ข่าวสารการเงิน หุ้น เศรษฐกิจ และการลงทุน ติดตามได้ที่ Facebook.com/ThaiMoneyNews

xemmy.bloggang.com

กรุณาเลือกหัวข้อที่ต้องการ => เรื่อง Hot น่ารู้ ออมเงินที่ไหนดี ยานยนต์อัพเดท กลเม็ดเคล็ดลับ DIY-ทำเองก็ได้ง่ายจัง
Group Blog
 
All Blogs
 

บลจ.กรุงไทย เปิดขายกองทุนตราสารหนี้ อายุ 3 เดือน, 6 เดือน และ 2 ปี คาดผลตอบแทนสูงสุด 4% วันนี้ - 18 กันยายน 2555

นายสมชัย บุญนำศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาวะการลงทุนตลาดตราสารหนี้ในประเทศอัตราผลตอบแทนพันธบัตรภาครัฐ อายุไม่เกิน 5 ปี ค่อนข้างทรงตัว ขณะที่ตราสารรุ่นอายุมากกว่า 5 ปีปรับตัวเพิ่มขึ้น 4-8 bp เนื่องจากการประกาศแผนการออกพันธบัตรของรัฐบาลในปีงบประมาณ 2556 ขณะที่คณะกรรมการนโยบายการเงินประกาศคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 3.00% สอดคล้องกับการคาดการณ์ของบริษัทที่ประเมินว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะคงระดับนี้ไปถึงสิ้นปี และก่อนหน้านี้กระทรวงพาณิชย์ประกาศตัวเลขอัตราเงินเฟ้อเดือนสิงหาคมปรับเพิ่มขึ้น 2.69% YoY ทำให้ค่าเฉลี่ยใน 8 เดือนแรกเพิ่มขึ้น 2.89% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว มีส่วนทำให้การคาดการณ์เงินเฟ้อทั้งปี 2555 น่าจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับ 3.00% ทิศทางดังกล่าวจึงส่งผลให้อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรจะแกว่งตัวในกรอบจำกัด แม้จะมีแรงขายทำกำไรบ้างในช่วงที่ผ่านมา
สำหรับภาวะตลาดตราสารหนี้ต่างประเทศ อัตราผลตอบแทนระยะสั้นถึงกลางมีการปรับลดลงบ้างจากผลการประชุมของ ECB ที่มีแผนจะซื้อพันธบัตรของประเทศในกลุ่มยูโรที่มีปัญหา เช่น สเปน และอิตาลี ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจในสหรัฐฯ ยังแสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่ล่าช้ากว่าที่ฝ่ายนโยบายคาดหวัง จึงทำให้ตลาดมีความเชื่อว่าจะมีมาตรการเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของตลาดการเงินค่อนข้างตอบรับต่อแนวทางดำเนินการของ ECB และสหรัฐฯ จึงทำให้มีการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เช่น หุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ และสินทรัพย์ในสกุลเงินยูโร และตลาดเกิดใหม่ต่างๆ ทั่วโลก
โดยในสัปดาห์นี้บริษัทเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าได้ลงทุนในกองทุนประเภทตราสารหนี้ ทั้งสิ้น 3 กองทุน ประกอบด้วย กองทุนที่มีอายุ 3 เดือน, 6 เดือน และ 2 ปี มูลค่าโครงการรวม 13,000 ล้านบาท โดยมีรายละเอียดดังนี้ กองทุนเปิดกรุงไทยตราสารหนี้ เอฟไอเอฟ 26 (KTFF26) เสนอขาย 10-18 กันยายน 2555 มูลค่าโครงการ 5,000 ล้านบาท เน้นลงทุนในเงินฝากประจำ Bank of China ในสัดส่วน 24% บัตรเงินฝาก CorpBanca 20%, MTN ของ Banco Bradesco BBA 22%, LPN ของ VTB Capital SA 24%, LPN ของ Gaz Capital SA 5% และ LPN ของ RSHB Capital SA 5% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนประมาณ 4.00% ต่อปี โดยรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติทุก 6 เดือน

