ข่าวสารการเงิน หุ้น เศรษฐกิจ และการลงทุน ติดตามได้ที่ Facebook.com/ThaiMoneyNews

xemmy.bloggang.com

กรุณาเลือกหัวข้อที่ต้องการ => เรื่อง Hot น่ารู้ ออมเงินที่ไหนดี ยานยนต์อัพเดท กลเม็ดเคล็ดลับ DIY-ทำเองก็ได้ง่ายจัง
Group Blog
 
All Blogs
 

วีจีไอ โกลบอล มีเดีย(VGI) ผู้นำธุรกิจบริการเครือข่ายสื่อโฆษณา Life Style Media เตรียมเสนอขายหุ้น 88 ล้านหุ้น พร้อมเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

นายมารุต อรรถไกวัลวที ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท วี จี ไอ โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ VGI ผู้นำในธุรกิจให้บริการเครือข่ายสื่อโฆษณาที่สอดคล้องกับรูปแบบการดำเนินชีวิตในยุคสมัยใหม่ (Lifestyle Media) กล่าวถึงธุรกิจของบริษัทฯ ว่า บริษัทฯ ได้รับสิทธิบริหารสื่อโฆษณาในระบบรถไฟฟ้า บีทีเอส ประเภทสื่อภาพนิ่งและสื่อดิจิตอลบนรถไฟฟ้าบีทีเอส และบนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ตลอดจนพื้นที่เชิงพาณิชย์บนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส จำนวน 23 สถานี โดยได้รับสิทธิแต่เพียงผู้เดียวตลอดอายุสัญญาสัมปทานของบีทีเอส ซึ่งจะสิ้นสุดในปี 2572

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รับสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการบริหารสื่อโฆษณาในโมเดิร์นเทรดชั้นนำ ประกอบด้วย เทสโก้-โลตัส บิ๊กซี และวัตสัน ในรูปแบบสื่อดิจิตอล ภาพนิ่ง และสื่อวิทยุ ณ จุดขาย ทั้งในส่วนของพื้นที่ชั้นวางสินค้า (Sales Floor) และพื้นที่ด้านนอก (Non-Sales Floor) ซึ่งได้แก่ บริเวณศูนย์การค้า (Plaza) และบริเวณลานจอดรถ ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังเข้าไปบริหารสื่อโฆษณา ภายในอาคารสำนักงานชั้นนำจำนวน 51 แห่งทั่วกรุงเทพฯ โดยมีสื่อโฆษณาหลักได้แก่ จอดิจิตอล จำนวน 452 จอ ติดตั้งในลิฟท์โดยสารภายในอาคารสำนักงาน

“หากมองถึงสื่อโฆษณาในระบบขนส่งมวลชนและสื่อโฆษณาในโมเดิร์นเทรด ที่บริษัทฯ เป็นผู้ให้บริการรายใหญ่นั้น เชื่อว่า มูลค่าตลาดของสื่อโฆษณาดังกล่าวยังมีอัตราการเติบโตที่ดีมาก โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาสื่อโฆษณาในระบบขนส่งมวลชนมีอัตราเติบโตเฉลี่ย 20% ต่อปี ส่วนสื่อโฆษณา ในโมเดิร์นเทรดเติบโตเฉลี่ยปีละ 46% ขณะที่อุตสาหกรรมสื่อโฆษณาโดยรวมเติบโตเฉลี่ยเพียงประมาณ ปีละ 3% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า กลุ่มเจ้าของสินค้ามีการใช้จ่ายเงินเพื่อซื้อสื่อโฆษณาในช่องทางดังกล่าวเพิ่มขึ้น เพื่อสื่อสารการตลาดไปยังกลุ่มเป้าหมายตามรูปแบบการดำเนินชีวิต (Lifestyle) ที่เปลี่ยนไปมากขึ้น” นายมารุต กล่าว

ทั้งนี้ บริษัท วี จี ไอ โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) มีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 274 ล้านบาท เป็นหุ้นสามัญจำนวน 274 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท โดยบริษัทฯ ได้อนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนและจะจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนของบริษัทฯ จำนวน 26 ล้านหุ้น ให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 25,074,432 หุ้น และจัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นของบริษัท ระบบขนส่งมวลชน-กรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BTSC) อีก 925,568 หุ้น ซึ่งจะทำให้บริษัท วี จี ไอ โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วจำนวน 300 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนทั้งสิ้น 400 ล้านบาท

