ข่าวสารการเงิน หุ้น เศรษฐกิจ และการลงทุน ติดตามได้ที่ Facebook.com/ThaiMoneyNews

xemmy.bloggang.com

กรุณาเลือกหัวข้อที่ต้องการ => เรื่อง Hot น่ารู้ ออมเงินที่ไหนดี ยานยนต์อัพเดท กลเม็ดเคล็ดลับ DIY-ทำเองก็ได้ง่ายจัง
Group Blog
 
All Blogs
 

บลจ.ธนชาต เสนอขาย 3 กองทุนพันธบัตรและตราสารหนี้ 3 เดือน-1 ปี วันที่ 27 สิงหาคม - 3 กันยายน 2555

นางสาวทิพวัลย์ เอี่ยมโอภาส  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บลจ.ธนชาต กล่าวว่า บริษัทเสนอขาย 3 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดธนชาตตราสารหนี้ต่างประเทศ 1Y1 (T-FixFIF1Y1) ระยะเวลาลงทุนประมาณ 1 ปี ผลตอบแทนประมาณ 3.40% และกองทุนเปิดธนชาต Fixed Income 6M2 (TFixedIncome6M2) ระยะเวลาลงทุนประมาณ 6 เดือน ผลตอบแทนประมาณ 3.15% ต่อปี โดยทั้ง 2 กองทุนเสนอขายครั้งเดียว วันที่ 28 สิงหาคม - 3 กันยายน 2555 ส่วนกองทุนเปิดธนชาตพันธบัตรรัฐคุ้มครองเงินต้น 3M/2 (TGOV3M2) รอบการลงทุนประมาณ 3 เดือน ผลตอบแทนประมาณ 2.75% ต่อปี รับคำสั่งซื้อ — ขาย วันที่ 27 สิงหาคม - 3 กันยายน  2555

กองทุนเปิดธนชาตตราสารหนี้ต่างประเทศ 1Y1 (T-FixFIF1Y1) ระยะเวลาลงทุนประมาณ 1 ปี  มีเป้าหมายลงทุนในเงินฝากสกุลเงิน Arab Emirates Dirham ของ Union National Bank  / Abu Dhabi Commercial Bank ประมาณ 22% ลงทุนในเงินฝากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ของ Bank of China/ เงินฝากสกุลเงินหยวน ของ Standard Chartered Bank Hong Kong ประมาณ 22% ลงทุนในตราสารหนี้ ที่ออกโดย Itau Unibanco S.A. ประมาณ 23%, Banco Bradesco ประมาณ 23%, Banco do Brazil ประมาณ 9.90%

และลงทุนในเงินฝากธนาคารพาณิชย์ในประเทศ ประมาณ 0.10%  อายุประมาณ 1 ปี ผลตอบแทนรวมของตราสารประมาณ 3.6141% ต่อปี ทั้งนี้ กองทุนจะป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวนสำหรับมูลค่าตราสารหนี้ต่างประเทศที่กองทุนลงทุน โดยมีประมาณการค่าใช้จ่ายกองทุนประมาณ 0.2141% ต่อปี

อีกหนึ่งกองทุน คือ กองทุนเปิดธนชาต Fixed Income 6M2 (TFixedIncome6M2) ระยะเวลาลงทุนประมาณ 6 เดือน มีเป้าหมายลงทุนในเงินฝากสกุลเงิน Arab Emirates Dirham ของ Union National Bank / Abu Dhabi Commercial Bank ประมาณ 22% ลงทุนในเงินฝากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ของ Bank of China / เงินฝากสกุลเงินหยวน ของ Standard Chartered Bank Hong Kong ประมาณ 22% ลงทุนในตราสารหนี้ ที่ออกโดย Itau Unibanco S.A. / Banco Bradesco ประมาณ 23% ลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น ที่ออกโดย บมจ.เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง ประมาณ 9.90%,  บมจ.อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส / บมจ.อยุธยา  ดีเวลลอปเม้น ลีสซิ่ง ประมาณ 23%

และลงทุนในเงินฝากธนาคารพาณิชย์ในประเทศ ประมาณ 0.10%  อายุประมาณ 6 เดือน ผลตอบแทนรวมของตราสารประมาณ 3.3742% ต่อปี   โดยมีประมาณการค่าใช้จ่ายกองทุนประมาณ 0.2242% ต่อปี

