ข่าวสารการเงิน หุ้น เศรษฐกิจ และการลงทุน ติดตามได้ที่ Facebook.com/ThaiMoneyNews

xemmy.bloggang.com

กรุณาเลือกหัวข้อที่ต้องการ => เรื่อง Hot น่ารู้ ออมเงินที่ไหนดี ยานยนต์อัพเดท กลเม็ดเคล็ดลับ DIY-ทำเองก็ได้ง่ายจัง
Group Blog
 
All Blogs
 

กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN คอมเมอร์เชียล โกรท (CPNCG) เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ วันที่ 21 กันยายน 2555

นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN คอมเมอร์เชียล โกรท (CPNCG) ซึ่งจะเข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในหมวดกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง ในวันที่ 21 กันยายน 2555 เป็นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่เข้าจดทะเบียนใหม่กองที่ 5 ของปีนี้ด้วยมูลค่าระดมทุน 4,394.38 ล้านบาท

นางโชติกา สวนานนท์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยว่า CPNCG เป็นกองทุนประเภท Leasehold โดยมีการลงทุนในโครงการอาคารสำนักงาน ดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ด้วยศักยภาพของทำเลซึ่งตั้งอยู่ในเขตศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพมหานคร และมีการคมนาคมที่สะดวก  ทำให้ทั้งนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อยให้การตอบรับที่ดีในช่วงเสนอขายหน่วยลงทุน โดยการลงทุนครั้งนี้เป็นการลงทุนในส่วนที่ 1 ประกอบด้วย เช่าช่วงที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งของอาคารสำนักงาน  เนื้อที่ประมาณ  2 ไร่ เช่าช่วงพื้นที่ภายในสำนักงานบางส่วน คิดเป็นพื้นที่ให้เช่าประมาณ  74,605 ตารางเมตร รวมทั้งยังลงทุนในงานระบบ และสิทธิในการใช้บริการพื้นที่จอดรถจำนวน 1,218 คัน

ส่วนการลงทุนส่วนที่ 2 จะลงทุนหลังจากดำเนินการลงทุนส่วนที่ 1 แล้วเสร็จ โดยจะลงทุนเช่าช่วงในพื้นที่ที่ CPN อยู่ระหว่างการดำเนินการปรับผังพื้นที่เพื่อให้เหมาะสมกับผู้เช่า โดยในเบื้องต้นคาดว่าการดำเนินการจะแล้วเสร็จและมีความพร้อมที่จะให้กองทุนรวมลงทุนส่วนที่ 2 ได้ภายในวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2555 ซึ่งเป็นพื้นที่สำนักงานให้เช่า คิดเป็นพื้นที่ให้เช่าประมาณ  5,961 ตารางเมตร และสิทธิในการใช้บริการพื้นที่จอดรถจำนวน 53 คัน ทั้งนี้ การลงทุนส่วนที่ 2 จะดำเนินการโดยใช้เงินกู้ยืมตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในกฎหมายหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง

CPNCG เป็นกองทุนอสังหาริมทรัพย์ประเภทไม่รับซื้อคืนหน่วยลงทุน ไม่กำหนดอายุโครงการ และมีลักษณะโครงการแบบระบุเฉพาะเจาะจง กองทุนได้เสนอขายหน่วยลงทุนจำนวน 426.64 ล้านหน่วยต่อประชาชนทั่วไป ระหว่างวันที่ 4-10 กันยายน 2555 ในราคาหน่วยละ 10.30 บาท รวมมูลค่าเสนอขาย 4,394.38 ล้านบาท โดยมีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด เป็นบริษัทจัดการกองทุน ทั้งนี้ CPNCG มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ในอัตราไม่น้อยกว่า 90 % ของกำไรสุทธิที่ไม่รวมกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจากการประเมินค่าหรือการสอบทานการประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์หรือสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ประจำรอบระยะเวลาบัญชีนั้น

หลัง IPO ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ CPNCG 3 รายแรก ได้แก่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 25.00% บริษัท ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 5.70% และ บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 4.27%




 