ทั้งนี้ ตราสารที่บริษัทเลือกลงทุนเป็นสถาบันการเงินชั้นนำของประเทศต่างๆ และมีเครดิตเรตติ้งตั้งแต่ BBB ถึง A+ เช่น Bank of China เป็นธนาคารภาครัฐถือหุ้นใหญ่โดยหน่วยงานเพื่อการลงทุนของรัฐบาลจีนมีบทบาทในการสนองนโยบายของภาครัฐ, CorpBanca ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ในประเทศชิลี ดำเนินธุรกิจการเงินครบวงจร มีขนาดสินทรัพย์รวมประมาณ USD1.84 หมื่นล้าน, Banco Bradesco BBA เป็นธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่อันดับ3 ในบราซิล ดำเนินธุรกิจครบวงจร มีขนาดสินทรัพย์ประมาณ 4.06 แสนล้านเหรียญสหรัฐ, VTB Capital S.A. เป็นผู้ออกตราสาร Loan Participation Note (LPN ) ซึ่ง VTB Capital SA จดทะเบียนที่ประเทศ Luxembourg เป็นผู้ออกตราสารที่ทำหน้าที่เฉพาะเจาะจง ในการระดมเงินทุนจากการออกหุ้นกู้เพื่อให้กู้ยืมต่อ VTB Bank ภายใต้สัญญากู้ยืม โดย VTB Bank เป็นธนาคารขนาดใหญ่อันดับ 2 ของรัสเซีย, Gaz Capital SA เป็น LPN ซึ่ง Gaz Capital SA เป็นผู้ออกตราสารที่ทำหน้าที่เฉพาะเจาะจงในการระดมเงินทุนจากการออกหุ้นกู้เพื่อให้กู้ยืมต่อ Gazprom OAO ภายใต้สัญญาเงินกู้ยืม ทั้งนี้ Gazprom เป็นหนึ่งในธุรกิจพลังงานที่ใหญ่ที่สุดของโลก และ RSHB Capital SA เป็น LPN ซึ่ง RSHB เป็นผู้ออกตราสารที่ทำหน้าที่เฉพาะเจาะจงในการระดมเงินทุนจากการออกหุ้นกู้เพื่อให้กู้ยืมต่อ Russian Agricultural Bank ภายใต้สัญญาเงินกู้ยืม ทั้งนี้ Russian Agricultural Bank เป็นธนาคารรัฐที่มีสินทรัพย์ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศรัสเซีย
นอกจากนี้ บริษัทยังจำหน่ายกองทุนเปิดกรุงไทยสมาร์ท อินเวส 3 เดือน 3 (KTSIV3M3) ในวันที่ 10-14 กันยายน 2555 อายุ 3 เดือน เป็นกองทุนประเภท Roll Over มูลค่าโครงการ 3,000 ล้านบาท เน้นลงทุนในเงินฝากธนาคารออมสิน ธนาคารธนชาต และตั๋วแลกเงินของภาคเอกชน โดยผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนประมาณ 2.85% ต่อปี และกองทุนเปิดกรุงไทยธนทรัพย์ บี 51 (KTSUPB51) เสนอขายในวันที่ 12-18 กันยายน 2555 อายุ 6 เดือน มูลค่าโครงการ 5,000 ล้านบาท เน้นลงทุนในเงินฝากประจำ Bank of China, เงินฝากประจำ Abu Dhabi Commercial Bank, MTN ออกโดย Itau Unibanco SA และตราสารในประเทศ ประเภทเงินฝาก ตราสารการเงินระยะสั้นธนาคารพาณิชย์ ผลตอบแทนประมาณ 3.10% ต่อปี




 

Create Date : 11 กันยายน 2555    
Last Update : 11 กันยายน 2555 14:02:23 น.
Counter : 1965 Pageviews.  
Share to Facebook

ทิสโก้ เวลธ์ แนะนำซื้อสะสมทองคำ หลังดีมานด์ทั่วโลกปรับเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี พร้อมชูผลงานกองทุนทองคำ “ทิสโก้ โกลด์ ฟันด์” อันดับ 1 ในตลาด

ทิสโก้ เวลธ์ แนะนำซื้อสะสมทองคำ หลังดีมานด์ทั่วโลกปรับเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนและอินเดีย ขณะที่ธนาคารกลางทั่วโลกหันถือทองคำต่อเนื่อง กระจายความเสี่ยงจากเงินดอลลาร์ฯ และยูโร มองเป้าหมายราคาทองคำในปีนี้ที่ 1,950 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ พร้อมชูผลงานกองทุนทองคำ “ทิสโก้ โกลด์ ฟันด์” มาแรง 8 เดือนให้ผลตอบแทน 7.19% อันดับ 1 ในตลาด พิสูจน์ความเป็นมืออาชีพด้านแนะนำการลงทุน

