The love is not to give. Love is to share. The love is not to show. Love is to care.
Group Blog
 
All blogs
 

หมายเลขบัตรประชาชนสามารถบอกได้ว่าชีวิตของเราเป็นอย่างไรบ้าง... จะแม่นขนาดไหนต้องมาพิสูจน์กันค่ะ!

หมายเลขบัตรประชาชนของแต่ละคนมีทั้งหมด 13 หลัก เลขหลักสุดท้ายในบัตรประจำตัวประชาชนของทุกคน สามารถบอกได้ว่าชีวิตของเราเป็นอย่างไรบ้าง... จะแม่นขนาดไหนต้องพิสูจน์กันค่ะ!

เลข 1
แสดงถึงความเด็ดเดี่ยว กล้าทำ กล้าแสดงออก เป็นผู้นำในหน้าที่การงาน อยู่ในจำพวกแนวหน้า และบางครั้งมักถูกคนอื่นมาขอความช่วยเหลือ ในด้านทั้งทรัพย์สินเงินทองและขอคำปรึกษาอยู่ตลอดเวลา จนทำให้ไม่เป็นตัวของตัวเองเท่าที่ควร แต่หากไม่พอใจใครแล้วเขาจะไม่สนใจเลยเด็ดขาด เป็นจำพวกหยิ่งในศักดิ์ศรี ฆ่าได้ หยามไม่ได้ ไม่ยอมก้มหัวเพื่อลดศักดิ์ศรีให้ใคร หากจำเป็นจริงยอมให้ได้เพียงกายเท่านั้น จะมีนิสัยละเอียดอ่อนในเรื่องความรัก หมดเปลืองเท่าไหร่ก็ยอมเพื่อความรัก ในอนาคตหากเป็นนักธุรกิจจะประสบความสำเร็จ สามารถทำงานได้ดีทุกแขนง

เลข 2
แสดงถึงความสำเร็จ ความอบอุ่นจากมิตรและบริวาร แต่บางครั้งไม่ค่อยมีความเด็ดขาดไปบ้าง เป็นคนที่ไม่ชอบอยู่คนเดียว หากจะลงทุนทำธุรกิจ ถ้าได้ร่วมทำกับคนอื่นจะดีกว่าทำคนเดียว มีเสน่ห์กับเพศตรงข้าม เป็นที่รักใคร่ของเหล่าเพื่อนฝูง แต่บางครั้งจะโดนอิจฉาอยู่บ่อยๆ เพราะเสน่ห์ดีเกินไป ตามเลขศาสตร์บ่งบอกว่า หากจะทำงานให้สำเร็จโด่งดังมีชื่อเสียง จะต้องทำงานร่วมกับคู่ครองของตนเอง วัยกลางคนจะได้มีความสุขกับครอบครัว ฐานะดีมีความสบายตามลำดับ

เลข 3
แสดงถึงความทุกข์ใจ จะมีปัญหาเรื่องต่างๆ ผ่านเข้ามาในชีวิตอยู่เรื่อยๆ หากจิตใจไม่เข้มแข็งจะทำให้ทุกข์ใจไม่สบายกายอยู่เรื่อยไป และจะต้องเพิ่มการเอาใจใส่คู่ครองและครอบครัวให้มากกว่าเดิม ระวังจะมีปัญหากับบุคคลที่ 3 เข้ามาสร้างความแตกแยกในครอบครัว หมายเลข 3 นี้ เป็นเลขแห่งเงารักเงาร้าง ถ้าจะลงทุนทำธุรกิจไม่ควรที่จะร่วมหุ้นหรือไว้ใจบริวารให้มากนัก อย่าเป็นนักบุญให้ผู้อื่นจนเกิดเป็นความทุกข์ให้กับตนเอง และหากช่วยเหลือใครแล้วจะหวังผลคืนได้ยาก เพราะหมายเลข 3 เป็นเลขของผู้ให้ ให้อย่างเดียว แต่เมื่อผ่านปัญหาทั้งปวงไปแล้วอีกไม่นานจะมีความสุขความสบายกับครอบครัว

