ข่าวสารการเงิน หุ้น เศรษฐกิจ และการลงทุน ติดตามได้ที่ Facebook.com/ThaiMoneyNews

xemmy.bloggang.com

กรุณาเลือกหัวข้อที่ต้องการ => เรื่อง Hot น่ารู้ ออมเงินที่ไหนดี ยานยนต์อัพเดท กลเม็ดเคล็ดลับ DIY-ทำเองก็ได้ง่ายจัง
Group Blog
 
All Blogs
 

ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ออกเงินฝากประจำพิเศษ 3 เดือน วันนี้ – 31 ธันวาคม 2555

นางสาวจุฑามาศ สมบุณยะวิโรจน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานการธนาคาร ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) (LH Bank) เปิดเผยว่า “ในโอกาสก้าวเข้าสู่ปีที่ 8 ของธนาคารธนาคารจึงออกผลิตภัณฑ์เงินฝากพิเศษ ได้แก่ “ผลิตภัณฑ์เงินฝากประจำพิเศษ 3 เดือน ฉลองก้าวเข้าสู่ปีที่ 8 รับดอกเบี้ยสูง ถึง 3.15%” โดยเริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2555 กำหนดยอดเงินฝากขั้นต่ำตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ไม่จำกัดจำนวนเงินสูงสุด เพื่อรองรับลูกค้า ทุกประเภทของธนาคาร การออกผลิตภัณฑ์นี้ ธนาคารมีความตั้งใจที่จะมอบเป็นของขวัญพิเศษ ซึ่งธนาคารมีความมุ่งมั่นในการพัฒนารูปแบบของผลิตภัณฑ์รวมทั้งบริการใหม่ๆ ที่น่าสนใจ และ เอื้อประโยชน์กับลูกค้าอย่างไม่หยุดนิ่ง


ซึ่งเชื่อว่าโครงการเงินฝากนี้ จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีเช่นเคย โดยธนาคารได้ตั้งเป้าหมายระดมเงินฝากจากผลิตภัณฑ์นี้ ประมาณ 3,000 ล้านบาท” นางสาวจุฑามาศ กล่าว

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LH Bank ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ Contact Center โทร.0-2359-0000 หรือ //www.lhbank.co.th




 

Create Date : 30 พฤศจิกายน 2555    
Last Update : 30 พฤศจิกายน 2555 9:47:58 น.
Counter : 1724 Pageviews.  
Share to Facebook

บลจ. ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล เปิดขายกองทุนเปิด CIMB-Principal Core Fixed Income Fund วันที่ 26 พ.ย. – 4 ธ.ค. 55

นายเจษฎา สุขทิศ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ. ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล กล่าวว่า "จากการศึกษาของบริษัทจัดการ พบว่าการลงทุนในตราสารหนี้ระยะกลางอายุ 1 - 3 ปีสามารถให้ผลตอบแทนสะสมนับแต่ปี 2007 จนถึงปัจจุบันสูงถึง 28.3% หรือเฉลี่ยประมาณ 4.6% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อของไทยที่ 18.40% ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลระยะสั้น (Money Market) และกองทุนตราสารหนี้แบบกำหนดอายุ 1 ปี (Term Fund) ให้ผลตอบแทนสะสม 16.80% และ 18.10% ตามลำดับซึ่งต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อ นอกจากนี้ข้อดีอีกประการหนึ่งของกอง CIMB-PRINCIPAL iFIXED คือ มีการกระจายการลงทุน (Diversification) ที่มากกว่ากองทุนตราสารหนี้แบบมีกำหนดอายุซึ่งมักจะลงทุนในตราสารหนี้แต่ละบริษัทประมาณ 20 – 25% และด้วยโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงกว่า กับการกระจายความเสี่ยงที่ดีกว่านี้เองทำให้กองทุนเปิด ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล คอร์ ฟิกซ์ อินคัม (CIMB-PRINCIPAL iFIXED) เหมาะจะใช้เป็นสินทรัพย์หลักในการจัดพอร์ตลงทุน (Core Investment Portfolio)”

