ข่าวสารการเงิน หุ้น เศรษฐกิจ และการลงทุน ติดตามได้ที่ Facebook.com/ThaiMoneyNews

xemmy.bloggang.com

กรุณาเลือกหัวข้อที่ต้องการ => เรื่อง Hot น่ารู้ ออมเงินที่ไหนดี ยานยนต์อัพเดท กลเม็ดเคล็ดลับ DIY-ทำเองก็ได้ง่ายจัง
Group Blog
 
All Blogs
 

บลจ.เอ็มเอฟซี เปิดขายกองทุนเปิดเอ็มเอฟซี กาญจนทรัพย์ 12 ซีรี่ส์ 1 วันที่ 17-23 กรกฎาคม 2555

นางสาวประภา ปูรณโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เอ็มเอฟซีเปิดขายกองทุนเปิดเอ็มเอฟซี กาญจนทรัพย์ 12 ซีรี่ส์ 1 เป็นกองทุนรวมตราสารหนี้ ซึ่งจะลงทุนในต่างประเทศไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ คาดโอกาสรับผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่ายร้อยละ 3.30 ต่อปี โดยมีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ที่มีคุณภาพทั้งในและต่างประเทศ เช่น ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรธนาคารแห่งชาติ พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ ตราสารหนี้ที่ออกโดยนิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น ตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารต่างประเทศ และตราสารหนี้เอกชนที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ 

ตัวอย่างตราสารที่คาดว่ากองทุนจะลงทุนดังนี้ ตราสารหนี้ในประเทศ ได้แก่ พันธบัตรรัฐวิสาหกิจการเคหะแห่งชาติ ร้อยละ 56 ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับร้อยละ 1.79 ต่อปี 

ตราสารต่างประเทศ ได้แก่ เงินฝากประจำของธนาคาร Union National Bank ร้อยละ 24 ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับร้อยละ 0.87 ต่อปี เงินฝากประจำของธนาคาร First Gulf Bank ร้อยละ 20 ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับร้อยละ 0.71 ต่อปี 

โดยกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารอื่นแทนหรือเพิ่มเติม เช่น พันธบัตรรัฐบาลไทย ธนาคารเกียรตินาคิน บจก. อยุธยาดีเวลลอปเม้นท์ ลีสซิ่ง พันธบัตรรัฐบาลเกาหลี China Construction Bank เป็นต้น หรือตราสารอื่นที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้คือ ไม่ต่ำกว่า BBB- 

ทั้งนี้ประมาณการผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุนก่อนหักค่าใช้จ่ายร้อยละ 3.37 ต่อปี ประมาณการค่าใช้จ่ายของกองทุนร้อยละ 0.07 และประมาณการผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่ายร้อยละ 3.30 ต่อปี หากไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้เนื่องจากสภาวะตลาดมีการเปลี่ยนแปลงไป บริษัทจัดการอาจไม่รับซื้อคืนหน่วยลงทุนตามอัตราดังกล่าว 

กองทุนเปิด MK12S1 เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก และไม่ต้องเสียภาษีของผลตอบแทนสำหรับบุคคลธรรมดา โดยลงทุนได้ในระยะเวลาปานกลางถึงระยะยาว และสามารถรับความเสี่ยงได้ในระดับปานกลางค่อนข้างต่ำ ซึ่งหลังครบกำหนดอายุโครงการ บริษัทจะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติและสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนเปิดเอ็มเอฟซี พันธบัตรตลาดเงิน (MM-GOV) ซึ่งเป็นกองทุนตลาดเงิน เพื่อผู้ถือหน่วยลงทุนจะได้รับโอกาสที่ดีจากการลงทุนอย่างต่อเนื่องต่อไป 

สำหรับผู้สนใจสามารถลงทุนขั้นต่ำได้ตั้งแต่ 10,000 บาท โดยติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการลงทุน ความเสี่ยง ผลการดำเนินงาน ของกองทุนหรือหนังสือชี้ชวนได้ที่บลจ. เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) โทรศัพท์ 0-2649-2000 ติดต่อฝ่ายวางแผนการลงทุน กด 2 หรือ Contact Center กด 0 สาขาแจ้งวัฒนะ โทร.0-2835-3055-57 หรือที่ //www.mfcfund.com