เลข 4
แสดงถึงเลขแห่งจักรพรรดิ์ จะมีคนคอยเป็นห่วง เป็นที่รักใคร่ของผู้สูงอายุ แต่จะมีความเหน็ดเหนื่อยมากอยู่เหมือนกัน เพราะคำว่า "แม่ทัพ" ก็รู้ความหมายอยู่แล้ว ไม่มีแม่ทัพคนใดไม่มีผลงานแล้วจะได้เป็นแม่ทัพหรอก แต่หมายเลข 4 เป็นเลขแห่งความสำเร็จ ความยิ่งใหญ่ ความก้าวหน้า ความท้าทาย หากจะให้มีความเจริญก้าวหน้าเร็วๆ ก็ต้องกล้าทำกล้าแสดงออก กล้าตัดสินใจ แต่ระวังจะมีเพศตรงข้ามหลงรักและเข้ามาขอสวามิภักดิ์ด้วย ไม่ต้องเป็นห่วง จะทำอะไรก็จะมีคนคอยสรรเสริญเยินยอ แต่ก่อนที่จะมีการเยินยอก็จะมีการติฉินนินทาก่อน หากอดทนไม่สนใจ ไม่แคร์ความรู้สึกของคนอื่นได้ละก็ ชีวิตนี้รวยใจสบายกายอย่างแน่นอน

เลข 5
แสดงถึงเลขแห่งเวทมนต์และเสน่หากับเพศทั่วไป มีความหยิ่งทะนงในตัวเอง ยอมก้มหัวให้ผู้อื่นได้แค่กาย แต่ใจนั้นไม่ยอมใคร เป็นที่ปรึกษาผู้อื่นได้ดี แต่ตนเองยามเดือดร้อนหาใครช่วยปรึกษาด้วยนั้นช่างยากมาก เพราะหมายเลข 5 จะมีความสบายกายแต่ทุกข์ใจอยู่เรื่อย เพราะคิดมากจนเกินเหตุและจะเป็นที่รักใคร่ของญาติมิตร หากดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับเอกสารจะประสบความสำเร็จดีมีชื่อเสียง แต่ไม่ว่างานด้านไหนๆ หมายเลข 5 ทำได้หมด แต่จะต้องมีเวลาให้กับเรื่องส่วนตัวบ้าง เช่น เรื่องความรัก อย่าปล่อยให้นานเกินไป จะได้พึ่งพาอาศัยบุตร-บริวารในภายภาคหน้า จะมีความพอดีกับชีวิต เกิดความสุขตลอดกาล

เลข 6
แสดงถึงคนที่มีดีอยู่ในตัวแต่ไม่ค่อยยอมนำออกมาใช้ให้เป็นประโยชน์ อย่าปล่อยเวลากับความคิดให้มากนัก หมายเลข 6 เสน่ห์อยู่ที่ "เงา" ของตนเอง จะมีคนรักใคร่เอ็นดูทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แต่ต้องแต่งตัวให้เกิดจุดเด่นแก่ตนเอง และมีจิตสัมผัสเหนือธรรมชาติ หากได้นั่งสมาธิบำเพ็ญศีลจะมีบารมีสูง ผู้คนจะรักใคร่เอ็นดู จะทำอะไรก็ล้วนแต่ประสบความสำเร็จดีทั้งสิ้น หมายเลข 6 เวลาพูดจาต้องลดโทนเสียงลงอีก เพราะโทนเสียงนั้นบ่งบอกถึงอำนาจ ความยิ่งใหญ่เกินตัว ไม่ไพเราะแก่ผู้ได้ยิน ผู้ใหญ่รักใคร่เอ็นดู สนับสนุนในด้านการงาน เมื่อเกิดปัญหาใดๆ ตนเองมักจะเอาตัวรอดได้เสมอ จะมีความสุขในบั้นปลาย

