ข่าวสารการเงิน หุ้น เศรษฐกิจ และการลงทุน ติดตามได้ที่ Facebook.com/ThaiMoneyNews

xemmy.bloggang.com

กรุณาเลือกหัวข้อที่ต้องการ => เรื่อง Hot น่ารู้ ออมเงินที่ไหนดี ยานยนต์อัพเดท กลเม็ดเคล็ดลับ DIY-ทำเองก็ได้ง่ายจัง
Group Blog
 
All Blogs
 

ไอแบงค์ปล่อยสินเชื่อสู่ผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มที่เป็นลักษณะร้านค้า แผงลอย และรถเข็นรวมทั้งสิ้น 5,000 ราย

นายบัณฑิต โสตถิพลาฤทธิ์  ประธานกรรมการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย  เปิดเผยว่า โครงการ “ความสะอาดเป็นส่วนหนึ่งของความศรัทธา” ได้วางเป้าหมายมุ่งเน้นไปที่ลูกค้า ผู้ทำธุรกิจประกอบอาหารและเครื่องดื่ม โดยตั้งเป้าว่าจะสามารถกระจายโครงการดังกล่าว สู่ผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มที่เป็นลักษณะร้านค้า แผงลอย และรถเข็นรวมทั้งสิ้น 5,000 ราย และในอนาคตจะกระจายไปยังผู้ประกอบการอื่นๆ เช่น ร้านขายรองเท้า ร้านกิ๊ฟช็อป ร้านขายเสื้อผ้า ฯลฯ และป็นธุรกิจที่ไม่ขัดต่อหลักชะรีอะฮ์

ในอนาคตทางธนาคารฯมีแผนนำโครงการดังกล่าวเข้าไปปรับปรุงในพื้นที่ตลาดและชุมชนอื่นๆทั่วประเทศ โดยในเบื้องต้นจะเริ่มต้นโครงการในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลเป็นอันดับแรก และจะดำเนินการเพื่อขยายไปทั่วประเทศ ในโครงการดังกล่าวไม่เพียงมุ่งเน้นพัฒนาและปรับปรุงเฉพาะชุมชนที่มีอิสลามอยู่หนาแน่นเพียงเท่านั้นแต่ยังกระจายทั่วไปในทุกพื้นที่อีกด้วย โดยจะนำร่องที่ตลาดและชุมชนในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ก่อนขยายไปยังต่างจังหวัดทั่วประเทศ  

ทั้งนี้คาดหวังว่าการให้สินเชื่อรายย่อย แก่ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ ผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มที่เป็นลักษณะร้านค้า แผงลอย ตามโครงการ “ความสะอาด เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต” ภายใต้ความรับผิดชอบของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยหรือไอแบงก์ จะมีส่วนในการช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยพึ่งพาตนเองได้ และเพื่อการมีส่วนร่วมในการส่งเสริมการคืนคุณค่าสู่สังคมและชุมชน

นายบัณฑิต กล่าวอีกว่า ในการมุ่งพัฒนาโครงสร้างการพัฒนาผลิตภัณฑ์  การพัฒนาบุคลากร  และการขยายช่องทางบริการทั้งในประเทศ และต่างประเทศ โดยเฉพาะ AEC โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้ามุสลิม ที่ต้องการใช้บริการทางการเงินตามมาตรฐานอิสลาม ในการเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โดยธนาคารต้องมีการพัฒนาระบบไอที เพื่อสนับสนุนการดำเนินการภายใน และการให้บริการที่รวดเร็วแก่ลูกค้า