Create Date : 20 กันยายน 2555    
Last Update : 20 กันยายน 2555 13:56:39 น.
Counter : 2456 Pageviews.  
Share to Facebook

บลจ.กสิกรไทย เปิดขายกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ 1 ปี เออาร์ (KFF1YAR) วันที่ 19-25 ก.ย. 55

นายนาวิน อินทรสมบัติ  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) กล่าวว่า การประกาศใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งที่ 3 (QE3) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

แม้จะส่งผลให้การลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอย่างกองทุนทองคำ กองทุนน้ำมัน และกองทุนหุ้นมีแนวโน้มที่ดีและมีความน่าสนใจมากขึ้น แต่อาจส่งผลให้ความน่าสนใจของการลงทุนในพันธบัตรและตราสารหนี้เริ่มลดน้อยลง เมื่อผนวกกับทิศทางดอกเบี้ยในประเทศที่ไม่น่าจะปรับตัวขึ้น จนกว่าจะถึงกลางปี 2556 ผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ไม่มากนัก จึงควรขยายระยะเวลาการลงทุนไปถือกองทุนตราสารหนี้ประเภทกำหนดระยะเวลาแน่นอน และมีอายุยาวตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป เพื่อล็อกผลตอบแทนที่น่าสนใจ

เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้ลงทุน บลจ.กสิกรไทย จะเสนอขายกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ 1 ปี เออาร์ (KFF1YAR) โอกาสรับผลตอบแทน 3.50% ต่อปี โดยจะเสนอขายครั้งเดียวในวันที่ 19-25 ก.ย.นี้

ทั้งนี้ ตราสารที่กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ 1 ปี เออาร์ (KFF1YAR) คาดว่าจะลงทุน ยังคงมุ่งเน้นตราสารหนี้คุณภาพดีที่ให้โอกาสรับผลตอบแทนที่ ดึงดูดใจกว่าการลงทุนกับตราสารหนี้ในประเทศซึ่งมีอายุใกล้เคียงกัน ประกอบด้วย ตราสารหนี้ Standard Bank of South Africa, ประเทศแอฟริกาใต้ ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจาก Fitch ที่ BBB+ ตราสารหนี้Itau Unibanco S.A. และ ตราสารหนี้ BancoSantander, ประเทศบราซิล อันดับความน่าเชื่อถือที่ BBB+ และ BBB ตามลำดับ

นอกจากนี้ จะลงทุนในเงินฝาก Standard Chartered Bank, สาขาฮ่องกง อันดับความน่าเชื่อถือในระดับ AA-เงินฝาก Abu Dhabi Commercial Bank, ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งมีอันดับความน่าเชื่อในระดับ A+ และเงินฝาก Bank of China, สาขามาเก๊า อันดับความน่าเชื่อถือระดับ A โดยกองทุนดังกล่าวมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน




 

Create Date : 19 กันยายน 2555    
Last Update : 19 กันยายน 2555 14:07:19 น.
Counter : 1525 Pageviews.  
Share to Facebook

บลจ.ทิสโก้ เปิดขาย“กองทุนเปิด ทิสโก้ ไชน่า ทริกเกอร์ 8% # 4” อายุโครงการประมาณ 8 เดือน วันที่ 18 - 28 กันยายน 2555

นายสาห์รัช ชัฎสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและที่ปรึกษาการลงทุน ธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลและกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า เพื่อตอบโจทย์การลงทุนในจังหวะเวลาที่เหมาะสม TISCO Wealth  จึงเสนอขาย   “กองทุนเปิด ทิสโก้ ไชน่า ทริกเกอร์ 8% # 4” (TISCO China Trigger 8% Fund # 4) อายุโครงการประมาณ 8 เดือน  โดยกองทุนดังกล่าวจะเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Lyxor ETF China Enterprise (HSCEI) (กองทุนหลัก) เฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน  โดยเป็นกองทุนรวมอีทีเอฟ (Exchange Traded Fund) ประเภทกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ ซึ่งมีนโยบายการลงทุนในตราสารแห่งทุนเพื่อให้ได้รับผลตอบแทนใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี Hang Seng China Enterprise (HSCEI) 

