ฟงอวิ๋น ขี่พายุทะลุฟ้า e-mail: wiizento@hotmail.com
Group Blog
 
All blogs
 

ฟงอวิ๋น ขี่พายุทะลุฟ้า 2 (ภาพยนตร์)

ฟงอวิ๋น ขี่พายุทะลุฟ้า 2 (ภาพยนตร์)

นักแสดง
กัว ฟู่เฉิง เป็น ปู้จิ้งอวิ๋น
เจิ้ง อี้เจี้ยน เป็น เนี่ยฟง
เยิ่น ต๊ะหัว เป็น เจวี่ยอู๋เซิน (พิฆาตไร้เทพ)
เซียะ ถิงฟง เป็น เจวี่ยซิน (พิฆาตใจ)
เหอ เจียจิ้ง เป็น บุรุษนิรนาม (อู๋หมิง)
อาชา เป็น ตี้เอ้อม่ง
ถังเหยียน เป็น ฉูฉู่
Lam Suet เป็น จ้าวสุกร (จอมตะกะ)
เคนนี่ หว่อง เป็น จอมมารอันดับหนึ่ง
ถัน เหย้าเหวิน เป็น ฮ่องเต้หมิง

เนื้อเรื่อง ฟงอวิ๋น ขี่พายุทะลุฟ้า 2 (ภาพยนตร์)
เจวี่ยอู๋เซิน (เยิ่น ต๊ะหัว) ผู้ปกครองแคว้นอู๋ผู้แข็งแกร่ง ต้องการครอบครองจงง้วน จึงยกกองกำลังมารุกราน โดยมี เจวี่ยซิน (เซียะ ถิงฟง) บุตรชายเป็นผู้ช่วย เจวี๋ยอู๋เซินกำจัดยอดฝีมือแห่งจงง้วนเสียหมดสิ้น จนฮ่องเต้ (ถัน เหย้าเหวิน) ต้องยอมสยบแก่เขา แม้แต่ บุรุษนิรนามในตำนาน (เหย เจียจิ้ง) ก็ถูกวางยาพิษทำให้พลังยุทธในร่างลดเหลือเพียง 1 ใน 10 ปู้จิ้งอวิ๋น (กัว ฟูเฉิ่ง) เป็นห่วง ฉูฉู๋ (ถังเหยียน) จึงมาช่วย ทั้งหมดถูกจับ แต่หลุดออกมาได้ บุรุษนิรนามประลองกำลังกับเจวี่ยอู๋เซิน ปรากฏว่าสู้ไม่ได้

เมื่อทั้งหมดหนีมาได้ บุรุษนิรนามเสนอว่า ตอนนี้มีเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่จะต้านทานเจวี่ยอู๋เซิน ได้ นั่นคือ จอมมารอันดับหนึ่ง (เคนนี่ หว่อง) ผู้เป็นพี่ร่วมสาบานของ เจ้าสุกร (Lam Suet) ทั้งหมดจึงไปยังถ้ำของจอมมารอันดับหนึ่ง โดยคุกเข่าขอร้องให้จอมมมารอันดับหนึ่ง โดยมี ตี้เอ้อม่ง (อาชา) ลูกสาวของจอมดาบอันดับสองขอร้องด้วย จอมมารอันดับหนึ่งจึงทดสอบ เนี่ยฟง และ ปู้จิ้งอวิ๋น ปรากฏว่าเนี่ยฟงมีจิตใจที่อ่อนโยนกว่าจึงเลือกให้มาฝึกวิชามาร แต่ขณะที่เนี่ยฟงฝึกยังไม่ทันเสร็จนั้น บุรุษนิรนามก็ถ่ายทอดสุดยอดเคล็ดวิชากระบี่ให้แก่ปู้จิ้งอวิ๋น ทางฝ่ายเจวี่ยอู๋เซินก็บีบบังคับฮ่องเต้ให้บอกที่ซ่อนของสุสานมังกร ซึ่งภายในบรรจุกระดูกมังกรซึ่งเป็นของสำคัญของแผ่นดินอยู่ เจวี่ยอู๋เซินส่งคนไปหมายสังหารปู้จิ้งอวิ๋นและเนี่ยฟง เนี่ยฟงจึงออกมาจากถ้ำขณะที่ยังฝึกวิชามารไม่สำเร็จ เพื่อช่วยตี้เอ้อม่ง ทั้งเนี่ยฟงและปู้จิ้งอวิ๋นผนึกกำลังกันล้ม เจวี่ยอู๋เซิน ได้ แต่ทว่ากระดูกมังกรก็ตกอยู่ในมือของเจวี่ยซิน เนี่ยฟงก็ถูกจิตมารเข้าครอบงำทำให้กลายเป็นปีศาจ ปู้จิ้งอวิ๋นจึงต้องหยุดยั้งเนี่ยฟง ทั้งคู่ต่อสู้กันอย่างดุเดือด ท้ายที่สุดเนี่ยฟงก้ได้สติคืนมา แต่ฉูฉู่ก็ถูกเนี่ยฟงสังหารจนตาย และปู้จิ้งอวิ๋นก็ตกลงไปในหุบเหว


.............................
ฮ่องกงคลั่ง"ฟงอวิ๋น ขี่พายุทะลุฟ้า2" เปิดฉายวันแรกทำลายสถิติ 112 ล้าน! (ไททาร์ซาน )

ทำลายสถิติหนังฮ่องกงในปี 2009 เพราะมีการเปิดโรงที่มากที่สุดในรอบปี มียอดจองตั๋วเข้าชมอย่างถล่มทลาย ...

ทำลายสถิติ "หนังฮ่องกงตลอดปี 2009" ไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับ "หนังใหญ่" ใช้ทุนสร้างกว่า 400 ล้านบาท เรื่อง "ฟงอวิ๋น ขี่พายุทะลุฟ้า 2" (THE STORM WARRIORS) แค่เปิดฉายในฮ่องกงเป็นวันแรก สามารถกวาดรายได้ ไปกว่า 112 ล้านบาทไทย ทำลายสถิติหนังฮ่องกงในปี 2009 เพราะมีการเปิดโรงที่มากที่สุดในรอบปี มียอดจองตั๋วเข้าชมอย่างถล่มทลาย ทำให้ หนังจีนในแบบ "แอ็กชั่น กำลังภาย ใน" กลับมาคึกคัก-สดใส ผลิตหนัง "กำลังภายใน" ออกมาอีกเป็นขบวน!

ครั้งแรก...หนังเรื่อง "ฟงอวิ๋น ขี่พายุทะลุฟ้า" เป็นแค่ "หนังสือการ์ตูน" แนวกำลังภายใน บทประพันธ์ ของ "หม่าหยงเฉิน" นักเขียนชาวฮ่องกง ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากจากทั้งฝั่งฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่ ต่อมา บริษัท GOLDEN HARVEST บริษัทผู้สร้างหนังยักษ์ใหญ่ของฮ่องกง ลงทุนมหาศาลกว่า 120 ล้านเหรียญฮ่องกง นำแสดงโดย "กัว ฟู่เฉิง (รับบทเป็น ปู้จิ้งอวิน มาทุกภาค) ถือเป็นหนังกำลังภายในเรื่องแรกที่ปลุก กระแสหนังกำลังภายในให้ฟื้นกลับมาอีกครั้ง หลังจากซบเซาไปนานนับ 10 ปี (เคยได้รับรางวัลจากงานประกวดภาพยนตร์ฮ่องกง ครั้งที่ 18 ถึง 4 รางวัล โดยส่วนใหญ่เป็นรางวัลประเภท เอฟเฟกต์ รวมทั้ง "ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม" อีกด้วย)

ในปี พ.ศ.2551 พี่น้อง ตระกูลแปง (ออกไซด์ และ แดนนี่ แปง) นำเรื่อง "ฟงอวิ๋น ขี่พายุทะลุฟ้า" กลับมาสร้างอีกครั้ง โดยครั้งนี้ใช้สถานที่ถ่ายทำในประเทศไทย และได้นักแสดงนำคนเดิม คือ กัว ฟู่เฉิง และ เจิ้งอี้ เจี้ยน กลับมารับบทเดิมอีกครั้ง และนับเป็นโชคของ บริษัทพระนครฟิล์ม ซึ่งเป็น ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์ไทย หันมาจับงานด้านภาพยนตร์ต่างประเทศ โดย "เสี่ยจุ้ย-ธนพล ธนารุ่งโรจน์" และมี "คุณแหลม-ธวัช- ชัย พันธ์ภักดี" เป็นผู้จัดการทั่วไป ได้รับเชิญไปชม "ฟงอวิ๋น ขี่พายุ ทะลุฟ้า 2" รอบสื่อมวลชนที่เซ็นทรัลเวิลด์แล้ว ต้องยอมรับว่า "ตื่นตะลึงกับความอลังการงานสร้างและเอฟเฟกต์สุดทันสมัย" ตั้งแต่ต้นจนจบ นำชื่อเสียงเกรียงไกรมาสู่ "ผู้สร้างหนังเอเชียที่ไม่ แพ้ฮอลลีวูด" แฟนหนัง "กำลังภายใน" ต้อง "หัวใจร้อนฉ่ามหาสนุก...สมแล้วที่เปิดฉายในฮ่องกง โกยเงินรายได้ ถล่มทลายเพียงวันเดียวได้ถึง 112 ล้านบาท...เปิดตัว "แรง" ระดับนี้ โชคดีคงเป็นของ "พระ นครฟิล์ม"แฟน "หนังกำลังภายใน" ในประเทศไทยจะได้พิสูจน์ "งานสร้างอย่างเยี่ยมยอด" ตั้งแต่ 24 ธันวาคมนี้ เป็นต้นไป ความยิ่งใหญ่ของ "ฟง-อวิ๋น 2" จะ "ศักดิ์สิทธิ์" ขนาดไหน ขอให้ "แรงกระเพื่อมของคนคลั่งในฮ่องกง" ส่งผลถึงประเทศไทยจะได้ "รวยไปด้วยกัน!"

