ข่าวสารการเงิน หุ้น เศรษฐกิจ และการลงทุน ติดตามได้ที่ Facebook.com/ThaiMoneyNews

xemmy.bloggang.com

กรุณาเลือกหัวข้อที่ต้องการ => เรื่อง Hot น่ารู้ ออมเงินที่ไหนดี ยานยนต์อัพเดท กลเม็ดเคล็ดลับ DIY-ทำเองก็ได้ง่ายจัง
Group Blog
 
All Blogs
 

บลจ.กรุงไทย เปิดจำหน่ายกองทุนเปิดกรุงไทยธนทรัพย์ บี 47 อายุ 6 เดือน วันที่ 18-25 กรกฎาคม 2555

นายสมชัย  บุญนำศิริ  กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.)กรุงไทย  จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า  บริษัทได้เปิดจำหน่ายกองทุนเปิดกรุงไทยธนทรัพย์ บี 47 ( KTSUPB47 )  เสนอขาย ในวันที่ 18-25   กรกฎาคม อายุ 6  เดือน  มูลค่าโครงการ 5,000  ล้านบาท เป็นกองทุนที่มีนโยบายลงทุนตราสารหนี้ทั้งในและต่างประเทศ โดยกองทุนนี้จะลงทุนในเงินฝากประจำธนาคารสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด (ฮ่องกง) และเงินฝากประจำยูเนี่ยน เนชั่นแนล แบงก์ (ยูเอ็นบี)   ในสัดส่วน 40% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม  

ส่วนที่เหลือจะลงทุนในตราสารภาครัฐไทย   ,เงินฝากธนาคารแลนด์  แอนด์  เฮ้าส์ จำกัด(มหาชน)(บมจ.) ตั๋วแลกเงิน บริษัท อยุธยา แคปิตอล  ออโต้  ลีสซิ่ง  และตั๋วแลกเงินของบมจ.ควอลิตี้เฮ้าส์   โดยผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนประมาณ 3.10% ต่อปี  โดยเงินลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ จะมีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน 

นอกจากนี้บริษัทยังอยู่ในระหว่างการเปิดจำหน่าย กองทุนเปิดกรุงไทยสมาร์ท  อินเวส 6 เดือน 4 ( KTSIV6M4 ) ประเภทต่ออายุ หรือโรลล์โอเวอร์  เสนอขายถึงวันที่ 20   กรกฎาคมนี้    เป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในเงินฝาก /บัตรเงินฝาก   และตั๋วแลกเงินของภาคเอกชนที่มีอันดับเครดิตตั้งแต่ BBB+ ขึ้นไป      โดยผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนประมาณ 2.95% ต่อปี                  

นายสมชัย กล่าวถึงภาวะการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ว่า  ยังมีแนวโน้มการปรับลดลง โดยเป็นผลจากการปรับพอร์ตของนักลงทุน รวมถึงได้รับอิทธิพลจากปัจจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดการเงินรอผลคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งในที่สุดคำตัดสินใจที่เผยแพร่ออกมาไม่ทำให้เกิดความวุ่นวายทางการเมือง และไม่เกิดผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ  

สำหรับปัจจัยภายนอก ตลาดการเงินยังให้ความสำคัญกับแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้ในยุโรป รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจในสหรัฐฯ ยุโรป และจีน ซึ่งแสดงสัญญาณถดถอยมาต่อเนื่อง และเริ่มส่งผลกระทบในวงกว้างต่อเศรษฐกิจในตลาดเกิดใหม่ ทำให้เห็นกระแสการทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ตั้งแต่คณะกรรมการธนาคารกลางยุโรป  จีน  เกาหลีใต้ และบราซิล ภาวะดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงทิศทางอัตราดอกเบี้ยทั้งในไทยและต่างประเทศจะยังคงอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องไปอย่างน้อยจนถึงปลายปีนี้ 




 

Create Date : 21 กรกฎาคม 2555    
Last Update : 21 กรกฎาคม 2555 23:17:46 น.
Counter : 995 Pageviews.  
Share to Facebook

บลจ.ทิสโก้ เปิดขายกองทุนเปิด ทิสโก้ ตราสารหนี้คืนกำไร 3M12 วันที่ 18 – 23 ก.ค. 55