ทั้งสองกองทุนเสนอขายครั้งเดียววันที่ 28 สิงหาคม - 3 กันยายน 2555 ซึ่งทั้ง 2 กองทุนจะมีการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวนสำหรับมูลค่าตราสารหนี้ต่างประเทศที่กองทุนลงทุน

สำหรับกองทุนสุดท้าย คือ กองทุนเปิดธนชาตพันธบัตรรัฐคุ้มครองเงินต้น 3M/2 (TGOV3M2) รอบการลงทุนประมาณ 3 เดือน และสามารถลงทุนได้ต่อเนื่องประมาณ 3 เดือนต่อรอบ ผลตอบแทนประมาณ 2.75% ต่อปี มีเป้าหมายลงทุนในพันธบัตรภาครัฐ ประมาณ 99.90% และลงทุนในเงินฝากธนาคารพาณิชย์ประมาณ 0.10% อายุประมาณ 3 เดือน ผลตอบแทนรวมของ ตราสารประมาณ 2.9647% ต่อปี ประมาณการค่าใช้จ่ายกองทุนประมาณ 0.2147% ต่อปี รับคำสั่งซื้อ-ขายคืน วันที่ 27 สิงหาคม-3 กันยายน  2555




 

Create Date : 29 สิงหาคม 2555    
Last Update : 29 สิงหาคม 2555 9:24:38 น.
Counter : 1391 Pageviews.  
Share to Facebook

บลจ.ไอเอ็นจี เปิดขาย “กองทุนเปิด ไอเอ็นจี ไทย แวลู โฟกัส อิควิตี้ ปันผล” วันที่ 28 สิงหาคม ถึง 5 กันยายน 2555

นายจุมพล  สายมาลา  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไอเอ็นจี ไทย (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า  บลจ.ไอเอ็นจี เตรียมเสนอขายกองทุนใหม่ “กองทุนเปิด ไอเอ็นจี ไทย แวลู โฟกัส อิควิตี้ ปันผล” ในระหว่างวันที่ 28 สิงหาคม ถึง 5 กันยายน 2555  โดยกองทุนดังกล่าวมีนโยบายลงทุนกองทุนในตราสารทุนของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีปัจจัยพื้นฐานและผลการดำเนินงานที่ดี  มีกิจการมั่นคง มีความสามารถในการทำกำไรอยู่ในระดับที่ดีอย่างสม่ำเสมอ และมีรายได้ไม่ผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงต้องมีอัตราการจ่ายเงินปันผลที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดในกลุ่มเดียวกัน โดยกองทุนจะลงทุนในตราสารดังกล่าวไม่น้อยกว่า 80% ในแต่ละรอบบัญชี ส่วนที่เหลืออีก 20% จะลงทุนในตราสารอื่น

ทั้งนี้ จุดเด่นของ “กองทุนเปิด ไอเอ็นจี ไทย แวลู โฟกัส อิควิตี้ ปันผล” อยู่ที่การเน้นลงทุนในหุ้น Value ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี และ/หรือมีอัตราการจ่ายเงินปันผลสูง โดยลักษณะสำคัญของหุ้น Value ประกอบด้วย อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ในระดับที่สูง อัตราส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (P/E Ratio) อยู่ในระดับต่ำ และอัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น (P/BV Ratio) อยู่ในระดับที่ต่ำ ดังนั้น การลงทุนในหุ้น Value จึงเป็นการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนในระยะยาว และมีความผันผวนต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับการลงทุนในหุ้นประเภทอื่น ซึ่งเหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์การลงทุนในขณะนี้

นายมนรัฐ ผดุงสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน ฝ่ายจัดการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) จำกัด  เผยว่า “เรายังมองว่า เศรษฐกิจโลกยังคงเติบโตอย่างเปราะบาง ซึ่งเป็นไปตามการคาดการณ์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่ปรับลดการคาดการณ์อัตราการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2556 ลงจากระดับ 4.1% เหลือ 3.9% โดยปัจจัยที่กดดันให้เศรษฐกิจโลกขยายตัวช้าลง มาจากปัญหาหนี้สาธารณะของยุโรปยังไม่คลี่คลาย รวมถึงความกังวลในการขอความช่วยเหลือทางการเงินของกลุ่มประเทศ PIIGS รวมถึงปัจจัยจากการชะลอตัวของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่หลายประเทศ ในกรณีสหรัฐฯ ที่มีความเสี่ยงหลักจากการปรับลดการใช้จ่ายภาครัฐ ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่รัฐบาลที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามาใหม่ จะทำการปรับขยายระดับหนี้ในระยะปานกลาง เพื่อลดผลกระทบเชิงลบกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และที่สำคัญการเติบโตของเศรษฐกิจจีนที่ไม่ได้อยู่ในระดับที่สูงเหมือนเช่นที่ผ่านมา อาจทำให้มีความเสี่ยงที่ครึ่งปีหลัง 2012 เศรษฐกิจจะเติบโตลดลง”