พร้อมพัฒนากระบวนการทำงานให้เป็นมาตรฐานสากล เพื่อรองรับการขยายธุรกรรมทางการเงินของธนาคาร  การพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายตรงกับความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม โดยเป็นไปตามหลักศาสนาของอิสลาม  ตลอดจนพัฒนาบุคลากรให้มีความชำนาญในการใช้ระบบไอที  และเพิ่มทักษะความชำนาญการบริการทางการเงินตามหลักศาสนาอิสลาม ให้พร้อมต่อการพัฒนา นวัตกรรมทางการเงินใหม่ๆ พร้อมรองรับการแข่งขันในระดับสากล นอกจากนี้ยังมุ่งพัฒนาการสื่อสารภาษาที่ 3   อีกทั้ง ธนาคารจะขยายสาขาและจัดตั้งศูนย์ธุรกิจไปยังต่างประเทศอีกด้วย

สำหรับนโยบายในภาพรวมนั้น ตนไว้วางเป้าหมายของธนาคารอิสลามไว้เป็น  ธนาคารที่ให้บริการทางการเงิน ตามหลักอิสลามแก่ลูกค้าชาวไทยมุสลิม และลูกค้าชาวมุสลิมต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาทำธุรกรรมทางการเงินในประเทศไทย เช่น กลุ่มมิสลิมที่เข้ามาท่องเที่ยว กลุ่มที่เข้ามารักษาพยาบาล  และมาทำธุรกิจ  โดยดำเนินการภายใต้กลยุทธ์การเป็นพันธมิตร ไม่ใช่คู่แข่งขัน  โดยมองสถาบันการเงินในประเทศเป็นพันธมิตรที่สามารถเอื้อประโยชน์ ในการทำธุรกิจร่วมกันได้  และมองสถาบันการเงินตามหลักอิสลามในต่างประเทศเป็นคู่แข่งขันของธนาคาร

นอกจากนี้ ยังมุ่งส่งเสริม และสนับสนุน สังคม และชุมชน โดยมุ่งเน้นประชาชนมุสลิมเป็นสำคัญ  โดยจะมีการดำเนินงานโครงการที่มีความสอดคล้องกับวิถีชีวิตของชาวมุสลิม  เช่น จัดให้ผู้บริหารธนาคารเข้าไปให้ความรู้แก่ นักเรียน นักศึกษา ในโรงเรียนตามถนัด โดยจะคัดเลือกจากโรงเรียนที่มีนักเรียน นักศึกษา ที่เป็นมุสลิมอยู่มากก่อน  และจัดให้มีสื่อความรู้เกี่ยวกับบริการทางการเงินตามหลักอิสลาม โดยจัดทำหนังสือ และ E- book เข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์ที่สามารถเข้าไปศึกษาด้วยตนเองได้ พร้อมมุ่งสร้างความสามัคคีในชุมชนผ่านโครงการด้านกีฬา ที่เป็นที่นิยมในกลุ่มคนมุสลิม เป็นต้น ตลอดจนเพิ่มสัดส่วนผู้บริหาร และพนักงานที่นับถือศาสนาอิสลามมากขึ้นด้วย

นายธานินทร์  อังสุวรังษี   ผู้จัดการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย  กล่าวว่า โครงการความสะอาดเป็นส่วนหนึ่งของความศรัทธา” มีวัตถประสงค์เพื่อให้กลุ่มผู้ค้าแผงลอย รถเข็น ร้านค้าที่ประกอบอาชีพอยู่เดิม ได้เข้าถึงธุรกรรมทางการเงิน เพื่อนำมาพัฒนาและปรับปรุงกิจการให้ถูกสุขลักษณะตรงกับหลักศรัทธาของศาสนาอิสลาม ตามชื่อโครงการ “ความสะอาดเป็นส่วนหนึ่งของความศรัทธา” อีกทั้งเพื่อให้กลุ่มผู้ค้าแผงลอย รถเข็น ร้านค้า ที่มีความประสงค์จะขยายธุรกิจ หรือ ขยายสาขาให้มากขึ้น โดยเน้นหลักความสะอาดและถูกสุขลักษณะตามโครงการ ฯ และเป็นแหล่งเงินทุนในการดำเนินกิจการ

