ข่าวสารการเงิน หุ้น เศรษฐกิจ และการลงทุน ติดตามได้ที่ Facebook.com/ThaiMoneyNews

xemmy.bloggang.com

กรุณาเลือกหัวข้อที่ต้องการ => เรื่อง Hot น่ารู้ ออมเงินที่ไหนดี ยานยนต์อัพเดท กลเม็ดเคล็ดลับ DIY-ทำเองก็ได้ง่ายจัง
Group Blog
 
All Blogs
 

บลจ.แอสเซท พลัส เปิดขาย กองทุนเปิดแอสเซทพลัสมัลติแอสเซท สแทรทิจี (ASP-MAST) วันนี้ -25 กันยายน 2555

บลจ.แอสเซท พลัส เปิดตัว กองทุนเปิดแอสเซทพลัสมัลติแอสเซท สแทรทิจี (ASP-MAST) ลงทุนในกองทุนหลัก Torrus Fund - Merrill Lynch Multi-Asset Strategy Fund ที่อ้างอิงผลตอบแทนจากการกระจายตัวในสินทรัพย์ 4 ประเภท ได้แก่ ตราสารหนี้ หุ้นทั่วโลก สินค้า โภคภัณฑ์ และเงินตราต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้กองทุนสามารถสร้างผลตอบแทนสม่ำเสมอและช่วยลดความผันผวน และความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน เปิดเสนอขายวันนี้ - 25 กันยายน นี้ นางลดาวรรณ เจริญรัชต์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แอสเซท พลัส จำกัด เปิดเผยว่า ในภาวะที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกยังมีความเปราะบางและทิศทางการลงทุนในตลาดสำคัญหลัก ๆ ของโลกยังมีความผันผวน การเลือกลงทุนในสินทรัพย์บางประเภทอาจได้รับผลกระทบจากภาวะความ ผันผวนของเศรษฐกิจ และทำให้ผู้ลงทุนมีความเสี่ยงจากการลงทุนค่อนข้างสูง บริษัทฯ ได้เห็นถึงอุปสรรคในการลงทุนภายใต้สภาวะดังกล่าว จึงได้คัดเลือกกองทุนที่เหมาะกับภาวะการลงทุนในปัจจุบันและเพื่อเป็นทางเลือกในการลงทุนที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอในระยะยาว และช่วยลดความผันผวนและความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุนได้

โดยตั้งแต่วันนี้ -25 กันยายน บริษัทฯ ได้เปิดเสนอขายกองทุน กองทุนเปิดแอสเซทพลัสมัลติแอสเซท สแทรทิจี (ASP-MAST) ซึ่งเป็นกองทุนต่างประเทศประเภทกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Feeder Fund) ที่เน้นลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ Torrus Fund Merrill Lynch Multi-Asset Strategy Fund (กองทุนหลัก) บริหารจัดการโดย Merrill Lynch International โดยกองทุนหลักมีเป้าหมายมุ่งสร้างผลตอบแทนที่เป็นบวกอย่างสม่ำเสมอ (Absolute return) ผ่านการกระจายการลงทุนอย่างเหมาะสมผ่านสินทรัพย์ 4 ประเภท ได้แก่ ตราสารหนี้ภาครัฐประเทศสหรัฐฯ หุ้นทั่วโลก สินค้าโภคภัณฑ์ และอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินสภาพคล่องสูง 10 สกุลเงินของกลุ่มประเทศ G10 โดยกองทุนจะมีการปรับสัดส่วนการลงทุนในดัชนีอย่างเป็นระบบเพื่อควบคุมความ ผันผวนของกองทุนให้ใกล้เคียง 6% โดยใช้วิธี Modern Portfolio Theory (MPT)

กองทุนหลักเป็นกองทุนรวมดัชนี (Index fund) ที่ลงทุนเพื่อให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับ ดัชนี Merrill Lynch Multi Asset Strategy Index 6% Target Volatility (MAST 6% VOL) ที่กระจายการลงทุนผ่าน 4 ดัชนี ได้แก่ Merrill Lynch 10-year U.S. Treasury Futures (Total Return) ซึ่งเป็นตัวแทนของตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ดัชนี MSCI World (Net Total Return) เป็นตัวแทนของตราสารทุนจากประเทศพัฒนาแล้วทั่วโลก จำนวน 24 ประเทศ ดัชนี Merrill Lynch extra Commodity (Total Return) เป็นตัวแทนของสินค้าโภคภัณฑ์ โดยมีการกระจายการลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์จำนวน 18 ชนิด และดัชนี Merrill Lynch Foreign Exchange Arbitrage (Total Return) เป็นตัวแทนของเงินตราต่างประเทศที่มีสภาพคล่องในการซื้อขายสูงที่สุด 10 สกุลเงิน (G10 currencies) โดยใช้กลยุทธ์ Carry Trade ทั้งนี้ กองทุนใช้วิธีการ Total return SWAP เพื่อให้ผลตอบแทนของกองทุนใกล้เคียงกับดัชนี MAST 6% VOL

