพื่อให้เอสเอ็มอีขนาดเล็กและขนาดย่อมที่มียอดขายไม่เกิน 50 ล้านบาท สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการดำเนินธุรกิจ ด้วยเงื่อนไขที่มีความยืดหยุ่นทั้งอัตราดอกเบี้ย การผ่อนชำระ และช่วงเวลาการชำระเงิน ที่สามารถเลือกได้ดั่งใจประกอบด้วย

เลือกดอกเบี้ยได้ดั่งใจ ให้ผู้ประกอบการเลือกอัตราดอกเบี้ยตามความต้องการ ให้เหมาะสมกับรูปแบบการทำธุรกิจ ได้แก่ อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ สำหรับธุรกิจที่ต้องการความมั่นใจ ด้วยต้นทุนดอกเบี้ยที่คงที่ตามระยะเวลาที่กำหนด อัตราดอกเบี้ยแบบขั้นบันได สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นทำธุรกิจที่ต้องการอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษในช่วงแรก แล้วเพิ่มขึ้นในช่วงหลัง และอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว สำหรับผู้ที่มีความยืดหยุ่นสูงพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยทั้งขาขึ้นและขาลง

เลือกผ่อนชำระได้ดั่งใจ เอสเอ็มอีสามารถเลือกผ่อนชำระเงินกู้ได้หลายรูปแบบ ทั้งการผ่อนชำระแบบอัตราปกติ ในอัตราที่เท่ากันตลอดระยะเวลากู้ การผ่อนชำระแบบบอลลูน ที่จะผ่อนน้อยในช่วงแรก โดยแบ่งผ่อนเพียง 50% ของยอดผ่อนชำระต่อเดือนในช่วง 12 เดือนแรก หรือผ่อน 60% ในช่วง 18 เดือนแรก และการผ่อนชำระตามฤดูกาล สามารถเลือกผ่อนชำระได้ 2 อัตราในแต่ละปี เพื่อให้สอดคล้องกับรายรับตามฤดูกาลของธุรกิจ โดยช่วงที่มีรายรับสูง ก็สามารถเลือกผ่อนมาก หากรายรับน้อย ก็ลดวงเงินผ่อนชำระได้ 

เลือกเวลาผ่อนได้ดั่งใจ ให้ผู้ประกอบการเลือกวันผ่อนชำระที่เหมาะสมกับธุรกิจ เพื่อไม่ให้รายจ่ายในแต่ละเดือนกระจุกตัวอยู่ในช่วงปลายเดือนที่จะมีรายจ่ายสูง ทั้งเงินเดือนพนักงาน ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ

นายพัชร กล่าวเพิ่มเติมว่า สินเชื่อดั่งใจ SME มีระยะเวลาผ่อนชำระนานสุดถึง 7 ปี โดยมีอัตราอัตราดอกเบี้ยคงที่พิเศษต่ำสุด 7% ใน 3 เดือนแรก สำหรับผู้ที่ขอสินเชื่อและรับอนุมัติตั้งวงเงินภายในเดือนกันยายนนี้ นอกจากเอสเอ็มอีจะสามารถเลือกหรือกำหนดเงื่อนไขต่าง ๆ ทั้งวงเงินผ่อนชำระ อัตราดอกเบี้ย ระยะเวลาผ่อนชำระ ตามความเหมาะสมกับประเภทธุรกิจแล้ว ยังสามารถขอสินเชื่อวงเงินเบิกเกินบัญชี (O/D) หรือวงเงินตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) เพิ่ม โดยไม่ต้องสมัครขอสินเชื่อ และไม่ต้องประเมินหลักทรัพย์ประกันใหม่ ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารเงินทุนหมุนเวียนเพื่อขยายธุรกิจได้อย่างคล่องตัว และให้อิสระด้านรูปแบบวงเงินสำหรับเอสเอ็มอี โดยธนาคารตั้งเป้าบริการสินเชื่อดั่งใจ SME ไว้ที่ 2,000 ราย หรือยอดวงเงินสินเชื่อ 5,000 ล้านบาทภายในสิ้นปีนี้ 

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสามารถขอใช้บริการ สินเชื่อดั่งใจ SME ได้ที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ K-Biz Contact Center โทร. 02-888-8822

ปัจจุบันผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในประเทศไทยมีอยู่จำนวน 3 ล้านราย แต่มีผู้ประกอบการที่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้เพียง 1.24 ล้านราย โดยส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดเล็ก ทำให้มีอำนาจในการต่อรองในด้านต่างๆ ได้น้อยกว่าธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งหากไม่มีการวางแผนธุรกิจที่ดี อาจส่งผลกระทบต่อการขยายธุรกิจ และกระทบต่อภาคเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ เนื่องจากธุรกิจเอสเอ็มอี ถือว่าเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญของเศรษฐกิจไทย




 

Create Date : 13 กรกฎาคม 2555    
Last Update : 13 กรกฎาคม 2555 18:38:39 น.
Counter : 1728 Pageviews.  
Share to Facebook

บลจ.กรุงไทย เปิดขายกองทุนเปิดกรุงไทยธนทรัพย์ บี 46 ( KTSUPB46 ) อายุ 6 เดือน วันที่ 11-17 กรกฎาคม 2555

นายสมชัย บุญนำศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทเปิดจำหน่ายกองทุนเปิดกรุงไทยธนทรัพย์ บี 46 ( KTSUPB46 ) เสนอขาย ในวันที่ 11-17 กรกฎาคม 2555 อายุ 6 เดือน มูลค่าโครงการ 5,000 ล้านบาท เป็นกองทุนที่มีนโยบายลงทุนตราสารหนี้ทั้งในและต่างประเทศ โดยกองทุนนี้จะลงทุนในเงินฝากประจำ Standard Chartered Bank ( Hong Kong ) Ltd. , เงินฝากประจำ Union National Bank (UNB ) และเงินฝากประจำ MTN ออกโดย Banco Bradesco S.A. (BRADES ) ในสัดส่วน 68 % ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม ส่วนที่เหลือจะลงทุนในตราสารภาครัฐไทย เงินฝาก ตราสารการเงินระยะสั้น ธนาคารพาณิชย์ไทย และตั๋วแลกเงินบริษัทเอกชนไทย โดยผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนประมาณ 3.15% ต่อปี โดยเงินลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ จะมีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน 

นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ในระหว่างการเปิดจำหน่าย กองทุนเปิดกรุงไทยสมาร์ท อินเวส 3 เดือน 1 ( KTSIV3M1 ) ประเภท Roll Over เสนอขายถึงวันที่ 13 กรกฎาคมนี้ เป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในเงินฝาก /บัตรเงินฝาก และตั๋วแลกเงินของภาคเอกชนที่มีอันดับเครดิตตั้งแต่ BBB+ ขึ้นไป โดยผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนประมาณ 2.90% ต่อปี โดยทั้ง 2 กองทุน ขายผ่านสาขาธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศ 

สำหรับแนวโน้มการลงทุนตราสารหนี้ในประเทศ อัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ระยะสั้นมีแรงขายทำกำไรและจากการปรับพอร์ตการลงทุน ทำให้ปรับขึ้น 1 – 2 basis points (bp) ขณะที่ตราสารระยะยาวมีแรงซื้อโดยตราสารรุ่นอายุมากกว่า 10 ปี ปรับตัวลดลงพอสมควร 3 – 12 bp เนื่องจาก การทยอยประกาศตัวเลขเศรษฐกิจทั้งในยุโรป สหรัฐอเมริกา และจีน ที่แสดงสัญญาณการชะลอตัวของเศรษฐกิจ ในส่วนของประเทศไทย สำนักวิจัยต่างๆ เริ่มทยอยปรับลดการคาดการณ์อัตราการเติบทางเศรษฐกิจของปี 2555 ลงมาอยู่ในช่วง 5.0 – 5.5% ซึ่งมีสาเหตุสำคัญจากผลกระทบของภาคการค้าระหว่างประเทศ นอกจากนี้ ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อเดือนมิถุนายน 2555 เพิ่มขึ้นในอัตราต่ำกว่า 3.00% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ทำให้ตลาดการเงินคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีคาดว่าจะอยู่ในช่วง 3.0 – 3.5% ต่ำกว่าที่เคยคาดการณ์เมื่อช่วงต้นปี ซึ่งทำให้มีโอกาสที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายจะคงอยู่ในระดับ 3.0% ไปอย่างน้อยจนถึงปลายปี




 

Create Date : 13 กรกฎาคม 2555    
Last Update : 13 กรกฎาคม 2555 18:35:24 น.
Counter : 1339 Pageviews.  
Share to Facebook