นายสาห์รัช ชัฎสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและที่ปรึกษาการลงทุน ธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลและกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า เพื่อตอบโจทย์การลงทุนในจังหวะเวลาที่เหมาะสม TISCO Wealth จึงเปิดเสนอขายกองทุนใหม่ สำหรับนักลงทุนที่ไม่ชอบความเสี่ยงสูง ได้แก่ "กองทุนเปิด ทิสโก้ ตราสารหนี้คืนกำไร 3M12" (TISCO Fixed Income Fund 3M12) ซึ่งเป็นกองทุนรวมตราสารหนี้ ที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้หรือเงินฝาก ทั้งในและ/หรือต่างประเทศ โดยลงทุนในต่างประเทศได้ไม่เกิน 79% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุน และจะมีการป้องความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน โดยกองทุนดังกล่าวจะจ่ายผลตอบแทนอัตโนมัติทุกๆ 3 เดือน เพื่อตอบสนองความต้องการด้านการลงทุนสำหรับผู้ลงทุนที่ไม่ต้องการลงทุนความเสี่ยงสูง เหมาะกับผู้ที่ต้องการลงทุนในระยะสั้น ๆ แต่ได้รับผลตอบแทนดีกว่าเงินฝาก

ทั้งนี้ TISCO Wealth ระบุว่า แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงที่เหลือของปีนี้มีโอกาสที่จะทรงตัวหรืออาจจะปรับตัวสูงขึ้นมาแตะระดับ 3.5% ในช่วงปลายปี จากความเสี่ยงด้านอัตราเงินเฟ้อ ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสม จึงควรเน้นการลงทุนระยะสั้นที่อายุไม่เกิน 1 ปี เพื่อไม่ให้เสียโอกาสจากอัตราดอกเบี้ยที่จะปรับขึ้นในอนาคต ซึ่งการลงทุนใน “กองทุนเปิด ทิสโก้ ตราสารหนี้คืนกำไร 3M12” ซึ่งมีอายุเพียง 3 เดือน นับเป็นทางเลือกที่เหมาะสมในขณะนี้

โดย "กองทุนเปิด ทิสโก้ ตราสารหนี้คืนกำไร 3M12" เปิดเสนอขายครั้งแรกตั้งแต่ 18 – 23 ก.ค. 55 มีมูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท สามารถจองซื้อขั้นต่ำ 20,000 บาท หรือสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บลจ. ทิสโก้ หรือ ธนาคารทิสโก้ทุกสาขา หรือที่ TISCO Contact Center โทร. 02-633-6000 กด 4




 

Create Date : 20 กรกฎาคม 2555    
Last Update : 20 กรกฎาคม 2555 9:27:43 น.
Counter : 1239 Pageviews.  
Share to Facebook

บลจ.ธนชาต เปิดขายขายกองทุนตราสารหนี้ 2 กองทุน 3 เดือนและ 9 เดือน วันที่ 19 – 23 กรกฎาคม 2555

นางสาวทิพวัลย์ เอี่ยมโอภาส  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ธนชาต จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ จะทำการเสนอขายกองทุนตราสารหนี้ 2 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดธนชาต Fixed Income M2 (TFixedIncomeM2) ระยะเวลาลงทุนประมาณ 3 เดือน  ผลตอบแทนประมาณ 2.90 % ต่อปี  มีเป้าหมายลงทุนในเงินฝากสกุลเงิน Arab Emirates Dirham ธนาคาร Union National Bank  / ธนาคาร Frist Gulf Bank ประมาณ 22%, ลงทุนในเงินฝาก/ตั๋วแลกเงิน ธนาคารเกียรตินาคิน ประมาณ 22% ลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น ที่ออกโดย บมจ.อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส / บมจ.อยุธยา ดีเวลลอปเม้น ลีสซิ่ง ประมาณ 22% ลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น ที่ออกโดย บมจ.ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น / บมจ.ราชธานีลิสซิ่ง / บมจ.แสนสิริประมาณ 22%  ลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น ที่ออกโดย บมจ.เอสโซ่ (ประเทศไทย) / บมจ.โตโยต้า ลิสซิ่ง ประมาณ 11.90% และลงทุนในเงินฝากธนาคารพาณิชย์ในประเทศ ประมาณ 0.10% อายุประมาณ 3 เดือน ผลตอบแทนรวมของตราสารประมาณ 3.1690 % ต่อปี   โดยมีประมาณการค่าใช้จ่ายกองทุนประมาณ 0.2690 % ต่อปี