กองทุนเปิด CIMB-Principal Core Fixed Income Fund (CIMB-PRINCIPAL iFIXED) เป็นกองทุนตราสารหนี้ที่ลงทุนในตราสารหนี้อายุเฉลี่ยประมาณ 2 ปี โดยนักลงทุนสามารถซื้อขายได้ทุกวัน และกรณีไถ่ถอนจะได้รับเงินลงทุนคืนใน 2 วันทำการ อย่างไรก็ตาม จากการวิเคราะห์ทางสถิติของบริษัทจัดการในช่วง 10 ปีย้อนหลัง พบว่าระยะเวลาการลงทุนที่เหมาะสมสำหรับการลงทุนคือประมาณ 1 ปีขึ้นไปซึ่งโอกาสขาดทุนในระยะเวลาการถือครองดังกล่าวจัดอยู่ในเกณฑ์ต่ำ โดยกองทุน CIMB-PRINCIPAL iFIXED มีนโยบายการลงทุนแบบ Active เพื่อเพิ่มโอกาสในการลงทุน เช่น การลงทุนในพันธบัตรชดเชยเงินเฟ้อของกระทรวงการคลังซึ่งจะได้รับผลตอบแทนที่ดีในช่วงเงินเฟ้อขาขึ้น หรือการลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศเพื่อหาผลตอบแทนส่วนเพิ่ม

“ในตลาดกองทุนรวมต่างประเทศ นักลงทุนจะลงทุนในกองทุนประเภท Bond Fund แบบนี้สูงถึงประมาณ 1 ใน 3 ของส่วนแบ่งตลาดทั้งหมดโดยนักลงทุนมักจะใช้สินทรัพย์ชนิดนี้เป็นสินทรัพย์หลักของพอร์ต ขณะที่ในประเทศไทยการลงทุนใน Bond Fund ยังไม่เป็นที่แพร่หลายมากนักและมีส่วนแบ่งตลาดน้อยกว่า 5% ซึ่งผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่นักลงทุนไทยควรจะได้มีโอกาสลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ระยะกลางแบบที่มีการกระจายการลงทุนที่ดี บวกกับการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนสูงกว่าเงินเฟ้อ และกองทุนตราสารหนี้แบบมีกำหนดอายุ อย่างไรก็ตามการลงทุนในกอง CIMB-PRINCIPAL iFIXED นี้เหมาะกับนักลงทุนที่รับความผันผวนได้พอสมควร และมีเงินลงทุนที่สามารถลงทุนได้ประมาณ 1 ปีขึ้นไป” นายเจษฎา กล่าวเสริม

นายเจิดพันธุ์ นิธยายน ประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บลจ. ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล กล่าวถึงภาวะเศรษฐกิจในปี 2556 โดยกล่าวว่า “เศรษฐกิจโลกโดยรวมจะยังคงเติบโตไม่มากนัก โดยเฉพาะผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจถดถอยในยุโรป รวมถึงเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังคงมีความเสี่ยงจากประเด็น Fiscal Cliff ซึ่งทั้งหมดอาจกดดันต่อเศรษฐกิจไทยในปีหน้าพอสมควร แต่บ้านเรายังคงโตได้จากแรงหนุนภายในประเทศ ในส่วนของเงินเฟ้อก็มีแนวโน้มไม่สูงมากนักเพราะการอ่อนค่าของราคาพลังงาน ขณะที่แบงค์ชาติได้ปรับลดดอกเบี้ยมาแล้ว 1 ครั้งในปีนี้มาที่ระดับ 2.75% และน่าจะมีแนวโน้มทรงตัวหรือปรับลดลงได้อีกเล็กน้อยในปีหน้า ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับธนาคารกลางในภูมิภาค ดังนั้นการลงทุนในตราสารหนี้ระยะกลางในช่วงนี้น่าจะจัดอยู่ในช่วงที่ ถูกที่ ถูกเวลา”

“กองทุน CIMB-PRINCIPAL iFIXED เป็นกองหลักกองหนึ่งของกลุ่มกองทุน Flagship ของ บลจ.ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล ซึ่งเรียกว่ากองทุนในกลุ่ม iFUNDS ซึ่งเราจะมีทางเลือกให้ผู้ลงทุนผ่านหน่วยลงทุนแบบ Multi Share Class 3 ชนิด คือ 1. Class A -Accumulation (สะสมมูลค่า) เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการสะสมมูลค่าและนำผลตอบแทนไปลงทุนต่อ 2. Class R -Auto Redemption (รับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ) เหมาะกับนักลงทุนรับรายได้แบบสม่ำเสมอ และ 3. Class D -Dividend เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งที่ผ่านมาถือว่าเป็นอีกจุดขายหนึ่งของบริษัทที่นำเสนอทางเลือกการลงทุนที่เหมาะกับนักลงทุนแต่ละ Lifestyle” นายเจิดพันธุ์กล่าว