นางลดาวรรณ กล่าวว่า ที่ผ่านมา ดัชนี MAST 6% VOL ซึ่งเป็นดัชนีอ้างอิงของกองทุนหลัก ได้สร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ แม้ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจที่ผ่านมา โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่น โดยหากพิจารณาผลการดำเนินงานย้อนหลังของดัชนี MAST 6% VOL นับตั้งแต่จัดตั้ง ณ วันที่ 5 สิงหาคม 2551 จนถึงสิ้นสุด ณ วันที่ 1 สิงหาคม 2555 เปรียบเทียบกับดัชนี MSCI World ซึ่งเป็นตัวแทนหุ้นทั่วโลก และดัชนี S&P GSCI ซึ่งเป็นตัวแทนสินค้าโภคภัณฑ์ แล้วพบว่า ดัชนี MAST 6% VOL สามารถสร้างผลตอบแทนที่เป็นบวก ที่ 35% ขณะที่ ดัชนี MASCI World มีผลการดำเนินงานติดลบที่ 8% และดัชนี S&P GSCI ติดลบที่ 12% และยังไม่ฟื้นตัวจากวิกฤติทางการเงิน

ทั้งนี้ กองทุน ASP-MAST เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่สามารถลงทุนได้ในระยะกลางถึงระยะยาวประมาณ 1-3 ปี ที่คาดหวังผลตอบแทนสูง และสม่ำเสมอ ต้องการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน และไม่มีเวลาเพียงพอในการติดตามภาวะตลาด โดยกองทุนแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทไม่จ่ายเงินปันผล ซึ่งเหมาะกับลูกค้าบุคคลธรรมดา เนื่องจาก จะได้รับผลตอบแทนในรูปของ Capital gain ซึ่งไม่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และประเภทจ่ายปันผล ซึ่งเหมาะกับลูกค้าสถาบัน เนื่องจากได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากเงินปันผล

“ภายใต้สภาวะการลงทุนที่ยังขาดปัจจัยชี้นำที่ชัดเจน การควบคุมความเสี่ยงจากการลงทุนโดยการจับจังหวะตลาด (Market Timing) เป็นวิธีที่ทำได้ยาก และอาจไม่ได้ผลลัพธ์ตามเป้าหมาย การยึดหลักกระจายความเสี่ยงและการจัดพอร์ตการลงทุนที่เหมาะสม โดยมีการกระจายการลงทุนในหลักทรัพย์หลากประเภท จะทำให้ผู้ลงทุนบรรลุเป้าหมายในการควบคุมความเสี่ยงในการลงทุนและได้รับผลตอบแทนที่ดีได้ โดยกองทุน ASP-MAST เป็นทางเลือกหนึ่งในการจัดพอร์ตการลงทุนที่ตอบสนองการลงทุนในแนวทางนี้ได้ และเชื่อมั่นว่า กองทุนจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจให้กับผู้ลงทุนได้ในทุกช่วงสภาวะตลาด”นางลดาวรรณ กล่าว




 

Create Date : 17 กันยายน 2555    
Last Update : 17 กันยายน 2555 10:23:53 น.
Counter : 1328 Pageviews.  
Share to Facebook

บลจ.กรุงไทย เปิดขายกองทุนเปิดกรุงไทย ซีเล็คทีฟ อิควิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ (KTSE-RMF) เพื่อลงทุนในหุ้นในและนอกตลาด วันที่ 17 ก.ย. -1 ต.ค. 55