ขณะที่กลุ่มประเทศเกิดใหม่ (Emerging Market) และเอเชียยังคงได้รับความสนใจในการลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติ เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจและโครงสร้างทางการเงินการคลังที่แข็งแกร่ง เมื่อเทียบกับสหรัฐฯและยูโรโซน โดยคาดว่า ประเทศในเอเชียไม่นับรวมญี่ปุ่น จะสามารถขยายตัวได้ประมาณ 6.7% ในปีนี้และ 7.2% ในปีหน้า เนื่องจากยังมีช่องว่างในการดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านทั้งระบบการคลังและการเงิน รวมถึงประเทศเหล่านี้มียอดการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดค่อนข้างสูง และยังมีเงินทุนสำรองอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะเป็นปัจจัยสนับสนุนที่จะดึงดูดเงินทุนต่างชาติให้ไหลเข้ามาในภูมิภาคนี้ 

ในส่วนของตลาดหุ้นไทยนั้น แม้ว่าจะเผชิญความผันผวนอยู่เป็นระยะจากปัจจัยภายนอกประเทศ แต่ยังมีปัจจัยสนับสนุนเชิงบวกจากการคาดการณ์การผ่อนคลายนโยบายการเงินด้วยการเพิ่มปริมาณเงิน (QE3) ของสหรัฐฯ ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้หรืออย่างช้าภายในต้นปีหน้า รวมถึงความสามารถในการทำกำไรของหลายๆ บริษัทและอุตสาหกรรมยังคงดีอยู่ โดยผลตอบแทนของตลาดหุ้นไทยนับตั้งแต่ต้นปี จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2555 อยู่ที่ 17.2% รองแค่ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ที่อยู่ 27.3% ขณะที่นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปียอดซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติถึง 30 กรกฎาคม 2555 อยู่ที่ 62,317.63 ล้านบาท

จากปัจจัยสนับสนุนและโอกาสในการเติบโตของตลาดหุ้นไทย ทำให้ บลจ.ไอเอ็นจี เชื่อมั่นว่า  “กองทุนเปิด ไอเอ็นจี ไทย แวลู โฟกัส อิควิตี้ ปันผล” จะเป็นทางเลือกที่สนใจสำหรับนักลงทุน เพราะนอกจากคาดการณ์ว่า ผลตอบแทนในระยะกลางถึงยาวของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยจะมีอัตราการเติบโตของกำไร (EPS) ประมาณ 23% ในปี 2012 และมีแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งต่อเนื่องในปี 2013 และ 2014 (ที่มา: Bloomberg Consensus, 30 มิถุนายน 2012) นอกจากนั้นแนวคิดในการลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้ซึ่งจะได้รับอานิสงส์จากผลของมาตรการกระตุ้นการลงทุนของภาครัฐที่เน้นการใช้จ่ายภายในประเทศ (Domestic Play) ยังเหมาะสมกับสถานการณ์การลงทุนในช่วงครึ่งหลังของปีนี้อีกด้วย

ทั้งนี้ คุณจุมพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ไอเอ็นจี กล่าวเพิ่มว่า “นอกจากจุดเด่นของ กองทุนเปิด ไอเอ็นจี ไทย แวลู โฟกัส อิควิตี้ ปันผล จะอยู่ที่การคัดเลือกหุ้นที่มีแนวโน้มเติบโตสูง มีอัตราการจ่ายปันผลอยู่ในระดับสูงแล้ว กองทุนยังมีนโยบายในการจ่ายเงินปันผล 4 ครั้งต่อปี ในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 75 ของกำไรสุทธิแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีการจ่ายเงินปันผล ประกอบกับประสบการณ์ด้านการบริหารกองทุนที่ยาวนานสำหรับกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนในลักษณะเดียวกัน โดยผลตอบแทนกองทุนเปิด ไอเอ็นจี ไทย แวลูพลัส ปันผล หุ้นระยะยาว นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา สร้างผลตอบแทนได้สูงถึง 22.05% ขณะที่ดัชนี SET Index อยู่ที่ 14.89% (ณ วันที่ 27 กรกฎาคม 2012) อีกทั้งกองทุนยังได้รับการจัดอันดับ MorningStar Rating (Overall) อยู่ในระดับ 4 ดาว (ข้อมูล : //www.morningstarthailand.com  ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2012) จากผลการดำเนินงานย้อนหลัง 3 ปี ทำให้มั่นใจว่า จะสามารถสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจให้กับนักลงทุนได้