เลข 7
อย่าปล่อยเวลาให้เสียไปกับคนอื่นให้มากนักและอย่ายึดติดอยู่กับที่ เพราะหมายเลข 7 เป็นหมายเลขที่ต้องเดินทางเพื่อทำการค้า เป็นไกด์หรือทำงานที่ต้องมีการเจรจาอยู่ตลอดเวลา จะทำให้ประสบความสำเร็จ ระวังจะมีปัญหาเรื่องรักๆ ใคร่ๆ เกิดขึ้นในครอบครัว หรือเรื่องรัก 3 เส้าเกิดขึ้นในชีวิตคู่ ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตคุณก็ไม่ต้องวิตกให้มากนัก เพราะทุกอย่างจะคลี่คลายไปได้ด้วยดี การเงินถึงจะไม่คล่องบ้างบางครั้ง แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะหมายเลข 7 เป็นเลขที่ส่งลาภผลอยู่เนืองๆ หากผู้ใดที่ได้หมายเลข 7 และยอมเหนื่อยหน่อยในระยะเริ่มต้น อีกไม่นานจะมีความสุข โชคลาภเพิ่มพูน และจะได้รับความสุขกับมิตร-บริวาร



เลข 8
แสดงถึงคนมีบุญบารมี และวาสนาดี มีชื่อเสียงให้คนทั้งหลายได้ประจักษ์ แต่ต้องหมั่นเรียนรู้เร่งศึกษา อย่าอยู่นิ่ง กล้าเปิดเผย กล้าทำ กล้าแสดงออก กล้าตัดสินใจ รีบไขว่คว้า แล้วหน้าที่การงานที่ทำจะได้ผลดีเป็นที่พอใจ และผู้ใหญ่จะให้ความช่วยเหลือ อย่าหลงใหลมัวเมาในกิเลสตัณหาให้มากนัก อย่าสนุกจนลืมครอบครัว แล้วบั้นปลายชีวิตจะมีฐานะดี เป็นที่พอใจของวงศ์ตระกูล มีชื่อเสียงเป็นที่นับถือของคนทั่วไป

เลข 9
แสดงถึงอำนาจ ความยิ่งใหญ่ หากเป็นผู้นำจะเจริญก้าวหน้า ทำงานด้วยสมอง เป็นนักพูดหรือนักบรรยายจะมีชื่อเสียงโด่งดัง แต่หน้าที่ที่เหมาะคือผู้เผยแพร่ศาสนา จะมีผู้คนยกย่องสรรเสริญและยังมีจิตสัมผัสเหนือคนทั่วไป บางครั้งสามารถรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า หมายเลข 9 เป็นผู้อยู่เหนือลิขิตสวรรค์ จะทำอะไรก็สามารถประสบความสำเร็จได้ด้วยตนเอง
เครดิต -'@"-LiTTLe Angel-'@'-

แม่นแค่ไหนบอกกันมั่งนะครับ




 

Create Date : 20 ธันวาคม 2550    
Last Update : 20 ธันวาคม 2550 22:46:51 น.
Counter : 115 Pageviews.  

นิยามในการมีชีวิตคู่..ที่ยากกว่าการอยู่คนเดียว……..//

คุณเคยยืนทะเลาะกับแฟนก่อนเข้าโรงหนัง
แล้วจบลงด้วยต่างคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน แทนที่จะได้ดูหนังกันดีๆบ้างมั๊ย ?

คุณเคยพยายามที่จะบอกกับแฟนคุณว่าคุณรู้สึกยังไง แล้วพูดยังไงเขาก็ไม่เข้าใจ
กลับขึ้นเสียงกันไปใหญ่ จบลงที่ต่างคนต่างกระแทกหูโทรศัพท์กันไป แล้วคุณก็
กลับไปนอนร้องไห้บ้างมั๊ย?

คุณเคยทะเลาะเรื่องหนึ่งกับแฟน แต่สุดท้ายเขากลับขุดทุกสิ่งทุกอย่างอีกร้อยแปดพันเรื่อง
ขึ้นมา จบลงเรื่องที่ทะเลาะกลับกลายเป็นอีกเรื่องหนึ่งไปเลยบ้างไหม ?

