ข่าวสารการเงิน หุ้น เศรษฐกิจ และการลงทุน ติดตามได้ที่ Facebook.com/ThaiMoneyNews

xemmy.bloggang.com

กรุณาเลือกหัวข้อที่ต้องการ => เรื่อง Hot น่ารู้ ออมเงินที่ไหนดี ยานยนต์อัพเดท กลเม็ดเคล็ดลับ DIY-ทำเองก็ได้ง่ายจัง
Group Blog
 
All Blogs
 

บลจ.ไทยพาณิชย์ ออกกองทุนเปิดซี่รีส์โกลบอล เวลท์ 3 กอง วันที่ 11-17 ก.ย. 55

นางโชติกา สวนานนท์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ เตรียมออกกองทุนใหม่ที่ลงทุนในต่างประเทศเช่นเดียวกับกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ โกลบอล เวลท์ (SCB Global Wealth Open End Fund : SCBGLOW) อีกจำนวน 3 กองทุน ประกอบด้วย  กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ โกลบอล เวลท์ พลัส (SCB Global Wealth Plus Open End Fund :SCBGLOWP) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพอีก 2 กองทุนได้แก่ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ โกลบอล เวลท์ เพื่อการเลี้ยงชีพ (SCB Global Wealth RMF :SCBRMGW) และกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ โกลบอล เวลท์ พลัส เพื่อการเลี้ยงชีพ (SCB Global Wealth Plus RMF :SCBRMGWP) โดยจะเริ่มเสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 11-17 กันยายนศกนี้ ด้วยเงินลงทุนครั้งแรกขั้นต่ำเพียง 5,000 บาท

นางโชติกากล่าวว่า จากการเสนอขายกองทุนโกลบอล เวลท์  เมื่อช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งใช้กลยุทธ์การกระจายการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศทั่วโลกที่มีการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลายทั้งตราสารหนี้ หุ้น ตลอดจนสินค้าโภคภัณฑ์ ถือได้ว่ากองทุนดังกล่าวมีผลการดำเนินงานในระดับที่ดีตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยมีอัตราผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน อยู่ที่ 7.82% (ข้อมูล ณ 29 ส.ค. 2555) การออกกองทุนในกลุ่มโกลบอล เวลท์ อีก 3 กองทุน จึงเป็นการเพิ่มโอกาสในการรับผลตอบแทนที่มากขึ้นในระยะยาว

ทั้งนี้ นโยบายการลงทุนของทั้ง 3 กองทุน จะเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยสัดส่วนการลงทุนในแต่ละกองทุนขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งจะวิเคราะห์ตามสภาวะเศรษฐกิจ สภาวะตลาดเงิน หรือสภาวะตลาดทุนในขณะนั้น โดยกองทุน SCBRMGW จะมีการลงทุนเหมือนกับกองทุน SCBGLOW ที่เน้นกระจายการลงทุนในหลากหลายประเภทสินทรัพย์ทั่วโลก เพื่อกระจายความเสี่ยงจากการลงทุน แต่จะมุ่งสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะยาว  

ในขณะที่กองทุน SCBGLOWP และกองทุน SCBRMGWP เน้นการลงทุนในตราสารทุน และสินทรัพย์ในตลาดประเทศเกิดใหม่ (Emerging market) ซึ่งเหมาะกับนักลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงจากการลงทุนได้ค่อนข้างสูงเพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้นในระยะยาว  

"สถานการณ์ความไม่แน่นอนที่ยังคงมีอยู่สูงในปัจจุบัน ทั้งเรื่องของปัญหาหนี้สาธารณะในยุโรปที่ยังไม่สามารถหาทางแก้ไขให้แล้วเสร็จ ปัญหาทางการคลังของสหรัฐ (US Fiscal cliff) หรือแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก อีกทั้งการระดมใช้มาตรการแทรกแซงต่างๆ จากธนาคารกลางทั่วโลก เพื่อกระตุ้นการกู้ยืมและการใช้จ่าย ซึ่งอาจเป็นการกระตุ้นให้เกิดภาวะฟองสบู่แตก (Credit bubble) ที่รุนแรงมากขึ้นในอนาคต ตลาดการลงทุนในวันนี้จึงอยู่ในภาวะที่ผันผวนอย่างมาก การจัดสรรการลงทุนจึงควรเป็นไปด้วยความระมัดระวัง และเน้นการกระจายความเสี่ยงในหลักทรัพย์ที่มีคุณภาพ"นางโชติกากล่าวพร้อมเพิ่มเติมว่า