กองทุนเปิด ไอเอ็นจี ไทย แวลู โฟกัส อิควิตี้ ปันผล จะเสนอขายระหว่างวันที่ 28 สิงหาคมถึง 5 กันยายนนี้ โดยกำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำไว้ที่ 2,000 บาท ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายธุรกิจกองทุนและที่ปรึกษาการลงทุน บลจ.ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) โทรศัพท์ 02-688-7777 กด 2 หรือ //www.ingfunds.co.th




 

Create Date : 29 สิงหาคม 2555    
Last Update : 29 สิงหาคม 2555 9:07:57 น.
Counter : 3307 Pageviews.  
Share to Facebook

บลจ.กรุงศรี เปิดขายกองทุนเปิดกรุงศรีตราสารหนี้ 6M34(KFFIX6M34) อายุโครงการประมาณ 6 เดือน วันนี้-3 ก.ย. 55

นายฉัตรพี ตันติเฉลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด (บลจ.กรุงศรี) เปิดเผยว่า บริษัทเปิดเสนอขายกองทุนเปิดกรุงศรีตราสารหนี้ 6M34(KFFIX6M34) อายุโครงการประมาณ 6 เดือน เป็นกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น ตราสารหนี้ภาครัฐไทย สัดส่วนการลงทุน 31% ตราสารหนี้ระยะสั้นออกโดย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) สัดส่วนการลงทุน 9% ตั๋วแลกเงินออกโดย บ. อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส จก. (มหาชน) สัดส่วนการลงทุน 20% เงินฝากธนาคาร Bank of China (สาขามาเก๊า) สัดส่วนการลงทุน 20% และเงินฝากธนาคาร Abu Dhabi Commercial Bank (สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์) สัดส่วนการลงทุน 20 % โดยนักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนจากการขายคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติประมาณ 3.15% ต่อปี และหลังครบกำหนดอายุโครงการบริษัทจะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติและสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนเปิดกรุงศรีตราสารเงิน (KFCASH) ซึ่งเป็นกองทุนรวมตลาดเงิน เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ถือหน่วยลงทุนได้รับผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุนต่อไป

"บลจ.กรุงศรี เชื่อมั่นว่ากองทุน KFFIX6M34 จะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจเหมาะกับนักลงทุนที่แสวงหาการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ และต้องการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก รวมทั้งต้องการล็อคผลตอบแทนจากการลงทุน" นายฉัตรพี กล่าว




 

Create Date : 28 สิงหาคม 2555    
Last Update : 28 สิงหาคม 2555 8:51:24 น.
Counter : 1380 Pageviews.  
Share to Facebook

ธนาคารกรุงเทพ ออกเงินฝากประจำดอกเบี้ยพิเศษ 2 ทางเลือก 4 เดือน ดอกเบี้ย 3.00% และ 11 เดือน ดอกเบี้ย 3.30% วันนี้-25 ก.ย. 55

ธนาคารกรุงเทพ แนะนำเงินฝากประจำระยะเวลา 4 เดือน อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 3.00% ต่อปี และระยะเวลา 11 เดือน อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 3.30% ต่อปี เริ่มวันอังคารที่ 28 สิงหาคม 2555 ด้วยยอดเงินเปิดบัญชีขั้นต่ำเพียง 200,000 บาท นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับลูกค้าเงินฝากที่ต้องการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าในระยะเวลาอันสั้น เพื่อการวางแผนด้านการเงิน

ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารได้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เงินฝากประจำพิเศษระยะเวลา 4 เดือน อัตราดอกเบี้ยสูงถึง 3.00% ต่อปี และระยะเวลา 11 เดือน อัตราดอกเบี้ยสูงถึง 3.30% ต่อปี โดยลูกค้าสามารถเปิดบัญชีขั้นต่ำด้วยยอดเงินเพียง 200,000 บาท ซึ่งธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยเมื่อครบระยะเวลาการฝาก พร้อมเริ่มให้บริการตั้งแต่วันอังคารที่ 28 สิงหาคม 2555 และจะสิ้นสุดในวันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2555

