ข่าวสารการเงิน หุ้น เศรษฐกิจ และการลงทุน ติดตามได้ที่ Facebook.com/ThaiMoneyNews

xemmy.bloggang.com

กรุณาเลือกหัวข้อที่ต้องการ => เรื่อง Hot น่ารู้ ออมเงินที่ไหนดี ยานยนต์อัพเดท กลเม็ดเคล็ดลับ DIY-ทำเองก็ได้ง่ายจัง
Group Blog
 
All Blogs
 

ตลาดหลักทรัพย์ mai ทำสถิติสูงสุดหลายด้านในรอบ 14 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้ง

ตลาดหลักทรัพย์ mai ทำสถิติสูงสุดในรอบ 14 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้ง ทั้งในด้าน mai Index มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด มูลค่าระดมทุน และจำนวนเครื่องมือทางการเงิน ตั้งนพดล ตัณศลารักษ์ mai Best CEO 2555 รับตำแหน่งที่ปรึกษาตลาดหลักทรัพย์ mai 

นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ ผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) กล่าวว่า วันนี้ (21 ธ.ค. 2555) ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai Index) ปรับขึ้น 1.01 จุด หรือ 0.25% ปิดที่ 412.58 จุด ทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งตลาดหลักทรัพย์ mai โดยตั้งแต่ต้นปีนี้ mai Index ปรับขึ้น 56.14% จากระดับปิดสิ้นปี 2554 ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ที่มีผลประกอบการที่ดี มีการเพิ่มทุนเพื่อขยายกิจการและใช้เครื่องมือทางการเงินเพื่อเพิ่มสภาพคล่องอย่างต่อเนื่อง 

ขณะที่มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) อยู่ที่ 132,537.14 ล้านบาท ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน โดยมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดที่เพิ่มขึ้น 71.44% จากสิ้นปี 2554 เป็นการเพิ่มขึ้นของมูลค่าหลักทรัพย์เดิม 90% และเป็นมูลค่าของหลักทรัพย์ 8 บริษัทใหม่ที่เข้าจดทะเบียนในปีนี้ 10%
“หากพิจารณามูลค่าการระดมทุนจนถึงสิ้นปี 2555 นี้ บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai มียอดระดมทุนรวม 5,391 ล้านบาท แบ่งเป็นการระดมทุนของ 10 บริษัทเข้าใหม่ (นับรวม DNA และ ARROW) 2,482 ล้านบาท และการระดมทุนเพิ่มของบริษัทจดทะเบียนเดิม 2,909 ล้านบาท ถือเป็นมูลค่าระดมทุนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สอดคล้องกับการใช้เครื่องมือทางการเงินซึ่งทำสถิติสูงสุดเช่นกัน โดยในปีนี้มีบริษัทจดทะเบียนใช้เครื่องมือทางการเงิน 19 แห่ง รวม 28 เครื่องมือ และเครื่องมือทางการเงินที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่การจ่ายหุ้นปันผล (Stock Dividend) และการออกใบสำคัญแสดงสิทธิ (Warrant)” นายชนิตรกล่าวโดยสรุป
นอกจากนี้ เพื่อเป็นการพัฒนาตลาดหลักทรัพย์ mai อย่างต่อเนื่อง จึงได้แต่งตั้งนายนพดล ตัณศลารักษ์ เข้าเป็นหนึ่งในคณะที่ปรึกษาตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ จากปัจจุบันที่มีที่ปรึกษาจำนวน 11 ท่าน ประกอบด้วย ดร. เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ นายฉัตรชัย วีระเมธีกุล นายธนา เธียรอัจฉริยะ นายธีรพงศ์ จันศิริ นายนรรัตน์ ลิ่มนรรัตน์ ดร. นิพนธ์ สุรพงษ์รักเจริญ นายปริญญ์ จิราธิวัฒน์ นางวิวรรณ ธาราหิรัญโชติ นายวิเชฐ ตันติวานิช นายวิชา พูลวรลักษณ์ และนายสาระ ล่ำซำ โดยมีนายจรัมพร โชติกเสถียร เป็นประธานที่ปรึกษา 