สำหรับอีกหนึ่งกองทุน คือ กองทุนเปิดธนชาต Fixed Income 9M1 (TFixedIncome9M1) ระยะเวลาลงทุนประมาณ 9 เดือน  ผลตอบแทนประมาณ 3.35% ต่อปี มีเป้าหมายลงทุนในเงินฝากสกุลเงิน Arab Emirates Dirham ธนาคาร Union National Bank / Abu Dhabi Commercial Bank / ธนาคาร Frist Gulf Bank ประมาณ 22% ลงทุนในเงินฝากสกุลเงิน CNH ธนาคาร Standard Chartered Bank (Hong Kong) ประมาณ 22.00%  ลงทุนในตราสารหนี้ ที่ออกโดย Itau Unibanco S.A. / Banco Bradesco  ประมาณ 22% ลงทุนในตราสารหนี้ที่ออกโดย Emirates NBD ประมาณ 12.90% ลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น ที่ออกโดย บมจ.ภัทรลิสซิ่ง ประมาณ 21.00% และลงทุนใน

เงินฝากธนาคารพาณิชย์ในประเทศ ประมาณ 0.10%  อายุประมาณ 9 เดือนผลตอบแทนรวมของตราสารประมาณ 3.4965 % ต่อปี   โดยมีประมาณการค่าใช้จ่ายกองทุนประมาณ 0.1465 % ต่อปี   

ทั้งสองกองทุนเสนอขายครั้งเดียวระหว่างวันที่ 19 – 23 กรกฎาคม 2555 โดยกองทุนจะมีการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวนสำหรับมูลค่าตราสารหนี้ต่างประเทศที่กองทุนลงทุน




 

Create Date : 20 กรกฎาคม 2555    
Last Update : 20 กรกฎาคม 2555 9:24:35 น.
Counter : 1318 Pageviews.  
Share to Facebook

บลจ.ไทยพาณิชย์ เปิดขายกองทุนรวมต่างประเทศ 2 กองทุน วันที่ 23-27 กรกฎาคม 2555

นายณรงค์ศักดิ์  ปลอดมีชัย รองกรรมการผู้อำนวยการกลุ่มกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ เตรียมเสนอขายรูปแบบกองทุนต่างประเทศ จำนวน 2กองทุนได้แก่ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ โกลบอล บอนด์ SCB GLOBAL BOND FUND(SCBGLOB) และ

กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ โกลบอล สตราทีจิกอินเวสเมนท์ SCB GLOBAL STRATEGIC INVESTMENT (SCBGSIF) มูลค่าโครงการรวม4,000 ล้านบาท  เริ่มเสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 23-27 กรกฎาคม 2555ด้วยเงินลงทุนครั้งแรกขั้นต่ำเพียง 5,000 บาท

ทั้งนี้กองทุน SCBGLOBมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว(FeederFund) คือ กองทุน Wellington Global Bond Portfolio  จัดตั้งขึ้นในปี2542 ปัจจุบันมีขนาดกองทุนอยู่ที่ 35,000 ล้านบาท บริหารจัดการโดยWellington Managementซึ่งเป็นที่ปรึกษาการลงทุนที่ได้รับความไว้วางใจจากนักลงทุนสถาบันขนาดใหญ่กว่า2,000 ราย ในกว่า 50 ประเทศโดยมีนโยบายลงทุนเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน  เพื่อหาผลตอบแทนในระยะยาว

โดยจะลงทุนส่วนใหญ่ในตราสารหนี้ทั้งภาครัฐและเอกชนของทุกประเทศทั่วโลกและในบางกรณีอาจมีการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งจุดเด่นของกองทุนเป็นการกระจายการลงทุนในตราสารหนี้ทั้งภาครัฐและเอกชนที่มีคุณภาพจากหลากหลายประเทศทั่วโลก ซึ่ง ณ ปัจจุบัน ค่าเฉลี่ยอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ที่กองทุนหลักลงทุนอยู่นั้นอยู่ที่AA-