ทิสโก้ เวลธ์ (TISCO Wealth) บริการที่ปรึกษาการเงินการลงทุนครบวงจรจากทิสโก้  โดยนางสาววรสินี สังวรเวชภัณฑ์ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน ทิสโก้ เวลธ์  (Miss Vorasinee Sangvornvetphan, Wealth Strategist, TISCO  Wealth)  เปิดเผยว่า กลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้ ทิสโก้ เวลธ์ แนะนำให้สะสมทองคำเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีมุมมองเป็นเชิงบวกต่อราคาทองคำ โดยมองว่าจะมีความต้องการทองคำเพื่อใช้ในเครื่องประดับและการลงทุน จะกลับมาเติบโตขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนและอินเดียซึ่งเป็นผู้บริโภคทองคำรายใหญ่ของโลก โดยรัฐบาลจีนได้เริ่มมีการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านทั้งนโยบายการเงิน เช่น การลดดอกเบี้ย และการลดเงินสำรอง (RRR) ของธนาคารพาณิชย์ และนโยบายการคลัง เช่น การลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล ซึ่งมาตรการเหล่านี้จะเริ่มส่งผลในช่วงครึ่งหลังของปี และทำให้เศรษฐกิจจีนกลับมาฟื้นตัว ขณะที่ค่าเงินรูปีของอินเดียเริ่มทรงตัวหลังจากที่อ่อนค่าลงอย่างมากก่อนหน้านี้และทำให้ราคาทองคำในอินเดียไม่เพิ่มสูงขึ้น โดยล่าสุดค่าเงินรูปีหยุดอ่อนค่าในเดือน ก.ค. – ส.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งจะช่วยให้มีความต้องการทองคำเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ เม็ดเงินลงทุนในกองทุน ETF ทองคำ ยังปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วในเดือน ส.ค. โดยปริมาณการถือครองทองคำผ่านกองทุน ETF ทำจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์ที่ 2,457 ตัน รวมถึงความต้องการถือทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกยังมีการเติบโตขึ้นอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง เพื่อกระจายความเสี่ยงจากค่าเงินสกุลหลักของโลก เช่น ดอลลาร์สหรัฐฯ ยูโร และเยน ซึ่งทำให้ดอกเบี้ยต่ำและมีปัญหาหนี้ภาครัฐในระดับสูง โดยในช่วงครึ่งปีแรก ธนาคารกลางมีการซื้อทองคำรวมถึง 254.2 ตัน หรือเพิ่มขึ้น 25% จากปีที่แล้ว จากปัจจัยทั้งหมดนี้จึงทำให้ราคาทองคำมีโอกาสที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้น

ทิสโก้ เวลธ์ จึงยังคงมุมมองเชิงบวกต่อราคาทองคำ และเชื่อว่าแรงกดดันเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันและสินค้าเกษตร และภาวะดอกเบี้ยต่ำทั่วโลกจะเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำในช่วงครึ่งหลังของปี โดยคงเป้าหมายราคาทองคำปีนี้ไว้ที่ 1,950 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ จึงแนะนำซื้อสะสมทองคำ โดยอาจรอจังหวะซื้อหลังจากการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันที่ 12 ก.ย. ซึ่งราคาทองคำมีความเสี่ยงที่จะปรับตัวลดลง หากเฟดไม่มีการประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม

ด้านนายธีรนาถ รุจิเมธาภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด (Mr. Theeranat Rujimethapass, Managing Director of TISCO Asset Management Co.,Ltd.) กล่าวถึงผลงานกองทุนทองคำของทิสโก้ ได้แก่ “กองทุนเปิด ทิสโก้ โกลด์ ฟันด์” ว่ามีผลการดำเนินงานที่น่าพอใจต่อผู้ถือหน่วยลงทุนอย่างมาก โดยผลงาน 8 เดือนแรก (1 ม.ค. -31 ส.ค. 55) ให้ผลตอบแทนอยู่ที่ 7.19% ซึ่งสูงที่สุดในตลาด ขณะที่ดัชนีราคาทองคำในสกุลเงินบาท ซึ่งเป็นตัวชี้วัดผลงานของกองทุน ให้ผลตอบแทนอยู่ที่ 4.48%  พิสูจน์ความเป็นมืออาชีพด้านการให้คำแนะนำในการลงทุนของทิสโก้ได้เป็นอย่างดี