 

Create Date : 18 กรกฎาคม 2555    
Last Update : 18 กรกฎาคม 2555 8:09:57 น.
Counter : 1134 Pageviews.  
Share to Facebook

เคทีซี เปิดจำหน่ายหุ้นกู้ระยะยาว 3 ชุด ดอกเบี้ยสูงสุด 5.4% วันที่ 25 ก.ค. - 3 ส.ค. 55

นายระเฑียร ศรีมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “เคทีซีจะเปิดจำหน่ายหุ้นกู้ระยะยาว เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับนักลงทุนและผู้ที่ต้องการออมเงิน โดยในครั้งนี้จะนำเสนอหุ้นกู้ 3 ชุดด้วยกัน ได้แก่ หุ้นกู้อายุ 2 ปี ดอกเบี้ย 4.90% ต่อปี เสนอขายไม่เกิน 2,500 ล้านบาท หุ้นกู้อายุ 3 ปี ดอกเบี้ย 5.20% ต่อปี เสนอขายไม่เกิน 3,500 ล้านบาท และหุ้นกู้อายุ 4 ปี ดอกเบี้ย 5.40% ต่อปี เสนอขายไม่เกิน 1,000 ล้านบาท ทั้งนี้ หุ้นกู้ชุดที่ 1 และ 2 จำนวนรวมกันไม่เกิน 5,000 ล้านบาท และหุ้นกู้ชุดที่ 3 ไม่เกิน 1,000 ล้านบาท รวมมูลค่า 3 ชุด ไม่เกิน 6,000 ล้านบาท โดยจะจ่ายดอกเบี้ยตอบแทนทุก 3 เดือน และเสนอขายขั้นต่ำที่ 1 แสนบาท และเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณของ 1 แสนบาท โดยเงินทุนที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ บริษัทฯ จะนำไปใช้ชำระคืนเงินกู้ยืม เป็นเงินทุนหมุนเวียน รวมทั้งนำไปใช้ขยายธุรกิจและบริการที่จะเกิดขึ้นในอนาคต”

“หุ้นกู้ที่เปิดจำหน่ายในครั้งนี้ เป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ไม่มีหลักประกัน ไม่ด้อยสิทธิ และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ อันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ BBB+ แนวโน้มเครดิต “คงที่” จากทริสเรทติ้ง เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2555”

“ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้นกู้ระยะสั้นเคทีซี สามารถจองซื้อได้ในวันที่ 25 กรกฎาคม 2555 ผู้ถือหุ้นกู้ KTC128A ที่ไม่ใช่ผู้ลงทุนสถาบัน จองซื้อได้ในวันที่ 26 กรกฎาคม 2555 ผู้ลงทุนทั่วไป จองซื้อได้ในวันที่ 30-31 กรกฎาคม 2555 และวันที่ 1-3 สิงหาคม 2555 และสำหรับผู้ลงทุนสถาบัน สามารถจองซื้อได้ในวันที่ 3 สิงหาคม 2555 โดยเคทีซีได้มอบหมายให้ 4 พันธมิตรสถาบันการเงิน เป็นตัวแทนในการรับจองซื้อหุ้นกู้และชำระเงิน ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย (โทรศัพท์ 1551) ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย (โทรศัพท์ 0-2626-7777) ธนาคารธนชาต (โทรศัพท์ 1770) และธนาคารยูโอบี (โทรศัพท์ 0-2285-1555) ผู้สนใจสามารถติดต่อขอรับหนังสือชี้ชวน หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและจองซื้อได้ในวันและเวลาทำการ”




 

Create Date : 18 กรกฎาคม 2555    
Last Update : 18 กรกฎาคม 2555 8:03:06 น.
Counter : 1707 Pageviews.  
Share to Facebook

เครดิตบูโร ชี้แจงความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับรหัสสถานะบัญชีในโครงการพักหนี้ดี

นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) เปิดเผยว่า จากข่าวเรื่องที่มีการกล่าวว่า ลูกค้าของธนาคารที่มาเข้าร่วมโครงการพักหนี้ดีไม่เกิน 5 แสนบาท มีจำนวนน้อยไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่สัญญาไว้กับทางการว่า ปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากการถูกบันทึกข้อมูลลงในเครดิตบูโรว่าเข้าร่วมโครงการพักหนี้ ส่งผลให้ลูกค้าเกิดความกังวลว่าจะมีผลต่อการพิจารณาสินเชื่อหากไปขอกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์อื่นๆ “ต้องเรียนว่าความเข้าใจที่ถูกต้องคือการพิจารณาสินเชื่อตามมาตรฐานนั้นจะประกอบด้วย 3 เรื่องหลักคือ การประเมินความสามารถในการชำระหนี้ การประเมินความตั้งใจในการชำระหนี้ และการประเมินหลักประกัน กรณีลูกค้าที่เข้าโครงการพักชำระหนี้ดี ก็ระบุว่าเป็นหนี้ดี ไม่มีประวัติการค้างชำระและโครงการก็มีการให้สิทธิประโยชน์ด้านดอกเบี้ย อีกทั้งก็เป็นการบันทึกข้อมูลตามข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้น มีการลงทะเบียนเป็นหลักฐาน หากจะขอสินเชื่อในครั้งต่อไปก็สามารถชี้แจงข้อเท็จจริงได้ ท้ายสุดหากจะถูกอ้างด้วยเหตุผลแล้วไม่ให้สินเชื่อธนาคารที่กล่าวอ้างนั้น ต้องออกเป็นหนังสือเท่านั้น จะบอกโดยวาจาหรือแจ้ง SMS ไม่ได้ เพราะอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายที่กำหนดและมีโทษปรับเป็นเงินจำนวนที่สูง เครดิตบูโรไม่ทราบเหตุผลที่มีการยกเอาเครดิตบูโรมาอ้างบนผลงานที่ไม่เข้าเป้า แต่ทราบว่าจะมีการประชุมติดตามผลงานในวันอังคารนี้ ดังนั้นที่ถูกต้องจึงไม่ควรนำเรื่องรหัสสถานะบัญชี การพักชำระหนี้มาอ้างเป็นเงื่อนไข”

นอกจากนี้ คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิตได้ประกาศ เรื่องรหัสสถานะบัญชี เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2555 เพื่อให้การประมวลผลของบริษัทข้อมูลเครดิตและการส่งข้อมูลของสมาชิกเกี่ยวกับสถานะบัญชีของลูกค้าที่ขอสินเชื่อมีมาตรฐานและเป็นไปในแนวทางเดียวกันและเพื่อให้ข้อมูลดังกล่าวสามารถแสดงสถานะทางการเงินของลูกค้าที่ขอสินเชื่ออย่างถูกต้องและชัดเจน อันจะเป็นการคุ้มครองมิให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของข้อมูล และจะทำให้สมาชิกหรือผู้ใช้บบริการสามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการวิเคราะห์สินเชื่อและการออกบัตรเครดิตได้อย่างเหมาะสม โดยมีสาระสำคัญของรหัสสถานะบัญชีที่เกี่ยวกับโครงการชำระหนี้ดังนี้


รหัสสถานะบัญชี

ความหมาย

คำอธิบาย

ลูกค้าประเภท

บุคคลธรรมดา

ลูกค้าประเภท

นิติบุคคล

12

012

พักชำระหนี้ตามนโยบายของสมาชิก

พักชำระหนี้ตามนโยบายของสมาชิกไม่ว่าในเรื่องใดๆ เช่น ประสบภัยสึนามิ, อุทกภัย, หรือเหตุจำเป็นอื่น หรือนโยบายของสมาชิก ที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐ

13

013

พักชำระหนี้ตามนโยบายของรัฐ

พักชำระหนี้ตามนโยบายของรัฐ เช่น ประสบภัยธรรมชาติ หรือภัยพิบัติอื่น หรือพักชำระหนี้ประชาชนรายย่อย

14

014

พักชำระหนี้เกษตรกรตามนโยบายของรัฐ

พักชำระหนี้เกษตรกรตามนโยบายของรัฐ เช่น เกษตรกรที่เป็นลูกค้าสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ เกษตรกรในพื้นที่ที่มีเหตุการณ์ความไม่สงบ

 

