บล.ไทยพาณิชย์ เผยกลยุทธ์การลงทุน พร้อมเจาะลึกกลุ่มอุตสาหกรรมเด่น จากงานสัมมนา ที่สุดนักกลยุทธ์ VS ที่สุดนักวิเคราะห์
บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBS) ด้วยความร่วมมือจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดสัมมนา ที่สุดนักกลยุทธ์ VS ที่สุดนักวิเคราะห์ นำทีมนักกลยุทธ์และนักวิเคราะห์ยอดเยี่ยมรางวัล SAA Awards 2011 จากค่ายไทยพาณิชย์เผยกลยุทธ์การลงทุน พร้อมเจาะลึกกลุ่มอุตสาหกรรมเด่น เพื่อช่วยแนะนำนักลงทุนจัดพอร์ตอย่างมีหลักการ
นายสุกิจ อุดมศิริกุล นักกลยุทธ์ยอดเยี่ยม สายผู้ลงทุนรายย่อย ประเมินตลาดหุ้นไทยช่วงเดือนสิงหาคม กันยายน 2555 ยังอยู่ในช่วงผันผวน เนื่องจากแนวโน้มการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลกเข้าสู่ช่วงการชะลอตัวและรอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ ทั้งนี้ ความเสี่ยงสำคัญในช่วง 2 เดือนนี้ ได้แก่ เศรษฐกิจจีนที่มีโอกาสชะลอตัวมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า ตลอดจนวิกฤตหนี้ในยุโรปที่ยังเกิดต่อเนื่อง รวมถึงอุณหภูมิการเมืองไทยที่จะกลับมาร้อนแรงมากขึ้นในช่วงตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นไป ซึ่งเป็นช่วงของการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญทั่วไป ทำให้คาดว่าตลาดหุ้นมีโอกาสผันผวนในกรอบ 1,100-1,250 จุด แต่ยังคงเป้าหมาย SET index ปี 2555 ไว้ที่ 1,300 จุด เนื่องจากการคาดการณ์ว่าความไม่แน่นอนทั้งหมดจะมีความชัดเจนในไตรมาส 4 อย่างไรก็ตาม ถือว่าเป็นโอกาสของการซื้อหุ้นสำหรับนักลงทุนระยะยาว โดยแนะนำ ซื้อหุ้นกลุ่มธนาคาร อสังหาริมทรัพย์ วัสดุก่อสร้าง และ พลังงาน ส่วนนักลงทุนระยะสั้น แนะนำให้เลือกซื้อหุ้นรายตัวมากกว่าการลงทุนตามทิศทางของตลาด หุ้น Top Picks คือ AOT BECL QH INTUCH และ KBANK
นางยุพเรศ ลิขิตแสนสุข นักวิเคราะห์ยอดเยี่ยม กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และวัสดุก่อสร้าง เผยยอดขายบ้านในครึ่งแรกปี 2555 เพิ่มขึ้นก้าวกระโดด 53% จากครึ่งหลังของปีก่อนซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เป็นการยืนยันการฟื้นตัวของอุปสงค์บ้าน โดยยอดขายคอนโดสูงถึง 33,000 ยูนิต นับว่าสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์คิดเป็น 64% ของยอดขายรวม รองลงมาคือทาวน์เฮ้าส์ 21% บ้านเดี่ยว 12% และบ้านแฝด 3% ยอดขายคอนโดที่สูงมากในครึ่งปีแรกมาจากการเปิดตัวจำนวนมากของคอนโดราคาประหยัด ส่วนแนวโน้มในครึ่งหลังปี 2555 เชื่อว่ายอดขายคอนโดจะลดลง เนื่องจาก LPN จะลดการเปิดตัวโครงการใหม่ในครึ่งปีหลัง ส่วนยอดขายทาวน์เฮ้าส์ และบ้านเดี่ยว คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง แนะนำซื้อ QH และ SPALI
สำหรับกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ยอดขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 2,300 ไร่ ในไตรมาสหนึ่งปีนี้ และเราคาดว่ายอดขายในไตรมาสสองจะลดลงเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าเนื่องจากยอดขายของ AMATA และ HEMRAJ ลดลง อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ายอดขายปีนี้จะเป็นไปตามที่เราคาดไว้คือ ประมาณ 9,000 ไร่ เติบโต 55% จากปีก่อนโดยยอดขายหลักๆ จะมาจาก AMATA HEMRAJ และ ROJNA ปัจจัยสนับสนุนยอดขายที่ดินปีนี้ได้แก่ การย้ายฐานการผลิตของนักลงทุนญี่ปุ่นมาประเทศไทยเนื่องจากภัยพิบัติในญี่ปุ่น ค่าเงินเยนแข็งค่า และต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นหลังจากรัฐบาลญี่ปุ่นประกาศลดการพึ่งพาพลังงานนิวเคลียร์ในการผลิตไฟฟ้า นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเป็นจุดดึงดูดให้นักลงทุนมาลงทุนก่อนการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนปี 2558 แนะนำซื้อ AMATA และ HEMRAJ
นางศลยา ณ สงขลา นักวิเคราะห์ยอดเยี่ยม กลุ่มสื่อสาร กล่าวว่า อุตสาหกรรมโทรคมนาคมกำลังก้าวสู่ยุคใหม่ผ่านระบบใบอนุญาตใหม่โดยคณะกรรมการ กสทช. ซึ่งได้จัดสรรใบอนุญาตใหม่ธุรกิจดาวเทียมไปแล้ว และมีแผนจัดประมูลคลื่นความถี่ 2.1 GHz ควบคู่กับการจัดสรรใบอนุญาตใหม่สำหรับบริการโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3จี มีกำหนดในเดือนตุลาคมนี้ อันจะเอื้อประโยชน์ให้ผู้ประกอบการทั้ง 2 มิติ 1) ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีรวมถึงขยายธุรกิจและบริการ หรือยอดขาย และ 2) โอกาสลดต้นทุนค่าธรรมเนียมต่อหน่วยหลังทยอยโอนย้ายจากสัญญาสัมปทาน ซึ่งมีการจัดเก็บส่วนแบ่งรายได้ในอัตรา 20-30% ไปยังระบบใบอนุญาตใหม่ โดยมีค่าธรรมเนียมรวม 6% หุ้นที่ชอบที่สุด ได้แก่ INTUCH และ DTAC
นางสาวกิตติมา สัตยพันธ์ นักวิเคราะห์ยอดเยี่ยม กลุ่มธนาคาร เปิดเผยว่า แม้กลุ่มธนาคารปรับตัว Outperform SET อยู่เล็กน้อย แต่ยังปรับตัวขึ้นน้อยกว่าหุ้น domestic play กลุ่มอื่นๆ อาทิ กลุ่มพาณิชย์ และไอซีที โดยกลุ่มธนาคารพาณิชย์มีผลการดำเนินงานโดดเด่นในปีนี้ จากอัตราการเติบโตของสินเชื่อที่อยู่ในระดับสูง โดยประมาณการของเราอยู่ที่14% เนื่องจากได้รับอานิสงค์จากการเติบโตของการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชนที่เร่งตัวขึ้น รวมทั้งการขยายตัวของการบริโภคภาคเอกชน และการเร่งตัวขึ้นของการลงทุนภาครัฐ นอกจากนั้นรายได้ค่าธรรมเนียมยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันคุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้นหลังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมใหญ่เพียงเล็กน้อย เลือก KBANK เป็นหุ้น top pick ในกลุ่มธนาคาร เพราะ 1) รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง 2) อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้จะปรับตัวลดลงเมื่อเสร็จสิ้นการอัพเกรดระบบไอที และ 3) สินเชื่อขยายตัวเพิ่มขึ้นในอัตราเร่งจากการฟื้นตัวของความต้องการสินเชื่อธุรกิจ SME
| Create Date : 06 สิงหาคม 2555 |
| Last Update : 6 สิงหาคม 2555 10:49:17 น. |
|
0 comments
|
| Counter : 1695 Pageviews. |
 |
|