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ฉลองครบรอบ 59 ปีจัดแคมเปญสินเชื่อบ้านดอกเบี้ย 0% 9 เดือน ฝากประจำ 9 เดือนดอกเบี้ยสูงสุด 5.9% 16 ก.ค.-30 ก.ย. 55

นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ในโอกาสที่ ธอส. ครบรอบการดำเนินงานปีที่ 59 ในวันที่ 24 กันยายน 2555 ธนาคารได้เตรียมวงเงิน 20,000 ล้านบาท จัดทำ แคมเปญสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยพิเศษตอบแทนลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมาย สำหรับกลุ่มลูกค้าบุคลากรภาครัฐ กลุ่ม ลูกค้าสวัสดิการไม่มีเงินฝาก กลุ่มลูกค้ารายย่อยในโครงการ LTF/Fast Track กลุ่มลูกค้าวิชาชีพพิเศษ กลุ่ม ลูกค้าโครงการสินเชื่อบ้านสุขสันต์ กลุ่มลูกค้าโครงการบ้าน ธอส. เพื่อพนักงานส่วนท้องถิ่น เสนอแคมเปญสินเชื่อบ้านดอกเบี้ย 0% นาน 9 เดือนแรก เดือนที่ 10-24 อัตราดอกเบี้ยเท่ากับ MRR–2.00% ต่อปี ปีที่ 3 จนถึงตลอดอายุสัญญา กรณีลูกค้าสวัสดิการคิดอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ MRR–1.00% ต่อปี กรณีลูกค้ารายย่อยคิดอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ MRR–0.50% ต่อปี นอกจากนี้ธนาคารยังได้จัดทำแคมเปญสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยพิเศษสำหรับลูกค้ารายย่อยทั่วไป เสนออัตราดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือนแรก เดือนที่ 7-24 อัตราดอกเบี้ยเท่ากับ MRR–2.00% ต่อปี ปีที่ 3 จนถึงตลอดอายุสัญญา คิดอัตราดอกเบี้ย เท่ากับ MRR–0.50% ต่อปี (ปัจจุบัน MRR ธอส. เท่ากับ 7.25%ต่อปี) ยื่นคำขอกู้และทำนิติกรรมได้ตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม ถึงวันที่ 30 กันยายน 2555 นี้เท่านั้น“


ด้านเงินฝากธนาคารได้จัดทำแคมเปญเงินฝากประจำ 9 เดือน แบบขั้นบันได (Step Up) รับดอกเบี้ยสูงสุด 5.90% ต่อปี โดยอัตราดอกเบี้ย เดือนที่ 1-5 เท่ากับ 3.00% ต่อปี เดือนที่ 6–8 รับดอกเบี้ย 3.59% ต่อปี เดือนที่ 9 รับดอกเบี้ยสูง 5.90% ต่อปี (อัตราดอกเบี้ย 9 เดือน เฉลี่ย 3.52% ต่อปี) เงื่อนไขเปิดบัญชีและฝากขั้นต่ำรายการละ 10,000 บาท สำหรับประเภทใบรับเงินฝากประจำ (FDR) เงื่อนไขฝากขั้นต่ำรายการละ 100,000 บาท โดยรับอัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.52% ต่อปี เดือนที่ 1 ถึง 9 เริ่มให้บริการตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2555 นี้เท่านั้น นายวรวิทย์ฯ กล่าว


นายวรวิทย์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับลูกค้าที่เปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ กับ ธอส.ขั้นต่ำ 500 บาท จะได้รับฟรีบัตร
ATM โฉมใหม่ “GHB Lifestyle Card” 4 แบบ 4 สไตล์ พร้อมสิทธิประโยชน์พิเศษรับ 3 ฟรี! ได้แก่ ค่าธรรมเนียมแรกเข้า 50 บาท ค่าธรรมเนียมปีแรก 100 บาท และค่าธรรมเนียมการทำรายการระหว่างธนาคารรัฐ 3 แห่ง ได้แก่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารออมสิน ธนาคารอิสลาม และธนาคารพาณิชย์ในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑลนายวรวิทย์ฯ กล่าวในตอนท้ายว่า ธนาคารอาคารสงเคราะห์ในฐานะผู้นำสินเชื่อเพื่อบ้านมากว่า 59 ปี สามารถสร้างโอกาสให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองไปแล้วกว่า 2 ล้านครอบครัว จากนี้ไป ธอส.ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ พร้อมที่จะเป็นที่พึ่งให้กับพี่น้องประชาชน มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพการให้บริการ เพื่อความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า