สำหรับหุ้นสามัญที่จะนำมาจำหน่ายให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 62 ล้านหุ้นนั้น เป็นหุ้นของผู้ถือหุ้นเดิมคือ BTSC ซึ่งเดิมถือหุ้นใน VGI ในสัดส่วน 99.99% โดยภายหลังที่ได้เสนอขายหุ้น IPO แล้ว จะทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของ BTSC ใน VGI ลดลงเหลือ 70.67% 

นายธนะชัย บัณฑิตวรภูมิ หัวหน้าสายวาณิชธนกิจ กลุ่มลูกค้าบรรษัท บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของบริษัท วี จี ไอ โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ได้ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการ กำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2555 เพื่อเสนอขายหุ้น ให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 88 ล้านหุ้น โดยคาดว่า หาก ก.ล.ต. อนุมัติแบบคำขอแล้ว จะเปิดให้จองซื้อหุ้นได้ในช่วงครึ่งหลังของเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคมนี้ และคาดว่าจะนำ บริษัท วี จี ไอ โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ VGI เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ภายในเดือนตุลาคมปีนี้




 

Create Date : 02 กันยายน 2555    
Last Update : 2 กันยายน 2555 9:41:08 น.
Counter : 1741 Pageviews.  
Share to Facebook

บลจ.ธนชาต กับความสำเร็จของการเติบโตของกองทุน T-LowBeta โดยเน้นหุ้นที่ผันผวนน้อยกว่าดัชนีของตลาดหลักทรัพย์

นายบุญชัย เกียรติธนาวิทย์ กรรมการผู้จัดการ บลจ.ธนชาต เปิดเผยว่า หลังจากจัดตั้งกองทุน T-LowBeta เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา กองทุนได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักลงทุน ส่งผลให้มีขนาดกองทุนเพิ่มขึ้นจาก 310.88 ล้านบาท เป็น 472 ล้านบาทในเวลาเพียง 5 เดือน และขณะนี้เริ่มคืนกำไรให้ผู้ลงทุนแล้ว โดยวิธีการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติเป็นครั้งแรกให้กับผู้ถือหน่วยลงทุน เป็นเงิน 0.50 บาทต่อหน่วยลงทุน ซึ่งความสำเร็จของกองทุนดังกล่าวเป็นเพราะมีกลยุทธ์การลงทุนที่ไม่เหมือนกองทุนหุ้นทั่วไป โดยจากประสบการณ์ กว่า 18 ปีในธุรกิจกองทุน ทำให้ธนชาต เล็งเห็นว่าผู้ลงทุนต้องการผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้น แต่ยังกังวลเรื่องความแกว่งของราคาหุ้น จึงได้จัดตั้งกองทุน T-LowBeta ที่เน้นลงทุนในหุ้นที่มีการเคลื่อนไหวของราคาเมื่อเทียบกับดัชนีตลาดหลักทรัพย์ (SET Index) ต่ำกว่า 1 หรือที่เรียกว่า หุ้น Low Beta คือ หุ้นที่ผันผวนน้อยกว่าดัชนีของตลาดหลักทรัพย์ เป็นหุ้นที่ในช่วงตลาดขาลง ก็จะปรับลงน้อยกว่าตลาด ในช่วงที่ตลาดขาขึ้นก็จะปรับตัวขึ้นไม่เท่าตลาด หุ้นกลุ่มที่เป็นเป้าหมายการลงทุนนอกจากจะผันผวนน้อยกว่าตลาดแล้ว ยังมีกระแสเงินสดจากเงินปันผลเป็นตัวช่วยหากภาวะตลาดไม่เอื้ออำนวยอีกด้วย