โดย กองทุนเปิด ทิสโก้ โกลด์ ฟันด์ มีนโยบายลงทุนในกองทุน SPDR Gold Trust ซึ่งเป็นกองทุน ETF ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (Stock Exchange of Hong Kong "SEHK") ที่มีนโยบายมุ่งเน้นลงทุนในทองคำแท่งเพื่อสร้างผลตอบแทนของกองทุนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของราคาทองคำ นอกจากนี้ กองทุนเปิด ทิสโก้ โกลด์ ฟันด์ ยังมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากค่าเงิน (hedging)  ทำให้แม้ในช่วงที่ผ่านมาค่าเงินบาทแข็งขึ้น 0.66% กองทุนจึงได้รับผลกระทบจากค่าเงินน้อยมาก ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนของกองทุนที่ได้จากราคาทองคำที่เพิ่มขึ้นยังอยู่ในระดับที่น่าพอใจ

“กองทุนเปิด ทิสโก้ โกลด์ ฟันด์ เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในทองคำ โดยเรามีทีมที่ปรึกษาให้ที่สามารถให้คำแนะนำการลงทุนแก่ลูกค้าได้อย่างตรงจุด ด้วยข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำ ที่ผ่านมากองทุนนี้จึงได้รับการตอบรับทีดีจากลูกค้ามาโดยตลอด และมั่นใจว่าจะยังคงได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง” นายธีรนาถ กล่าว

สำหรับผู้สนใจสามารถติดต่อได้ที่ บลจ. ทิสโก้ หรือ ธนาคารทิสโก้ทุกสาขา หรือที่ TISCO Contact Center โทร. 02-633-6000 กด 4




 

Create Date : 10 กันยายน 2555    
Last Update : 10 กันยายน 2555 8:35:10 น.
Counter : 1979 Pageviews.  
Share to Facebook

บลจ.ทิสโก้ เปิดขาย “กองทุนเปิด ทิสโก้ ตราสารหนี้คืนกำไร 6M3” เน้นลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพดี ทั้งในและ/หรือต่างประเทศ วันที่ 5 — 11 ก.ย. 55

TISCO Wealth บริการที่ปรึกษาการเงินการลงทุนครบวงจรจากทิสโก้ โดยนายสาห์รัช ชัฎสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและที่ปรึกษาการลงทุน ธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลและกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด (Mr. Saharat Chudsuwan, Senior Vice President, Head of Marketing and Wealth Advisory Mutual & Private Fund Business, TISCO Asset Management Co.,Ltd.) เปิดเผยว่า เพื่อตอบโจทย์การลงทุนในจังหวะเวลาที่เหมาะสม TISCO Wealth จึงเสนอขาย “กองทุนเปิด ทิสโก้ ตราสารหนี้คืนกำไร 6M3 (TISCO Fixed Income Fund 6M3) ”เป็นกองทุนรวมตราสารหนี้ ที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้หรือเงินฝาก ทั้งในและ/หรือต่างประเทศ โดยกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในต่างประเทศได้ไม่เกิน 79% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุน และจะมีการป้องความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน โดยกองทุนดังกล่าวเหมาะกับผู้ที่ต้องการลงทุนในระยะสั้น เนื่องจากจะจ่ายผลตอบแทนอัตโนมัติทุกๆ 6 เดือน

TISCO Wealth ระบุว่า ล่าสุดการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 5 ก.ย. 55 ที่ประชุมมีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.00% เนื่องจากแรงกดดันด้านอัตราเงินเฟ้อได้ลดลงในระยะสั้น อีกทั้งเศรษฐกิจไทยยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง แม้ว่าเศรษฐกิจโลกจะมีการชะลอตัว และภาคการส่งออกที่มีการขยายตัวลดลงมากกว่าที่คาด อย่างไรก็ดีแรงกดดันเงินเฟ้อในระยะยาวยังคงมีอยู่จากราคาน้ำมันที่ค่อยๆไต่ระดับสูงขึ้นต่อเนื่องดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสมจึงควรเน้นการลงทุนระยะสั้น หรือการลงทุนที่มีอายุไม่เกิน 1 ปี ซึ่งการลงทุนใน “กองทุนเปิด ทิสโก้ ตราสารหนี้คืนกำไร 6M3” สามารถตอบโจทย์ดังกล่าวได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นการลงทุนระยะสั้น และกองทุนจะทำการจ่ายคืนผลตอบแทนอัตโนมัติทุก ๆ 6 เดือน อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มโอกาสในการรับผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินฝากธนาคาร และไม่เสียภาษี โดยไม่เสียโอกาสจากการลงทุนในยุคอัตราดอกเบี้ยเริ่มทรงตัวอีกด้วย