จุดเด่นของกองทุนกลุ่มโกลบอลเวลท์ คือ ผู้ถือหน่วยลงทุนเพียงครั้งเดียวเหมือนได้ลงทุนในตราสารที่หลากหลายทั่วโลก เช่น ตราสารทุน ตราสารหนี้ สินค้าโภคภัณฑ์ ที่มีความหลากหลายในบริษัทจัดการของผู้ออกตราสาร ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรระดับนานาชาติ โดยเป็นการกระจายความเสี่ยงที่ดี เมื่อเปรียบเทียบกับการลงทุนในตราสารในประเทศเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้กองทุนต่างประเทศ (หรือกองทุนหลัก) ทุกกอง บริหารโดยบริษัทจัดการชั้นนำระดับโลก โดยกองทุนมีบริษัทเมอร์เซอร์ (Mercer) เป็นที่ปรึกษาการลงทุน คอยให้คำแนะนำเรื่องการปรับเปลี่ยนอัตราส่วนการลงทุนในตราสารต่าง ๆ ตามสถานการณ์ตลาดให้กับผู้ลงทุนตลอดเวลา ขณะเดียวกันกองทุนมีสภาพคล่องสูง เปิดซื้อขายทุกวันทำการซื้อขายหน่วยลงทุน

นอกจากนี้ผู้ลงทุนสามารถเลือกจังหวะการลงทุนได้ด้วยตัวเอง ซึ่งทุกๆกองทุนได้ทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อเทียบกับสกุลเงินบาท ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าทรัพย์สินที่ลงทุนในต่างประเทศตลอดเวลา สำหรับกองทุน SCBGLOWP ผลตอบแทนจากกองทุนไม่เสียภาษี สำหรับบุคคลธรรมดา ขณะที่กองทุน SCBRMGW และกองทุน SCBRMGWP ผู้ลงทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการลงทุนในกองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพเมื่อปฏิบัติตามเงื่อนไขการลงทุน   สำหรับผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ SCBAM Call Center โทร.02-777-7777 กด 0 กด 6




 

Create Date : 08 กันยายน 2555    
Last Update : 8 กันยายน 2555 10:17:30 น.
Counter : 1751 Pageviews.  
Share to Facebook

บลจ.กรุงศรี เสนอขาย 2 กองทุนตราสารหนี้ลงทุนในตราสารหนี้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ วันที่ 4 — 10 ก.ย. 55

นายฉัตรพี ตันติเฉลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด (บลจ.กรุงศรี) เปิดเผยว่า “ในสัปดาห์นี้บริษัทเปิดเสนอขายกองทุนตราสารหนี้ที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมกัน 2 กองทุน คือ กองทุนเปิดกรุงศรีตราสารหนี้ 6M35 (KFFIX6M35) อายุประมาณ 6 เดือน โดยกองทุนมีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐไทย สัดส่วนการลงทุน 11% ตราสารหนี้ระยะสั้นออกโดย ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สัดส่วนการลงทุน 20% ตราสารหนี้ระยะสั้นออกโดยธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) สัดส่วนการลงทุน 9% ตั๋วแลกเงินออกโดยบ. อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส จก. (มหาชน) สัดส่วนการลงทุน 20% เงินฝากธนาคาร Bank of China (สาขามาเก๊า) สัดส่วนการลงทุน 20% และเงินฝากธนาคาร Abu Dhabi Commercial Bank (สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์) สัดส่วนการลงทุน 20 % ประมาณการอัตราผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่ายกองทุนที่ 3.15 % ต่อปี”