คุณเคยทะเลาะกับแฟนลั่นบ้าน จบลงด้วยประโยคว่า " เลิกกันไปเลยดีกว่า " มั๊ย ?

คุณเคยไปต่างจังหวัดกับแฟน ทะเลาะกันใหญ่โต คุณน้อยใจสารพัด
จบลงด้วย คุณเก็บกระเป๋าจับรถกลับทันทีมั๊ย ?

เคยมั๊ย .. ทั้งที่รักกันอยู่แต่ทำไมรู้สึก โหวงๆ.. อึดอัด..
บางคน.. แทบจะทะเลาะกัน.. ทุกวินาที..
ถ้าไม่รู้จักปรับเข้าหากัน.. สุดท้ายก็ต้องเลิกกันไปในที่สุด...

เวลาเจอคนดีๆสักคนก้าวเข้ามาในชีวิต..
คุณก็คงแอบฝัน.. ไว้เหมือนกัน
ขอให้เรากับเขารักกันไปนานๆ..จะกี่เดือนกี่ปีผ่านไปไม่รู้แต่รักของเราจะยังเหมือนเดิม...
แน่ล่ะ.. มันคงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก.. แต่ก็ไม่ได้ยากซะจนเป็นจริงไม่ได้
แค่เรารู้จักดูแลความรักดีๆ.. คุณก็จะมีความสุขกับความรักที่เป็นอยู่มากขึ้น


ยอมรับ.. ในความแตกต่าง
คนเราไม่มีใครคิดเหมือนกันได้ทุกอย่าง..ในความเหมือนก็ต้องมีความแตกต่าง
เขาอาจคิดไม่เหมือนเรา เป็นเพราะเขามีลักษณะแตกต่างกัน บางคนใช้ความคิดเป็นหลัก
บางคนใช้ความรู้สึกตัดสิน บางคนใช่สัญชาตญานเพราะฉะนั้นทุกคนมีความแตกต่างกัน
เราต้องรู้จักเรียนรู้และยอมรับ ความแตกต่างตรงนี้ให้ได้ โดยเฉพาะยอมรับข้อเสียของ
กันและกันได้ ถ้าเรายอมรับได้เรื่องร้ายๆก็ไม่เกิด เพราะจริงๆแล้วคนเราไม่เปลี่ยนอยู่แล้ว
อย่าคาดหวังว่าเขาจะเปลี่ยนให้เราได้ ไม่งั้นจะทำให้เราเสียใจ ทุกข์ใจเสียเปล่า

ความเข้าใจเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
เพราะทั้งสองคนมาจากต่างครอบครัว ถูกเลี้ยงดูมาต่างกัน แล้วถ้าเราเข้าใจเขา
เขาเข้าใจเราก็ทำให้เราไม่ทะเลาะกัน บางครั้งอาจจะมีเรื่องให้เราเซอร์ไพรส์ทั้งดีและร้าย
แต่ถ้าเรารู้ว่าทำไมเขาทำแบบนี้เป็นแบบนี้เพราะอะไร รู้ที่มาที่ไปของพฤติกรรมของเขา
เราก็จะไม่โกธร.. และในขณะเดียวกันเขาเองก็ควรจะเข้าใจตัวเราให้มากๆด้วย
ต้องเป็นความเข้าใจที่เกิดจากคนสองคน