ทั้งนี้นายนพดล ตัณศลารักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. มาสเตอร์ แอด (MACO) ได้รับรางวัลผู้บริหารสูงสุดยอดเยี่ยมในตลาดหลักทรัพย์ mai (Best CEO Awards) จากงาน SET Awards ประจำปี 2555 และ MACO ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ตั้งแต่ปี 2546 ยังได้รับรางวัลบริษัทจดทะเบียนด้านผลการดำเนินงานยอดเยี่ยม (Best Company Performance Awards) จากงาน SET Awards ในปีนี้เช่นกัน

ตลาดหลักทรัพย์ mai เปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2542 และเริ่มคำนวน mai Index เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2545 ปัจจุบันมีบริษัทจดทะเบียนรวม 81 บริษัท 




 

Create Date : 27 ธันวาคม 2555    
Last Update : 27 ธันวาคม 2555 11:49:29 น.
Counter : 1323 Pageviews.  
Share to Facebook

กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และ สิทธิการเช่าเอ็มเอฟซี อินดัสเตรียล อินเวสเมนท์ (M-II) จะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ วันที่ 27 ธันวาคม 2555

นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และ สิทธิการเช่าเอ็มเอฟซี อินดัสเตรียล อินเวสเมนท์ (M-II) จะเข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในหมวดกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง ในวันที่ 27 ธันวาคม 2555 เป็นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่เข้าจดทะเบียนใหม่กองที่ 6 ของปีนี้ โดย M-II ได้เสนอขายหน่วยลงทุนต่อประชาชนทั่วไประหว่างวันที่ 26 พฤศจิกายน – 4 ธันวาคม 2555 ในราคาหน่วยละ 10 บาท รวมมูลค่าเสนอขาย 970 ล้านบาท โดยมีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทจัดการกองทุน

นางสาวประภา ปูรณโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า M-II ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ซึ่งประกอบด้วยกรรมสิทธิ์ในที่ดินและอาคารโรงงานอุตสาหกรรมของ บมจ. ไทยพัฒนาโรงงานอุตสาหกรรม (TFD) จำนวน 14 โรงงาน และลงทุนในสิทธิการเช่าและเช่า ช่วงในที่ดิน และกรรมสิทธิ์ ในอาคารโรงงาน ของ บริษัท โทเทิล อินดัสเตรียล เซอร์วิสเซส จำกัด จำนวน 18 โรงงาน โดยจุดเด่นของกองทุนคือ อสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นโรงงานตั้งอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพและอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมที่โรงงานที่ได้รับสิทธิประโยชน์จากการส่งเสริมจากภาครัฐ ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมทีเอฟดี เขตส่งเสริมอุตสาหกรรมนวนคร และนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง อีกทั้ง ผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ คือ TFD มีประสบการณ์ที่ยาวนานและมีความชำนาญในการบริหารทรัพย์สินประเภทโรงงานให้เช่า มั่นใจว่าการเข้าจดทะเบียน ของ M-II ในครั้งนี้ จะเพิ่มทางเลือกการลงทุนที่ดีให้กับผู้ลงทุน

M-II เป็นกองทุนอสังหาริมทรัพย์ประเภทไม่รับซื้อคืนหน่วยลงทุน ไม่กำหนดอายุโครงการ และมีลักษณะโครงการแบบระบุเฉพาะเจาะจง มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่เกินปีละ 4 ครั้ง ในอัตราไม่น้อยกว่า 90% ของกำไรสุทธิที่ไม่รวมกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจากการประเมินค่าหรือการสอบทานการประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์หรือสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ประจำรอบระยะเวลาบัญชีนั้น M-II มีผู้ถือหน่วยลงทุนรายใหญ่ 3 ลำดับแรกหลัง IPO ได้แก่ บริษัท โทเทิล อินดัสเตรียล เซอร์วิสเซส จำกัด (TFD ถือหุ้น 99.99%) ถือหน่วยลงทุน 15.46 % กองทุนส่วนบุคคล บมจ.ซิโน-ไทย แอนจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น โดย บลจ.เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) ถือหน่วยลงทุน 11.86% นางสีดา เศรษฐีสุวรรณถือหน่วยลงทุน 5.15%