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเปิดเสนอขายกองทุนเปิดกรุงศรีตราสารหนี้1Y2 (KFFIX1Y2) อายุประมาณ1 ปี โดยกองทุนมีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐไทย สัดส่วนการลงทุน 22% เงินฝากธนาคาร Bank of China (สาขา มาเก๊า) สัดส่วนการลงทุน 20% เงินฝากธนาคาร Abu Dhabi Commercial Bank (สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์) สัดส่วนการลงทุน 20 % ตราสารหนี้ EMTN ออกโดยธนาคาร Banco Itau Unibanco S.A. (บราซิล) สัดส่วนการลงทุน 19% และตราสารหนี้ EMTN ออกโดยธนาคาร Banco Bradesco SA.(บราซิล) สัดส่วนการลงทุน 19% โดยนักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนจากการขายคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติประมาณ 3.40% ต่อปี ทั้งนี้ หลังครบกำหนดอายุโครงการของแต่ละกองทุนบริษัทจะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติและสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนเปิดกรุงศรีตราสารเงิน (KFCASH) ซึ่งเป็นกองทุนรวมตลาดเงิน เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ถือหน่วยลงทุนได้รับผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุนต่อไป”

“บลจ.กรุงศรี มองว่าการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ยังเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ และเชื่อมั่นว่าจะมีเงินลงทุนบางส่วนที่ครบกำหนดจากพันธบัตรออมทรัพย์ช่วยชาติจำนวนกว่า 2 แสนล้านบาทเข้ามาลงทุนในกองทุน KFFIX6M35 และกองทุนKFFIX1Y2 เป็นจำนวนมาก เนื่องจากทั้งสองกองทุนเสนอผลตอบแทนใกล้เคียงกับการลงทุนในพันธบัตรล็อตใหม่อายุ 6 ปีที่เปิดเสนอขายแต่กองทุนให้สภาพคล่องสูงกว่ามาก ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังเน้นการออกกองทุนที่กำหนดระยะเวลาซึ่งลงทุนในตราสารหนี้ที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับสภาวะตลาด เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกในการลงทุนสำหรับนักลงทุนที่ต้องการโอกาสได้รับผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร คาดว่ากองทุนทั้งสองดังกล่าวจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างดี” นายฉัตรพีกล่าว




 

Create Date : 07 กันยายน 2555    
Last Update : 7 กันยายน 2555 9:00:05 น.
Counter : 1546 Pageviews.  
Share to Facebook

บลจ.ยูโอบี พลิกโฉมการลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ จ่ายผลตอบแทนทุกๆ 3 เดือน เสนอขาย 5 -10 กันยายน 2555

นายวนา พูลผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ยูโอบี (ไทย) จำกัด ได้กล่าวว่า ”กองทุนเปิด ยูโอบี เอฟไอ พลัส พลัส 12ซี9 (UOBFIPP12C9) เป็นกองทุนรวมที่มีกำหนดอายุโครงการ 1 ปี นอกจากนักลงทุนจะเพิ่มโอกาสในการแสวงหาผลตอบแทนที่น่าสนใจแล้ว กองทุนยังจ่ายผลตอบแทนเป็นรายไตรมาส ซึ่งนับว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ทางการลงทุนที่จะอำนวยความสะดวก และสร้างสภาพคล่องทางการเงินให้กับนักลงทุน”

การลงทุนในตราสารหนี้ นับเป็นการลงทุนที่ได้รับความนิยม เป็นผลิตภัณฑ์การเงินที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน นอกจากนี้การลงทุนในตราสารหนี้เป็นอีกสินทรัพย์หนึ่งที่เข้ามาช่วยกระจายความเสี่ยง ถึงแม้ในช่วงหลายปีจะมีผลิตภัณฑ์การเงินอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น หุ้น ทองคำ ที่เป็นโอกาสให้กับนักลงทุนที่ต้องการแสวงหาผลตอบแทนที่ดีกว่า และแน่นอนว่าโอกาสรับผลตอบแทนสูง ความเสี่ยงย่อมจะสูงด้วย จึงทำให้ไม่เหมาะกับนักลงทุนที่ไม่สามารถรับความเสี่ยงได้สูง อีกทั้งสถานการณ์ตลาดตราสารหนี้ในประเทศไทย อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวค่อนข้างผันผวน โดยมีปัจจัยหลักจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐฯ และตัวเลขจีดีพีของไทยที่สูงกว่าตลาดคาดการณ์ ส่งผลให้นักลงทุนคาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะคงนโยบายอัตราดอกเบี้ยจนถึงสิ้นปี