//www.thairath.co.th/content/ent/54953

..........................
jalop บอกว่า ฟงอวิ๋น 2 อาจไม่ถูกใจคนที่ชอบภาคแรก แต่จะถูกใจคนที่อ่านการ์ตูน

ไม่ทราบว่าใครบอกว่า สองพี่น้องแปง เป็นอาร์ตตัวพ่อ แต่ภาพหนังที่ออกมา
ออก แบบ 300 + การ์ตูนจีนกำลังภายใน แท้ๆ
ใครที่ชอบภาคแรก อาจจะผิดหวัง เพราะทั้งเรื่องแทบจะถ่ายในสตูดิโอเมืองไทยทั้งหมด ฉากไหนๆก็ CG
แต่ถ้าใครเคยอ่านการ์ตูนมาแล้ว ผมคาดว่าน่าจะชอบภาพสไตล์นี้ เพราะมันดูเหมือนภาพในการ์ตูนค่อนข้างมาก
ฉาก Action ทั้งหลายก็แบบ 300 เลยครับ slowmotion > fastmotion > slow วนไปวนมา ถ่ายดาบ ถ่ายมือ
เข้าใจว่าต้องการสื่อความสวยงามของหนังกำลังภายใน
แต่บางครั้ง อะไรที่มากไป ! ก็ไม่ดี
หนังชั่วโมงสุดท้ายสู้มันทั้งเรื่อง
พระเอกสองคน พูดไม่ถึง 10 ประโยคด้วยซ้ำ
บ่นไปก็ยังงั้นแหละครับ ผกก. ไม่ได้อ่าน
ตัดมาที่คะแนนวิจารณ์ดีกว่า - -* ยาวไปและ
เนื้อเรื่อง และบท > 4.5/10 ด้วยความที่ถ้าคิดจะทำเป็นหนังภาคต่อจริงๆล่ะก็สงสัยผม 80 แล้วยังไม่จบ เพราะการ์ตูนมันยาว แต่บทหนังสั้นได้อีก เทียบกับการ์ตูน 2 เล่ม
ฉาก Action > 8.5 /10 งานอลังการดีแล้ว เหมาะกับหนังกำลังภายในดี แต่มันมากเกินไป จนเอียน
ฉาก งานด้านภาพ > 7.5/10 ดูเกรดบีไปหน่อย ไม่อลังการเลยแม้แต่น้อย ดูแล้ว CG แบบไม่ต้องคิด ให้ความดีด้านโทนภาพที่เหมาะสม
เพลงประกอบ > บางทีเพลงก็ยาวไปหน่อยลากได้อีก แล้วพอเปลีย่นอารมณ์เพลงก็เปลี่ยนไม่ทันเสียอีก 6.5/10 ครับ
โดยรวม แม้ว่าจะได้คะแนนไม่ดีเมื่อเทียบกับเรื่องอื่นๆ แต่ผมเชื่อมั่นว่า
ถ้า ผกก. ทั้งคู่ ปรับปรุงงานให้ดีกว่านี้ หาคนเขียนบทที่ไม่ยืดมากเกินไป ลดฉาก Action ให้พอเหมาะ
และไปถ่ายนอกสตูดิโอให้เราคลายเคลียดบ้างน่าจะดีไม่น้อย
พ่อผมบอกว่า มาถูกทางแล้วแต่ยังขาดองค์ประกอบโดยรวมที่ทำให้หนังสมบูรณ์ไปครับ
ความน่าดู สำหรับคนชอบอ่านนิยายกำลังภายใน 9/10 เลยครับ ภาพสวยงานดี และไม่ควรพลาด
สำหรับคนที่อยากดูหนัง Action 7/10 ครับ แต่อาทิตย์นี้มีเรื่องอื่นน่าดูเยอะเหมือนกัน เรื่องนี้พลาดได้ครับ
..........................
























เราดูแล้ว รู้สึกว่า สะใจดีครับ
หนังโดยรวมสนุกดีนะครับ (ความคิดเรานะ)
แต่ขอติทีมที่ให้เสียงภาษาไทยนิดนึงนะครับ
คือว่าแปลภาษามายังไงคับแปลดาบเป็นกระบี่ กระบี่เป็นดาบ
ฟังแล้วขัดๆอะคับ
แต่ว่าฉากต่อสู่เยอะดีคับ ดูแล้วชอบเลยอ่ะครับ
ส่วนเนื้อเรื่องนะเราพอจะรู้อยู่แล้วก็เลยดูแล้วเข้าใจได้ไม่ยาก
ตอนจบก็ดีนะครับ ในการ์ตูนมันก็จบแบบนี้ละครับ
ภาคต่อไปก็เป็นโนนเลยภาคที่ในการ์ตูนอ่านแล้วสนุกสุดๆ และตื่นเต้นกับ
เนื้อเรื่องว่า เอ้ย คิดได้ไงอ่ะ เอ้ย ขนาดนี้เลยหรอ โห....!

.......................................................



.......................................................
ขออนุญาตก็อป บทความของคุณ -เกียฮุ้น- มาครับ (เค้าวิจารณ์ได้ดีครับ)
ว่าจะไม่แล้ว แต่ขอสักกระทู้เพื่อฟงอวิ๋นที่รักของผมก็แล้วกันนะขอรับ

กระทู้นี้เน้นวิจารณ์ฟงอวิ๋น 2 สปอยล้วนๆ ด้วยความรักฟงอวิ๋น หาใช่หน้าม้าเวอร์ชั่นภาพยนต์แต่อย่างใด โปรดเข้าใจก่อนอ่านต่อด้วยนะขอรับ

ก่อนที่ผมจะตัดสินใจไปดูฟงอวิ๋น 2 ผมได้มีโอกาสดูหนังตัวอย่างในโรงภาพยนต์ซึ่งบอกตามตรงว่าทำให้อารมณ์อยากดูหนังเรื่องนี้ลดไปกว่าครึ่ง แต่แล้วพอได้อ่านกระทู้ด่าเช็ดฟงอวิ๋น 2 ของหลายๆ ท่าน ก็ไม่รู้ทำไม เกิดอยากดูขึ้นมาซะงั้น

วันอังคารที่ 29 ผมตีตั๋วเข้าไปดูหนังเรื่องนี้ด้วยความปลอดโปร่ง ซ้ายไม่มี ขวาไม่มี หน้าก็ไม่มีคนนั่ง แต่ข้างหลังมีนิดหน่อยตามประสาโรงหนังตจว. พอดูหนังเรื่องนี้จบแล้ว ผมก็บอกกับตัวเองว่า มันก็สนุกดีนี่หว่า แต่ก็มีหลายอย่างที่ตะหงิดๆ ทว่าอารมณ์อยากดูซ้ำก็ยังมี สำหรับคะแนนหนัง ผมให้ 7 เต็ม 10

เสื้อผ้าหน้าผม : โดยรวมแล้วดี แทบจะเป็นข้อดีจุดเดียวของหนังเรื่องนี้ที่ไม่มีคนว่า ยกเว้นคนเดียวคือ ปู้จิ้งอวิ๋น ผมว่าทรงผมดัดหยิกไม่ผ่านอย่างแรง สงสัยคนกำกับฝ่ายนี้คงดูฟงอวิ๋นเวอร์ชั่นละครที่เฮียปู้ผมทั้งหยิกทั้งฟูแล้วเอามาสานต่อในหนัง ทั้งๆ ที่ภาคแรก ผมเฮียแกไม่หยิกขนาดเน้!!! โชคยังดีที่ฉากโชว์หยิกของเฮียปู้มีไม่มากจึงไม่ขัดตาเท่าไหร่ , อีกจุดหนึ่งคงจะเป็นแผลเป็นที่หน้าตี้เอ๋อม่ง ซึ่งต้องเพ่งอยู่นานถึงจะเห็น ทั้งๆ ที่ในการ์ตูนเห็นเด่นมาแต่ไกล แต่ก็ยังดีกว่าละครที่กลายเป็นรูปหัวใจ ไม่รู้คิดได้ไง - -"