ผู้ลงทุนและผู้สนใจโปรดดูรายละเอียดจากหนังสือชี้ชวนของกองทุนที่เว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ล.ต. ที่ //www.sec.or.th และข้อมูลทั่วไปที่เว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ฯ //www.set.or.th

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน





 

Create Date : 26 ธันวาคม 2555    
Last Update : 26 ธันวาคม 2555 11:03:43 น.
Counter : 1554 Pageviews.  
Share to Facebook

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ “เงินฝากอุ่นใจวัยเกษียณ” วันนี้ - วันที่ 30 มิถุนายน 2556

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ต้อนรับเทศกาลปีใหม่ พร้อมเอาใจวัยเกษียณ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ “เงินฝากอุ่นใจวัยเกษียณ” เป็นผลิตภัณฑ์เงินฝากประจำ 12 เดือน จูงใจด้วยผลตอบแทนสุดคุ้มกับอัตราดอก เบี้ยพิเศษบวกเพิ่ม อีก 0.25% ต่อปี รับดอกเบี้ยเงินฝากทุก 15 วัน แถมฟรี!!! ความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุ หรือ ประกันสุขภาพ ตามวงเงินที่เปิดบัญชีเงินฝากครั้งแรก (1 บัญชี ต่อ 1 สิทธิความคุ้มครองเท่านั้น) เริ่มให้บริการได้ตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2556

นางอังคณา ไชยมนัส รองกรรมการผู้จัดการ รักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า จากนโยบายธนาคารที่ต้องการเพิ่มผลิตภัณฑ์เงินฝากที่หลากหลายและเกิดประโยชน์สูงสุดกับลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมาย ล่าสุดได้จัดทำผลิตภัณฑ์ "เงินฝากอุ่นใจวัยเกษียณ" เป็นผลิตภัณฑ์เงินฝากรูปแบบใหม่ที่ธนาคารได้จัดทำขึ้นเป็นพิเศษเพื่อตอบแทนลูกค้า และเป็นทางเลือกใหม่ให้กับผู้สูงอายุ โดยเสนอผลตอบแทนแบบคุ้มเกินคุ้ม กับอัตราดอกเบี้ยเท่ากับเงินฝากประจำ 12 เดือน ตามประกาศธนาคาร บวกเพิ่มอีก 0.25% ต่อปี ซึ่งธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยทุก 15 วัน (ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 12 เดือน ธอส. เท่ากับ 3.00 %)

เนื่องในวาระดิถีปีใหม่นี้ ธอส. พร้อมนำเสนอสิ่งดีๆ เพื่อเสนอเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าและประชาชน สำหรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขผลิตภัณฑ์ “เงินฝากอุ่นใจวัยเกษียณ” เป็นเงินฝากประจำ 12 เดือน รับดอกเบี้ยเงินฝากทุก 15 วัน สำหรับลูกค้าประเภทบุคคลธรรมดา อายุตั้งแต่ 55 ปี บริบูรณ์ขึ้นไป ที่เปิดบัญชีใหม่ วงเงินฝากครั้งแรก 1 แสนบาทขึ้นไป และฝากครั้งต่อไปขั้นต่ำรายการละ 10,000 บาทขึ้นไป (รับฝาก 1 ราย ต่อ 1 บัญชี เท่านั้น) โดยสามารถรับสิทธิความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุ หรือ ประกันสุขภาพ ตามวงเงินที่เปิดบัญชีเงินฝากครั้งแรก (ไม่นับรวมวงเงินที่ฝากเพิ่ม) ระยะเวลาความคุ้มครอง 1 ปี หลังจากที่เปิดบัญชี สำหรับลูกค้าที่มีวงเงินฝากครั้งแรกไม่เกิน 5 แสนบาท จะได้รับสิทธิความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุ ส่วนลูกค้าที่มีเงินฝาก 5 แสนบาทขึ้นไป สามารถรับสิทธิประกันสุขภาพผู้ป่วยใน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ โทร 0-2645-9000 หรือ www.ghbank.co.th