โดย “กองทุนเปิด ทิสโก้ ตราสารหนี้คืนกำไร 6M3 (TISCO Fixed Income Plus Fund 6M3)” มีมูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท อายุโครงการประมาณ 6 เดือน โดยเปิดเสนอขายครั้งแรก (ไอพีโอ) ระหว่าง5 - 11 กันยายน 2555 ที่ บลจ.ทิสโก้และธนาคารทิสโก้ ทุกสาขา มูลค่าจองซื้อขั้นต่ำ 20,000 บาท

ทั้งนี้ ผู้สนใจกองทุนดังกล่าวสามารถติดต่อได้ที่ บลจ. ทิสโก้ หรือ ธนาคารทิสโก้ทุกสาขา หรือที่ TISCO Contact Center โทร. 02-633-6000 กด 4




 

Create Date : 09 กันยายน 2555    
Last Update : 9 กันยายน 2555 8:09:09 น.
Counter : 1363 Pageviews.  
Share to Facebook

บลจ.ธนชาต เสนอขายกองทุนเปิดธนชาตตราสารหนี้ต่างประเทศ 1Y2 (T-FixFIF1Y2) ระยะเวลาลงทุนประมาณ 1 ปี วันที่ 7-11 กันยายน 2555

นางสาวทิพวัลย์ เอี่ยมโอภาส ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ธนชาต จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ จะทำการเสนอขายกองทุนตราสารหนี้ ได้แก่ กองทุนเปิดธนชาต ตราสารหนี้ต่างประเทศ 1Y2 (T-FixFIF1Y2) ระยะเวลาลงทุนประมาณ 1 ปี  ผลตอบแทนประมาณ 3.40% ต่อปี  มีเป้าหมายลงทุนในเงินฝากสกุลเงิน Arab Emirates Dirham ของ Abu Dhabi Commercial Bank / เงินฝากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ Corpbanca (Chile) / PT Bank CIMB Niaka Tbk (Indonesia) ประมาณ 22% ลงทุนในเงินฝากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ของ Bank of China / เงินฝากสกุลเงินหยวนของ Standard Chartered Bank (Hong Kong) ประมาณ 22% ลงทุนในตราสารหนี้ ที่ออกโดย Itau Unibanco S.A. ประมาณ 22%, Banco Bradesco ประมาณ 22% ลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น Emirates NBD ประมาณ 11.90% และลงทุนในเงินฝากธนาคารพาณิชย์ในประเทศ ประมาณ 0.10% ผลตอบแทนรวมของตราสารประมาณ 3.6538% ต่อปี   โดยมีประมาณการค่าใช้จ่ายกองทุนประมาณ 0.2538% ต่อปี ทั้งนี้ กองทุนจะป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวนสำหรับมูลค่าตราสารหนี้ต่างประเทศที่กองทุนลงทุน โดยเสนอขายครั้งเดียววันที่ 7-11 กันยายน 2555 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมขอรับหนังสือชี้ชวนได้ในวันและเวลาทำการเสนอขายที่ บลจ.ธนชาต โทร  0-2126-8399  กด 0 หรือ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)  โทร 1770  หรือ ผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่ บลจ.ธนชาต แต่งตั้ง  www.thanachartfund.com




 

Create Date : 09 กันยายน 2555    
Last Update : 9 กันยายน 2555 8:06:27 น.
Counter : 1306 Pageviews.  
Share to Facebook

บลจ.เอ็มเอฟซี เปิดขายกองทุนเปิดตราสารหนี้ 2 กองทุน วันนี้-10 กันยายน 2555

นางสาวประภา ปูรณโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เอ็มเอฟซีเปิดขายกองทุนตราสารหนี้พร้อมกัน 2 กองทุน  โดยแบ่งเป็นนโยบายการลงทุนในตราสารหนี้ในประเทศ และตราสารหนี้ต่างประเทศ ซึ่งมีระดับความเสี่ยงในระดับปานกลางค่อนข้างต่ำ เพื่อผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถเลือกลงทุนได้อย่างเหมาะสมกับความต้องการด้านผลตอบแทนที่ดีกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก และไม่ต้องเสียภาษีของผลตอบแทนสำหรับบุคคลธรรมดา ตลอดจนเป็นการจัดสัดส่วนการลงทุนให้เน้นตราสารหนี้มากขึ้นในช่วงที่ตลาดหุ้นผันผวน

สำหรับกองทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้ในประเทศคือ กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี พันธบัตรรรัฐบาล 6 เดือน (M-GOV6M) มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ โดยตัวอย่างตราสารที่คาดว่าจะลงทุนได้แก่ พันธบัตรรัฐบาลไทยหรือพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย ร้อยละ 100 คาดว่าจะได้รับผลตอบแทนร้อยละ 2.90 ต่อปี ประมาณการค่าใช้จ่ายร้อยละ 0.10 และประมาณการผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่ายที่มอบให้ผู้ถือหน่วยลงทุนอยู่ที่ร้อยละ 2.80 ต่อปี

สำหรับกองทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศคือ กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี ตราสารหนี้ต่างประเทศ 12 เดือน ซีรี่ส์ 4 หรือ I-Fix12M4 มีนโยบายลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิในตราสารหนี้ที่มีคุณภาพของต่างประเทศ เช่น ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรธนาคารแห่งชาติ พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ ตราสารหนี้ที่ออกโดยนิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น ตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารต่างประเทศ และตราสารหนี้เอกชนที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ โดยมีการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินแบบเต็มจำนวน (Fully Hedge)

ตัวอย่างตราสารที่คาดว่ากองทุนเปิด I-Fix12M4 จะลงทุนได้แก่ เงินฝากประจำ ABU DHABI Commercial Bank PJSC (ADCB) ร้อยละ 20 ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับร้อยละ 0.72 ต่อปี เงินฝากประจำ Bank of China ร้อยละ 24 ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับร้อยละ 0.90 ต่อปี ตราสารหนี้ระยะสั้น Itau Unibanco ของบราซิล ร้อยละ 24 ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับร้อยละ 0.83 ต่อปี ตราสารหนี้ระยะสั้น Banco Brandesco ของบราซิล ร้อยละ 24 ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับร้อยละ 0.84 ต่อปี และพันธบัตรรัฐบาลไทยร้อยละ 8 ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับร้อยละ 0.24 ต่อปี โดยกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารอื่นแทนหรือเพิ่มเติม เช่น พันธบัตรรัฐบาลเกาหลี เป็นต้น หรือตราสารอื่นที่มีอันดับความน่าเชื่อถือในอันดับที่สามารถลงทุนได้คือไม่ต่ำกว่า BBB-

ทั้งนี้ประมาณการผลตอบแทนของกองทุนเปิด I-Fix12M4 ที่ได้รับจากการลงทุนร้อยละ 3.53 ต่อปี ประมาณการค่าใช้จ่ายของกองทุนร้อยละ 0.13 และประมาณการผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่ายที่มอบให้ผู้ถือหน่วยลงทุนร้อยละ 3.40 ต่อปี

หลังครบกำหนดอายุโครงการของทั้งสองกองทุน บริษัทจะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติและสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนเปิดเอ็มเอฟซี พันธบัตรตลาดเงิน (MM-GOV) ซึ่งเป็นกองทุนตลาดเงิน เพื่อต่อยอดการลงทุนของผู้ถือหน่วยลงทุนต่อไป ทั้งนี้ผลตอบแทนที่ได้รับอาจไม่เป็นไปตามอัตราดังกล่าว หากกองทุนไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้เนื่องจากสภาวะตลาดมีการเปลี่ยนแปลงไป

สำหรับผู้สนใจสามารถลงทุนขั้นต่ำได้ตั้งแต่ 10,000 บาท โดยติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการลงทุน ความเสี่ยง ผลการดำเนินงานของกองทุนหรือหนังสือชี้ชวนได้ที่บลจ. เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) โทรศัพท์ 0-2649-2000 ติดต่อฝ่ายวางแผนการลงทุน กด 2 หรือ Contact Center กด 0 สาขาเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ โทร.0-2835-3055-57 หรือที่ //www.mfcfund.com




 

Create Date : 08 กันยายน 2555    
Last Update : 8 กันยายน 2555 10:23:31 น.
Counter : 1359 Pageviews.  
Share to Facebook

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  69  70  71  72  73  74  75  76  77  78  79  80  81  82  

xemmy
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




Friends' blogs
[Add xemmy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.