บลจ.ยูโอบี แนะจัดพอร์ตลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยงไปกับกองทุน 4 แบบ
นายวนา พูลผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.)ยูโอบี (ไทย)จำกัด เปิดเผยว่า ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันนักลงทุนควรจัดสรรเงินลงทุนหรือจัดพอร์ตในหลายสินทรัพย์เพื่อกระจายความเสี่ยง สำหรับบริษัทมี 4 กองทุนที่มีโอกาสสร้างอัตราผลตอบแทนที่ดีโดยมีปัจจัยสนับสนุนจากภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน คือ 1. ลงทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ กับ กองทุนเปิด ยูโอบี สมาร์ท โกลบอล บอนด์ ฟันด์ ที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐทั่วโลก
2. ลงทุนทองคำ กับ กองทุนเปิด ยูโอบี สมาร์ท โกลด์ ฟันด์ - H ที่เน้นลงทุนในกองทุนรวมทองคำแท่ง ของกองทุน SPDR ซึ่งเป็นกองทุนอีทีเอฟทองคำ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และกองทุนยังมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่า 90 % ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศอีกด้วย โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากธนาคารกลางทั่วโลกได้เพิ่มสัดส่วนการถือครองทองคำมากขึ้น ทำให้ปริมาณความต้องการทองคำเพิ่มมากขึ้นด้วย อีกทั้งการลงทุนในทองคำมีแนวโน้มที่จะสามารถสร้างอัตราผลตอบแทนได้มากกว่าอัตราเงินเฟ้อ
3. ลงทุนหุ้นภูมิภาคเอเชีย กับ กองทุนเปิด ยูโอบี สมาร์ท เอเชีย คอนซูเมอร์ ฟันด์ เน้นลงทุนเฉพาะบริษัทในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคในภูมิภาคเอเชีย (ยกเว้นญี่ปุ่น) ซึ่งมีศักยภาพในการเติบโตสูง และมีการคาดการณ์ว่าขนาดเศรษฐกิจของเอเชียยังคงมีอัตราการเติบโตสูงที่สุดในโลก และจะมีขนาดใหญ่กว่าสหรัฐอเมริกาและยุโรปรวมกันภายในปี 2015
4. ลงทุนหุ้นไทย กับ กองทุนเปิด ยูโอบี ดิวิเดนด์-โฟกัส อิควิตี้ ฟันด์ ที่เน้นลงทุนในหุ้นปันผลที่มีคุณภาพดี โดยมีปัจจัยสนับสนุนคือ การขยายการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของประเทศจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในระยะยาวเป็นอย่างมาก กำไรสุทธิและมูลค่ากิจการของบริษัทในตลาดหุ้นไทยถือว่ามีการเติบโตที่ดีมาก
นายวนากล่าวถึงสถานการณ์เศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศว่า ตัวเลขเศรษฐกิจไทยเดือนพฤษภาคมได้ส่งสัญญาณเชิงบวกชัดเจน ฟื้นตัวจากวิกฤติน้ำท่วมเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน ซึ่งยังคงนำโดยภาคการผลิตอุตสาหกรรม และการลงทุนภาคเอกชน การเคลื่อนไหวระหว่างเดือนมีความผันผวน จากแรงกดดันของจีนและสหรัฐฯประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ตามมาด้วยความเสี่ยงต่อการเลือกตั้งในกรีซ ระบบสถาบันการเงินในสเปนที่อ่อนแอ
อย่างไรก็ตามสัญญาณบวกจากภายนอกจะมาจากมาตรการผ่อนคลายทางการเงินจากธนาคารกลางยุโรป ( ECB) หรือ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องจากรัฐบาลจีน สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ตัวเลขเศรษฐกิจไทยยังมีทิศทางที่เป็นบวกต่อเนื่อง และในเดือนกรกฏาคมนี้ จะเริ่มมีการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาสที่ 1/2555 ซึ่งการคาดการณ์ว่าจะมีการเติบโตที่ดีเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
| Create Date : 16 กรกฎาคม 2555 |
| Last Update : 16 กรกฎาคม 2555 16:34:29 น. |
|
0 comments
|
| Counter : 1481 Pageviews. |
 |
|