โลเกชั่น : ไม่ผ่าน สงสัยงบไม่มี ถ่ายกันแต่ในโรง ฉากที่แย่ที่สุดเห็นจะเป็นตอนที่เจี๋ยอู๋เสินยกขบวนมาที่สุสานหลวง ทั้งขบวนมีแค่หัวมังกรดำๆ อันเดียว ดูยังไงก็ไม่ขลัง ยิ่ง CG ยิ่งหาความเนียนไม่ได้ พอย้อนกลับไปดูฉากในการ์ตูนแล้ว ผิดกันเยอะ ยิ่งฉากในสุสาน น่าจะบรรยายถึงความเป็นมาของโครงกระดูก ซึ่งเป็นถึงโครงกระดูกของหวงตี้ แต่หนังกลับไม่พูดอะไร คนที่ไม่รู้ดูเลยยิ่งไม่เก็ท ได้แต่คิดว่าแค่โครงกระดูกธรรมดาจะแย่งกันไปทำไมซะงั้น

นักแสดง : ส่วนใหญ่ผมให้ผ่านทุกตัว ยกเว้นเจี๋ยอู่เสิน ซึ่งดูแล้วไม่ขลัง ไม่น่าเกรงขาม ยิ่งเทียบกับตอนสงป้าภาค 1 เฮียเจี๋ยดูหน้าละอ่อนไปทันตา แถมในฉากก็ทำปากจู๋อยู่หลายตอน ไม่รวมการทำท่าลังเลหลุกหลิกขาดบุคลิกผู้นำมากมาย

บท : ภาคนี้ต่างกับภาคแรก ที่มีการยำใหญ่ระหว่างการ์ตูน, นิยาย และแต่งขึ้นใหม่ ทว่าของภาค 2 บททั้งหมดมาจากการ์ตูน ต่างกันตรงที่มีการตัดทอนตัวละครและเนื้อเรื่องหลายๆ ส่วนออก แต่ก็ไม่ได้แต่งเพิ่ม

ดังนั้นฟันธงได้ประการหนึ่งคือ คนที่จะดูฟงอวิ๋นภาค 2 รู้เรื่อง คือคนที่อ่านการ์ตูนมาแล้วเท่านั้น ส่วนคนที่ไม่เคยแตะอย่าหวังจะเข้าใจ

อย่างไรก็ตาม ถึงฟงอวิ๋นภาคนี้จะตัดเนื้อหามาจากการ์ตูน แต่ก็พบความมักง่ายมากมาย เช่น บทบรรยายและบทพูด ซึ่งใส่เข้ามาน้อยมาก ได้แต่คิดว่าผู้เขียนบทคงเหมาเอาเองว่า ในเมื่อเนื้อเรื่องตัดมาจากการ์ตูนล้วนๆ คนดูฟงอวิ๋นคงจะอ่านการ์ตูนกันหมดแล้ว ก็เลยไม่ต้องพูดพล่ามอะไร เน้นเอ็ฟเฟคเอามันส์เข้าว่าก็พอ

จุดอ่อนที่สำคัญที่สุดคือ ฟงอวิ๋นภาคนี้ ขาดต้นเรื่องที่ดี กลับไปเน้นที่ส่วนกลางและส่วนจบก็เหมือนจะปล่อยให้ไหลจบไปซะงั้น

ต้นเรื่องของภาค 2 ที่จริงน่าจะเริ่มเกริ่นนำตั้งแต่หลังสงป้าตาย ยุทธภพขาดผู้นำ เจี๋ยอู๋เสินจึงนำทัพมาบุกจงหยวนหวังตั้งตนเป็นใหญ่ มีการกวาดจับชาวยุทธจำนวนมาก ส่วนปู้จิ้งอวิ๋นหลังปราบสงป้าได้ก็ทำตัวเป็นชาวบ้านธรรมดาอยู่กับฉูฉู่ จึงถูกจับได้อย่างง่ายดาย ส่วนเนี่ยฟงใช้วิชาตัวเบาสามารถหนีการจับกุมไปได้

ก็ไม่เข้าใจจะเริ่มเกริ่นนำด้วยภาพแบบย่นย่อเร็วๆ แค่นี้ทำไมไม่ทำ แอบสงสัยว่าไม่อยากจ่ายค่าตัวให้ตาโซนี่ จิบะที่เคยเล่นเป็นสงป้า ก็เลยตัดมันซะห้วน ที่จริงพี่น้องแปงไม่น่าลืมว่า ตัวละครที่คนดูภาคแรกรู้จัก มีแค่ ฟง อวิ๋น และฉูฉู่เท่านั้น นอกนั้นใหม่หมด

บทบาทของอู๋หมิง / บุรุษนิรนาม : เนื่องจากต้นเรื่องไม่ดี จะมีคนดูสักกี่คนคิดว่าอู๋หมิงนั้นเก่งระดับตำนาน อู๋หมิงในภาคนี้จึงดูแทบไม่รู้เลยว่าเก่ง รู้อย่างเดียวคือหล่อหน้าเด้ง สุดท้ายฉากเขียนตัวอักษรที่หลายๆ คนคิดว่าเป็นมุขตลก อันนี้คงเป็นเรื่องวัฒนธรรมล้วนๆ ในจีน ตัวอักษรหนึ่งตัวไม่ใช่คิดค้นกันง่ายๆ การที่อู๋หมิงคิดตัวอักษรใหม่สำหรับตั้งเป็นชื่อเพลงกระบี่ให้จิ้งอวิ๋น นับเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มาก แต่คนไทยดูไม่เข้าใจก็แป้กกันไป อย่างไรก็ดี ผมอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าอู๋หมิงมันหมดแรง ยังทำให้หน้าผาเป็นรอยลึกซะขนาดนั้น น่าจับไปใช้งานต่อจริงๆ

สำหรับฟงอวิ๋นภาค 2 ขาดจุดเชื่อมสำคัญที่โดนตัดทิ้งไปตั้งแต่ภาค 1 คือเลือดบ้าซึ่งเป็นกรรมพันธุ์ของตระกูลเนี่ย ของเนี่ยฟง ซึ่งเมื่อไหร่ที่อาการบ้ากำเริบ จะทำให้ทุกคนในตระกูลเนี่ย ฆ่าฟันคนอื่นโดยไม่รู้ตัว ซึ่งจากจุดนี้เอง จึงบอกได้ว่าเนื้อหาในภาคนี้ ใจความไม่ได้อยู่ที่เจี๋ยอู๋เสิน แต่อยู่ที่การสู้กันระหว่างฟงอวิ๋น เจี๋ยอู๋เสินเป็นแค่เหตุผลที่ทำให้เนี่ยฟงเป็นมาร จึงต้องสู้กับจิ้งอวิ๋น เพราะถ้าเนี่ยฟงไม่ร้าย สองคนนี้ไม่มีทางสู้กันเลย

นอกจากนี้ตัวหนังยังไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความผูกพันระหว่างฟงและอวิ๋น มีเหตุผลมากมายที่อวิ๋นไม่อาจตัดใจทำร้ายเนี่ยฟง ซึ่งเป็นเพราะน้ำใจของเนี่ยฟงที่เคยช่วยเหลือตนเองไว้หลายครั้ง ตลอดจนการเป็นคนดีของเนี่ยฟง แต่ในหนังใช้แค่คำพูดสั่งเสียของเนี่ยฟงที่ว่า "ถ้าข้าเป็นมาร พี่ฆ่าข้าได้ทันที" แค่นี้ดูยังไงก็ไม่ซึ้ง

บทบาทของปู้จิ้งอวิ๋น : ในภาคแรก มีการแบ่งบทไม่ชัดเจน พูดได้ว่าทั้งฟงและอวิ๋นล้วนเป็นพระเอก แต่ภาคนี้ปู้จิ้งอวิ๋นนั่งแท่นพระเอกมาแต่ไกล ตัวหนังที่มีบทพูดไม่มาก แต่เน้นที่การแสดงสีหน้า และผู้ที่แสดงสีหน้ามากที่สุดในเรื่องเห็นจะเป็นปู้จิ้งอวิ๋น แต่การแสดงสีหน้าของพี่แกบางครั้งก็มากเกินไปจนดูตลก อย่างไรก็ตามผมว่าพี่แกแสดงได้ดีที่สุดแล้ว ถ้าเทียบกับเนี่ยฟงซึ่งภาคนี้แทบจะไม่แสดงสีหน้าอะไรเลย

บทบาทของเนี่ยฟง : ในภาคนี้ เนี่ยฟงแทบไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากสู้ ไม่ได้ใช้จิตใจที่ดี หรือความฉลาดออกมา ต่างกับจิ้งอวิ๋นที่สามารถวิเคราะห์เพลงยุทธเองได้