ต้องรู้จักสังคมของเขา และให้เขารู้จักสังคมของเรา
โดยเฉพาะคนสนิทที่อยู่แวดล้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นสังคมเพื่อน เพื่อนร่วมงาน ครอบครัว
ควรทำความรู้จักไว้ ต่างคนต่างจะได้รู้ว่าสังคมของกันเป็นอย่างไง ถ้าเราไม่สนใจเลย
เราไม่รู้จักเพื่อนเขา อาจทำให้ความรู้สึกระหว่างกันมันขาดๆหายๆ ไป เวลาคุยกัน
เรื่องเพื่อนก็มักจะต่อกันไม่ค่อยติด เวลาเขาไปไหนกับเพื่อนก็ไม่อยากให้เราไปด้วย
แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะต้องติดตามกันไปทุกครั้ง ไม่งั้นจะทำให้เขาอึดอัดแทน
พอคบกันไปได้ไม่เท่าไหร่ เขาก็จะเริ่มอยากกลับไปเจอเพื่อน ไม่ใช่ว่ารักคุณน้อยลง
ยังซื่อสัตย์ ยังเป็นห่วงอยู่ แต่บางที เวลาอยู่ด้วยกันเยอะเกินไป เราไม่รู้จะทำอะไร แล้วเรา
ก็อยากกลับไปใช้ชีวิตอีกแบบบ้าง
เวลาที่เขาอยู่กับเพื่อนมันมีอีกแง่มุมนึงที่ไม่เหมือนอยู่กับคุณ แล้วเวลาอยู่กับคุณก็ไม่เหมือนมุม
ที่อยู่กับเพื่อน ทั้งสองมุมแทนกันไม่ได้ เขาจะมีเส้นแบ่งตรงนี้อยู่ คุณเองก็ควรมีเหมือนกัน
เพราะเวลาที่อยู่กับเพื่อน เราจะเป็นธรรมชายติมากๆ บางเรื่องคุยกับเพื่อนแล้วเข้าใจได้มากกว่า
อย่าไปน้อยใจเลยเวลาที่... เขาอยู่กับเพื่อน


แต่ละคนต้องมีอิสระระหว่างกัน... ต่างฝ่ายต่างต้องมี สเปชส่วนตัว
เพราะคนเรามีความสนใจหลากหลาย ถ้าเราไม่ปล่อยให้เขาเป็นอิสระเวลาอยู่กันไปนานๆ
ก็จะทำให้ชีวิตเริ่มเบื่อ เซ็ง และอึดอัดมากขึ้นเรื่อยๆ เราต้องรู้จักหาความพึงพอใจในชีวิต
ของตัวเองด้วย อย่าไปคาดหวังว่าอีกคนบจะมาเติมเต็มส่วนที่ขาดให้กับเรา คิดแค่ว่าเรามี
เขาอีกคนเป็นเพื่อน เพื่อนที่รักกัน ดูแลกันก็พอแล้ว อย่างอื่นถ้าเราอยากได้ อยากเป็นอะไร
ก็ต้องหาเอาเอง ไม่งั้นเราก็จะคาดหวัง และอาจทำให้เราเสียใจ


เริ่มต้นจากตัวเองก่อน.. มองเห็นข้อบกพร่องของตัวเอง
และยอมรับข้อบกพร่องของตัวเราเอง
ต้องรู้ว่าตัวเองเป็นคนแบบไหน ถ้าเราเป็นหงุดหงิดง่าย บางครั้งถ้าเขาทำอะไร ไม่เป็นไป
ตามที่เราคิด ก็จะทำให้หงุดหงิดใจ มานั่งนึกว่าทำไม เขาไม่ได้อย่างใจ ทำไมเขาไม่เข้าใจ
ถ้าเราเข้าใจว่าตัวเองเป็นแบบนั้น เราต้องยอมรับว่าบางครั้งเราก็ทำอะไรแย่ๆได้ เขาเองก็เป็น
แบบนั้นได้เหมือนกัน อย่างถ้าเราเป็นคนขี้ระแวง บางครั้งเราก็ไปแอบฟังเขาคุยโทรศัพท์
ถ้าเรามีสติ เราจะเริ่มรู้สึกว่าเราระแวงไปเอง บางทีเราเอาเรื่องมาปะติดปะต่อแล้วก็คิดไปเอง
ทั้งๆที่ในเป็นจริงอาจจะไม่มีอะไร แต่ความระแวงนั่นแหละ จะทำให้เกิดเหตุการ์ณร้ายๆตาม
มาได้... ความไว้ใจ กับความโง่.. มันอยู่ใกล้กันก็จริง..แต่ก็ไม่ได้แปลว่ามันจะแยกกันไม่ออก
เมื่อใดที่คุณโกธร..คุณต้องแลกมันกับเวลาที่คุณจะได้อยู่ด้วยกันกับเขา..อย่างมีความสุข
แต่เมื่อใดที่คุณให้อภัย.... คุณจะได้คนใกล้ชิดของคุณกลับมา