CIMB-PRINCIPAL iFIXED กำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท และผู้ลงทุนสามารถซื้อ – ขายได้ทุกวันและเวลาทำการ 

กองทุนเปิด CIMB-PRINCIPAL iFIXED เปิดเสนอขายครั้งแรก วันที่ 26 พ.ย. – 4 ธ.ค. 55 ผู้ที่สนใจสามารถจองซื้อและขอหนังสือชี้ชวนได้ที่ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา ทั่วประเทศ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล จำกัด 0 2686 9595 www.cimb-principal.com หรือ CIMB Thai Care Center 0 2626 7777 กด 0 www.cimbthai.com 

          **การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน**




 

Create Date : 29 พฤศจิกายน 2555    
Last Update : 29 พฤศจิกายน 2555 11:22:03 น.
Counter : 1595 Pageviews.  
Share to Facebook

บลจ.ทิสโก้ เปิดขายกองทุนเปิด ทิสโก้ ไทย อิควิตี้ ทริกเกอร์ 8% # 6 วันที่ 28 พฤศจิกายน – 13 ธันวาคม 2555

TISCO Wealth บริการที่ปรึกษาการเงินการลงทุนครบวงจรจากทิสโก้ โดยนายสาห์รัช ชัฎสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและที่ปรึกษาการลงทุน ธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลและกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด (Mr. Saharat Chudsuwan, Senior Vice President, Head of Marketing and Wealth Advisory Mutual & Private Fund Business, TISCO Asset Management Co.,Ltd.) เปิดเผยว่า เพื่อตอบโจทย์การลงทุนในจังหวะเวลาที่เหมาะสม TISCO Wealth จึงเสนอขาย “กองทุนเปิด ทิสโก้ ไทย อิควิตี้ ทริกเกอร์ 8% # 6” (TISCO Thai Equity Trigger 8% Fund # 6) ซึ่งเป็นกองทาร์เก็ตฟันด์ที่เน้นลงทุนในหุ้นไทยที่มีปัจจัยพื้นฐานดีในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยตั้งเป้าหมายผลตอบแทนไว้ที่ 8% เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ชอบลงทุนในหุ้นไทย และสามารถรับความเสี่ยงจากการลงทุนได้ ทั้งนี้กองทุนไม่มีกำหนดอายุโครงการ โดยจะเลิกกองทุนหากสร้างผลตอบแทนได้ถึง 8% หรือมีมูลค่าหน่วยลงทุน (NAV) มากกว่าหรือเท่ากับ 10.80 บาท

TISCO Wealth ระบุว่า ยังมีมุมมองเป็นบวกต่อการลงทุนในตลาดหุ้น พร้อมได้ตั้งเป้าหมายดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) ปี 2556 อยู่ที่ 1,450 จุด จากแนวโน้มผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนที่ขยายตัวมากกว่า 20% และสภาพคล่องในตลาดฯที่อยู่ระดับสูง ดังนั้น สำหรับนักลงทุนที่ลงทุนในระยะยาว แนะนำให้ถือ และลงทุนเพิ่ม เพื่อทำกำไรไปเรื่อยๆ (Let profits run)โดยยังคงมีมุมมองที่เป็นบวกสำหรับการลงทุนในระยะ 12 เดือนข้างหน้า เนื่องจากคาดแนวโน้มราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับสูงขึ้น ส่งผลบวกต่อกลุ่มพลังงานซึ่งมีน้ำหนักสูงถึง 20% ของน้ำหนักตลาดหุ้นไทย รวมทั้ง คาดว่าตลาดหุ้นไทยจะได้รับประโยชน์จากปริมาณเงินหรือสภาพคล่องที่ล้นระบบ อีกทั้ง ณ ระดับปัจจุบัน ตลาดหุ้นไทยมีระดับการซื้อขาย (P/E) ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในกลุ่ม TIPS (ไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์) ดังนั้น คาดว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ตลาดหุ้นไทยจะปรับตัวสูงขึ้น และเข้าใกล้ค่าเฉลี่ยการซื้อขายของกลุ่ม