การออกผลิตภัณฑ์บัญชีเงินฝากประจำ 4 เดือน และ 11 เดือน ในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับลูกค้า และเป็นไปตามคำเรียกร้องของกลุ่มลูกค้าที่เน้นการลงทุนในด้านการออมอย่างต่อเนื่อง โดยธนาคารเชื่อมั่นว่าด้วยข้อเสนอของระยะเวลาการฝากที่มีให้เลือกทั้ง 4 เดือน และ 11 เดือน พร้อมอัตราดอกเบี้ยสูงจูงใจ และจำนวนเงินฝากขั้นต่ำเพียง 200,000 บาท จะสร้างความพึงพอใจและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ลูกค้าที่สนใจสามารถเปิดบัญชีเงินฝากประเภทดังกล่าวได้ที่ธนาคารกรุงเทพทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บัวหลวงโฟน โทร.1333




 

Create Date : 28 สิงหาคม 2555    
Last Update : 28 สิงหาคม 2555 7:34:54 น.
Counter : 1914 Pageviews.  
Share to Facebook

บลจ.กรุงไทย เปิดขายกองทุนเปิดกรุงไทยประจำ 3 เดือน คุ้มครองเงินต้น 3 (KTFIX3M3) วันที่ 27-31 สิงหาคม 2555

นายสมชัย บุญนำศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทเปิดจำหน่ายกองทุนเปิดกรุงไทยประจำ 3 เดือน คุ้มครองเงินต้น 3 (KTFIX3M3) เสนอขาย 27-31 สิงหาคม 2555 อายุ 3 เดือน เน้นลงทุนในพันธบัตรภาครัฐ 64% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ส่วนที่เหลือลงทุนในเงินฝากประจำธนาคารไอซีบีซี และธนาคารทิสโก้ ผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนประมาณ 2.70% ต่อปี ไม่เสียภาษี หัก ณ จ่าย ทั้งนี้ เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ในระดับต่ำ และได้ผลตอบแทนที่สูงกว่า ดอกเบี้ยเงินฝากประจำ3 เดือน ของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งอยู่ที่ 1.80-2.25% ต่อปี (ก่อนหักภาษี ณ ที่จ่าย ) 

ทั้งนี้ หากนักลงทุนที่ยังไม่ได้เริ่มทยอยลงทุนในกองทุนประเภท RMF-LTF บริษัทได้จัดโปรโมชั่นพิเศษ ถึง30 กันยายน 2555 โดยซื้อกองทุนผ่านบัตรเครดิตเคทีซี ในประเภทกองหุ้น และกองผสม ทั้ง RMF- LTF รวมกันตั้งแต่ 50,000 บาท ขึ้นไป รับคะแนนสะสม X 2 (ทุก 100 บาท = 2 คะแนน ) ส่วนบัตรเครดิตซิตี้แบงก์ เปิดโอกาสให้ผ่อนสบายๆ 0% 3 เดือน เมื่อซื้อกองทุนประเภทกองหุ้น และกองผสม ตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไปต่อกองทุนพร้อมรับคะแนนสะสม นอกจากนี้ บริษัทยังมีโปรโมชั่นหลักให้กับผู้ถือหน่วยเพิ่มอีก โดยลงทุนตั้งแต่ 20,000 บาทขึ้นไป รับเงินคืนเป็นหน่วยลงทุนกองทุนเปิดกรุงไทยสะสมทรัพย์ (KTSS ) ตามลำดับขั้นที่บริษัทกำหนด และลงทุนทุกๆ1 ล้านบาท รับเงินคืน 12,000 บาท ผู้ลงทุนที่สนใจซื้อกองทุนผ่านบัตรเครดิตเคทีซี สามารถซื้อผ่านหน้าเคาน์เตอร์สาขาธนาคารกรุงไทยได้ทั่วประเทศ ส่วนบัตรเครดิตซิตี้แบงก์ ซื้อผ่านบลจ. กรุงไทย และบริษัทหลักทรัพย์ ที่บริษัทจัดตั้งเป็นผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุน




 

Create Date : 27 สิงหาคม 2555    
Last Update : 27 สิงหาคม 2555 12:48:45 น.
Counter : 1523 Pageviews.  
Share to Facebook

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  69  70  71  72  73  74  75  76  77  78  79  80  81  82  

xemmy
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




Friends' blogs
[Add xemmy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.