แย่ที่สุดคือฉากจบ : ถ้าใครดูฉากจบ คงปฏิเสธความรู้สึกขาดๆ ในใจไปไม่ได้ อันที่จริงฉากจบของภาคนี้ในการ์ตูนน่าประทับใจกว่ามาก แต่ไม่รู้ผู้กำกับเกิดอีโก้อะไรขึ้นมาถึงไม่ได้เอามาใช้ ถ้าฉากจบเป็นอย่างในการ์ตูนคือ ตอนที่อวิ๋นจะฟันเนี่ยฟงนั้น ทั้งคู่ตกหน้าผาแล้ว และแม่นางม่งกระโดดมาขวางไว้จึงถูกแทง และเลือดของนางปิดตาเนี่ยฟง ส่วนอวิ๋นก็อ้อมม่งไปแทงตาที่สามได้สำเร็จ ทำให้เนี่ยฟงคืนสติ สุดท้ายจิ้งอวิ๋นยอมสละตัวเองผลักคนทั้งสองขึ้นจากหน้าผา และเนี่ยฟงคลุ้มคลั่งจะกระโดดตามลงไปช่วยซะให้ได้ ติดที่แม่นางม่งยื้อไว้แทบตาย... เนี่ยฟงจึงตะโกนสาบานว่าจะตามหาศิษย์พี่ให้ได้...จบ

แต่ในหนัง อวิ๋นแทงตามารสำเร็จ เนี่ยฟงกับม่งตกหน้าผา อวิ๋นโดดลงไปช่วย พอฟงกับม่งขึ้นมาได้ เนี่ยฟงกลับมาสภาพเหมือนคนสร่างเมา ทำมึนๆ เอ๋อ มองโน่นมองนี่ แล้วค่อยทำหน้าเลิ่กลั่ก แล้วค่อยแหกปากออกมา ดูแล้วเฟคเป็นอย่างยิ่ง เสียดายการจากไปของจิ้งอวิ๋นโครตๆ

ถ้าหนังเรื่องนี้มีภาค 3 ผมไม่อยากคิดว่าจะออกมายังไง เพราะเนื้อเรื่องหลักใหญ่ของภาคต่อจากนี้คือตอน 7 อาวุธ แต่ตัวละครที่ครอบครอง 7 อาวุธ หายไปแน่ๆ แล้ว 3 คือเจี้ยนเฉิน, ต้วนล่าง และพั่วจิ้น เป็นไปได้ว่าอาจจะได้เห็นการยำใหญ่เนื้อเรื่องอีกครั้ง ได้แต่ภาวนาว่าถ้าจะมีภาคต่อ ก็รีบๆ มีเถอะ เพราะหน้าเฮียเจิ้งอีเจี้ยนจะไม่ไหวแล้วครับท่าน

ที่ผมออกมาวิจารณ์แบบนี้ ไม่ใช่เจตนาจะสับแหลกฟงอวิ๋น ชิงชังสองพี่น้องแปงหรอกนะครับ
แต่ผมเสียดายมากกว่า ถ้าใครจำได้ ฟงอวิ๋นเมื่อสิบปีที่แล้วก็ถูกเข็ญออกมาในช่วงลำเค็ญของหนังฮ่องกง
ซึ่งผลก็คือฟงอวิ๋นสร้างรายได้ เรียกคนกลับมาดูหนังฮ่องกงได้อย่างท่วมท้น (แล้วก็เริ่มถอยหลังลงคลองต่อในหนังเรื่องถัดๆ มาเพราะพึ่ง CG เกินเหตุ

ผม และคงอีกหลายๆ คนคงคิดว่า ฟงอวิ๋น 2 น่าจะมีดีพอจะเรียกคะแนนนิยมให้หนังฮ่องกงอีกครั้ง เหมือนเมื่อครั้งฟงอวิ๋น 1 ทำได้ เพราะขนาดกั่วฝู่เฉินที่เคยลั่นวาจาว่าจะไม่เล่นฟงอวิ๋นอีก ก็ยังหวนกลับมาแสดง (ซึ่งคงด้วยเหตุผลหลายๆ อย่าง) ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า ภาค 2 น่าจะมีดีไม่น้อยไปกว่าภาคแรก แต่แค่ 2 อย่างที่ผมเห็นว่าพอสูสีกับภาคแรกคือ เครื่องแต่งกาย กับ CG นอกนั้นอ่อนกว่าภาคแรกหมด

และสำหรับคนดูทั่วไป จะดูว่าสนุก หรือไม่สนุก จะมีภาคต่อหรือไม่มี ก็คงไม่คิดอะไรมาก
แต่กับผมมันไม่ใช่ เพราะสำหรับผม ฟงอวิ๋นไม่ใช่ภาพยนต์ แต่เป็นการ์ตูน และนิยายที่มีมานานเกือบยี่สิบปี
เป็นบทประพันธ์ที่สลับซับซ้อน ให้แง่คิดมากมาย

ดูอย่างในฟงอวิ๋น 1 แม้จะเป็นบทยำใหญ่ ก็ยังมีแง่คิด เช่น การงมงายในดวงชะตาของสงป้า, ความโลภของธุลีดิน, การยึดมั่นในรักของปู้จิ้งอวิ๋น, การให้อภัยและคิดถึงมิตรภาพมากกว่าความแค้นของเนี่ยฟง ฯลฯ แต่ภาค 2 คุณดูแล้วได้เนื้อหาสาระอะไรบ้าง ทั้งๆ ที่ในการ์ตูนนั้นอัดแง่คิดไว้เพียบ เช่น ที่จริงแล้ว เพราะความเห็นแก่ตัวของเจี๋ยอู๋เสิน ทำให้เจี๋ยซินคิดทรยศจนกลายเป็นลูกฆ่าพ่อ ฉากนี้ก็ไม่มีให้เห็น ทั้งๆ ที่มีตัวละครครบอยู่แล้ว อย่าว่าแต่ฉากอื่นที่ถูกหั่นตัวละครทิ้ง , และอีกฉากที่สำคัญคือ ลำดับที่หนึ่ง (จอมมาร) ลำดับที่สอง (จอมดาบ พ่อของม่ง) และลำดับที่สาม (จอมตะกละ - เจ้าสุกร) ซึ่งเลิกยึดติดกับลำดับที่เมื่อหลานสาวตายระหว่างสู้กัน

ฟงอวิ๋น 2 กลายเป็นภาพยนต์ ที่มุ่งเน้นแต่รายได้ ละทิ้งตัวตนของฟงอวิ๋น มุ่งแต่ขายนักแสดงและฉาก CG ทำให้ผลงานที่จริงมีค่ามีความหมาย กลายเป็นข้อกังขา เช่น ฉากที่อู๋หมิงคิดชื่อเพลงกระบี่ให้ปู้จิ้งอวิ๋น, ฉากที่รุมแย่งกระดูกกัน จากที่เคยมีเหตุผลมากมาย กลายเป็นไม่มีเหตุผล 9 ใน 10 คนดูแล้วไม่เก็ท อีกทั้งฉากจบที่ควรจะประทับใจ หรือเกิดอาการซึ้ง ดูแล้วกลับรู้สึกหงุดหงิดแทน

ผมอดคิดในแง่ร้ายต่อไปว่า คงไม่มีฟงอวิ๋นภาค 3 เพราะภาค 2 ไปไม่ถึงดวงดาวแบบนี้ ใครมันจะออกทุนให้ภาค 3 หรือถ้ามีใครออกทุนให้ ก็คงน้อยกว่าเดิม ผลก็คง... สงสัยจะไม่ได้ลงโรงน่ะซิครับท่าน

ตัวหนังน่ะ ดูสนุกครับ แต่ความเป็น "ฟงอวิ๋น" ต่างหากที่ผมไว้อาลัย บางทีถ้าคุณรู้จักฟงอวิ๋นดีเหมือนผม เราคงได้ไว้อาลัยร่วมกัน
...........................................................




 

Create Date : 30 ธันวาคม 2552    
Last Update : 2 มกราคม 2553 9:27:42 น.
Counter : 4117 Pageviews.  