“กองทุน T-LowBeta เหมาะกับผู้ลงทุนที่มีระยะเวลาลงทุน 1-2 ปีขึ้นไป ต้องการโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีกว่าการลงทุนในตราสารหนี้หรือเงินฝากทั่วไป โดยรับความผันผวนของเงินลงทุนที่เปลี่ยนแปลงตามภาวะการลงทุนได้บ้าง ซึ่งธนชาตเน้นลงทุนในหุ้นคุณภาพ เช่น กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับสาธารณูปโภคพื้นฐานของประเทศผู้ประกอบธุรกิจภายใต้สัญญาสัมปทาน และกลุ่มผู้ผลิตหรือจำหน่ายสินค้าและบริการพื้นฐาน และตั้งแต่จัดตั้งกองทุน 5 เดือนที่ผานมา กองทุนมีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 11.08% (ข้อมูล ณ 23 สค.55) ผลการดำเนินงานย้อนหลัง 3 เดือน 12.45% (ข้อมูล ณ 23 สค.55) ถือว่าทำได้ดีเหนือกว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ที่มีผลการดำเนินงาน 2.80% และ 11.43% ตามลำดับ” นายบุญชัย กล่าว

กรรมการผู้จัดการ บลจ.ธนชาต กล่าวประเมินภาพรวมของตลาดหุ้นไทยปีนี้ว่า โอกาสแกว่งตัวแคบๆ 1180-1280 จุด โดยการเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหลักทรัพย์จะตอบสนองกับการคาดการณ์นโยบายกระตุ้นเครษฐกิจของกลุ่มสหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกาที่มีออกมาเป็นระยะๆ ซึ่งในสภาวะที่เศรษฐกิจโลกยังเปราะบางนี้ ทางบลจ. ธนชาต เล็งเห็นโอกาสกำไรจากหุ้นไทยที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีกระแสเงินสดสม่ำเสมอ ผันผวนน้อย และมีการคาดการณ์ผลการดำเนินงานดีในอนาคตสนับสนุน โดยเฉพาะโอกาสที่สหรัฐอเมริกาจะออกมาตรการ QE3 ซึ่งจะทำให้มีเงินไหลเข้ามาในภูมิภาคเอเชีย และส่งผลดีต่อเนื่องมายังตลาดหุ้นไทยต่อไป

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมขอรับหนังสือชี้ชวนได้ในวันและเวลาทำการเสนอขายที่ บลจ.ธนชาต โทร 0-2126-8399 กด 0 หรือ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา โทร 1770 หรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่ บลจ.ธนชาต แต่งตั้ง //www.thanachartfund.com




 

Create Date : 01 กันยายน 2555    
Last Update : 1 กันยายน 2555 7:14:57 น.
Counter : 1687 Pageviews.  
Share to Facebook

บลจ. กสิกรไทย เปิดขายกองทุนเปิดเค ยูเอสเอ หุ้นทุน (K-USA) วันที่ 30 สิงหาคม – 5 กันยายน 2555

นายอำพล โพธิ์โลหะกุล ประธานกรรมการบริหารบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ. กสิกรไทย) เปิดเผยว่า บริษัทจะเสนอขายกองทุนเปิดเค ยูเอสเอ หุ้นทุน (K-USA) ในวันที่ 30 สิงหาคม – 5 กันยายน 2555 เพื่อเป็นทางเลือกแก่ผู้ลงทุนที่ต้องการโอกาสรับผลตอบแทนสูงในระยะยาวจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและหุ้นในสหรัฐฯ โดยกองทุนดังกล่าวจะลงทุนในกองทุนหลักคือ Morgan Stanley – US Advantage Fund ซึ่งเน้นลงทุนในหุ้นจดทะเบียนของสหรัฐฯ ที่มีพื้นฐานดีและมีโอกาสเติบโตสูง ภายใต้การบริหารจัดการของ Morgan Stanley Asset Management ซึ่งเป็นบริษัทจัดการลงทุนชั้นนำระดับโลก