เพื่อรองรับความต้องการของนักลงทุนที่ต้องการโอกาสรับผลตอบแทนที่มากกว่าเงินฝากและตราสารหนี้ภาครัฐในประเทศ และสามารถรับความเสี่ยงได้มากกว่าการลงทุนในตราสารหนี้เพียงอย่างเดียว บลจ.ยูโอบี จึงขอนำเสนอ กองทุนเปิด ยูโอบี เอฟไอ พลัส พลัส 12ซี9 (UOBFIPP12C9) ซึ่งมีนโยบายลงทุนในตราสารแห่งหนี้ ของสถาบันการเงิน และ/หรือภาคเอกชน ทั้งของในประเทศและ/หรือต่างประเทศ และลงทุนในตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ที่เป็น Credit Linked Note ออกโดยสถาบันการเงินในประเทศ และ/หรือต่างประเทศ มีกำหนดอายุโครงการ 1 ปี ประมาณการผลตอบแทน 3.60% ต่อปี1 และจะได้รับผลตอบแทนเป็นรายไตรมาส จากเดิมที่จะได้รับผลตอบแทนเมื่อโครงการครบกำหนด ทั้งนี้เพื่อเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้กับนักลงทุน

นายวนา พูลผล กล่าวเพิ่มเติมว่า “กองทุนเปิด ยูโอบี เอฟไอ พลัส พลัส 12ซี9 (UOBFIPP12C9) เป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงิน เพื่อตอบสนองความต้องการของนักลงทุน และเพื่อให้เงินลงทุนของท่านเกิดประโยชน์สูงสุด”




 

Create Date : 07 กันยายน 2555    
Last Update : 7 กันยายน 2555 8:57:24 น.
Counter : 1700 Pageviews.  
Share to Facebook

บลจ.กรุงไทย เปิดจำหน่ายกองทุนเปิดกรุงไทยธนทรัพย์ บี 42 (KTSUPB 42) เสนอขายระหว่างวันที่ 4-11 ก.ย.55 อายุ 6 เดือน

นายสมชัย บุญนำศิริ กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย เปิดเผยว่า ในสัปดาห์นี้บริษัทเปิดจำหน่ายกองทุนเปิดกรุงไทยธนทรัพย์ บี 42 (KTSUPB 42) เสนอขายระหว่างวันที่ 4-11 ก.ย.55 อายุ 6 เดือน มูลค่าโครงการ 5,000 ล้านบาท ผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนประมาณ 3.20% ต่อปี

กองทุนดังกล่าวเน้นลงทุนตราสารหนี้ทั้งในและต่างประเทศ ประกอบด้วย เงินฝากประจำ The Commercial Bank of Qatar, เงินฝากประจำ Bank of China สาขามาเก๊า และเงินฝากประจำ Abu Dhabi Commercial Bank ในสัดส่วน 45% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ส่วนที่เหลือลงทุนใน เงินฝาก / ตราสารการเงินระยะสั้นธนาคารพาณิชย์ไทย / ตั๋วแลกเงินบริษัทเอกชนไทย และตราสารการเงินภาครัฐไทย

ส่วนแนวโน้มการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ มีมูลค่าการซื้อขายค่อนข้างน้อย ยกเว้นตราสารระยะสั้นรุ่นอายุไม่เกิน 1 ปี โดยมีทิศทางปรับลดลง 2-6 bp แกว่งตัวในช่วง 2.83-3.04% ขณะที่ตราสารระยะกลางถึงยาวปรับขึ้น 1-18 bp หลังการส่งสัญญาณจากผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยที่ตลาดตีความว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะคงระดับที่ 3.00% ต่อเนื่องไปถึงสิ้นปี ขณะที่นักลงทุนเริ่มลดความคาดหวังต่อมาตรการ QE3 ซึ่งล่าสุด Ben Bernanke ได้กล่าวสุนทรพจน์ ที่ไม่ได้บ่งบอกการจะเริ่มใช้ QE3 แต่ยังให้ความหวังต่อตลาดที่จะดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อลดอัตราการว่างงาน