เนื้อเรื่องย่อ ฟงอวิ๋น ขี่พายุทะลุฟ้า ฉบับนวนิยาย nipatxp

บ้านเราเริ่มรู้จักกับฟงอวิ๋นจากฉบับหนังโรง ซึ่งสร้างความฮือฮาให้กับแฟนๆ กำลังภายในด้วยการนำเสนอภาพ CG ที่ไม่ด้อยกว่า Hollywood มาผสมผสานกับฉากและคิวบู๊สุดมันส์ หลังจากนั้นไม่นาน สำนักพิมพ์สยามอินเตอร์ฯ ก็พิมพ์ฉบับนิยายที่แปลโดย น.นพรัตน์ โดยออกมาได้ทั้งหมด 7 ตอน ก่อนที่ลิขสิทธิ์จะถูกเปลี่ยนมือไปยังอีกสำนักพิมพ์อย่างน่าเสียดาย เพราะบทแปลเทียบชั้นไม่ได้กับของ น.นพรัตน์เลย
จากนิยาย บ้านเราก็รู้จักกับฟงอวิ๋นในรูปแบบหนังสือการ์ตูนโดยการจัดพิมพ์ของค่ายบูรพัฒน์ ซึ่งปัจจุบันออกมาได้กว่า 90 เล่มแล้ว และยังไม่มีทีท่าว่าจะจบ

นอกจากนี้ ก็ยังมีฉบับซีรี่ย์ทาง TV โดยออกมาได้ 2 ภาค และได้ข่าวมาว่า กำลังเริ่มถ่ายทำฉบับหนังโรงภาค 2 ซึ่งจะมาถ่ายทำในเมืองไทยอีกด้วย
แต่ทว่าในความเป็นจริงๆ แล้ว ฟงอวิ๋น ถือกำเนิดมาจากฉบับการ์ตูนก่อน โดย หม่าย่งเฉิน แล้วจึงแปรเปลี่ยนไปในสื่อรูปแบบต่างๆ
สำหรับผม ยังไม่มีโอกาสได้อ่านฉบับการ์ตูน เคยแต่ดูฉบับหนังโรง หนังทีวี และอ่านฉบับนิยายเท่านั้น ซึ่งมีความประทับใจกับฉบับนิยายมากกว่าสื่อรูปแบบอื่น เพราะเนื้อหาที่ลุ่มลึก เร้าใจ และน่าติดตามมากกว่า (โปรดเข้าใจว่า ในแต่ละสื่อนั้น เนื้อเรื่องแตกต่างกันเกือบจะสิ้นเชิง โดยมีการหยิบยืมเค้าโครงหลักมากจากฉบับหนังสือการ์ตูน แล้วตัดต่อปรับเปลี่ยน ยำตัวละครและฉาก จนแทบจะเป็นคนละเรื่องกัน)

ในที่นี้ ผมจะคุยเฉพาะฉบับนิยายละกัน
สำหรับฉบับนิยายนั้น ที่ผ่าตาผมมาแล้ว มีทั้งสิ้น 7 ตอน ดังนี้


1.ลมเมฆประสานสะท้านใต้หล้า hk 1-6
1. ฟงอวิ๋น ขี่พายุทะลุฟ้า กล่าวถึงที่มาของตัวพระเอกของเรื่องสองคนในวัยเด็ก คือ โป่วเกียฮุ้น (ปู้จิงอวิ๋น) และ เนียบฮวง (เนี่ยฟง) อันเป็นที่มาของชื่อเรื่อง ชะตากรรมที่ต้องพลัดพรากจากครอบครัว จนไปเป็นศิษย์เอกของ ฮ้งป่า หัวหน้าพรรคที่ทรงอิทธิพลที่สุดของยุทธจักร โดยโป่วเกียฮุ้นได้รับการถ่ายทอดวิชาฝ่ามือ และ เนียบฮวงได้รับวิชาเพลงเตะ ซึ่งทั้งสองได้พัฒนาวิชานั้นไปเป็นไม้ตายของตัวเอง ภาคนี้จบลงด้วยการที่โป่วเกียฮุ้นเสียสละตัวยันเขื่อนที่พังทลายเพื่อช่วยชีวิตชาวบ้านให้หนีตายทัน
**ภาคนี้อ่านแล้วจะรู้จัก
-ประวัติเนี่ยฟงตอนเด็ก
-ประวัติปู้จิ้งอวิ๋นตอนเด็ก
-ประวัติกุ้ยหู่(พยัคฆ์ผี)


2.หาญกล้าท้าเทวะ hk 7-13
2. ท้าเทวะ กล่าวถึงเทวะผู้ไม่แก่ไม่ตาย มีอายุกว่า 200 ปี พร้อมวิชาอภิมาอมตะไร้พรหมแดนที่ไร้ผู้ต่อต้าน ผูกโยงเข้ากับตำนานพื้นบ้านเรื่อง นางพญางูขาว ได้อย่างแนบเนียน และน่าตื่นตา ตัวเอกในภาคนี้จะเป็น โป่วเกียฮุ้น ซึ่งสูญเสียความทรงจำจากเหตูการณ์เขื่อนพังทลาย เข้าไปพัวพันกับ นางพญางูขาว และ เทวะ เนื่องจากเป็นเป้าหมายของเทวะที่จะใช้ร่างของตนเองในการเปลี่ยนถ่ายร่างกาย
**ภาคนี้อ่านแล้วจะรู้จัก
-จะได้รู้ว่า ในทุกรุ่นของตระกูลปู้ จะปรากฎอัฉริยะ1คน
บรรพชนของปู้จิ้งอวิ๋น มี เทพกระบี่ เทพดาบ เทพเพลงหมัด และเทวะ
พ่อของปู้จิ้งอวิ้นเป็นอัฉริยะด้านการตีกระบี่...
-ความรักครั้งแรกของปู้จิ้งอวิ๋นในขณะที่สูญเสียความทรงจำ
-อาวุธที่เลิศภพที่สุด "บาตรปรมัต"
-เทวะ ผู้มีอายุ200ปี


3.ตำนานพิศวาสล่มเมือง hk 14-19
3. พิศวาสล่มเมือง กล่าวถึงยอดกระบวนท่าในตำนานนาม พิศวาสล่มเมือง ซึ่งเคยปรากฎขึ้นครั้งดียวในยุคสามก๊ก โดยผู้ใช้คือกวนอู โดยผูกโยงเข้ากับตำนาน เจ้าแม่นึ่งอ้อกับลูกหินห้าลูกที่ถูกส่งมายังโลกมนุย์เพื่อคลายทุกข์เข็ญ ตัวเอกในภาคนี้คือ เนียบฮวง(เนี่ยฟง) ที่ถูกส่งตัวไปยังนครไร้ทัดเทียมซึ่งตั้งประจันกัฮ้งป่าเพื่อนำยอดกระบวนท่าในตำนานกลับไปให้ฮ้งป่า
**ภาคนี้อ่านแล้วจะรู้จัก
-ม่ง ผู้หญิงที่เนี่ยฟงรักคนแรก
-ท่าเพลงยุทธที่มีควมไวเท่าแสง "พิศวาสล่มเมือง"


4.มารลำพองผยองแดนยุทธ hk 20-29
4. มวลมารลำพอง กล่าวถึงมารซึ่งเป็นทั้งภรรยาและอริกับเทวะ แก้วตาดำผู้ลึกลับ เล่าตั่วเสื้อม่วงผู้เคยนำขบวนหล่าสำนักธรรมมะไปกำจัดฝ่ายมาร ความลับของเส้าหลิน และยอดวิชาที่เทียบเคียงกับอภิมหาอมตะไร้พรหมแดน ผู้โยงเข้ากับตำนานของ ขงเบ้ง ตัวเอกภาคนี้บทสำคัญทั้งคู่ แต่ค่อนข้างจะหนักไปที่ โป่วเกียฮุ้น นิดหน่อย ปิดฉากลงด้วยการตายของบิดาฮ้งป่า
**ภาคนี้อ่านแล้วจะรู้จัก
-หัวใจตั๊กม้อ
-บิดาสงป้า
-จอมมาร ผู้มีอายุ 200 ปี


5.วีรบุรษหวนคืน hk 30-37
5. ตำนานวีรบุรุษ กล่าวถึงเรื่องราวในวัยหนุ่มของผู้กล้าอันดับหนึ่งนาม บ่อเมี่ย ซึ่งเคยมีวาสนาได้เป็นอาจารย์ถ่ายทอดยอดวิชากระบี่นามคับแค้นเหลือคณาให้กับโป่วเกียฮุ้นในวัยเด็กก่อนที่โป่วเกียฮุ้นจะพาตัวเข้าสู่สังกัดของฮ้งป่า การต่อสู้ของบ่อเมี่ยและปราชญ์กระบี่ผู้แสวงหาความพ่ายแพ้อันสะท้านฟ้าสะเทือนดิน ความรักและความแค้นของบ่อเมี่ยกับพี่ชายบุญธรรมที่พัวพันกันไปเกือบค่อนชีวิต
**ภาคนี้อ่านแล้วจะรู้จัก
-ประวัติ มู่อิ้งสง
-ประวัติ อู๋หมิง(จอมยุทธไร้นาม)
-ประวิติการกำเนิดของกระบี่วีรชน


6.รักสองภพ hk 42-48
6. ล่ารักสองชาติภพ กล่าวถึง คนรักที่โป่วเกียฮุ้นได้ลืมเลือนไป กับความรักที่อยากจะจำแต่จดจำไม่ได้ เทพดินหลที่พลังฝีมือแทบเทียบเทียมกับเทวะซึ่งเคยถูกเทวะจองจำไว้แต่หลุดออกมาได้ สร้างความปั่นป่วนให้กับยุทธจักร โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ โป่วเกียฮุ้น