ต้องไม่เอาเรื่องงานมาปนกับเรื่องส่วนตัว
ไม่เอาเรื่องเครียดๆมาโยนใส่กัน.. เวลาเจอกันก็จะเล่าแต่สิ่งดีๆให้เขาฟัง หรืออาจปรึกษาเขา
ว่าควรทำอย่าไงดี ไม่ใช่เจอกันก็บ่นๆๆๆ ใส่เขา จะทำให้เขารู้สึกว่าเจอทีไรก็มีแต่เรื่องเครียดๆ
คุยกันเรื่องสนุกๆ จะทำให้เขาสุขใจ สบายใจ วิธีนี้จะทำให้เขาอยากเจอเรา อยากมาหาเรา
เพราะรู้ว่าอยู่กับเราแล้วมีความสุข เขาก็ไม่อยากจะไปไหน แล้วก็จะไม่ไปจุกจิกใส่เขา..
ให้คิดตลอดว่าชีวิตมันสั้น... ทำไมเราไม่ใช้ชีวิตที่เหลือให้มีความสุข


รู้จักดูจังหวะ ดูสถานการณ์ ดูอารมณ์ของอีกฝ่ายให้ดี
อย่างถ้าเขาทำงานมาเครียดๆ แล้วเราเองก็มีเรื่องเครียดอยู่ เราก็ต้องดูอารมณ์เขาหน่อย
อย่าเพิ่งไปคุยเรื่องเครียดๆกับเขา ถ้าเขาร้อนมา เราก็ต้องเย็นเข้าไว้ เอาใจเขาหน่อย ดูก่อนว่า
เขาหิว เหนื่อย เครียดหรือเปล่า ถ้าใช่ทำอะไร หาอะไรที่เขาชอบ พอเขาอารมณ์ดีเราค่อยคุย
กับเขาแต่ถ้าวันนั้นเขาปกติ ก็ต้องดูอารมณ์ว่าควรจะพูดควรจะฟังตอนไหน

รู้จักให้อภัย
เพราะหลังจากอยู่ด้วยกันแล้ว.. บางครั้งต่างฝ่ายต่างทำผิด ต่างฝ่ายต่างก็ต้องรู้จักให้อภัยกัน
อย่ามองในจุดเสียของเขาให้มาก.. พยายามมองแต่แง่ดีๆ.. ใช้เหตุผล ยอมรับที่เขาเป็นสัก
70 เปอร์เซ็นต์ แล้วเวลาที่เขาทำผิด อย่ามองว่าเป็นความผิดของเขาคนเดียว บางทีเราอาจ
เป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันให้เขาทำผิดได้เหมือนกัน เราต้องมีเหตุผล และเขาเองก็ต้องดีจริงๆ
เหมือนกัน เราถึงให้อภัยเขาได้..


บางครั้งก็ต้องรู้จักยอมๆกันบ้าง
เวลามีปัญหาอะไรเกิดขึ้นก็ไม่ใช่ว่าต้องตัดสินปัญหาแบบคนละครึ่งทางเป๊ะๆ บางครั้งเพื่อ
หลีกเลี่ยงการทะเลาะกันก็ต้องยอมๆกันบ้าง แลกกับความสบายใจ บางครั้งเรายอม บางครั้ง
เขายอมจะได้ไม่มีอะไรที่ขัดแย้งกัน


เอาใจเขามาใส่ใจเรา
หลายๆเรื่องเกิดจากคนสองคน ทั้งเรื่องงาน เพื่อน ครอบครัว เราต้องมองว่าถ้าเราทำแบบนั้น
เขารู้สึกอย่างไง ถ้าเราทำอะไรไม่ดีออกไป เราก็ต้องเข้าใจว่าทำไมเขาถึงโกธร.. ไม่ได้มอง
ตัวเองเป็นศูนย์กลางไปซะทุกอย่าง...