TISCO Wealth ระบุว่า  ตลาดหุ้นจีน ถือเป็นตลาดหุ้นที่มีความโดดเด่นและน่าสนใจลงทุนมากที่สุดในขณะนี้ โดยเศรษฐกิจจีนในปีนี้จะเติบโตอย่างต่อเนื่องตามเป้าหมายของทางการจีนที่คาดว่าจะโตในระดับไม่ต่ำกว่า 7.5%  จากความพยายามของรัฐบาลจีนที่เร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ อีกทั้งธนาคารกลางจีนยังยืดหยุ่นให้ธนาคารพาณิชย์ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จนเหลือ 6% และคาดว่าธนาคารกลางจะลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงอีก 1% ในเร็วๆ นี้ ทำให้คาดว่าเศรษฐกิจจีนจะไม่เกิด Hard Landing  และจีนยังเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจขยายตัวเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก 

นอกจากนี้ ตลาดหุ้นจีนยังน่าสนใจลงทุน ด้วยราคาหุ้นที่ถือว่าอยู่ในระดับที่ถูกเมื่อเทียบกับภูมิภาคถึง  30% โดยปัจจุบันค่า P/E ของตลาดหุ้นจีนอยู่ที่ระดับประมาณต่ำกว่า 9 เท่า เมื่อเทียบกับภูมิภาคซึ่งอยู่ที่ประมาณมากกว่า 11 เท่า ซึ่งหากตลาดหุ้นจีนกลับเข้าไปซื้อขายในระดับเดียวกับภูมิภาคคาดว่าตลาดหุ้นจีนจะมี Upside จากระดับปัจจุบันร่วม 30%นอกจากนั้นตลาดหุ้นจีนคาดว่าจะยังจะได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการเปลี่ยนผู้นำจีนในช่วงเดือน ต.ค. 2555 - มี.ค. 2556  รวมถึงการออกมาตรการ QE3 ของสหรัฐฯ  ที่จะส่งผลให้เกิดสภาพคล่องที่ไหลเข้ามาในตลาดหุ้นทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชียและจีนอีกด้วย

โดย "กองทุนเปิด ทิสโก้ ไชน่า ทริกเกอร์ 8% # 4" (TISCO China Trigger 8% Fund # 4)  มีมูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท อายุโครงการประมาณ 8 เดือน  โดยกองทุนดังกล่าวจะเลิกโครงการก่อนครบกำหนดอายุโครงการ หากสามารถสร้างผลตอบแทนได้ถึง 8% หรือ NAV มีมูลค่ามากกว่าหรือเท่ากับ 10.8000 บาท  เปิดเสนอขายครั้งเดียว (ไอพีโอ)  ระหว่าง18 - 28 กันยายน  2555 ที่ บลจ.ทิสโก้และธนาคารทิสโก้ ทุกสาขา  มูลค่าจองซื้อขั้นต่ำ  20,000 บาท




 

Create Date : 19 กันยายน 2555    
Last Update : 19 กันยายน 2555 8:53:01 น.
Counter : 1872 Pageviews.  
Share to Facebook

บลจ.กรุงศรี เสนอขายกองทุนเปิดกรุงศรีตราสารหนี้ 6M37 (KFFIX6M37) อายุประมาณ 6 เดือน เสนอขายระหว่างวันที่ 18 – 24 ก.ย. 55