7.เทพเกาทัณฑ์ฟ้านพเก้า hk 49-53
7. หงส์เหินเก้าฟ้า หลังจากเสร็จศึกกับเทพเดินหล โป่วเกียฮุ้น พกพาความรันทดดั่งคำคับแค้นเหลือคณาโดยมีเนียบฮวงดูแลข้างๆ แต่แล้วก็ได้พบพานกับร่องรอยของบ่อเมี่ย จนได้รับฟังตำนานอันน่ารันทดไม่แพ้กันของหงส์และบ่อเมี่ยที่ไม่ใช่บ่อเมี่ยในวัยหนุ่ม

หลังจากอ่านจบทั้ง 7 ภาคแล้ว ผมก็รู้สึกว่า นิยายชุดนี้ เป็นนิยายรักรันทดที่แต่แต้มด้วยวิชากำลังภายในล้ำยุค นั่นเอง แต่ก็ให้ความแปลกใหม่กับผมเป็นอย่างมาก ยิ่งตอนเปิดตัวตอนแบบแปลกๆ ที่ไม่เคบเห็นในเรื่องอื่น แบบ "แมลงสาบตัวหนึ่ง ..." "ยุงตัวหนึ่ง..." "ยุงอีกตัวหนึ่ง..." มันอ่านแล้วอึ้งดี ฮ่าๆๆ

อ้อ เหมือนจะเคยเห็นที่ไหนเคยบอกว่านิยายชุดนี้มีทั้งหมด 11 ตอน ต้องน่าเสียดายเป็นอย่างมากที่ไม่อาจเห็นตอนที่เหลือภายใต้ฝีมือการแปลของ น.นพรัตน์


8.เทพอเวจี hk 38-41


9.ฟ้าร่ำไห้ hk 54-57


10.เทพกระบี่ไร้ทัดเทียม hk 58-61


11.สิบสองประการสะท้านทั่วหล้า hk 62-65

เคดิต คุณ nipatxp




 

Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 24 มีนาคม 2553 16:12:21 น.
Counter : 3126 Pageviews.  

ยอดศาตรา ฟงอวิ๋น ขี่พายุทะลุฟ้า (จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี)

กระบี่เลิศภพจบแดน เป็นกระบี่ที่ปรากฏในเรื่องฟงอวิ๋น ขี่พายุทะลุฟ้า สร้างขึ้นจากสำนักกระบี่ ซึ่งเป็นสำนักที่ชำนาญการสร้างอาวุธด้านกระบี่ โดยตัวของกระบี่เลิศภพจบแดนนั้นสร้างมาจาก เหล็กเย็นที่ใช้อุดรูรั่วของฟ้าแต่ครั้งสร้างโลก มีคุณสมบัติในการดูดกลืนพลังจากรอบ ๆ ตัวกระบี่ เพื่อเพิ่มพลังให้แก่ผู้ใช้ โดยเจ้าของปัจจุบันคือ ปู้จิ้งอวิ๋น ซึ่งไปชิงกระบี่เลิศภพจบแดนมาจากสำนักกระบี่ เนื่องจากกระบี่ไร้คู่เปรียบซึ่งเขาครอบครองอยู่ได้หักไป

กระบี่ไร้คู่เปรียบ หนึ่งในยอดศาสตราวุธเทียบเท่ากับกระบี่เลิศภพจบแดน ดาบดื่มหิมะและกระบี่กิเลนไฟ เดิมเป็นกระบี่คู่กายของเทพกระบี่ แห่งตระกูลตู้กู ที่ตกทอดมาถึงตู้กูอี้ฟาง น้องชาย ได้ชื่อว่า " ไร้คู่เปรียบ " เนื่องจากฝีมืออันไร้คู่ต่อสู้ของเทพกระบี่ เป็นอาวุธที่สงป้าปรารถนาอยากจะได้ จึงส่งปู้จิ้งอวิ๋นไปยังตระกูลตู้กูเพื่อฆ่าล้างตระกูลและแย่งชิงกระบี่นี้มา ต่อมาจึงเป็นอาวุธชิ้นแรกของปู้จิ้งอวิ๋น

กระบี่กิเลนไฟ เป็นอาวุธที่ปรากฏในเรื่อง ฟงอวิ๋น ขี่พายุทะลุฟ้า เดิมทีเป็นกระบี่ธรรมดา แต่เมื่อบรรพบุรุษของตระกูลต้วน ได้เกล็ดชิ้นหนึ่งมาจากกิเลนไฟ สัตว์ประหลาดไฟที่อยู่ณ ถ้ำดั้นเมฆ หุบเขาลักซัว จึงนำมาติดที่กระบี่ ทำให้กระบี่มีพลานุภาพขึ้น กระบี่จึงเปลี่ยนเป็นสีแดงเพลิง มีอาถรรพ์สามารถปล่อยไฟได้ และทำให้ผู้ครอบครองตกอยู่ในอำนาจมันด้วย จึงเป็นคู่ปรับกับดาบดื่มหิมะ ต้วนส่วยใช้กระบี่กิเลนไฟนี้ประลองกับเนี่ยเหยินหวังที่ถ้ำดั้นเมฆ ต่อมา กระบี่กิเลนไฟตกอยู่ในการครอบครองของต้วนล่าง สหายวัยเด็กของเนี่ยฟง

กระบี่วีรชน ตีขึ้นจากช่างเหล็กฝีมือดี ที่ต้องการให้ใช้กระบี่นี้ปกป้องโลกจากความชั่วร้าย เดิมทีกระบี่นี้มีอยู่ 2 เล่ม เล่มแรกตกไปอยู่ในมือของ ม่ออิงสง เป็นศิษพี่ของอู๋หมิงซึ่งอู๋หมิงให้ความเคารพมากที่สุด ส่วนเล่มที่ 2 นั้นตกมาอยู่ในมือของ อู๋หมิง เอง ต่อมา กระบี่วีรชน ในมือของ ม่ออิงสง ได้ถูกอู๋หมิงหักสะบั้นลง เพราะ ม่ออิงสง ต้องยอมเป็นคนชั่วตามบิดา จึงเหลือกระบี่วีรชนเล่มเดียว ซึ่งต่อมากระบี่วีรชนนั้นก็ได้ถูก ตี้ซื่อเทียน หักทำลายไปอีก แต่ต่อม่ออิงสง ก็ได้ตีกระบี่นี้ขึ้นใหม่เพื่อมอบให้อู๋หมิง ใช้กำจัด เจี๋ยซิน และศึกกระบี่ที่จะทำให้มรรคกรรบี่เปลี่ยนแปลง...

ดาบดื่มหิมะ หนึ่งในยอดศาตราวุธของยุทธภพในนิยายเรื่องฟงอวิ๋น ขี่พายุทะลุฟ้า สร้างมาจากเหล็กเย็นที่ใช้อุดรูรั่วฟ้าแต่ครั้งกำเนิดโลกเช่นเดียวกับกระบี่เลิศภพจบแดน ดาบดื่มหิมะเป็นมรดกตกทอดของตระกูลเนี่ย ดาบดื่มหิมะเป็นอาวุธคู่กายของเนี่ยเหยินหวัง เจ้าของฉายา " ดาบคลุ้มดื่มอุดร " จอมดาบแดนเหนือ เนี่ยเหยินหวังตั้งใจจะวางอาวุธ ใช้ชีวิตอย่างปรกติ แต่เมื่อต้วนส่วย เจ้าของฉายา " ยอดกระบี่กิเลนทักษิณ " คู่ปรับตลอดกาลจากแดนใต้ ท้าประลองกันอีกครั้ง เนี่ยเหยินหวังไม่คิดจะสู้ด้วย แต่เพราะว่าในช่วงนั้นภรรยาของเขาหนีไปมีชู้เขาจึงคลุ้มคลั่ง ซึ่งเป็นอาการของคนในตระกูลเนี่ย ดาบดื่มหิมะจึงถูกหยิบขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นไปเพื่อฆ่าฟันชีวิตผู้คนเพื่อความแค้นส่วนตน
ต่อมา เมื่อสิ้นเนี่ยเหยินหวังไป เนี่ยฟง บุตรชายจึงเป็นผู้สืบทอดดาบดื่มหิมะและเพลงดาบตระกูลเนี่ยต่อจากบิดา ดาบดื่มหิมะ เป็นดาบเย็น สามารถเปล่งรังสีความเย็นยะเยียบออกมาได้ จึงเป็นคู่ปรับกับยอดศาสตราวุธอีกชิ้นหนึ่งคือ กระบี่กิเลนไฟ กระบี่ไฟสีแดงที่สร้างจากเกล็ดลำตัวของกิเลนไฟ อันเป็นมรกดตกทอดของตระกูลต้วนด้วย
อนึ่ง ดาบดื่มหิมะ ในฉบับภาพยนตร์จะถูกเรียกว่า " ดาบอาบหิมะ "

กระบี่พ่ายมรณะแพ่รังสีมรณะออกมารุนแรงมาก ซึ่งเมื่อกระบี่พ่ายมรณะปรากฏตัวนั้น อู๋หมิงที่มีวรยุทรถึงขั้นกระบี่มรรค(สุดยอด)ไร้ฟ้านั้นมาเจอกระบี่เล่มนี้เข้าโดยบังเอิญยังถึงกับต้องตะลึงในความคมและ รังสีมรณะที่มันแผ่ออกมา ส่วนผู้ครอบครองกระบี่เล่มนี้คืออี้ฟง บุตรชายของเนี่ยฟงที่โดนหยุนหลิงซึ่งเป็นภรรยาของต้วนล่าง สลับตัวกับบุตรชายของตัวเอง บุตรของเนี่ยฟงจึงมาอยู่กับหยุนหลิงส่วนบุตรของต้วนล่าง ก็คือเสินฟงก็เลยไปอยู่กับหวงอิ่ง ส่วนบุตรของต้วนล่างอีกคนหนึ่งนั้นต้วนช่วยกลัวว่าจะเป็นเหมือนบิดาจึงนำไปฝากไว้กับสหายคุณธรรมสูง ชื่อว่าหลานเสียน เมื่อหลานเสียนได้เด็กมาจึงตั้งชื่อว่าหลานอู่




 

Create Date : 30 ธันวาคม 2551    
Last Update : 30 ธันวาคม 2551 13:52:21 น.
Counter : 5451 Pageviews.  