เครดิตบูโรเห็นว่าเรื่องรหัสสถานะบัญชี ดังกล่าวจะช่วยลูกหนี้ให้เข้าถึงสินเชื่อได้มากยิ่งขึ้นเพราะเงื่อนไขในการพักชำระหนี้เดิมนั้นมีรหัสเดียวไม่มีการแบ่งออกมาเป็นแต่ละกรณี บางโครงการให้กู้เพิ่มไม่ได้ บางโครงการให้ได้ การไม่แยกแยะให้ชัดเจนจะทำให้เกิดการเข้าใจผิดของผู้ปฏิบัติงาน และเพื่อมิให้ลูกหนี้เสียโอกาสในการเข้าถึงหรือขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินที่เป็นสมาชิกของบริษัทในระหว่างที่ได้รับการพักชำระหนี้ 

ข้อมูลสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 0-2643-1250 อีเมล consumer@ncb.co.th หรือเว็บไซต์เครดิตบูโร //www.ncb.co.th 




 

Create Date : 17 กรกฎาคม 2555    
Last Update : 17 กรกฎาคม 2555 8:25:58 น.
Counter : 1462 Pageviews.  
Share to Facebook

บลจ.แอสเซท พลัส เปิดขาย 2 กองทุนตราสารหนี้ไทย อายุประมาณ 4-6 เดือน วันที่ 18 - 23 กรกฎาคม 2555

นางสาวฤดี ปติอารยกุล ผู้จัดการกองทุนอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.)แอสเซท พลัส จำกัด กล่าวว่า ได้เตรียมเปิดขายและรับซื้อคืนรอบใหม่ 2 กองทุนตราสารหนี้ไทย กองทุนเปิดแอสเซทพลัสตราสารหนี้ทวีทรัพย์ 8 (ASP-TFIXED8)กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น ที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้ไทย อายุประมาณ 4-6 เดือน คาดผลตอบแทนประมาณ 3.10% ต่อปีและกองทุนแอสเซทพลัสแอ็คทีฟตราสารหนี้ 9 (ASP-ACFIXED9) อายุประมาณ 6 เดือน ผลตอบแทนประมาณ 3.20% ต่อปี ระหว่างวันที่ 18 และ 23 กรกฎาคม 2555 คาดว่าจะสามารถสร้างโอกาสให้ผู้ลงทุนได้รับผลตอบแทนที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในภาวะที่อัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ระยะสั้นยังคงมีความผันผวน จากกระแสเงินทุนของผู้ลงทุนต่างชาติ
โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาธนาคารกลางประเทศเกาหลีประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% มาอยู่ที่ระดับ 3.00%ซึ่งอาจส่งผลทางกระทบทางจิตวิทยาการลงทุน เนื่องจากเป็นการประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงโดยที่ตลาดไม่ได้คาดการณ์ โดยระยะสั้นอาจมีความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจเอเชียที่อาจจะชะลอตัวลงตามเศรษฐกิจโลก เนื่องจาก ประเทศในเอเชียยังคงต้องพึ่งพาการส่งออกไปยังประเทศสหรัฐฯ และประเทศในกลุ่มยุโรปนอกจากนี้ จะต้องติดตามการประกาศนโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เนื่องจากระดับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยในขณะนี้อยู่ที่ 3% ซึ่งหากเศรษฐกิจของประเทศเข้าสู่ภาวะการชะลอตัวตามความกังวลของตลาด ในระยะถัดไป ธปท.อาจพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนของตลาดตราสารหนี้ไทยให้ปรับตัวลดลง
ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมากระแสเงินทุนต่างประเทศเริ่มกลับเข้ามาในแถบประเทศภูมิภาคเอเชีย ซึ่งคาดการณ์ว่า แม้แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยจะยังคงอยู่ในภาวะขาลง แต่ยังคงมีความผันผวนระหว่างทางตามเงินลงทุนที่ไหลเข้า-ออกจากนักลงทุนต่างประเทศ




 

Create Date : 17 กรกฎาคม 2555    
Last Update : 17 กรกฎาคม 2555 8:09:31 น.
Counter : 1293 Pageviews.  
Share to Facebook

บลจ.ยูโอบี แนะจัดพอร์ตลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยงไปกับกองทุน 4 แบบ