 

Create Date : 25 ธันวาคม 2555    
Last Update : 25 ธันวาคม 2555 9:55:15 น.
Counter : 1894 Pageviews.  
Share to Facebook

ตลาดหลักทรัพย์ฯ จัดประกวด “แนวคิดการนำเสนอความรู้ด้านการเงินและการลงทุน”

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอเชิญนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไปร่วมส่งผลงานประกวด “แนวคิดการนำเสนอความรู้ด้านการเงินและการลงทุน” เพื่อร่วมสร้างสรรค์ศูนย์การเรียนรู้ หรือพิพิธภัณฑ์ตลาดทุนไทย ภายใต้แนวคิด “รู้ เข้าใจ เกิดแรงบันดาลใจ ลงทุนผ่านตลาดทุน” ในรูปแบบที่หลากหลาย เช่น ภาพเคลื่อนไหว การเล่าเรื่อง หนังสั้น เว็บไซต์ แบบจำลอง ฯลฯ ชิง 10 รางวัล มูลค่ากว่า 5 แสนบาท โดยส่งผลงานได้ตั้งแต่วันนี้ – 28 ธ.ค. 55

โดยจะสร้างในรูปแบบพิพิธภัณฑ์สมัยใหม่บนพื้นที่ 1,000 ตารางเมตร ณ สำนักงานแห่งใหม่ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ถ.รัชดาภิเษก เพื่อบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความรู้ด้านบริหารจัดการเงิน ทั้งรู้หา รู้เก็บ รู้ใช้ และเน้นการเรียนรู้ต่อยอดเงินออมผ่านการลงทุนทางการเงินที่หลากหลาย

นอกจากนี้ ผู้สนใจสามารถติดตาม workshop ให้ความรู้พื้นฐานด้านการบริหารจัดการเงิน การลงทุน รวมถึงเทคนิคการนำเสนอให้เกิดแรงบันดาลใจแก่ผู้เข้าชมศูนย์การเรียนรู้หรือพิพิธภัณฑ์ตลาดทุนไทย การอบรมเชิงปฏิบัติการ (workshop) “เทคนิคการนำเสนอความรู้ด้านการเงินและการลงทุนอย่างสร้างสรรค์” โดยวิทยากรซึ่งเป็นผู้บริหารและนักเขียนที่มีชื่อเสียงด้านการบริหารการเงิน คุณวิวรรณ ธาราหิรัญโชติ และผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญด้านการนำเสนอและการออกแบบ อาจารย์รณฤทธิ์ ธนโกเศศ อาจารย์ปรามินทร์ เครือทอง คุณนพดล วีรกิตติ และอาจารย์พัชรินทร์ คชานุบาล โดยติดตามรายละเอียดได้ที่ //www.set.or.th/setlearningcenter หรือ สอบถาม S-E-T Call Center โทร. 0 2229 2222




 

Create Date : 24 ธันวาคม 2555    
Last Update : 24 ธันวาคม 2555 10:39:03 น.
Counter : 1118 Pageviews.  
Share to Facebook

PwC ประเทศไทย เปิดเผยรายงานระบุ กรุงเทพมหานครติดโผเป็นอันดับที่ 6 เมืองหลวงน่าลงทุนที่สุดในภูมิภาค

PwC ประเทศไทย (ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส) เผยรายงานระบุ กรุงจาการ์ตา เมืองหลวงของประเทศอินโดนีเซีย คว้าแชมป์เมืองที่น่าลงทุนมากที่สุดในเอเชียแปซิฟิกในปี 2556 ขยับขึ้นจากอันดับที่ 11 ในปีนี้ แซงหน้านครเซี่ยงไฮ้ของจีนและสิงคโปร์ หลังปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ GDP เติบโตแข็งแกร่ง อัตราดอกเบี้ย เงินเฟ้ออยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ขณะที่กรุงเทพมหานครติดโผเป็นอันดับที่ 6 เมืองหลวงน่าลงทุนที่สุดในภูมิภาค