สำหรับกลุ่มเป้าหมายของโครงการ ธนาคารได้มุ่งเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าธุรกิจรายย่อย (MSMEs) ผู้ค้าแผงลอย รถเข็น ร้านค้า ที่ประกอบการผลิตหรือจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม โดยจัดแบ่งโครงการออกเป็น 2 โครงการเพื่อแบ่งกลุ่มลูกค้าเป้าหมายและจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อให้ตรงกับวัตถุประสงค์ของธนาคารอย่างชัดเจน ดังนี้  
1. ภายใต้ชื่อโครงการ  ความสะอาดเป็นส่วนหนึ่งของความศรัทธา  
- กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ได้แก่ ผู้ประกอบการผลิตและ/หรือจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มที่อิสลามอนุมัติ
2. ภายใต้ชื่อโครงการ ความสะอาดเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต
- กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ได้แก่  ผู้ประกอบการผลิตหรือจำหน่าย อาหารที่ไม่ฮาลาล (อาหารที่ศาสนาไม่อนุมัติ) โดยระยะเวลาและวงเงินโครงการรวม 200 ล้านบาท  นับตั้งแต่วันที่ได้รับอนุมัติจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2556

ธนาคารคาดว่าจะมีลูกค้าที่สนใจเข้าร่วมโครงการ 5,000 ร้านค้า จากปัจจุบัน (ณ วันที่ 21 พฤศจิกายน 2555) มียอดลูกค้าผู้สนใจเข้าร่วมโครงการแล้ว 2,800 ร้านค้าในวงเงินสินเชื่อรวม 142,56 ล้านบาท แบ่งเป็นลูกค้ามุสลิม 1,522 ร้านค้า 1,278 ร้านค้า  โดยปัจจุบันได้รับการอนุมัติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 737 ร้านค้า ภายใต้วงเงินสินเชื่อรวม 35.55 ล้านบาท

นับตั้งแต่เดือนมกราคม – ตุลาคม ปี 2555  ธนาคารอิสลามมีเงินให้สินเชื่อรายย่อยเพิ่มขึ้นสุทธิจาก ณ สิ้นปี 2554 จำนวน  4,858 ล้านบาท เติบโตจากปี 2554 ร้อยละ 18.09 จากเงินให้สินเชื่อรวม ณ สิ้นปี 2554  และมีเงินให้สินเชื่อรายย่อยรวม ณ เดือนตุลาคม 31,710  ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 26 ของเงินให้สินเชื่อรวมทั้งหมด มีลูกค้ารายย่อยเพิ่มขึ้นจากปี 2554 จำนวน 41,943 ราย  ส่งผลให้จำนวนลูกค้ารายย่อยรวมเป็น 130,782 ราย โดยเป้าหมายในการปล่อยสินเชื่อรายย่อยในปี 2555 ธนาคารฯได้กำหนดเป้าหมายเงินให้สินเชื่อรายย่อยเพิ่มขึ้นสุทธิจากปี 2554 จำนวน 6,900 ล้านบาท และเงินให้สินเชื่อรายย่อยรวม ณ สิ้นปี 2555 เท่ากับ 33,700 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 25.02 ของเงินให้สินเชื่อรวมทั้งหมด และกำหนดเป้าหมายจำนวนลูกค้ารายย่อยเพิ่มขึ้นสุทธิ 82,102 ราย จำนวนลูกค้ารายย่อยรวม ณ สิ้นปี 170,941 ราย และในปี 2556 กำหนดเป้าหมายเงินให้สินเชื่อรายย่อยเพิ่มขึ้นสุทธิ 13,000 ล้านบาทและเงินให้สินเชื่อรายย่อยรวม ณ สิ้นปี 46,700 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 29.70 ของเงินให้สินเชื่อรวมทั้งหมด และกำหนดเป้าหมายจำนวนลูกค้ารายย่อยเพิ่มขึ้น