ส่วนกองทุน SCBGSIFมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว(Feeder Fund) คือ กองทุน PIMCO Global Investment Grade Creditจัดตั้งขึ้นในปี 2551 มีขนาดกองทุนอยู่ที่ 529,200 ล้านบาทบริหารจัดการโดย PIMCO ซึ่งเป็นผู้ลงทุนในตราสารหนี้รายใหญ่ที่สุดของโลกโดยมีนโยบายลงทุนเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน  โดยกองทุนหลักมีนโยบายลงทุนอย่างน้อย2 ใน 3 ของสินทรัพย์ทั้งหมดในตราสารหนี้ภาคเอกชนที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารและ/หรือผู้ออกตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้โดยผู้ออกตราสารแต่ละรายเป็นบริษัทที่มีสำนักงานสาขาหรือประกอบธุรกิจอยู่ใน3 ประเทศเป็นอย่างน้อย จุดเด่นของกองทุนเป็นการกระจายการลงทุนด้วยการลงทุนในตราสารหนี้ที่หลากหลายทั่วโลกโดยเน้นการลงทุนในตราสารหนี้ภาคเอกชนเป็นหลักทำให้ผู้ลงทุนมีโอกาสได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้นเนื่องจากโดยทั่วไปตราสารหนี้ภาคเอกชนนั้นจะให้อัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าพันธบัตรรัฐบาล

นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวถึงจุดเด่นของทั้งสองกองทุนว่านอกจากจะมีการกระจายการลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพที่หลากหลายทั่วโลกแล้วกองทุนดังกล่าวยังมีการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับสกุลเงินบาทไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าทรัพย์สินที่ลงทุนในต่างประเทศตลอดเวลาตลอดจนมีสภาพคล่องสูงซื้อขายได้ทุกวันทำการ

สำหรับผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปี พบว่ากองทุน Wellington Global BondPortfolio มีผลตอบแทนเฉลี่ยจากการลงทุนจริงในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐต่อปีอยู่ที่3.85%  และเมื่อปรับด้วยต้นทุนป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับสกุลเงินบาทจะอยู่ที่ 6.57% ต่อปี ส่วนกองทุน PIMCO Global Investment Grade Creditมีผลตอบแทนเฉลี่ยจากการลงทุนจริงในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐต่อปีอยู่ที่5.82% และเมื่อปรับด้วยต้นทุนป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับสกุลเงินบาทจะอยู่ที่ 8.62% ต่อปี

"กองทุนที่เสนอขายครั้งนี้เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการนำเงินไปลงทุนต่างประเทศเพื่อกระจายความเสี่ยงและสามารถยอมรับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องจากกับการลงทุนในสินทรัพย์ที่กองทุนไปลงทุนในต่างประเทศได้และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนได้" นายณรงค์ศักดิ์กล่าวสำหรับปัจจัยบวกที่มีผลต่อกองทุนในขณะนี้คือการที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯมีแนวโน้มอ่อนค่าลง เมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นจากปัจจัยอัตราดอกเบี้ยระดับต่ำ การขาดดุลบัญชีการคลัง/บัญชีเดินสะพัดขณะที่เศรษฐกิจโลกยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์GDP โลก ในปี 2555 อยู่ที่ประมาณ 2.5%  ปี 2556 ประมาณ 3.0% และ 2557ประมาณ 3.3% นอกจากนี้แนวโน้มผลประกอบการของธุรกิจขยายตัวต่อเนื่องเป็นผลดีทำให้ส่วนต่างราคา (Credit spread) ต่ำลงรวมถึงการที่ธนาคารกลางยุโรป ECBเข้าช่วยเหลือสถาบันการเงินที่มีปัญหาในยุโรปส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรลดลงตลอดจนอัตราดอกเบี้ยในประเทศพัฒนาแล้วมีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง"




 

Create Date : 19 กรกฎาคม 2555    
Last Update : 19 กรกฎาคม 2555 10:25:33 น.
Counter : 1428 Pageviews.  
Share to Facebook