นายวนา พูลผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.)ยูโอบี (ไทย)จำกัด เปิดเผยว่า ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันนักลงทุนควรจัดสรรเงินลงทุนหรือจัดพอร์ตในหลายสินทรัพย์เพื่อกระจายความเสี่ยง  สำหรับบริษัทมี 4 กองทุนที่มีโอกาสสร้างอัตราผลตอบแทนที่ดีโดยมีปัจจัยสนับสนุนจากภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน คือ 1. ลงทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ กับ กองทุนเปิด ยูโอบี สมาร์ท โกลบอล บอนด์ ฟันด์ ที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐทั่วโลก 

2. ลงทุนทองคำ กับ กองทุนเปิด ยูโอบี สมาร์ท โกลด์ ฟันด์ - H ที่เน้นลงทุนในกองทุนรวมทองคำแท่ง ของกองทุน SPDR  ซึ่งเป็นกองทุนอีทีเอฟทองคำ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และกองทุนยังมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่า 90  % ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศอีกด้วย โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากธนาคารกลางทั่วโลกได้เพิ่มสัดส่วนการถือครองทองคำมากขึ้น ทำให้ปริมาณความต้องการทองคำเพิ่มมากขึ้นด้วย อีกทั้งการลงทุนในทองคำมีแนวโน้มที่จะสามารถสร้างอัตราผลตอบแทนได้มากกว่าอัตราเงินเฟ้อ 

3. ลงทุนหุ้นภูมิภาคเอเชีย กับ กองทุนเปิด ยูโอบี สมาร์ท เอเชีย คอนซูเมอร์ ฟันด์ เน้นลงทุนเฉพาะบริษัทในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคในภูมิภาคเอเชีย (ยกเว้นญี่ปุ่น) ซึ่งมีศักยภาพในการเติบโตสูง และมีการคาดการณ์ว่าขนาดเศรษฐกิจของเอเชียยังคงมีอัตราการเติบโตสูงที่สุดในโลก และจะมีขนาดใหญ่กว่าสหรัฐอเมริกาและยุโรปรวมกันภายในปี 2015 

4. ลงทุนหุ้นไทย กับ กองทุนเปิด ยูโอบี ดิวิเดนด์-โฟกัส อิควิตี้ ฟันด์ ที่เน้นลงทุนในหุ้นปันผลที่มีคุณภาพดี โดยมีปัจจัยสนับสนุนคือ การขยายการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของประเทศจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในระยะยาวเป็นอย่างมาก กำไรสุทธิและมูลค่ากิจการของบริษัทในตลาดหุ้นไทยถือว่ามีการเติบโตที่ดีมาก

นายวนากล่าวถึงสถานการณ์เศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศว่า  ตัวเลขเศรษฐกิจไทยเดือนพฤษภาคมได้ส่งสัญญาณเชิงบวกชัดเจน ฟื้นตัวจากวิกฤติน้ำท่วมเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน ซึ่งยังคงนำโดยภาคการผลิตอุตสาหกรรม และการลงทุนภาคเอกชน การเคลื่อนไหวระหว่างเดือนมีความผันผวน จากแรงกดดันของจีนและสหรัฐฯประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ตามมาด้วยความเสี่ยงต่อการเลือกตั้งในกรีซ ระบบสถาบันการเงินในสเปนที่อ่อนแอ 

อย่างไรก็ตามสัญญาณบวกจากภายนอกจะมาจากมาตรการผ่อนคลายทางการเงินจากธนาคารกลางยุโรป ( ECB) หรือ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องจากรัฐบาลจีน สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ตัวเลขเศรษฐกิจไทยยังมีทิศทางที่เป็นบวกต่อเนื่อง และในเดือนกรกฏาคมนี้ จะเริ่มมีการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาสที่ 1/2555 ซึ่งการคาดการณ์ว่าจะมีการเติบโตที่ดีเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว




 

Create Date : 16 กรกฎาคม 2555    
Last Update : 16 กรกฎาคม 2555 16:34:29 น.
Counter : 1483 Pageviews.  
Share to Facebook

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  69  70  71  72  73  74  75  76  77  78  79  80  81  82  

xemmy
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




Friends' blogs
[Add xemmy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.