รายงาน Emerging Trends in Real Estate® Asia Pacific 2013 ถูกจัดทำขึ้นเป็นครั้งที่ 7 ภายใต้ความร่วมมือกันระหว่าง PwC และ The Urban Land Institute (www.uli.org) ผ่านการเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ นักลงทุน ผู้จัดการกองทุน บริษัทอสังหาริมทรัพย์ ผู้ให้เช่า ตัวแทนซื้อขายหลักทรัพย์ ผู้ให้คำแนะนำ และผู้ให้คำปรึกษาชั้นนำกว่า 400 ราย ผ่านการสัมภาษณ์และการทำแบบสอบถามเกี่ยวกับแนวโน้มและการคาดการณ์ในการลงทุนด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนทิศทางในการพัฒนาตลาดอุตสาหกรรมดังกล่าวในกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิก

นาย ศิระ อินทรกำธรชัย ประธานกรรมการบริหาร PwC ประเทศไทย กล่าวถึงผลสำรวจว่า แนวโน้มอุตสาหกรรมอสังหาฯ ทั่วโลกในระยะข้างหน้าจะเห็นการเข้ามาของนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดที่พัฒนาแล้ว ทั้งจากสหรัฐฯ และยุโรป ขยายการลงทุนเข้ามาในตลาดที่เป็นตลาดรอง หรือ Emerging Market เพิ่มมากขึ้น ทำให้เมืองที่เรียกว่าเป็น Second-Tier ไม่ว่าจะเป็นกรุงจาการ์ตา กัวลาลัมเปอร์ กรุงเทพฯ หรือมณฑลการค้าที่สำคัญบางแห่งของจีน กลายเป็นที่จับตามองของแหล่งเงินทุนที่จะเข้ามาในภูมิภาคนี้มากยิ่งขึ้น

“สิ่งที่ทำให้เมืองหลวงอย่างจาการ์ตากลายเป็นเมืองที่น่าลงทุนมากที่สุดในปีหน้า เป็นผลมาจากปัจจัยบวกหลายๆ อย่าง โดยรายงานพบว่าบรรดานักธุรกิจและผู้ประกอบการมองว่าปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอัตราดอกเบี้ย และเงินเฟ้ออยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ในขณะเดียวกัน GDP ของประเทศก็เติบโตได้อย่างแข็งแกร่งที่ประมาณ 6.5 เปอร์เซ็นต์ต่อปี รวมทั้งกระแสเงินทุนจาก FDI ที่ยังคงเติบโตสูงขึ้นที่ 39 เปอร์เซ็นต์ในครึ่งปีแรกของปีนี้,” นายศิระ กล่าว

“คนอาจจะมองภาพว่าอินโดนีเซียน่าจะมีจุดแข็งในเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติมากกว่าการส่งออก แต่ในช่วงที่ผ่านมา สิ่งที่พบคือ เราเริ่มเห็นสัญญาณของการ relocate ของผู้ประกอบการที่เป็น manufacturing จากจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามามาก เนื่องจากต้นทุนในจีนเองได้ทะยานเพิ่มสูงขึ้น,” เขากล่าว “หากดูดีมานต์ของตลาดอสังหาฯ ตามรายงานก็จะพบว่ายังคงแข็งแกร่ง เห็นได้จากความต้องการเช่าที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ office rent ในจาการ์ตาที่เติบโตถึง 29 เปอร์เซ็นต์ year-on-year แม้ความเสี่ยงโดยภาพรวมจะยังเป็นเรื่องของการขอกู้แบงก์ และการหา local พาร์ตเนอร์ที่ไว้วางใจได้”