วัยเด็กของฟงและอวิ๋น (จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี)

เนื้อเรื่องในนิยายที่เพิ่มเติมจากฉบับการ์ตูน
วัยเด็กของฟงและอวิ๋น

เนื้อเรื่องของฟงอวิ๋นเริ่มต้นด้วยบุรุษนาม สงป้า ยอดฝีมือซึ่งหวังจะเป็นใหญ่ในแผ่นดินตงง้วน. สงป้าได้ให้ธุลีดินทำนายอนาคตของตนเอง ธุลีดินจึงได้ทำนายอนาคตของสงป้าไว้ว่า สงป้าจะเป็นใหญ่ได้ ถ้าได้วาตะ-เมฆา (ฟง-อวิ๋น) ช่วยเหลือ แต่ธุลีดินยังได้กล่าวอีกว่า เมฆาแปรผันไม่หยุดนิ่ง วาตะรวดเร็วพัดผ่าน ตัวธุลีดินเองก็จึงไม่สามารถทราบได้ว่าแท้จริงแล้ว ฟงและอวิ๋นอยู่หนใด. อย่างไรก็ตามหลังจากนี้สงป้าได้ก่อตั้งพรรคใต้หล้าและได้แผ่ขยายอำนาจอย่างยิ่งใหญ่ไปทั่วแดนตงง้วน.

ต่อมาเนื้อเรื่องจะกล่าวถึงเนี่ยฟง โดยเนี่ยฟงเมื่อยังเด็กอาศัยอยู่อย่างมีความสุขในชนบทกับบิดาและมารดาตามแบบครอบครัวชาวนาธรรมดาทั่วไป. แท้จริงแล้วบิดาของเนี่ยฟงคือ จอมดาบคลุ้มคลั่งอุดร นาม เนี่ยเหยินหวังผู้ครอบครองดาบดื่มหิมะ ที่หวังจะละทิ้งยุทธภพและใช้ชีวิตอย่างสงบกับครอบครัว ซึ่งตรงข้ามกับความต้องการของภรรยาของเขานามเหยียนอิ๋งผู้ซึ่งแต่งงานกับเนี่ยเหยินหวังก็เพื่อจะได้เป็นสตรีอันดับหนึ่งผู้สูงศักดิ์ แต่ปัจจุบันนางเป็นได้เพียง อาซ้อเนี่ย เท่านั้น. เนื่องจากเนี่ยเหยินหวังไม่ต้องการให้เนี่ยฟงยุ่งเกี่ยวกับยุทธภพ จึงไม่ได้สอนวิชาดาบให้ แต่กลับสอนเคล็ดใจน้ำแข็งซึ่งเป็นวิชาที่ใช้ควบคุมสติอารมณ์แทน.
และแล้วจุดพลิกผันชีวิตของครอบครัวเนี่ยก็มาถึง เมื่อวันหนึ่งมียอดกระบี่จากแดนทักษิณ ผู้ครอบครองกระบี่กิเลนไฟ นามต้วนซ่วย มาท้าประลองกับดาบคลุ้มคลั่งอุดร เนี่ยเหยินหวัง เพื่อวัดกันว่าใครจะเป็นจอมยุทธอันดับหนึ่งในแผ่นดิน. เนื่องจากเนี่ยเหยินหวังปฏิเสธไม่ยอมรับคำท้าประลองทำให้ ภรรยาของเขาผิดหวังมาก.
ในคืนนั้นเนี่ยฟงได้ยินเสียงมารดาคุยกับบุรุษผู้หนึ่งซึ่งไม่ใช่บิดาของเขาว่า "เจ้าตัดสินใจจะไปกับข้าแล้วใช่ไหม?" "ใช่". ยังไม่ทันที่เนี่ยฟงจะได้พูดอะไร บิดาของเขาซึ่งแอบฟังอยู่เช่นกันก็พาเนี่ยฟง บินไปยังหุบเขาที่ห่างไกล. เนี่ยเหยินหวังคลุ้มคลั่งมากกับการจากไปของภรรยา เนื่องจากเขาจงใจทิ้งเกียรติยศ ชื่อเสียง ทั้งหมดเพื่อนาง แต่นางกับทิ้งเขาไปอย่างไม่ไยดี ทำให้เนี่ยเหยินหวังจับดาบดื่มหิมะอีกครั้ง และจอมดาบคลุ้มคลั่งอุดรก็กลับคืนสู่ยุทธภพ. เหตุการณ์นี้ทำให้เนี่ยฟงได้รู้ว่าสายเลือดตระกูลเนี่ยจะมี ความคลุ้มคลั่ง สืบทอดทางกรรมพันธุ์ทุกรุ่น และบิดาของเขาจึงได้ให้เขาฝึกเคล็ดใจน้ำแข็งเพื่อคุมสติตนเอง.
แต่บัดนี้บิดาของเขาผู้ซึ่งเป็นผู้ถ่ายทอดเคล็ดใจน้ำแข็ง ได้คลุ้มคลั่งและกลายเป็นปีศาจแห่งยุทธจักรที่ฆ่าคนไม่เลือก. ชีวิตที่สงบสุขของเนี่ยฟงจบลงภายในคืนเดียว คืนนั้นนั่นเอง.

จากนั้นเนื้อเรื่องจะตัดไปยังวัยเด็กของปู้จิงอวิ๋น ... ปู้จิงอวิ๋นมีบุคลิกเงียบขรึมตั้งแต่เด็ก ไม่ค่อยพูดจากกับคนอื่น ๆ ปู้จิงอวิ๋นอยู่กับมารดาผู้ซึ่งเป็นม่ายเพียง 2 คน ภายหลังมารดาได้แต่งงานใหม่กับ กระบี่คุณธรรม ฮั่วปู้เทียน ปู้จิงอวิ๋นจึงได้รับชื่อใหม่ว่า ฮั่วจิงเจี๋ย. ฮั่วปู้เทียนแม้มีบุตรชายอีก 2 คนแต่ก็รักจิงเจี๋ยเหมือนบุตรแท้ ๆ ของตน แม้ว่ามารดาของจิงเจี๋ยได้เสียชีวิตไปแล้ว ปู้เทียนก็ยังดูแลจิงเจี๋ยเป็นอย่างดี จนทำให้ลูกชายแท้ ๆ อีกสองคนไม่พอใจจิงเจี๋ยเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามจิงเจี๋ยไม่เคยเรียกปู้เทียน ว่าพ่อ เลยแม้แต่ครั้งเดียว สิ่งนี้ทำให้ปู้เทียนคิดว่าจิงเจี๋ยยังไม่ยอมรับตนเป็นบิดา.
จิงเจี๋ยมีพรสวรรค์ด้านวรยุทธสูง สามารถเรียนรู้เพลงกระบี่สกุลฮั่วได้อย่างรวดเร็ว ยิ่งทำให้ฮั่วปู้เทียนเอ็นดูจิงเจี๋ยมากขึ้นไปอีก แต่จิงเจี๋ยก็ยังคงเงียบขรึมเหมือนเดิม. อยู่มาวันหนึ่งเหตุการณ์ ที่พลิกผันชีวิตจิงเจี๋ยก็เกิดขึ้น เมื่อพรรคใต้หล้าของสงป้าได้แผ่ขยายอำนาจมาถึงเมืองที่สกุลฮั่วอยู่.
สงป้าได้ส่ง มุสิกแดง ซึ่งเป็นจอมยุทธที่มีชื่อเสียงมาขู่ให้สกุลฮั่วยอมสวามิภักดิ์ ต่อพรรคใต้หล้า. ฮั่วปู้เทียนไม่ยอมสวามิภักดิ์ จึงได้เกิดการตอนสู้ขึ้น ฮั่วปู้เทียนแม้ขับไล่มุสิกแดงไปได้ ตนเองก็ได้รับบาดเจ็บ. อย่างไรก็ตาม ในระหว่างพักรักษาตัว ได้จิงเจี๋ยคอยปรุงยาให้กินเป็นอย่างดี ฮั่วปู้เทียนจึงซาบซึ้งเป็นอย่างมาก.
ฮั่วปู้เทียนได้คิดแผนรับมือพรรคใต้หล้า แต่เมื่อประเมินแล้วคิดว่ามุสิกแดงบาดเจ็บหนักกว่าตน จึงจะรอให้พ้นงานครบรอบวันเกิดของตนเองไปก่อน ค่อยคิดวิธีต่อต้านอย่างจริงจัง. ฮั่วปู้เทียนได้ขอร้องให้จิงเจี๋ย มาในงานวันเกิดของตนเพื่อที่จะได้ประกาศให้คนทั่วไปได้รับรู้ว่า เขายังมีลูกชายที่น่าภูมิใจอีกคน ฮั่วจิงเจี๋ยแม้ไม่ได้เอ่ยปาก ก็พยักหน้าตกลง. ในงานวันเกิดฮั่วจิงเจี๋ยไม่ปรากฏตัว แต่กลับเป็นมุสิกแดงและ ค้างคาวไฟ พี่ชายที่ปรากฏตัวแทน ทำให้ปู้เทียนต้องรับศึกพร้อม ๆ กันถึงสองคนทั้งที่ยังไม่หายเจ็บ.