นายฉัตรพี ตันติเฉลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด (บลจ.กรุงศรี)เปิดเผยว่า “ในสัปดาห์นี้บริษัทเปิดเสนอขายกองทุนเปิดกรุงศรีตราสารหนี้ 6M37 (KFFIX6M37)อายุโครงการประมาณ 6 เดือน เป็นกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น ตราสารหนี้ภาครัฐไทย สัดส่วนการลงทุน 11% ตราสารหนี้ระยะสั้นออกโดย ธ.กรุงไทย จก. (มหาชน) สัดส่วนการลงทุน 20% ตราสารหนี้ระยะสั้นออกโดย ธ.กรุงศรีอยุธยา จก. (มหาชน) สัดส่วนการลงทุน 9% ตั๋วแลกเงินออกโดย บ. อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส จก. (มหาชน) สัดส่วนการลงทุน 20 % เงินฝากธนาคาร Bank of China (สาขามาเก๊า) สัดส่วนการลงทุน 20% และเงินฝากธนาคาร Abu Dhabi Commercial Bank (สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์) สัดส่วนการลงทุน 20 % โดยนักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนจากการขายคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติประมาณ 3.15 % ต่อปี และหลังครบกำหนดอายุโครงการบริษัทจะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติและสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนเปิดกรุงศรีตราสารเงิน (KFCASH) ซึ่งเป็นกองทุนรวมตลาดเงิน เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ถือหน่วยลงทุนได้รับผลตอบแทน ที่ดีจากการลงทุนต่อไป” 

“กองทุนเปิดกรุงศรีตราสารหนี้ 6M37 (KFFIX6M37) เป็นทางเลือกสำหรับการลงทุนในตราสารหนี้เหมาะกับ นักลงทุนที่มองหาการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำและต้องการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก และสามารถลงทุนได้เป็นระยะเวลาประมาณ 6 เดือน” นายฉัตรพีกล่าว




 

Create Date : 18 กันยายน 2555    
Last Update : 18 กันยายน 2555 9:37:03 น.
Counter : 1456 Pageviews.  
Share to Facebook

วีจีไอโกลบอลมีเดีย (VGI) เคาะราคาเสนอขายหุ้น IPO หุ้นละ 35 บาท เปิดจองซื้อวันที่ 19 ก.ย. - 2 ต.ค. 55

‘วี จี ไอ โกลบอล มีเดีย’ หรือ VGI เคาะราคาเสนอขายหุ้น IPO หุ้นละ 35 บาท เผยนักลงทุนสถาบันชั้นนำทั้งในและต่างประเทศแสดงความสนใจจองซื้อมากกว่า 12 เท่า โดยผู้ถือหุ้น BTS และบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ที่ได้รับจัดสรรสามารถจองซื้อระหว่าง 19-21 และ 24-25 กันยายน 2555 ที่ บล. ทิสโก้ ส่วนประชาชนสามารถจองซื้อได้ในวันที่ 28 กันยายน และ 1-2 ตุลาคมนี้ เปิดกำไรช่วง 3 เดือน เม.ย.-มิ.ย. 55 โตกว่าปีก่อน 99% ‘คีรี กาญจนพาสน์’ มั่นใจบริษัทเติบโตได้อีกมาก ด้าน บล. ทิสโก้ ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจำหน่ายฯ ชี้ราคาจองเหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานและการเติบโตของธุรกิจ เผยช่วงที่ออกโรดโชว์กระแสตอบรับจากนักลงทุนท่วมท้น คาดนักลงทุนเข้าซื้อหุ้นเพิ่ม ภายหลังเข้าตลาด เหตุรายได้และกำไรเติบโตต่อเนื่อง 

นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัท วี จี ไอ โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ VGI ผู้นำธุรกิจให้บริการเครือข่ายสื่อโฆษณาที่สอดคล้องกับรูปแบบการดำเนินชีวิตในยุคสมัยใหม่ (Lifestyle Media) เปิดเผยว่า ได้กำหนดราคาเสนอขายหุ้น VGI จำนวน 88 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 35 บาท และคาดว่าจะเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในวันที่ 11 ตุลาคม 2555

“การเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ จะช่วยเสริมศักยภาพทางธุรกิจให้กับบริษัทฯ ทั้งด้านชื่อเสียง ความมั่นคง และหากมีความจำเป็นต้องขยายธุรกิจทั้งแนวราบและแนวดิ่งในอนาคต ก็จะสามารถทำได้โดยง่าย” นายคีรีกล่าว 