"จุดเด่นของกองทุน K-USA อยู่ที่กองทุนหลักที่มีนโยบายและกลยุทธ์การบริหารที่น่าสนใจ โดยกองทุนนี้ใช้กลยุทธ์การบริหารแบบ Active Approach มุ่งลงทุนในหุ้นบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ ที่มีโอกาสเติบโตสูงและมีผลประกอบการโดดเด่น ทั่วโลก เช่น Apple, Motorola, Google, Amazon dot Com, EBay, Starbucks ซึ่งล้วนเป็นบริษัทเป็นที่มีการได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะยาว ทำรายได้ทั้งในสหรัฐฯ และกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ทั้งยังมีกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง โดยกองทุนเน้นการลงทุนในระยะยาวมากกว่าการกังวลกับความผันผวนของตลาดในระยะสั้น ทำให้ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดีกว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนหลักในเดือนธันวาคม 2548 กองทุนมีให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 6.06% ต่อปี ชนะดัชนี S&P 500 ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานของกองทุนปรับตัวขึ้นเพียงแค่ 3.66% เท่านั้น สำหรับผลการดำเนินงานตั้งแต่ต้นปี 2555 กองทุนหลักให้ผลตอบแทนที่ 9.60% ขณะที่ผลตอบแทนจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่ที่ 9.49% นอกจากนี้ ผู้บริหารจัดการกองทุนหลักอย่าง Morgan Stanley Investment Management ยังถือเป็นบริษัทจัดการลงทุนชั้นนำ ที่สร้างผลงานบริหารการบริหารกองทุนให้เป็นที่ยอมรับมาแล้วอย่างกว้างขวางอีกด้วย"นายอำพลกล่าว

สำหรับมุมมองของ บลจ. กสิกรไทย ต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและหุ้นในสหรัฐฯ นายอำพลกล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่องแม้จะชะลอตัวลงเล็กน้อยจากต้นปี โดยยังมีความคาดหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ (QE3) ภายในปีนี้ อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของนายเบน เบอร์นันเก้ ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ ในปลายสัปดาห์นี้รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่จะประกาศออกมาในเดือนกันยายน ซึ่งหากมีการดำเนินมาตรการ QE3 เชื่อว่าจะส่งผลให้เศรษฐกิจขยายตัวอย่างต่อเนื่องและเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ ขณะที่ความกังวลในแง่ของ Fiscal Cliff เริ่มคลี่คลายลงพอสมควร เนื่องจากเป็นที่แน่นอนแล้วว่าจะมีการต่ออายุมาตรการลดหย่อนภาษีออกไปอีกอย่างน้อย 1 ปี สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ล่าสุดทั้งการจ้างงานปรับตัวดีขึ้นและภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ในขณะเดียวกันผลประกอบการในไตรมาส 2 ของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ ส่วนใหญ่มีผลการดำเนินงานดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ และคาดว่าอัตรากำไรต่อหุ้นจะสามารถเติบโตได้กว่า 7% ในปีนี้ และอาจปรับตัวขึ้นในอีกที่ระดับ 11% ในปีหน้า ซึ่งจะยังคงเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นในระยะยาว สำหรับดัชนี S&P 500 จะปรับตัวขึ้นมาแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา แต่เมื่อเทียบกับระดับราคาในอดีต พบว่าค่า P/E ปัจจุบันที่ระดับ 12.8 เท่า ยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปีที่ 14.4 เท่ามากพอสมควร จึงมีโอกาสที่ราคาหุ้นจะปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องได้อีก

สำหรับกองทุนเปิดเค ยูเอสเอ หุ้นทุน (K-USA) มีนโยบายลงทุนในหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ ผ่านกองทุนหลัก คือ Morgan Stanley – US Advantage Fund ภายใต้การบริหารจัดการของ Morgan Stanley Asset Management มีนโยบายจ่ายเงินปันผลสูงสุดไม่เกิน 4 ครั้งต่อปี พร้อมนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ ผู้ที่สนใจสามารถลงทุนกับกองทุน K-USA ได้ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำ 5,000 บาท สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและขอรับหนังสือชี้ชวยเสนอขายได้ที่ ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา บลจ. กสิกรไทย ธนาคารซิตี้แบงก์ ตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน หรือติดต่อ KAsset Contact Center 0 2673 3888




 

Create Date : 31 สิงหาคม 2555    
Last Update : 31 สิงหาคม 2555 7:40:11 น.
Counter : 2475 Pageviews.  
Share to Facebook

บลจ.ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล เปิดขายกองทุนเปิดซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิลเอเชีย แปซิฟิก ไดนามิก อินคัม (CIMBPRINCIPAL APDI) วันนี้-วันที่ 7 กันยายน 2555