ความจริงแล้วจิงเจี๋ยไม่เคยกล่าวเรียกปู้เทียนว่าบิดาเลย แต่ก็มีความสำนึกในบุญคุณของปู้เทียนเป็นอย่างมาก และคิดที่จะเรียกบิดาในงานครบรอบวันเกิด เพื่อเป็นของขวัญชิ้นหนึ่งนั่นเอง. ในวันนั้นจิงเจี๋ยไปดักรอสิงโต เพื่อที่จะนำหัวสิงโตไปมอบให้กับปู้เทียนโดยเฉพาะ ซึ่งเด็กอายุเพียง 8 ขวบอย่างเขาก็ทำสำเร็จจนได้. อย่างไรก็ตามเมื่อไปถึงบ้านสกุลฮั่ว จิงเจี๋ยกลับพบว่าบ้านตกอยู่ในกองเพลิง และบิดานั้นได้ถูกมุสิกแดง และค้างคาวไฟ สังหารต่อหน้าต่อตานั่นเอง.
"ท่านพี่ ยังมีเด็กในสกุลฮั่วอีกคนนี่ ประมุขสั่งให้เราสังหารให้หมด ไม่เว้นแม้แต่ เด็ก สตรี" มุสิกแดงกล่าวถึงจิงเจี๋ย. "ไม่มีความจำเป็นที่ต้องฆ่าเด็กนั่น มันไม่ใช่คนในสกุลฮั่วหรอก" ค้างคาวไฟกล่าว "ก็ขนาดมันเห็นคนในสกุลฮั่วทุกคนถูกสังหาร มันยังไม่มีแม้นน้ำตาซักหยดเดียว". "จริงของพี่ใหญ่ ถ้างั้นเรารีบตัดหัวฮั่วปู้เทียนไปให้ท่านประมุขกันดีกว่า" มุสิกแดงกล่าวต่อไป. แต่แล้วสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อจิงเจี๋ยได้ตัดศีรษะของบิดาตนเอง แล้วรีบโยนเข้ากองเพลิงทันที.
มุสิกแดงตกใจเป็นอย่างมากเนื่องจากสงป้า จะไม่ปล่อยให้พวกตนรอดแน่นอนถ้าไม่แน่ใจว่างานที่มอบหมายให้ได้เสร็จลุล่วงไปแล้ว มุสิกแดงจึงรีบหมอบกระโจนเข้าไปในกองเพลิงอย่างตื่นตระหนกทันที. และแล้ว จิงเจี๋ยที่รอจังหวะอยู่แล้ว ก็ลงมือสังหารมุสิกแดงในขณะที่พุ่งเข้ากองเพลิงอย่างไม่ทันระวังตัว ที่แท้เด็ก 8 ขวบคนนี้ได้คำนวณทุกอย่างไว้หมดแล้ว และพร้อมที่จะแลกชีวิตกับสองจอมยุทธ์ เพื่อล้างแค้นให้บิดานั่นเอง.




 

Create Date : 30 ธันวาคม 2551    
Last Update : 30 ธันวาคม 2551 13:47:50 น.
Counter : 383 Pageviews.  

บุคคลอื่นๆ ใน ฟงอวิ๋น ขี่พายุทะลุฟ้า (จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี)

กิเลนไฟ สัตว์ในเทพนิยาย อาศัยอยู่ในถ้ำดันเมฆ กุมความลับของเนื้อเรื่องในภาคหนึ่งนี้ไว้
กระบี่โหย เป็นศิษย์น้องของมารกระบี่ ฝีมือกระบี่สูง แต่ก่อนไม่บรรลุวิชากระบี่ และเข้าใจว่าตนขาดกระบี่ที่เหมาะสม จึงเที่ยวตามหากระบี่วิเศษทั่วแผ่นดิน
เจี้ยนหวง เป็นอาจารย์ลุงของอู๋หมิง และเป็นอาจารย์ของตี้เอ้อม่ง. เคยแอบดูวิชาหมื่นกระบี่สู่บรรพชน จึงถูกกักขังไว้ และจะถูกปล่อยก็เมื่อมีหาผู้ที่เหมาะสมกับเพลงกระบี่นี้ได้. ภายหลังพั่วจินวางยาพิษอู๋หมิง จนเอาชนะอู๋หมิงและชิงเพลงกระบี่นี้ไปได้ เจี้ยนหวงจึงออกมาจากที่คุมขัง. เจี้ยนหวงเสียชีวิตในการต่อสู้กับเจี้ยอู๋เสินอย่างกล้าหาญ โดยได้ปกป้องปู้จิงอวิ๋น และจอมยุทธ์อื่น ๆ ไว้.
เจี้ยนเฉิน ศิษย์อันดับหนึ่งของอู๋หมิง อู๋หมิงตั้งใจว่าจะให้เป็นจอมยุทธ์แห่งคุณธรรม แต่เมื่อประลองยุทธแพ้ปู้จิงอวิ๋นต่อหน้าฉูฉู่ ที่ตนหลงรัก จึงเกิดความริษยา จากนั้นได้หลงกลไปเป็นศิษย์พั่วจิน ไปฆ่าผู้บริสุทธิ์มากมาย ข่มขืนฉูฉู่ และยังวางยาพิษกับตัวอู๋หมิงเองอีกด้วย ภายหลังเมื่อเห็นอู๋หมิงไม่ถือโทษ และยังห่วงใยเหมือนเดิม จึงได้กลับตัวเข้าสู้กับพั่วจินอย่างไม่คิดชีวิต จนเสียแขนไป 1 ข้าง
ฉินซวง ศิษย์อันดับหนึ่งของสงป้า ใช้เพลงหมัดหิมะโปรย เป็นสามีของขงฉื่อ และเป็นเจ้าตำหนักหิมะ. ภายหลังทรยศสงป้า ร่วมมือกับฟงอวิ๋น จึงถูกทำลายแขนทั้งสองข้าง.และโดนต้วนล่างสังหาร
เจ้ามังกร หนึ่งใน 3 บ่าวของอู๋หมิง ฝีมือสูง เป็นหัวหน้าพรรคปลาวาฬ
ฟ่งอู่ หนึ่งใน 3 บ่าวของอู๋หมิง มีฝีมือด้านการยิงธนูที่เฉียบขาด แม่นยำ
กุ๋ยหู่ หนึ่งใน 3 บ่าวของอู๋หมิง มีวิชาตัวเบาที่เหนือชั้น




 

Create Date : 30 ธันวาคม 2551    
Last Update : 30 ธันวาคม 2551 13:37:11 น.
Counter : 516 Pageviews.  

1  2  3  4  

Valentine's Month


 
Wiizento
Location :
ปทุมธานี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




"ความจริง ดีชั่วอยู่ที่ความคิดชั่ววูบ..ระดับของเทพยดากับอสูรร้ายก็เป็นเช่นเดียวกัน.."
"ไม่มีสิ่งใดได้มาโดยปราศจากการสูญเสีย.."
"เมื่อคนในโลกรู้จักความสวยงาม..ความน่าเกลียดก็อุบัติขึ้น.."

"มีหรือไม่มีเกิดขึ้นด้วยการรับรู้..
ยากกับง่ายเกิดขึ้นด้วยความรู้สึก..
สูงกับต่ำเกิดขึ่นด้วยการเทียบเคียง..
หน้าและหลังเกิดขึ้นด้วยการนึกคิด.."
จำนวนผู้เข้าชมขณะนี้คน free counters
Friends' blogs
[Add Wiizento's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.