แชร์ความรู้สึกระหว่างกัน
มีอะไรต้องพูดคุยกัน ไม่โกหกกัน แต่ต้องรู้จักวิธีพูดกับเขาโดยเฉพาะถ้าเป็นผู้หญิงพูดจาดีๆ
อ่อนหวานนิดๆผู้ชายทุกคนแพ้หมด และถ้าเขารู้ว่าอยู่ตรงไหนแล้วเขาสบายใจ.. เขาก็จะอยู่..
เขาก็จะอยู่กับเรานานๆ.. เวลาที่เราไม่พอใจอะไรให้บอกเขาไปเลย เพราะธรรมชาติของคน
เราไม่เหมือนกัน เราอาจไม่เข้าใจธรรมชาติของเขา เขาอาจไม่เข้าใจธรรมชาติของเรา แต่ก็
อย่าพูดนะว่าเขาผิด จะทำให้เขารู้สึกโกธรเรา อาจบอกเขาแทนว่า เขาทำแบบนี้รู้มั๊ยว่า..
เรารู้สึกอย่างไง.. แสดงความเป็นห่วงให้เขาเห็น.. เขาก็จะค่อยๆเรียนรู้.. ถ้าไม่บอกเขาก็ไม่รู้
ถ้าเขาไม่ใช่คนละเอียด เขาก็ไม่รู้ว่าเรางอนอะไร.. ไปๆ มาๆ อาจรำคาญเราแทนซะอีก
เขาน่ะชอบให้เป้งเดียวจบเลย แล้วอย่าขุดเรื่องเก่ามาว่ากัน..

ดูแลความรักของคุณกับเขา..
เพราะอย่างน้อย.. คุณก็ยังโชคดี.. ที่มีโอกาสได้เจอเขา..แล้ว

เพราะ..คนบางคน..
ไม่มีแม้แต่โอกาส.. จะได้อยู่ใกล้ๆกับคนที่รัก..
....
เพราะ.. คนที่ใช่
มักจะก้าวเข้ามา.. ผิดที่ ผิดเวลา เสมอ




 

Create Date : 20 ธันวาคม 2550    
Last Update : 20 ธันวาคม 2550 16:44:14 น.
Counter : 112 Pageviews.  

ไปงานบุญ แล้วรู้ความหมายการทำพิธีหรือเปล่า......ความเป็นสากล

หลายคนอาจจะไม่เคยทราบมาก่อน ในหลายๆข้อ ปริศนาธรรมความหมายบางอย่าง
ที่คนไทยได้สัมผัส แต่ไม่เคยรู้ .....อ่านซะจะได้ปลงๆ ชีวิตก็เป็นเช่นชะนี้เอง
ความจริงแล้วปริศนาธรรมเกี่ยวกับเรื่องงานศพนั้นมีอยู่หลายข้อ
อ่านหนังสือธรรมลีลาของธรรมสภาแล้วก็ตาสว่างขึ้น มีอีกหลายข้อดังนี้
1. มัดตราสังข์สามเปราะ มัดที่คอ หมายถึง บ่วงรักลูก มัดที่มือ
หมายถึง
> >> บ่วงรักสามี - ภรรยา มัดตรงข้อเท้า หมายถึง
> >> บ่วงรักทรัพย์สมบัติ ติดอยู่สามบ่วงนี้ ไปนิพพานไม่ได้
> >> ต้องเวียนว่ายอยู่ในสังสารวัฏไม่มีจบสิ้น

2. เคาะโลงรับศีล
ไม่ใช่ให้คนตายมารับศีลแต่เพื่อเป็นการบอกคนที่มาร่วมงานว่า
> >> อย่าเอาแต่มัวประมาทขาดสติ ไม่สนใจในหลักธรรมคำสอน
> >> เมื่อตายไปหมดโอกาสทำความดี จะเคาะจนโลงแตกก็ลุกขึ้นมาไม่ได้