นายเจิดพันธุ์ นิธยายน ประธานเจ้าหน้าที่การตลาดและการขาย บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิลจำกัด กล่าวว่า บลจ.ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิลพร้อมแล้วในการเป็นประตูพานักลงทุนไปลงทุนในอาเซียน (AEC) ล่าสุดบริษัทเปิดเสนอขายกองทุนเปิดซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิลเอเชีย แปซิฟิก ไดนามิก อินคัม (CIMBPRINCIPAL APDI) ซึ่งเสนอขายครั้งแรก(IPO) ไปเมื่อวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมาและจะเสนอขายไปจนถึงวันที่ 7 กันยายน 2555


นายเจิดพันธุ์ กล่าวว่า การลงทุนใน กองทุนเปิดซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล เอเชีย แปซิฟิก ไดนามิก อินคัม กำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 5,000 บาท ดังนั้น CIMB-PRINCIPAL APDI เป็นอีกทาง เลือกหนึ่งแก่นักลงทุนในการสร้างผลตอบ แทนที่สูงขึ้นกว่าการลงทุนในประเทศ อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือในการกระจายความเสี่ยงอีกด้วย


นายเรย์มอน แทง ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน กลุ่มซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิลมาเลเซีย กล่าวถึง การลงทุนในหุ้นภูมิภาคเอเชียว่า หุ้นดีเฟนซีฟ (หุ้นที่ไม่วิ่งตามอินเด็กซ์) และหุ้นปันผล มีแนวโน้มจะเป็นกลุ่มหลักที่นำตลาดเอเชียต่อไป ทางกลุ่มซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิลเชื่อว่าบริษัทเหล่านี้ยังคงสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างต่อเนื่องเราจะเน้นการเลือกหุ้นเป็นรายตัว โดยจะกระจายการลงทุนไปทั่วภูมิภาค และจะให้น้ำหนักกับหุ้นที่เลือกโดยผู้จัดการกองทุนที่ประจำอยู่ในประเทศนั้นๆ ส่วนหุ้นในตลาดเอเชียนั้น กลุ่มซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล มองว่าแนวโน้มยังเป็นบวก เนื่องจากบริษัทจดทะเบียนในเอเชีย ยังคงแข็งแกร่งและน่าลงทุนอย่างต่อเนื่อง


ด้านนางสาวโรสลิน ซู ยีคิง ผู้จัดการกองทุน  CIMB-Principal Asia Pacific Dynamic Income Fund ซึ่งเป็นกองทุนหลักจดทะเบียนที่ประเทศมาเลเซีย กล่าวว่าCIMB-Principal Asia Pacific Dynamic Income Fund ซึ่งเป็นกองทุนหลัก จดทะเบียนเริ่มต้นเมื่อ เมษายน 2554 และให้ผลตอบแทนกองทุนนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนอยู่ที่ประมาณ 14% โดยทางผู้จัดการกองทุนเน้นการบริหารแบบ Active คือจะปรับกลยุทธ์การลงทุนต่อเนื่องตามภาวะตลาด


"จุดแข็งของเราคือคัดเลือกหุ้นเป็นตัวๆและกระจายการลงทุนในหุ้นที่มีการเติบโตและปันผลดีทั่วภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก โดยกองทุนนี้จะเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่ขายกลยุทธ์การลงทุนแบบ Absolute Return ซึ่งตั้งเป้าหมายสร้างผลตอบแทนประมาณ 8% ต่อปี" นางสาวโรสลิน กล่าว


สำหรับกองทุนเปิดซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล เอเชีย แปซิฟิก ไดนามิก อินคัม (CIMBPRINCIPAL APDI) เป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุนที่เน้นลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว หรือ Feeder Fund โดยมีนโยบายกองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน CIMBPrincipal Asia Pacific Dynamic Income Fund ซึ่งเป็นกองทุนหลัก (Maser Fund) ที่จดทะเบียนในประเทศมาเลเซียเพียงกองทุนเดียว ซึ่งกองทุนหลักนี้มีนโยบายมุ่งลงทุนในหุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผลสูงและให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจมีการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ มีแนวโน้มในการเติบโตสูงเมื่อเทียบกับตลาดโดยรวมมีมูลค่าโครงการประมาณ 1,500 ล้านบาทกำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 5,000 บาทและผู้ลงทุนสามารถซื้อขายได้ทุกวันและเวลาทำการ