พี่น้องมุสลิม หรือพี่น้องต่างศาสนิก พ่อค้าแม่ค้าทุกท่านที่สนใจ เข้าร่วมโครงการความสะอาดเป็นส่วนหนึ่งของความศรัทธา สามารถขอรับคำปรึกษาที่ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย 106 สาขา ครอบคลุมทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  Call Center 1302




 

Create Date : 25 พฤศจิกายน 2555    
Last Update : 25 พฤศจิกายน 2555 8:43:49 น.
Counter : 1261 Pageviews.  
Share to Facebook

ตารางแสดงรายชื่อหุ้นปันผล (อัตราเงินปันผล >5%, P/E<10, P/BV<2, D/E<1) อัพเดทเมื่อวันที่ 23 พ.ย. 55

อันดับ ชื่อหุ้น ราคาล่าสุด (บาท) MCap (M) P/E P/BV D/E ROA% ROE% อัตราเงินปันผล%
1 IFEC 2.6 1,060 M 6.67 1.61 0.36 23.82 25.52 9.45
2 ASP 2.32 4,885 M 8.92 1.21 0.96 9.15 13.73 8.62
3 PRANDA 7.55 3,067 M 6.57 1.15 0.72 11.93 18.21 7.94
4 TKS 6.2 1,538 M 7.65 1.18 0.74 5.99 16.97 6.79
5 LEE 3.6 2,835 M 7.66 1.32 0.16 16 16.16 6.57
6 KYE 264 5,808 M 8.65 1.55 0.53 15.16 18.7 5.97
7 NCH 1.21 1,435 M 7.56 0.65 0.55 9.78 9.03 5.79
8 WG 81 1,446 M 8.46 1.11 0.15 15.51 13.65 5.54
9 SENA 3.24 2,316 M 9 1.08 0.91 9.92 12.82 5.48
10 JCT 70 945 M 9.19 1.18 0.13 16.74 14.47 5.22

หมายเหตุ
- ขอบคุณข้อมูลจาก siamchart.com 
- รายชื่อหุ้นที่แสดงเป็นเพียงการจัดอันดับตามกฏเกณฑ์ที่กำหนดไว้
  อัตราเงินปันผลในแต่ละปีอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามผลการดำเนินงาน
  ราคาหุ้น ณ ขณะนั้นและนโยบายการจ่ายเงินปันผลของแต่ละบริษัท
- กรุณาตรวจสอบข้อมูลที่ถูกต้องก่อนนำไปใช้ตัดสินใจลงทุน
การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน




 

Create Date : 24 พฤศจิกายน 2555    
Last Update : 24 พฤศจิกายน 2555 13:11:51 น.
Counter : 4159 Pageviews.  
Share to Facebook

เอสเอ็มอีแบงก์ ปล่อยกู้สินเชื่อ “สตาร์โอทอป” อัตราดอกเบี้ยพิเศษ สิ้นสุดรับคำขอกู้ วันที่ 31 ธันวาคม 2555 หรือหมดวงเงินของโครงการ

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) เปิดเผยว่า ธนาคารเตรียมวงเงิน 1,000 ล้านบาท สนับสนุนสินเชื่อ “สตาร์โอทอป (Star OTOP)”  เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการโอทอปให้มีโอกาสดำเนินธุรกิจอย่างราบรื่น ช่วยต่อเติมเงินทุน เพิ่มเงินหมุน สร้างกิจการให้เติบโตมั่นคง โดยธนาคารปล่อยกู้ตั้งแต่ 50,000 บาท แต่ไม่เกิน 1,000,000 บาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยพิเศษ แบ่งกลุ่มพิจารณาและผันแปรไปตามคุณสมบัติของผู้กู้ตามหลักเกณฑ์ของธนาคาร ระยะเวลาผ่อนนาน 7 ปี ชำระแต่ดอกเบี้ยนานสูงสุด 1 ปีและสามารถกู้โดยใช้บุคคลค้ำประกันได้  