นายมารุต อรรถไกวัลวที ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วี จี ไอ โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเติบโตของ VGI ที่ผ่านมา เป็นเพราะวิสัยทัศน์ของคณะกรรมการและผู้บริหารที่สอดรับกับทิศทางของธุรกิจ ด้านสื่อโฆษณา ซึ่งบริษัทฯ เป็นผู้นำทั้งในระบบขนส่งมวลชน ในห้างสรรพสินค้า และในอาคารสำนักงาน โดยจะเห็นได้ว่า ผลประกอบการของบริษัทฯ เติบโตต่อเนื่องมาโดยตลอดในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จากปี 2552-2553 (1 เม.ย.52 – 31 มี.ค. 53) บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,137 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 100 ล้านบาท ปี 2553-2554 (1 เม.ย.53 - 31 มี.ค.54) มีรายได้รวม 1,412 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 172 ล้านบาท และ ปี 2554-2555 (1 เม.ย.54-31 มี.ค.55) มีรายได้รวม 2,005 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 279 ล้านบาท “สำหรับในไตรมาสแรกของปีบัญชีนี้ ช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายน 2555 บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีรายได้รวม 654 ล้านบาท เติบโตขึ้นถึง 36% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีรายได้รวม 480 ล้านบาท และ มีกำไรสุทธิช่วงเดือน เม.ย.-มิ.ย. 55 จำนวน 160 ล้านบาท โตขึ้นจากงวดเดียวกันของปีที่ผ่านมาถึง 99%” นายมารุตกล่าว

นายธนะชัย บัณฑิตวรภูมิ หัวหน้าสายวาณิชธนกิจ กลุ่มลูกค้าบรรษัท บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญ บริษัท วี จี ไอ โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ราคาเสนอขายหุ้น VGI ที่ 35 บาทต่อหุ้น เป็นราคาที่เกิดจากการสำรวจ ความต้องการซื้อของนักลงทุนสถาบันชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ (Book Building) ซึ่งราคาที่ได้ถือว่าเหมาะสม กับปัจจัยพื้นฐานและอัตราการเติบโตของบริษัทฯ โดยความต้องการส่วนเกินจากยอดความต้องการซื้อของ นักลงทุนสถาบันที่สูงกว่า 12 เท่า จะเป็นแรงดึงดูดให้นักลงทุนเข้ามาซื้อหุ้นของบริษัทเพิ่มขึ้น ภายหลังจากที่หุ้น ของบริษัทเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ 

สำหรับการจองซื้อหุ้น VGI จะแบ่งเป็น 2 ช่วง โดยในระหว่างวันที่ 19-21 และ 24-25 กันยายน 2555 จะเปิดให้ผู้ถือหุ้นของบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS และผู้ถือหุ้นของบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC จองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ VGI จำนวนไม่เกิน 26 ล้านหุ้น ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้น BTS และ BTSC สามารถใช้สิทธิจองซื้อได้ที่บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เท่านั้น โดยสามารถติดต่อขอรับ ใบจองซื้อและหนังสือชี้ชวนได้ตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน 2555 เป็นต้นไป ที่สำนักงานใหญ่ บล. ทิสโก้ และสามารถดาวน์โหลดใบจองซื้อและหนังสือชี้ชวนผ่าน 1) website ของบริษัทฯ ที่ //www.vgi.co.th 2) website ของ บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ที่www.btsgroup.co.th/th/investor.php 3) website ของ BTSC ที่ //www.bts.co.th และ 4) website ของบริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ที่ //www.tiscosec.com 

สำหรับในส่วนหุ้นสามัญเดิมจำนวน 62 ล้านหุ้นที่เสนอขายโดย BTSC เพื่อจำหน่ายให้กับประชาชน จะเปิดให้จองซื้อในระหว่างวันที่ 28 กันยายน และ 1-2 ตุลาคม 2555 ผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกัน การจำหน่าย ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด และ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) และผู้ร่วม จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายอีก 4 แห่ง ประกอบด้วย บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) และ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)




 

Create Date : 18 กันยายน 2555    
Last Update : 18 กันยายน 2555 9:33:54 น.
Counter : 2477 Pageviews.  
Share to Facebook

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  69  70  71  72  73  74  75  76  77  78  79  80  81  82  

xemmy
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




Friends' blogs
[Add xemmy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.