 

Create Date : 30 สิงหาคม 2555    
Last Update : 30 สิงหาคม 2555 13:29:17 น.
Counter : 1523 Pageviews.  
Share to Facebook

บลจ.ไทยพาณิชย์ เปิดขายหน่วยลงทุนกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN คอมเมอร์เชียล โกรท (CPNCG) วันที่ 4 – 10 กันยายน 2555

นางโชติกา สวนานนท์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้กำหนดราคาเสนอขายหน่วยลงทุน กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN คอมเมอร์เชียล โกรท (CPNCG) ในราคา 10.30 บาทต่อหน่วย  จำนวนเงินทุนของโครงการ ประมาณไม่เกิน 4,400 ล้านบาท โดยจำนวนจองซื้อขั้นต่ำ 4,000 หน่วยและเพิ่มเป็นทวีคูณของ 1,000 หน่วย ซึ่งวิธีการเสนอขายและจัดสรรหน่วยลงทุนให้กับผู้จองซื้อทั่วไปตามเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. โดยกำหนดการจัดสรรในรูปแบบ Small-Lot First   โดยคาดว่าจะเปิดจองเสนอขายระหว่างวันที่  4 – 10 กันยายน 2555         

ทั้งนี้ กองทุนรวม CPNCG  มีบริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาการเงินและผู้รับประกันการจัดจำหน่ายหน่วยลงทุน และมีธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ร่วมรับประกันการจำหน่ายหน่วยลงทุน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการอนุมัติจากสำนักงาน ก.ล.ต.          

สำหรับกองทุนรวม  CPNCG เป็นการลงทุนครั้งแรกในสิทธิการเช่า อาคารสำนักงาน ดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ อายุประมาณ 20 ปี โดยแบ่งการลงทุนเป็น 2 ส่วน  คือ ส่วนที่ 1 ประกอบด้วย ที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งของอาคารสำนักงาน  เนื้อที่ประมาณ  2 ไร่ พื้นที่ภายในสำนักงานบางส่วน คิดเป็นพื้นที่รวมประมาณ  113,328 ตารางเมตร หรือคิดเป็นพื้นที่ให้เช่าประมาณ  74,605 ตารางเมตร รวมทั้งยังลงทุนในงานระบบของอาคารสำนักงาน ได้แก่ ระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ ระบบสุขาภิบาล  ระบบป้องกันและแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ระบบป้องกันฟ้าผ่า ระบบโทรศัพท์ และระบบลิฟท์และบันไดเลื่อน และสิทธิในการใช้บริการพื้นที่จอดรถจำนวน  1,218 คัน

โดยการลงทุนส่วนที่ 2 จะลงทุนหลังจากดำเนินการลงทุนส่วนที่ 1 แล้วเสร็จ โดยจะลงทุนในพื้นที่ที่ CPN อยู่ระหว่างการดำเนินการปรับผังพื้นที่เพื่อให้เหมาะสมกับผู้เช่า โดยในเบื้องต้นคาดว่าการดำเนินการจะแล้วเสร็จและมีความพร้อมที่จะให้กองทุนรวมลงทุนส่วนที่ 2 ได้ภายในวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2555 ซึ่งเป็นพื้นที่สำนักงานให้เช่า คิดเป็นพื้นที่รวมประมาณ  8,662 ตารางเมตร หรือคิดเป็นพื้นที่ให้เช่าประมาณ  5,961 ตารางเมตร และสิทธิในการใช้บริการพื้นที่จอดรถจำนวน 53 คัน ทั้งนี้ การลงทุนส่วนที่ 2 จะดำเนินการโดยใช้เงินกู้ยืมตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในกฎหมายหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง




 

Create Date : 30 สิงหาคม 2555    
Last Update : 30 สิงหาคม 2555 7:10:36 น.
Counter : 2265 Pageviews.  
Share to Facebook

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  69  70  71  72  73  74  75  76  77  78  79  80  81  82  

xemmy
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




Friends' blogs
[Add xemmy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.