3. สวดอภิธรรม มักสวดเป็นภาษาบาลี คนเป็นฟังไม่รู้เรื่อง
จึงนึกว่าสวดให้คนตาย แต่จริงๆ เป็นการสวด
เพื่อสอนคนที่ยังมีชีวิตอยู่เพื่อที่จะได้นำหลักธรรมไปปฏิบัติให้เกิดผลดีในชีวิตประจำวัน
> >> ดังนั้นแม้จะฟังไม่เข้าใจแต่เพื่อให้การฟังสวดอภิธรรมเกิดผล
> >> ควรสำรวมส่งจิตไปอยู่กับเสียงพระสวด
> >> ให้จิตสงบนิ่งอยู่กับเสียงพระสวดก็จะเกิดสมาธิจิตได้

4. บวชหน้าไฟ มักเข้าใจกันว่า เป็นการบวชจูงผู้ตายขึ้นสวรรค์
ความจริงนั้น ไม่ใช่ เพราะการบวชหน้าไฟ เป็นการปลงธรรมสังเวชต่อการเกิด แก่
เจ็บ และตายในที่สุด มนุษย์ก็มีเท่านี้
ทำให้เกิดการเบื่อหน่ายต่อชีวิตในโลกียวิสัยไม่ประสงค์จะอยู่ในเพศฆราวาส
แล้วพอใจในสมณะเพศมุ่งปฏิบัติธรรมเพื่อความหลุดพ้น เข้าสู่มรรคผลนิพพาน

5. การนิมนต์พระจูงออกหน้าศพ
เพื่อจะสอนคนที่ยังอยู่ให้ได้สำนึกว่าตอนที่ยังอยู่
ต้องเดินตามหลังพระหมายความว่าให้ดำเนินชีวิตตามพระธรรม
คำสั่งสอนพระพุทธเจ้านั่นเอง
จึงจะอยู่ดีมีสุข มีความเจริญก้าวหน้า

6. การเวียนซ้าย 3 รอบ หมายถึง
การเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพทั้งสามอันมี กามภพ รูปภพ อรูปภพ ด้วยอำนาจกิเลส
ตัณหาอุปทาน ก็จะเป็นทุกข์ไม่จบสิ้น ฉะนั้นต้องทวนกระแสกิเลส
เป็นการสอนธรรมชั้นสูง จึงได้พาศพเวียนซ้าย

7. การใช้น้ำมะพร้าวล้างหน้าศพ
เพื่อชี้ให้เห็นว่าน้ำมะพร้าวเป็นน้ำสะอาด บริสุทธิ์
ผู้เข้าสู่มรรคผลนิพพานต้องชำระจิตให้สะอาดด้วยน้ำทิพย์จากพระธรรม

8. การแปรรูป
หลังจากเผาแล้วมีการเก็บอัฐิและมีการเขี่ยขี้เถ้าผู้ตายให้เป็นรูปร่างกลับไปกลับมา
เพื่อจะจากวารสารธรรมลีลาเพื่อดุลยภาพของสังคม




 

Create Date : 20 ธันวาคม 2550    
Last Update : 20 ธันวาคม 2550 16:08:12 น.
Counter : 117 Pageviews.  

สิ่งดีๆที่เรามักไม่เห็นค่าเมื่อมันได้จากไป

ครับพอดีไปเช็ค เมล์เก่ามาเลยเห็นมีบทความน่าสนใจดีอ่านดูแล้วไม่เบื่อ
ไงก็ลองอ่านดูนะครับเผื่อใครยังไม่เคยอ่าน




 

Create Date : 20 ธันวาคม 2550    
Last Update : 20 ธันวาคม 2550 15:59:42 น.
Counter : 182 Pageviews.  

1  2  3  

witoon5555
Location :
ปทุมธานี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




-------------

---------- ------ ------- ------- ------- ------- ------ ------ ------- --------- -------- ------------- ----------- --------------------
-------------------------------------