สินเชื่อ “สตาร์โอทอป” ธนาคารให้การสนับสนุนผู้ประกอบการโอทอปด้านการเงิน หรือสำหรับใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินกิจการ ใช้ขยาย ลงทุน ปรับปรุงกิจการ หรือพัฒนาผลิตภัณฑ์โอทอป โดยได้รับมอบนโยบายเร่งด่วนจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายประเสริฐ บุญชัยสุข เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน  2555 เพื่อเร่งสร้างความแข็งแกร่งแก่ผู้ประกอบการ SMEs และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) โดยมุ่งพัฒนาสินค้าโอทอป สนับสนุนด้านการหาตลาดให้ทั้งภายในและต่างประเทศ โดยจะสิ้นสุดรับคำขอกู้ วันที่ 31 ธันวาคม 2555 หรือเมื่อหมดวงเงินสินเชื่อรวมของโครงการ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถรับคำปรึกษาแนะนำและยื่นขอกู้ได้ที่ เอสเอ็มอีแบงก์สาขาใกล้บ้านท่าน หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่  Call Center โทร.1357 




 

Create Date : 23 พฤศจิกายน 2555    
Last Update : 23 พฤศจิกายน 2555 11:17:58 น.
Counter : 1358 Pageviews.  
Share to Facebook

บลจ.ฟินันซ่า เปิดขายกองทุนเปิดฟินันซ่าสตาร์ทริกเกอร์ 8 (FAM ST8) วันที่ 22-27 พ.ย.55

นายธีรพันธุ์ จิตตาลาน กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ฟินันซ่า จำกัด (บลจ.ฟินันซ่า) แสดงความเห็นว่า ขณะนี้ บลจ.ฟินันซ่า ได้ออกกองทริกเกอร์ หุ้น 8 % ภายใน 12  เดือน

โดยจะเสนอขายระหว่างวันที่ 22-27 พ.ย.55 เพราะประเมินว่า ดัชนีหุ้นไทยปีหน้าจะทะลุ 1,471 จุด เพราะตอนนี้รัฐบาลมีแผนที่จะลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภคของประเทศ ซึ่งจะมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและผลักดันให้เอกชนเพิ่มการลงทุนตาม "ที่ผ่านมา เอกชนไทยไม่กล้าลงทุนเพราะติดขัดเรื่องปัญหาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ  ในตอนนี้เห็นว่ารัฐบาลมุ่งมั่นที่จะลงทุนโครงสร้างขนาดใหญ่โดยเฉพาะระบบรถไฟทั้งระบบรางคู่และรถไฟความเร็วสูง ซึ่งจะช่วยให้ประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจในอนาคตของเอกชนดีขึ้น งบลงทุนสูงถึง 2.27 ล้านล้านบาทและเน้นไปยังโครงสร้างคมนาคมในขณะที่ พม่า เปิดประเทศ ผู้นำมหาอำนาจก็มาไทยเพราะไทยเป็นศูนย์กลาง ทำให้ความคึกคักของการลงทุนเอกชนไทยกลับมา ซึ่งผมไม่เคยเห็นบรรยากาศความเชื่อมั่นของเอกชนอย่างนี้มานานแล้ว จึงเชื่อว่าดัชนีหุ้นไทยจะได้รับปัจจัยบวกจากเรื่องนี้ผนวกกับมาตรการลดภาษีนิติบุคคลและผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไทยที่ขยายตัวดีต่อเนื่อง  ซึ่งจะส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยในปีหน้าทะลุ 1,471 จุด และทีมลงทุนเราเชื่อในเรื่องการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานนี้มาก"

"ดังนั้นหุ้นที่เราลงทุนจะต้องเชื่อมโยงกับผลบวกจากโครงการลงทุนภาครัฐ ซึ่งเป็นได้ทั้งวัสดุก่อสร้างและสถาบันการเงิน ถ้าเชื่อว่าประเทศจะเดินหน้าด้วยการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การลงทุนใน กองทุนเปิด  ฟินันซ่า สตาร์ทริกเกอร์8 (FAM ST8) จึงน่าจะถึงเป้าหมายเร็ว”