นายสมชัย บุญนำศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในช่วงเวลานี้ นักลงทุนส่วนใหญ่เริ่มทยอยลงทุนในกองทุนประเภท RMF /LTF บริษัทจึงถือโอกาสเปิดจำหน่ายครั้งแรก (IPO ) กองทุนเปิดกรุงไทย ซีเล็คทีฟ อิควิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ (KTSE- RMF ) ในวันที่ 17 กันยายน -1 ตุลาคม 2555 มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท ในราคาหน่วยลงทุนละ 10 บาท เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ โดยมีนโยบายลงทุนในหุ้นทั้งที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เช่น ตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ เป็นต้น โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม โดยกองทุนจะเน้นการบริหารแบบเชิงรุก ซึ่งผู้จัดการกองทุนจะทำการวิเคราะห์และคัดเลือกหุ้นที่มีคุณภาพ เหมาะสมกับความเสี่ยง และพิจารณาปรับน้ำหนักการลงทุนในหุ้นแต่ละตัวให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละช่วง ส่วนที่เหลือจะลงทุนในตราสารหนี้

นายสมชัย กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันบริษัทเปิดจำหน่ายกองทุนประเภท RMF จำนวน 5 กองทุน ในแต่ละกองทุน มีนโยบยการลงทุนที่แตกต่างกันออกไป เช่น กองทุนเปิดกรุงไทยผสมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF1 ) มีนโยบายลงทุนในหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ผสมกับตราสารหนี้ , กองทุนเปิดกรุงไทยตราสารหนี้เพื่อการเลี้ยงชีพ ( RMF2 ) ลงทุนในพันธบัตรภาครัฐ ผสมกับหุ้นกู้ภาคเอกชน , กองทุนเปิดกรุงไทยตราสารหนี้ภาครัฐเพื่อการเลี้ยงชีพ ( RMF3) มีนโยบายลงทุนในพันธบัตรภาครัฐทั้ง 100% , กองทุนเปิดกรุงไทยตลาดเงินเพื่อการเลี้ยงชีพ ( RMF4 ) มีนโยบายลงทุนในตลาดเงิน ( Money Market ) และกองทุนเปิดกรุงไทยชาริอะฮ์เพื่อการเลี้ยงชีพ ( KSRMF ) มีนโยบายลงทุนในหลักทรัพย์ที่ไม่ขัดต่อหลักศาสนาอิสลาม ดังนั้น กองทุน KTSE-RMF จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ

สำหรับภาวะตลาดหลักทรัพย์ในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ มีแนวโน้มที่สดใส หลังจากได้รับปัจจัยสนับสนุนจากกรณีที่ ECB ได้ออกมาประกาศแนวทางในการแก้ไขปัญหาหนี้สาธารณะในยุโรปที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา รวมถึงมาตรการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของสหรัฐซึ่งได้มีการประกาศออกมาเมื่อวันที่ 13 กันยายน เช่นเดียวกัน ส่งผลให้มีเงินลงทุนไหลเข้ามาลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น ทำให้บรรยากาศการลงทุนเป็นไปในทิศทางที่ดี

ภาวะเศรษฐกิจในประเทศแม้จะได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวในช่วงที่ผ่านมา แต่ยังคงได้รับผลดีจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เช่น การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ โครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ ในขณะที่ยอดการขายบ้าน และที่อยู่อาศัยที่ยังคงขยายตัวได้ดี ซึ่งปัจจัยสนับสนุนเหล่านี้เป็นส่วนช่วยผลักดันให้ภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนภายในประเทศมีความแข็งแกร่งและมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัท ยังคงมองดัชนี SET มีแนวโน้มเป็นบวกและมีโอกาสปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 1,300 จุดได้ ณ สิ้นปี 2555

ทั้งนี้ สาเหตุที่บริษัทเปิดจำหน่าย IPO กองทุน KTSE — RMF ในช่วงเวลานี้ เนื่องจากบริษัทเห็นโอกาสในการลงทุนท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน เพราะในช่วงที่ผ่านมา มีหลายบริษัทที่มีความสามารถในการทำกำไร และมีอัตราการเจริญเติบโตที่ดี KTSE- RMF จัดตั้งมาเพื่อเน้นลงทุนหุ้นในกลุ่มดังกล่าว มีการบริหารจัดการแบบ Active management ลงทุนในหุ้นเป็นรายตัว คัดเลือกหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐาน และผลประกอบการที่ดี มีความสามารถในการทำกำไร ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวน โดยร่วมมือกับทางฝ่ายวิจัยของบริษัทอย่างใกล้ชิดเพื่อให้พอร์ตการลงทุนมีผลการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ การลงทุนในลักษณะดังกล่าวเหมาะกับการลงทุนระยะยาว