นายศิระ ยังกล่าวเสริมว่า ในส่วนของกรุงเทพมหานคร ซึ่งถูกจัดอับดับให้เป็นเมืองหลวงที่น่าลงทุนมากที่สุดอันดับที่ 6 เพิ่มขึ้นจากอันดับที่ 14 ในปีนี้ ถือเป็นสัญญาณที่สะท้อนให้เห็นถึงความน่าลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยที่ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากตลาดกองทุนอสังหาฯ ที่เริ่มกลับมามีความคึกคักอีกครั้ง บวกกับการเติบโตจากภาคการท่องเที่ยวและโรงแรม แม้จะมีปัจจัยเสี่ยงในเรื่องของบรรยากาศทางการเมือง ปัญหาภัยธรรมชาติ และความไม่แน่นอนทางกฎระเบียบข้อบังคับของกฏหมาย

“ถึงแม้กรุงเทพฯ จะมีความเสี่ยงจากปัจจัยความไม่แน่นอนต่างๆ แต่ตลาดอสังหาฯบ้านเราถือว่ามีศักยภาพสูงและเป็นที่จับตามองจากบรรดานักลงทุนต่างชาติ โดยมีจุดแข็งจากภาคการท่องเที่ยวและโรงแรมที่มีการขยายตัวรวมไปถึงธุรกิจ Medical Tourism ที่ได้รับความสนใจอย่างมากโดยเฉพาะจากกลุ่มประเทศตะวันออกกลางที่นิยมเดินทางเข้ามารับการรักษา ด้วยค่าใช้จ่ายที่ต่ำแต่มาตรฐานในการบริการที่ได้รับนั้นอยู่ในระดับสูง,” เขากล่าว

“หากดูในส่วนของตลาดกองทุนอสังหาฯบ้านเรา ปีนี้หน่วยลงทุนของกองทุนอสังหาฯได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศอย่างคึกคัก จนทำให้ราคาที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ประกอบการเห็นโอกาสในการระดมทุนผ่านกองทุนอสังหาฯมากขึ้น ที่ผ่านมาเราเห็นการเพิ่มทุนอย่างต่อเนื่อง อาทิ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่า เทสโก้ โลตัส รีเทล โกรท และกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ซีพีเอ็น รีเทล โกรท เป็นต้น”

ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ระบุว่า มีกองทุนอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯมีทั้งสิ้น 40 กองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 14 ธ.ค. 2555) โดยมีมูลค่าตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ที่ 1.8 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 86 จากสิ้นปีก่อนที่มีมูลค่า 9.7 หมื่นล้านบาท โดยกองทุนอสังหาฯที่มีราคาหน่วยลงทุนปรับขึ้นสูงสุดอันดับหนึ่ง คือ กองทุนประเภทที่มีโรงแรมเป็นสินทรัพย์อ้างอิง รองลงมาคือกองทุนที่มีสำนักงานเป็นสินทรัพย์อ้างอิง และอันดับสาม คือ กองทุนที่มีศูนย์การค้าเป็นสินทรัพย์อ้างอิง ทั้งนี้ มีกองทุนอสังหาริมทรัพย์ที่ทำการระดมทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯในปี 2555 จำนวน 5 กอง ได้แก่ CPN Commercial Growth Leasehold Property Fund (CPNCG), Land and Houses Freehold and Leasehold Property Fund (LHPF), Quality Houses Hotel and Residence Freehold and Leasehold Property Fund (QHHR), Tesco Lotus Retail Growth Freehold and Leasehold Property Fund (TLGF) และ UOB Freehold Eight Thonglor Property Fund (UOB8TF) 

“รายงานยังพบว่า ตลาดกองทุนอสังหาฯที่อ้างอิงสินทรัพย์ประเภทอาคารสำนักงานน่าจะยังได้รับความสนใจในระยะข้างหน้า โดยเฉพาะอาคารสำนักงานในเขตเมือง แต่อัตราการขยายตัวของสินทรัพย์ยังไม่ทันกับความต้องการ ซึ่งน่าจะต้องใช้เวลาเป็นปีกว่าที่จะสามารถก่อสร้างอสังหาฯดังกล่าวได้ทันตามความต้องการ,” เขากล่าว