 

Create Date : 12 กรกฎาคม 2555    
Last Update : 12 กรกฎาคม 2555 19:22:48 น.
Counter : 2545 Pageviews.  
Share to Facebook

ธนาคารไทยพาณิชย์ เสนอบัญชีเงินฝากประจำพิเศษ 11 เดือน แถมดอกเบี้ยเพิ่มอีก 11 วัน และบัญชีเงินฝากประจำพิเศษ 7 เดือน เริ่ม 14 ก.ค. 55

นายสมิทธ์  พนมยงค์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายผลิตภัณฑ์เงินฝากและการลงทุน เปิดเผยว่า “ ช่วงครึ่งปีหลัง 2555 นี้ เศรษฐกิจโลกยังคงอยู่ในภาวะผันผวน การออมยังคงเป็นการลงทุนที่ประชาชนให้ความนิยม เพราะให้ผลตอบแทนที่มั่นคง ธนาคารพาณิชย์จึงยังคงแข่งขันระดมเงินฝากกันอย่างต่อเนื่อง  โดยแนวโน้มความต้องการของลูกค้าเงินฝาก  ยังต้องการออมเงินในระยะเวลาที่ไม่ยาวเกินไปแต่ได้ดอกเบี้ยสูง  ล่าสุด ธนาคารไทยพาณิชย์จึงได้ออกผลิตภัณฑ์เงินฝากประจำแบบพิเศษ  11 เดือน  มาเพื่อรองรับความต้องการลูกค้าโดยใช้  กลยุทธ์การเพิ่มจำนวนวันที่ใช้คำนวณดอกเบี้ยให้อีก 11 วัน  ซึ่งจะทำให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากไม่ปรับตัวจนส่งผลกระทบต่ออัตราดอกเบี้ยเงินกู้  นับเป็นการช่วยให้ลูกค้าเงินฝากได้รับประโยชน์จากผลตอบแทนดอกเบี้ยที่น่าพอใจโดยไม่กระทบต่อลูกค้าสินเชื่อของธนาคาร  รวมทั้งได้ออก ผลิตภัณฑ์เงินฝากประจำแบบพิเศษ  7 เดือน    มาเพื่อรองรับตลาดในช่วงที่ประชาชนยังต้องรอติดตามนโยบายด้านคุ้มครองเงินฝากต่อไปอีกด้วย  ทั้งนี้ คาดว่าผลิตภัณฑ์เงินฝากใหม่นี้ จะได้รับความนิยมจากลูกค้าเป็นอย่างดี และภายในสิ้นปี คาดการณ์ว่าธนาคารจะมียอดเงินฝากมากกว่า  1.6 ล้านล้านบาท " 


สำหรับ “เงินฝากประจำพิเศษ 11 เดือน “ อัตราดอกเบื้ยพื้นฐาน  3.35% ต่อปี และธนาคารเพิ่มจำนวนวันที่ใช้คำนวณดอกเบี้ยให้อีก 11 วัน  ซึ่งจะทำให้ผู้ฝากได้สิทธิประโยชน์จากการคำนวณอัตราดอกเบี้ย แต่ลูกค้าฝากเพียง  11 เดือนตามปฏิทินเท่าเดิม ช่วยให้ผู้ฝากได้รับผลตอบแทนมากขึ้นอีก 0.11% ต่อปี รวมผลตอบแทนเฉลี่ยทั้งโครงการเป็น 3.46% ต่อปี  เปิดบัญชีขั้นต่ำ 50,000 บาท  ฝากเพิ่มครั้งต่อไปขั้นต่ำ 1,000 บาท       สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อบัญชี  จ่ายดอกเบี้ยแบบทบต้นเมื่อครบกำหนด  และในส่วนของ “เงินฝากประจำพิเศษ  7 เดือน ”  ให้ผลตอบแทนสูง ด้วยอัตราดอกเบี้ย  3.30% ต่อปี  เปิดบัญชีขั้นต่ำ  1 ล้านบาท จ่ายดอกเบี้ยแบบทบต้นเมื่อครบกำหนด  สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าไทยพาณิชย์  โทร. 02-777-7777  





 

Create Date : 12 กรกฎาคม 2555    
Last Update : 12 กรกฎาคม 2555 15:13:45 น.
Counter : 2569 Pageviews.  
Share to Facebook

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  69  70  71  72  73  74  75  76  77  78  79  80  81  82  

xemmy
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




Friends' blogs
[Add xemmy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.