บลจ.วรรณ เปิดขายกองทุนเปิด ONE-WEALTH ลงทุนในสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้า ที่มีโอกาสได้รับผลตอบแทน 5% ใน 4 เดือน วันที่ 17-30 ก.ค.55

นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม วรรณ จำกัด (บลจ.วรรณ) กล่าวว่า บลจ.วรรณ มองว่ากรอบราคาทองคำน่าจะเคลื่อนไหวอยู่ที่ 1,520–1,620 USD/Oz. ดังนั้น ทำให้เชื่อว่าการทำกำไรจากทองคำในปีนี้ จะ trade อยู่ในกรอบราคาดังกล่าว หรือคิดเป็นกรอบโอกาสทำกำไรประมาณ 5-7% ทั้งนี้ ถ้าประเมินช่วงที่ผ่านมา แม้ว่าราคาทองคำมีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้น ด้วยสภาพคล่องที่มาจากการผ่อนคลายนโยบายทางการเงินของประเทศต่างๆ แต่อย่างไรก็ตาม ความต้องการลงทุนในทองคำ (Investment Demand) ในช่วงปีนี้มีเริ่มการปรับตัวลดลงซึ่งนับเป็นปัจจัยลบ ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนในประเทศต่างๆทำให้การบริโภคทองคำในแง่ของเครื่องประดับ (Jewelry Demand) เริ่มปรับลดลงเช่นกัน ดังนั้น ปัจจัยบวกและลบที่ค่อนข้างจะสมดุลระหว่างกันจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ราคาทองคำมีการแกว่งตัวอยู่ในกรอบราคาดังกล่าว และทำให้กลยุทธ์การซื้อขาย (Trading) น่าจะเหมาะสมสำหรับการลงทุนในทองคำในช่วงนี้มากกว่ากลยุทธ์ Buy and Hold (ซื้อและถือ)

นายวิน เปิดเผยว่า บลจ.วรรณ ยังคงเน้นสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์นักลงทุนที่ชื่นชอบการลงทุนในทองคำ โดยล่าสุดเปิดตัวกองทุนเปิด วรรณ เวลธ์ แอ็คทีฟ ฟันด์ (ONE-WEALTH) ที่ลงทุนในสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้า COMEX เป็นรายแรกของประเทศไทย โดยกองทุนเปิด ONE-WEALTH อยู่ในช่วงเวลาเปิดเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก ระหว่างวันที่ 17-30 ก.ค.55 นี้ ที่หน่วยลงทุนละ 10 บาท ลงทุนได้ด้วยเงินขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท กองทุนเปิด ONE-WEALTH เป็นกองทุนที่มีกลยุทธ์การบริหารกองทุนเชิงรุก (Active management strategy) โดยกองทุนจะลงทุนในสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้า (Gold Futures) ในตลาด COMEX (Commodity Exchange) ซึ่งเป็นตลาดซื้อขายทองคำล่วงหน้าในนิวยอร์ค และจะมีการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย และ/หรือเงินฝากในประเทศ เพื่อเป็นสินทรัพย์สภาพคล่องของกองทุน ซึ่งจุดเด่นจากการลงทุนทองคำในตลาด COMEX คือ ค่าใช้จ่ายในการซื้อขาย (Trading Cost) ที่ต่ำ และ มีสภาพคล่องสูง เนื่องจากตลาด COMEX ถือเป็นหนึ่งในตลาดซื้อขายล่วงหน้าที่มีการซื้อขายทองคำมากที่สุดในโลก

นอกจากนี้ กองทุนยังทำการป้องกันความเสี่ยง USD/THB แบบ Dynamic Hedging ผ่านธุรกรรม Forward กับธนาคารคู่ค้าในประเทศไทยอีกด้วย ซึ่งทำให้ผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างค่าเงินบาทและดอลลาร์สหรัฐอยู่ในระดับต่ำ โดยกองทุนนี้ นักลงทุนมีโอกาสได้รับผลตอบแทน 5% ใน 4 เดือน

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน




 

Create Date : 19 กรกฎาคม 2555    
Last Update : 19 กรกฎาคม 2555 9:28:23 น.
Counter : 1650 Pageviews.  
Share to Facebook

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  69  70  71  72  73  74  75  76  77  78  79  80  81  82  

xemmy
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




Friends' blogs
[Add xemmy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.