ทั้งนี้การเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นไทยในช่วงนี้มีการย่อตัวลงมาจึงนับเป็นช่วงจังหวะเหมาะสมที่นักลงทุนสามารถเข้าไปลงทุน เพื่อเพิ่มโอกาสในการรับผลตอบแทนจากการลงทุน โดย กองทุนเปิด ทิสโก้ ไทย อิควิตี้ ทริกเกอร์ 8% # 6 นับเป็นอีกทางเลือกของการลงทุนที่น่าสนใจ และเหมาะกับผู้ที่ต้องการกระจายการลงทุนในหุ้น และสามารถรับความเสี่ยงของการลงทุนได้

“ผลงานการบริหารกองทุนทาร์เก็ตฟันด์ที่ลงทุนในหุ้นไทย พิสูจน์ความเป็นมืออาชีพของทิสโก้ได้เป็นอย่างดี โดยสามารถบริหารกองทุนได้เข้าเป้าหมายก่อนกำหนดทุกกองทุน อย่างล่าสุดคือ กองทุน ทิสโก้ ไทย อิควิตี้ ทริกเกอร์ กองที่ 4 และ 5 ที่เราเสนอขายไปในช่วงกลางปีที่ผ่านมา สามารถสร้างผลตอบแทนเข้าเป้าหมายที่ 8% ภายในระยะเวลา 2 เดือน และ 3 เดือน เท่านั้น สะท้อนให้เห็นถึงมุมมอง ความเข้าใจตลาด และจังหวะการลงทุนที่จะช่วยสร้างโอกาสในการรับผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นให้กับนักลงทุนได้เป็นอย่างดี และมั่นใจว่าการเปิดขายกองทุนดังกล่าวในครั้งนี้จะได้รับการตอบรับจากนักลงทุนในระดับที่ดีดังเช่นที่ผ่านมา” นายสาห์รัช กล่าว

โดย “กองทุนเปิด ทิสโก้ ไทย อิควิตี้ ทริกเกอร์ 8% # 6” (TISCO Thai Equity Trigger 8% Fund # 6) มีมูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท ไม่กำหนดอายุโครงการ โดยจะเลิกโครงการหากสามารถสร้างผลตอบแทนได้ถึง 8% โดยเปิดเสนอขายเพียงครั้งเดียว ตั้งแต่ 28 พฤศจิกายน – 13 ธันวาคม 2555 มูลค่าจองซื้อขั้นต่ำ 5,000 บาท ทั้งนี้ ผู้สนใจ สามารถติดต่อได้ที่ บลจ. ทิสโก้ หรือ ธนาคารทิสโก้ทุกสาขา หรือที่ TISCO Contact Center โทร. 02-633-6000 กด 4

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน




 

Create Date : 28 พฤศจิกายน 2555    
Last Update : 28 พฤศจิกายน 2555 9:18:47 น.
Counter : 1348 Pageviews.  
Share to Facebook

บลจ.กรุงศรี เปิดขายกองทุนเปิดกรุงศรีอีเมอร์จิ้งโลคอลอินเวสเม้นท์ (KF-ELI) วันที่ 23 – 29 พ.ย. 55

นายฉัตรพี ตันติเฉลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด เปิดเผยว่า “บริษัทเตรียมเสนอขายกองทุนเปิดกรุงศรีอีเมอร์จิ้งโลคอลอินเวสเม้นท์ (KF-ELI) ระหว่างวันที่ 23 – 29 พ.ย. 55 มูลค่าเงินลงทุนขั้นต่ำ 2,000 บาท เน้นลงทุนในกองทุนต่างประเทศเพียงกองทุนเดียวคือกองทุน “PIMCO Emerging Local Bond Fund Class E, Acc (USD)” โดยเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิเฉลี่ยต่อรอบปีบัญชี และมีการป้องกันความเสี่ยงค่าเงินเต็มจำนวนเพื่อให้ผลตอบแทนกองทุนในสกุลเงินบาทใกล้เคียงกับผลตอบแทนสกุลดอลลาร์มากที่สุด”