นอกจากจาการ์ตา และกรุงเทพฯ จะติดอันดับท็อปเท็นเมืองหลวงน่าลงทุนในปีหน้าแล้ว จะเห็นได้ว่ายังมีประเทศสมาชิกในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) อีกสองแห่ง ได้แก่ สิงคโปร์ และกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย ที่ถูกจัดให้อยู่ในอันดับต้นๆ ด้วยเช่นกันและมีอันดับที่สูงขึ้นเปรียบเทียบกับปี 2555 ทั้งนี้ มีเพียงสิงคโปร์เท่านั้น ที่หล่นจากอันดับจากที่หนึ่งในปีนี้มาที่อันดับสามในปีหน้า อย่างไรก็ตาม อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งความต้องการเช่าหรือซื้อสำนักงานระดับเกรดเอของบริษัทต่างชาติที่ยังมีจำนวนมาก จะยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้สิงคโปร์ยังคงเป็นศูนย์กลางด้านธุรกิจอสังหาฯ ของภูมิภาคต่อไป 

ด้าน นาย ริชาร์ด ไพร้ซ, ULI Trustee และ Chief Executive, Asia Pacific CBRE Global Investors ประจำฮ่องกง กล่าวว่า บรรยากาศการลงทุนในอุตสาหกรรมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในระยะยาวจะยังคงสดใส แม้จะมีความกังวลในเรื่องของความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกเป็นปัจจัยกดดันการเจริญเติบโตในภาพรวม นักลงทุนต่างชาติจะขยายการลงทุนเข้ามาในตลาดรองที่มีสินทรัพย์ราคาไม่แพงมากแต่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่ากับความเสี่ยงมากขึ้น หลังจากสินทรัพย์ในตลาดหลัก (core market) เริ่มเห็นสัญญาณของการปรับตัวขึ้นของราคา 

“แม้ว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ รายได้ประชากรที่เพิ่มขึ้น และ Property Value ที่ยังคงเพิ่มขึ้น จะเป็นปัจจัยสนับสนุนที่ส่งผลต่อแนวโน้มในภาพรวม แต่ประเด็นที่จะเข้ามีอิทธิพลประกอบการพิจารณาของนักลงทุนและผู้ซื้อมากขึ้นคือ ความกังวลเรื่องของราคาสินทรัพย์ในตลาดหลักๆในภูมิภาคที่เริ่มมีราคาแพงขึ้น ฉะนั้นสัญญาณของการ Overpriced ของ Asset ก็ยังเป็นอะไรที่ต้องติดตาม,” นาย ไพร้ซ กล่าว

นาย เค เค โซ, Asia Pacific Real Estate Tax Leader, PwC ฮ่องกง กล่าวเสริมว่า ความกังวลเกี่ยวกับราคาสินทรัพย์ที่ปรับตัวสูงขึ้นนี้ ยังจะเป็นตัวผลักดันให้นักลงทุนมองหาโอกาสใหม่ๆหรือปรับกลยุทธ์การลงทุนไปสู่สินทรัพย์ทางเลือกในอุตสาหกรรมที่เฉพาะเจาะจง (niche sectors) มากขึ้น เช่น ระบบขนส่ง logistics ในญี่ปุ่นและจีนที่กำลังได้รับความนิยมหลังจากที่ประเทศกำลังอยู่ในช่วงของการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านการกระจายสินค้าหลังเกิดเหตุการณ์ภัยสึนามิในปี 2554 และความต้องการผู้บริโภคภายในประเทศของจีนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง E-commerce ที่เติบโตแซงหน้าระบบขนส่งสินค้าแบบดั้งเดิมที่มุ่งเน้นไปที่การส่งออกเป็นหลัก




 

Create Date : 23 ธันวาคม 2555    
Last Update : 23 ธันวาคม 2555 14:02:33 น.
Counter : 1411 Pageviews.  
Share to Facebook

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  69  70  71  72  73  74  75  76  77  78  79  80  81  82  

xemmy
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




Friends' blogs
[Add xemmy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.