ส่วนนักลงทุนที่ชอบลงทุนในตราสารหนี้ ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ นายธีรพันธุ์ กล่าวว่า “ขณะนี้ ทิศทางดอกเบี้ยยังไม่ชัดเจน 100 % ว่าในการประชุม กนง.ในวันที่ 28 พ.ย. นี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะลดดอกเบี้ยหรือไม่  แม้ว่าทางสายลงทุนของ บลจ.ฟินันซ่า ประเมินว่ามีโอกาสที่จะลดดอกเบี้ย แต่ความเป็นไปได้ยังไม่ชัดเจนมากนัก เพราะถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ออกมาในลักษณะที่กังวลเรื่องเงินเฟ้อ ดังนั้น ในช่วงที่ทิศทางดอกเบี้ยยังไม่ชัดเจน 100% นักลงทุนที่มีเงินเย็น และรับความเสี่ยงต่ำ ควรพิจารณาลงทุนในกองทุนอายุ 3  เดือน ซึ่งให้ผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ยนโยบาย คือ กองทุนเปิดฟินันซ่าตราสารหนี้พลัส โรล โอเวอร์ 3 เดือน  4  (FAM FIPR3M4) ซึ่งให้ประมาณการผลตอบแทนที่ 3.05%ต่อปี และเปิดเสนอขายตั้งแต่  20-27 พ.ย.55”  โดยทั้ง 2 กองทุน จะนำมาเสนอให้แก่นักลงทุนในงาน SET in the City ที่สยามพารากอน โดยจะมีผู้จัดการกองทุนของ บลจ.ฟินันซ่า คอยตอบข้อซักถามของนักลงทุนตลอดงาน"  นายธีรพันธุ์กล่าว

FAM FIPR 3M4 เป็นกองทุน specific fund โดยกองทุนจะพิจารณาลงทุนในตราสารแห่งหนี้ ตราสารทางการเงิน และ/หรือ เงินฝาก ของภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ  อาทิ เงินฝากธนาคารต่างประเทศสกุลเงิน USD หรือ CNY กับธนาคาร BOC, Macao, ธนาคาร CIMB, Niaga, Indonesia หรือเงินฝากสกุลเงิน AED ธนาคาร Abu Dhabi Commercial Bank, UAE (F1), ธนาคาร Union National Bank,UAE(P-1), ธนาคาร CBQ Qatar, ตั๋วเงินหรือเงินฝากธนาคารพาณิชย์ในประเทศ, ตราสารหนี้ บมจ.ดั๊บเบิ้ล เอ (1991), ตั๋วแลกเงิน บมจ.เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง หรือ บมจ.ราชธานีลิสซิ่ง ตราสารหนี้ บมจ.บัตรกรุงไทย หรือตราสารหนี้ภาคเอกชนที่มีอันดับความน่าเชื่อถือ BBB+ ขึ้นไป ตั๋วเงินคลังหรือพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย โดยกองทุนมีการลงทุนในต่างประเทศซึ่งเราจะทำการการป้องความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน ซึ่งหากนักลงทุนสนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-352-4050

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน




 

Create Date : 23 พฤศจิกายน 2555    
Last Update : 23 พฤศจิกายน 2555 10:04:11 น.
Counter : 1273 Pageviews.  
Share to Facebook

บมจ. ที เอส ฟลาวมิลล์ (TMILL) เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็มเอไอ (MAI) วันที่ 23 พฤศจิกายน 2555

นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ ผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า บมจ.ที เอส ฟลาวมิลล์ (TMILL)  ผู้ผลิตและจำหน่ายแป้งสาลี จะเข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai ในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2555 นี้โดย TMILL เป็นบริษัทย่อยของ บมจ. ไทยชูการ์ เทอร์มิเนิ้ล (TSTE) ที่เล็งเห็นประโยชน์ในการนำบริษัทย่อยเข้าจดทะเบียน (Spin off) เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน รองรับการขยายตัวทางธุรกิจ