สำหรับสัปดาห์นี้ตลาดค่อนข้างให้ความสำคัญกับผลการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินของยุโรปเรื่องการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย การเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลของประเทศที่มีปัญหาเศรษฐกิจ รวมถึงตัวเลขภาคแรงงานของสหรัฐฯ ซึ่งเชื่อว่าจะส่งผลต่อทิศทางอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้




 

Create Date : 06 กันยายน 2555    
Last Update : 6 กันยายน 2555 14:55:59 น.
Counter : 1522 Pageviews.  
Share to Facebook

ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH Bank) ออกผลิตภัณฑ์ “เงินฝากประจำพิเศษ 15 เดือน ใจดี ดอกเบี้ยแบบขั้นบันไดสูงสุดถึง 5.55% วันนี้ - 31 ต.ค. 2555

นางสาวจุฑามาศ  สมบุณยะวิโรจน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานการธนาคาร  ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) (LH Bank) เปิดเผยว่า “เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกในการออมเงินสำหรับผู้ที่ต้องการฝากเงินระยะยาวหรือหาช่องทางการลงทุนที่มั่นคงและให้ผลตอบแทนสูง ธนาคารจึงออกผลิตภัณฑ์ “เงินฝากประจำพิเศษ 15 เดือน ใจดี ดอกเบี้ยแบบขั้นบันไดสูงสุดถึง 5.55%

สำหรับรายละเอียดของ ผลิตภัณฑ์เงินฝากประจำพิเศษ 15 เดือน ใจดี เป็นบัญชีเงินฝากประจำระยะเวลา 15 เดือน รับอัตราดอกเบี้ยที่สูงจูงใจทุกระยะเวลาการฝาก สูงสุดถึง 5.55% เริ่มฝากขั้นต่ำเพียงแค่ 1 หมื่นบาทและไม่จำกัดวงเงินสูงสุด ซึ่งลูกค้าจะได้รับอัตราดอกเบี้ยสูงต่อเนื่องในรูปแบบขั้นบันได โดยเริ่มต้นเดือนที่ 1-4 ดอกเบี้ย 3.25% ต่อปี, เดือนที่ 5-8 ดอกเบี้ย 3.50% ต่อปี, เดือนที่    9-12 ดอกเบี้ย 3.85% ต่อปี, เดือนที่ 13-14 ดอกเบี้ย 4.15% ต่อปี และเดือนสุดท้าย รับดอกเบี้ย 5.55% ต่อปี (อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยตลอดระยะเวลาฝาก เท่ากับ 3.75%) พร้อมรับดอกเบี้ยรายเดือน ผ่านบัญชีออมทรัพย์หรือบัญชีกระแสรายวันอัตโนมัติของธนาคาร นอกเหนือจากนั้นยังมีความใจดีของเงินฝากประจำพิเศษ 15 เดือน ที่ธนาคารได้มอบให้ คือ เมื่อฝากครบตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป หากมีความจำเป็นที่จะต้องเบิกถอนเงินใช้ยามฉุกเฉิน ก็สามารถรับดอกเบี้ยตามขั้นบันไดของระยะเวลาการฝากนั้นๆได้ทันที โดยไม่หักดอกเบี้ยที่ได้รับไปแล้วคืนจากเงินต้นที่ฝาก โดยเริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่วันนี้ – 31 ต.ค. 2555 หรือยอดเงินฝากรวมครบ 2,000 ล้านบาท” นางสาวจุฑามาศ กล่าว




 

Create Date : 06 กันยายน 2555    
Last Update : 6 กันยายน 2555 14:53:04 น.
Counter : 2730 Pageviews.  
Share to Facebook

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  69  70  71  72  73  74  75  76  77  78  79  80  81  82  

xemmy
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




Friends' blogs
[Add xemmy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.