นอกจากนี้ ผู้ลงทุนในกองทุน KTSE-RMF จะได้รับสิทธิในการลดหย่อนภาษีแล้ว ยังได้รับโปรโมชั่นเป็นหน่วยลงทุนกองทุนเปิดกรุงไทยสะสมทรัพย์ (KTSS ) เมื่อลงทุนตั้งแต่ 20,000 บาทขึ้นไป และหากชำระผ่านบัตรเครดิตเคทีซีรับคะแนนสะสม x2 (100 บาท = 2 คะแนน ) เมื่อลงทุนตั้งแต่ 50,000 บาท ขึ้นไป และหากชำระผ่านบัตรเครดิตซิตี้แบงก์ สามารถผ่อนชำระ0% ได้นานถึง 3 เดือน พร้อมรับคะแนนสะสม (50 บาท = 1 คะแนน )




 

Create Date : 17 กันยายน 2555    
Last Update : 17 กันยายน 2555 10:20:38 น.
Counter : 2525 Pageviews.  
Share to Facebook

บลจ.แมนูไลฟ์ เปิดขาย กองทุนเปิด แมนูไลฟ์ สเตร็งค์ อเมริกัน โกรท เอฟไอเอฟ (MS-AMERICAN) เน้นลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐ วันที่ 1-10 ต.ค. 55

นายต่อ อินทวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.แมนูไลฟ์ กล่าวว่า หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) แถลงมาตรการเชิงรุกเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอีกรอบ ด้วยการออก QE3 พร้อมยังส่งสัญญาณว่า ความพยายามในการผ่อนคลายทางการเงินนี้อาจนำมาใช้จนกระทั่งเห็นว่าทิศทางที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปเป็นร่างโดยเฉพาะด้านตลาดแรงงานสหรัฐฯ เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ประกอบกับก่อนหน้านี้ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ประกาศทำธุรกรรม Outright Monetary Transactions (OMTs) ในตลาดรอง เพื่อซื้อพันธบัตรของประเทศต่างๆ ในยูโรโซน แบบไม่จำกัดจำนวน พร้อมทั้งจะดำเนินการจัดการสภาพคล่องในระบบให้อยู่ในภาวะที่สมดุล รวมทั้งรัฐบาลจีนยังประกาศแผนการลงทุนขนาดใหญ่ในระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนและทำให้ความกังวลเกี่ยวกับสภาพคล่องในระบบคลี่คลายลง ตลอดจนบรรยากาศการลงทุนในตลาดส่วนใหญ่เริ่มดีขึ้น

หากดูปัจจัยภายในประเทศ แม้ว่าล่าสุดจะมีการปรับลดประมาณการ GDP และตัวเลขการส่งออกที่ชะลอตัวลงบ้าง เรายังเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้ยังสามารถที่เติบโตในเกณฑ์ที่ดีอยู่ โดยมีอุปสงค์ภายในประเทศทั้งการบริโภคและการลงทุนเป็นแรงขับเคลื่อน ซึ่งสะท้อนในการขยายตัวด้านสินเชื่อและผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคและการลงทุนดังกล่าว เช่น ธนาคาร อสังหาริมทรัพย์ อุปโภคบริโภค โดยบริษัทจดทะเบียนใน SET และ MAI สร้างสถิติปันผลสำหรับงวดครึ่งปีแรกเกินแสนล้านเป็นปีที่สองและยังสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกด้วย ทำให้เรายังคงมีมุมมองที่เป็นบวกต่อตลาดหุ้นไทย แม้ว่า SET index จะปรับตัวขึ้นมาทำลายสถิติสูงสุดในรอบ 5 ปีแล้วก็ตาม แต่ยังคงเป็นตลาดหุ้นที่ต่างชาติสนใจลงทุน และหากมีการออก QE3 อาจทำให้มีเงินทุนไหลเข้ามาในแถบภูมิภาคเอเชียมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ตลาดหุ้นไทยได้อานิสงส์ไปด้วย

อย่างไรก็ดี ตลาดยังคงมีความผันผวนและอาจถูกเทขายทำกำไรหลังจากที่ปรับตัวขึ้นในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาสวนทางกับหลายตลาดในภูมิภาค ซึ่งน่าจะเป็นโอกาสดีของผู้ที่สนใจเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นในช่วงที่ตลาดปรับฐาน โดยท่านอาจพิจารณา กองทุนเปิด แมนูไลฟ์ สเตร็งค์ อิควิตี้ ปันผล (MS-EQ DIV) เป็นอีกหนึ่งทางเลือก ซึ่งกองทุนนี้เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการรับผลตอบแทนสม่ำเสมอและไม่มีเวลาติดตามตลาดหุ้นมากนัก โดยเราได้ตั้งเป้าหมายในการจ่ายเงินปันผลเป็นรายไตรมาส