“กองทุน PIMCO Emerging Local Bond Fund Class E, Acc (USD) เป็นกองทุนที่มีจุดแข็งหลายๆด้านทั้งในส่วนของผลการดำเนินงานที่ดีอย่างสม่ำเสมอ พรั่งพร้อมด้วยทีมบริหารที่มากด้วยประสบการณ์ และมีทีมงานขนาดใหญ่กระจายอยู่ทั่วโลก จึงมีศักยภาพในการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกในประเทศตลาดเกิดใหม่ทั่วโลกอย่างทั่วถึง การที่ PIMCO มีทรัพย์สินสุทธิภายใต้การบริหารสูงถึง 1.8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ข้อมูล ณ 30 มิ.ย. 2012) ทำให้มีอำนาจในการต่อรอง ทั้งในเรื่องของราคา ปริมาณ และอายุของตราสารและมีโอกาสเข้าถึงผู้กำหนดนโยบาย ในประเทศตลาดเกิดใหม่ต่างๆทั่วโลก ส่งผลให้กองทุนของ PIMCO สามารถสร้างโอกาสในการรับผลตอบแทนจากการลงทุนที่ดีอย่างแตกต่างได้”

“นอกจากนี้ ทีมบริหารกองทุนยังให้ความสำคัญทั้งในส่วนของการวิเคราะห์แบบมหภาคและการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานในเชิงลึก มีกระบวนการคัดเลือกตราสารเพื่อการลงทุนอย่างเข้มงวดควบคู่ไปกับการบริหารความเสี่ยงที่รัดกุมเพื่อสร้างพอร์ตการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ กลยุทธ์การลงทุนของกองทุนหลักจะเน้นลงทุนในประเทศตลาดเกิดใหม่ที่เศรษฐกิจมีเสถียรภาพ โดยพิจารณาทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกของแต่ละประเทศ และเน้นลงทุนในตราสารคุณภาพสูงมีอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงดี รวมถึงตราสารที่ออกในสกุลเงินท้องถิ่นของประเทศที่มีเสถียรภาพทางการเงินและการเติบโตทางเศรษฐกิจในอัตราที่ดีแต่มีค่าเงินต่ำกว่าที่ควร” 

“บลจ.กรุงศรี เชื่อมั่นว่ากลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่มีความน่าสนใจสำหรับการลงทุน เพราะมีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูงและบางประเทศในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ได้กลายเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของโลก มีแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้นในอนาคตและให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจ โดยหลายประเทศของประเทศตลาดเกิดใหม่มีอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง อีกทั้ง ขนาดตลาดตราสารหนี้ของประเทศตลาดเกิดใหม่ในสกุลเงินท้องถิ่นขยายตัวกว่า 17%ต่อปีในช่วงปี ค.ศ. 2002 – 2011 โดยจีนมีสัดส่วนการขยายตัวของขนาดตลาดตราสารหนี้สูงสุดในเอเชีย นอกจากนี้การลงทุนในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ยังมีโอกาสรับประโยชน์จากการแข็งค่าเงินของสกุลเงินท้องถิ่น เนื่องจากค่าเงินต่ำกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็น ในระยะยาวจึงมีโอกาสที่ค่าเงินจะแข็งค่าขึ้นในอนาคตอีกด้วย”

กองทุนเปิดกรุงศรีอีเมอร์จิ้งโลคอลอินเวสเม้นท์ (KF-ELI) เหมาะสำหรับผู้ที่มีมุมมองว่าเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี และต้องการกระจายการลงทุนไปยังต่างประเทศเพื่อเพิ่มความมั่งคั่งในสภาวะดอกเบี้ยต่ำทั่วโลก ทั้งนี้ บริษัทได้จัดเตรียมโปรโมชั่นพิเศษเพื่อเป็นการเพิ่มความคุ้มค่าในการลงทุนแทนคำขอบคุณที่ผู้ลงทุนได้มอบความไว้วางใจให้ บลจ.กรุงศรี บริหารจัดการเงินลงทุนของท่าน โดยผู้ที่ลงทุนในกองทุนเปิดกรุงศรีอีเมอร์จิ้งโลคอลอินเวสเม้นท์ (KF-ELI) ช่วงการเสนอขายครั้งแรกครบทุกๆ 100,000 บาท จะได้รับหน่วยลงทุนกองทุนเปิดกรุงศรีโกลด์ (KF-GOLD) มูลค่า 100 บาท” นายฉัตรพี กล่าว