TMILL ประกอบธุรกิจโรงงานผลิตและจำหน่ายแป้งสาลี ภายใต้ตราสินค้าของบริษัทกว่า 10 ตราสินค้า อาทิ แป้งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตราเส้นทอง แป้งบะหมี่สดตราเส้นหยก แป้งบะหมี่สดตราเส้นเหลือง แป้งขนมปังตราปังแดง แป้งขนมปังตราปังเหลือง เป็นต้น “ธุรกิจของ TMILL เป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาหาร จึงถือว่าเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพเติบโตไปพร้อมกับความต้องการในการบริโภคของประเทศ" นายชนิตรกล่าว

TMILL มีทุนชำระแล้ว 285 ล้านบาท มีมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 200 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 85 ล้านหุ้น โดยบริษัทเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อผู้ถือหุ้นเดิมของ บมจ. ไทยชูการ์ เทอร์มิเนิ้ล (TSTE) จำนวน 16,747,160 หุ้น เมื่อวันที่ 9-13 พฤศจิกายน 2555 และเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จำนวน 68,252,840 หุ้น เมื่อวันที่ 14–16 พฤศจิกายน 2555 ในราคาหุ้นละ 3.10 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุนรวม 263.50 ล้านบาท โดยมีบริษัทที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย

ดร. ชาญกฤช เดชวิทักษ์  กรรมการผู้จัดการ TMILL เปิดเผยว่า “การระดมทุนครั้งนี้ บริษัทจะนำเงิน 140 ล้านบาท ไปชำระคืนเงินกู้ และอีก 123.50 ล้านบาท ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน อีกทั้งเตรียมพร้อมขยายกำลังการผลิต ซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับผลิตแป้งสาลี รวมทั้งถังไซโลสำหรับเก็บวัตถุดิบข้าวสาลีและแป้งสาลี เพื่อรองรับกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นจาก 250 ตันข้าวสาลีต่อวัน เป็น 500 ตันข้าวสาลีต่อวัน”

หลัง IPO ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ TMILL 3 รายแรก ได้แก่ บริษัท ไทยชูการ์ เทอร์มิเนิ้ล จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 69.34 % บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 2.19 %  นายวัชระ แก้วสว่าง ถือหุ้น 1.11 %  ราคา IPO ของ TMILL ในราคาหุ้นละ 3.10 บาท ตามข้อมูลที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวน มีอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E Ratio) 13.76 เท่า โดยคำนวณจากกำไรสุทธิต่อหุ้น 8 ไตรมาสที่ผ่านมา เนื่องจาก 4 ไตรมาสที่ผ่านมามีเหตุการณ์น้ำท่วม และไฟไหม้เกิดขึ้น ทำให้ผลการดำเนินงานไม่เป็นไปตามปกติของบริษัท จึงคำนวณกำไรสุทธิ เฉลี่ย 8 ไตรมาส ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2553 – 30 มิถุนายน 2555 หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัท หลังจากการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ซึ่งเท่ากับ 285 ล้านหุ้น คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 0.23 บาท บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลของงบการเงินเฉพาะ และหลังหักสำรองตามกฎหมาย และเงินสะสมอื่นๆ ตามที่บริษัทกำหนด

ผู้ลงทุนและผู้สนใจ โปรดดูรายละเอียดจากหนังสือชี้ชวนของบริษัทที่เว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ล.ต. ที่ //www.sec.or.th และข้อมูลทั่วไปของบริษัทที่ //www.tmill.co.th และที่เว็บไซต์ //www.mai.or.th




 

Create Date : 22 พฤศจิกายน 2555    
Last Update : 22 พฤศจิกายน 2555 19:41:36 น.
Counter : 1851 Pageviews.  
Share to Facebook

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  69  70  71  72  73  74  75  76  77  78  79  80  81  82  

xemmy
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




Friends' blogs
[Add xemmy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.