นอกจากกองทุนดังกล่าวแล้ว กองทุนเปิด แมนูไลฟ์ สเตร็งค์ เอเชียน สมอลแคป อิควิตี้ เอฟไอเอฟ (MS-ASIAN SM) ซึ่งเป็นกองทุน Feeder Fund ที่ลงทุนในหน่วยลงทุนของ Manulife Global Fund-Asian Small Cap Equity Fund (กองทุนหลัก) โดยเน้นการกระจายการลงทุนในกลุ่มหลักทรัพย์ของบริษัทที่มีมูลค่าตลาดขนาดเล็กในภูมิภาคเอเชียและ/หรือแปซิฟิก ซึ่งเปิดเสนอขายไปเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาได้สร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าที่ลงทุนเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีผลตอบแทนที่ดี โดยผลตอบแทนนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2555 จนถึงวันที่ 7 กันยายน 2555 สูงถึง 10.24% เหนือกว่าผลตอบแทนของ MSCI AC Asia Pacific ex JP Small Cap Index (Benchmark) ในช่วงเดียวกันที่ 1.56%

ทั้งนี้ เนื่องจากกองทุนนี้มีแนวทางการบริหารที่ใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบ Bottom-up ในการคัดสรรหุ้นขนาดเล็กที่มีศักยภาพและแนวโน้มการเติบโตที่ดีและอยู่ในช่วงแรกของวัฏจักรธุรกิจ รวมทั้งยังไม่ค่อยมีการจัดทำบทวิเคราะห์หรือได้รับความสนใจอย่างแพร่หลายทำให้หุ้นยังมีราคาต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐานซึ่งเป็นจังหวะในการเข้าลงทุนของกองทุน และเมื่อบริษัทต่างๆ เหล่านี้ขยายตัวหรือเป็นที่รู้จักของนักลงทุนรายใหญ่ก็จะทำให้ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้น ผู้จัดการกองทุนหลักก็จะขายทำกำไรและเริ่มมองหาหุ้นขนาดเล็กที่มีค่าตัวใหม่ต่อไป จุดนี้เองที่ทำให้มีโอกาสสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มได้

ขณะเดียวกันบริษัทฯ ยังเตรียมเปิดเสนอขาย กองทุนเปิด แมนูไลฟ์ สเตร็งค์ อเมริกัน โกรท เอฟไอเอฟ (MS-AMERICAN) ในวันที่ 1-10 ตุลาคมนี้ ซึ่งเป็นกองทุนรวม Feeder Fund ที่เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่าตลาดขนาดใหญ่ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ผ่านกองทุนหลัก Manulife Global Fund-American Growth Fund บริหารจัดการโดย Manulife Asset Management (US) LLC ซึ่งมีความพร้อมและความเชี่ยวชาญทางด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะ ซึ่งใช้กลยุทธ์แบบ Bottom-Up Approach เช่นกัน จึงน่าจะเป็นอีกหนึ่งกองทุนรวมที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวให้แก่ผู้ลงทุนได้




 

Create Date : 16 กันยายน 2555    
Last Update : 16 กันยายน 2555 20:36:57 น.
Counter : 1560 Pageviews.  
Share to Facebook

ธนาคารทิสโก้ จับมือ บตท. เพื่อปล่อยกู้สินเชื่อที่อยู่อาศัย ดอกเบี้ยคงที่ระยะยาว วงเงิน 500 ล้านบาท

นายศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) (Mr. Sakchai Peechapat, Senior Executive Vice President, TISCO Bank Plc.) เปิดเผยว่า ธนาคารทิสโก้ ร่วมกับ บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย (บตท.) ลงนามสัญญาในการจัดซื้อสินเชื่อที่อยู่อาศัย จำนวนวงเงิน 500 ล้านบาท โดย บตท. จะเป็นผู้รับซื้อสินเชื่อที่อยู่อาศัยจากธนาคารทิสโก้ แบบทยอยจัดซื้อตามวงเงิน ผ่านผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารทิสโก้ ทำให้ธนาคารทิสโก้มีผลิตภัณฑ์ดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านนำเสนอลูกค้าที่หลากหลายขึ้น ทั้งดอกเบี้ยคงที่ระยะสั้นของธนาคารเอง และ ดอกเบี้ยคงที่ระยะยาวของ บตท. ทำให้ผู้ขอสินเชื่อบ้านสามารถเลือกดอกเบี้ยตามความต้องการของตนเองได้ และสัดส่วนของวงเงินกู้ต่อราคาหลักประกันนั้นให้วงเงินสูงสุดอยู่ที่ 95% ของราคาทรัพย์ ซึ่งสัดส่วนวงเงินขึ้นกับประเภททรัพย์