นักลงทุนสามารถสอบถามรายละเอียดข้อมูลกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ บลจ.กรุงศรี โทร.02-657-5757 ต่างจังหวัดโทรฟรี 1-800-226300 หรือติดต่อธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนก่อนการตัดสินใจลงทุน โดยเฉพาะนโยบายการลงทุน ความเสี่ยง และผลการดำเนินงานของกองทุนได้ที่เวปไซด์บริษัทจัดการwww.krungsriasset.com เอกสารที่เกี่ยวกับกองทุนและคู่มือภาษีได้ที่บริษัทจัดการหรือสำนักงานของผู้สนับสนุนการขายก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต




 

Create Date : 27 พฤศจิกายน 2555    
Last Update : 27 พฤศจิกายน 2555 14:36:43 น.
Counter : 1452 Pageviews.  
Share to Facebook

บลจ.กรุงศรี เปิดขายกองทุนเปิดกรุงศรีตราสารหนี้ 6M46 (KFFIX6M46) วันที่ 27 พ.ย. — 3 ธ.ค. 55

นายฉัตรพี ตันติเฉลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด (บลจ.กรุงศรี)เปิดเผยว่า “บริษัทเปิดเสนอขายกองทุนกองทุนเปิดกรุงศรีตราสารหนี้ 6M46 (KFFIX6M46) อายุประมาณ 6 เดือน มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น ตราสารหนี้ระยะสั้นออกโดย ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย จก.(มหาชน) สัดส่วนการลงทุน 11% ตั๋วแลกเงินออกโดย บ. อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส จก. (มหาชน) สัดส่วนการลงทุน 11 % ตราสารหนี้ EMTN ออกโดยธ. Banco Bradesco S.A. (บราซิล)สัดส่วนการลงทุน 17 % ตราสารหนี้ EMTN ออกโดยธ. Banco Itau Unibanco S.A. (บราซิล)สัดส่วนการลงทุน 17 % เงินฝากธนาคาร Standard Chartered Bank (สิงคโปร์) สัดส่วนการลงทุน 14% เงินฝากธนาคาร Union National Bank (สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์) สัดส่วนการลงทุน 10% และเงินฝากธนาคาร Abu Dhabi Commercial Bank (สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์) สัดส่วนการลงทุน 20 % โดยนักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนจากการขายคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติประมาณ 3.05% ต่อปี และหลังครบกำหนดอายุโครงการบริษัทจะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติและสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนเปิดกรุงศรีตราสารเงิน (KFCASH) ซึ่งเป็นกองทุนรวมตลาดเงิน เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ถือหน่วยลงทุนได้รับผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุนต่อไป”

“กองทุนเปิดกรุงศรีตราสารหนี้ 6M46(KFFIX6M46) เป็นทางเลือกสำหรับการลงทุนในตราสารหนี้เหมาะกับ นักลงทุนที่มองหาการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำและต้องการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก และสามารถลงทุนได้เป็นระยะเวลาประมาณ 6 เดือน” ” นายฉัตรพี กล่าว

นักลงทุนสามารถสอบถามรายละเอียดข้อมูลกองทุนพิ่มเติมได้ที่ บลจ.กรุงศรี จำกัด โทร. 02-657-5757 ต่างจังหวัดโทรฟรี 1-800-226300 หรือติดต่อธนาคารกรุงศรีอยุธยาทุกสาขา

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนก่อนการตัดสินใจลงทุน โดยเฉพาะนโยบายการลงทุน ความเสี่ยง และผลการดำเนินงานของกองทุนได้ที่เวปไซด์บริษัทจัดการ //www.krungsriasset.com เอกสารที่เกี่ยวกับกองทุนได้ที่บริษัทจัดการหรือสำนักงานของผู้สนับสนุนการขายก่อนตัดสินใจลงทุน




 

Create Date : 26 พฤศจิกายน 2555    
Last Update : 26 พฤศจิกายน 2555 22:51:24 น.
Counter : 1347 Pageviews.  
Share to Facebook

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  69  70  71  72  73  74  75  76  77  78  79  80  81  82  

xemmy
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




Friends' blogs
[Add xemmy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.