“จากโครงการความร่วมมือดังกล่าวนี้เชื่อว่าจะสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ขอสินเชื่อบ้านได้เป็นอย่างดี และ ทางธนาคารมีความยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมสนับสนุนนโยบายภาครัฐ โดยเฉพาะการพัฒนารูปแบบสินเชื่อที่อยู่อาศัย เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้บริโภค” นายศักดิ์ชัย กล่าว

ด้านนางพรนิภา หาชัยภูมิ กรรมการและผู้จัดการ บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย (บตท.) (Ms. Pornnipa Hachaiyaphum, President, Secondary Mortgage Corporation) กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้ จะช่วยให้ประชาชนที่กำลังมองหาสินเชื่อที่อยู่อาศัยได้มีทางเลือกใหม่ๆ ในการวางแผนการเงินในอนาคต มีการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่เหมาะสมกับกำลังการผ่อนชำระของตนเอง ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจะนับเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการร่วมพัฒนาระบบสินเชื่อที่อยู่อาศัย โดยออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยอัตราดอกเบี้ยคงที่ระยะยาว ตลอดจนสนับสนุนนโยบายภาครัฐในการขยายสินเชื่อที่อยู่อาศัย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ของประเทศอีกทางหนึ่ง” 

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ จะต้องเป็นผู้ที่ผ่านเกณฑ์รายได้และมีความสามารถในการชำระหนี้ตามหลักเกณฑ์ของการให้สินเชื่อของธนาคารทิสโก้ โดยครอบคลุมทั้งสินเชื่อเพื่อซื้อบ้านใหม่ บ้านมือสอง หรือสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ โดยสามารถติดต่อได้ที่ธนาคารทิสโก้ หรือบตท. ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ ธนาคารทิสโก้ทุกสาขา หรือ TISCO Contact Center โทร. 02 633 6000 กด 2 หรือที่ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ 1 (บตท.) โทร. 02 618 9933 ต่อ 701, 702, 706, 707 




 

Create Date : 15 กันยายน 2555    
Last Update : 15 กันยายน 2555 8:52:02 น.
Counter : 2077 Pageviews.  
Share to Facebook

บลจ.บัวหลวง เสนอขายกองทุนรวมบัวหลวงตราสารหนี้ชนิดระบุวันครบกำหนด 38/12 ระหว่างวันที่ 12 - 18 กันยายน 55

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บัวหลวง เสนอขายกองทุนรวมบัวหลวงตราสารหนี้ชนิดระบุวันครบกำหนด 38/12 ระหว่างวันที่ IPO 12 - 18 กันยายน 55 กองทุนรวมบัวหลวงตราสารหนี้ชนิดระบุวันครบกำหนด 38/12 (B-Fixterm 38/12) อายุประมาณ 6 เดือน ประมาณการผลตอบแทน 3.10% ต่อปี ขนาดโครงการ 2,000 ล้านบาท เน้นลงทุนในเงินฝาก ตราสารหนี้ภาครัฐ และภาคเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ


ทั้งนี้ กองทุนดังกล่าว เหมาะสมกับเงินลงทุนส่วนที่ต้องการความมั่นคง และความเสี่ยงต่ำ เพื่อโอกาสในการรับผลตอบแทนที่สูงกว่าการฝากเงิน โดยไม่ต้องไปลงทุนในหุ้น ลงทุนขั้นต่ำ 10,000 บาท ที่ราคาเสนอขาย 10 บาทต่อหน่วยลงทุน

สำหรับตราสารหนี้ และ / หรือประเทศที่จะลงทุนอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวการณ์ของตลาดตราสารหนี้ขณะนั้นๆ




 

Create Date : 14 กันยายน 2555    
Last Update : 14 กันยายน 2555 10:59:12 น.
Counter : 1468 Pageviews.  
Share to Facebook

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  69  70  71  72  73  74  75  76  77  78  79  80  81  82  

xemmy
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




Friends' blogs
[Add xemmy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.