ทะเล ภูเขา ท้องฟ้า สายลม แสงแดดและการเดินทาง คือ ชีวิตของฉัน
Group Blog
 
All blogs
 

แฮมเมอร์

จาก "กระแสธาร" สู่ "แฮมเมอร์"


ปี 2518 ได้มีคนหนุ่มกลุ่มหนึ่ง ได้รวมตัวกันขับขานเสียงเพลงเพื่อชีวิต ในนามวง “กระแสธาร” โดยเล่นตามมหาวิทยาลัย และในหมู่กรรมกรเป็นส่วนใหญ่ โดยเล่นต่อเนื่องกันมาเรื่อย จนกระทั้งเกิดเหตุการณ์ ไม่สงบในป้านเมืองในวันที่ 6 ตุลาคม 2519 จึงได้สลายวงชั่วคราวเนื่องจากรัฐบาลเผด็จการปิดกั้นเสรีภาพทุกอย่าง ของประชาชน ทั้งที่ต่อต้านรัฐบาลหรือไม่ก็ตาม

ปี 2521 ภายหลังเหตุการณ์ตุลาเลือด นักศึกษา ชาวนา ชาวไร่ รวมทั้งกองทัพแห่งวัฒนธรรมเดินทางบนภูสูง แม้เสรีภาพต่าง ๆยัังถูกปิดกั้นอยู่เช่นเดิมคนหนุ่มกลุ่มนี้จึงได้รวมตัวกันอีกครั้งหนึ่งการรวมตัวครั้งใหม่นี้ภายใต้ชื่อ “แฮมเมอร์” โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างผลงานเพลงในแนว ”สะท้อนชีวิต”ดั่งนักข่าวโดยไม่มีการนำดนตรีไฟฟ้าเข้ามาเล่นเลย แม้แต่ชิ้นเดียว สมาชิกในยุคก่อตั้งประกอบด้วย อารี ประธาน หัวหน้าวง ร้องนำ และประพันธ์เพลง อนุชา ประธาน ร้องนำ กีตาร์ ไวโอลิน และประพันธ์เพลง วินัย ประธาน กีตาร์ แอคคอเดียน ฮาร์โมนิก้า ขลุ่ย และ ประสานเสียง ชาลี ประธาน กลองบองโก้ คองก้า และประสานเสียง ยงยุทธ พุ่มประเสริฐ กีตาร์ พิณ และทรงพล เจริญทรง กีตาร์ แมนโดลิน แบนโจ

หลังจากเปลี่ยนชื่อจาก”กระแสธาร”มาเป็น”แฮมเมอร์” ก็ได้เข้าประกวดการแข่งขันโฟล์คซองในรายการ “วันดวลเพลง” ซึ่งจัดการแข่งขันทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 มีวงดนตรีเข้าประกวด 108 วงใช้เวลาในการประกวดกว่า 6 เดือน และในที่สุด “แฮมเมอร์” ก็ประสบความสำเร็จครั้งสำคัญ โดยชนะเลิศ ได้รับรางวัลจากองค์ชายใหญ่เมื่อเดือนธันวาคม 2521 จากเพลง “บินหลา” และ”สาวบ้านนอก”

จากนั้น “แฮมเมอร์”ก็ได้ออกผลงานเพลงครั้งแรกของวงในปี 2522 โดยรวบรวมเพลงตั้งแต่ ยุคที่ยังเป็นวงกระแสธารจนมาถึงแฮมเมอร์ รวมทั้งหมด 15 เพลงผลิตแบบทำเองขายเอง หรือทำแบบวงใต้ดินในปัจจุบัน โดยใช้ชื่อชุดว่า “บินหลา” (ผลงานชุดนี้อัดเสียงที่ห้องอัด ศรีกรุง ใช้เวลาเพียง 1 วัน เนื่องเพราะมีเงินค่าเช่าห้องอัดได้เพียง วันเดียว)



กลางปี 2522 รุจน์ รณภพ ผู้กำกับภาพยนตร์ของบริษัทไฟว์สตาร์ในขณะนั้น สนใจเพลงบินหลา และให้แฮมเมอร์บันทึกลงในภาพยนตร์ของตนในเรื่อง”พรุ่งนี้ยังไม่สายเกินไป” นอกจากนี้สถาบันเทคโนโลยีเอเชีย รือเอไอทียังได้ติดต่อให้แฮมเมอร์ทำเพลงประกอบสารคดีของเอไอทีเรื่อง”ร่วมกันสร้าง” พร้อมทั้งยังทำเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง”นายฮ้อยทมิฬ” ด้วยสำหรับผลงานเพลงชุด”บินหลา”ได้ออกจำหน่ายอย่าง เป็นทางการในปีเดียวกันนี้เองภายใต้ ตราบริษัท”พีค๊อก สเตอริโอ” ในยุคนั้นเพลงในแนวของแฮมเมอร์ยังถือว่า เป็นเพลงต้องห้าม จึงไม่มีโอกาสได้เผยแพร่ ทางสื่อต่าง ๆ ได้เท่าที่ควร

ปี 2523 ผลงานเพลงของแฮมเมอร์เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น ในหมู่ปัญญาชนและผู้ใช้แรงงาน ทางแฮมเมอร์จึง ได้เขียนเพลงระหว่างการเดินทางแสดงตามที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ จากนั้นเข้าทำการบันทึกเสียงเป็นครั้งที่ 2โดยใช้เวลาในการ บันทึกเสียงเพียง 1 วันเท่านั้น(สาเหตุเดียวกับชุดแรก) ให้ชื่อชุดว่า “ปักษ์ใต้บ้านเรา” รวมเพลง 12 เพลง อัดที่ห้องอัด ไพบูลย์ สตูดิโอ ในเดือนเมษายน 2523 สมาชิกวงยังคงเดิม แนวเพลงใกล้เคียงกับชุดบินหลา แต่ระบบการอัดเสียง และฝีมือ ทางดนตรีพัฒนาขึ้นมาก มีความนุ่มนวลมากขึ้น และมีความดิบน้อยกว่าชุดที่ผ่านมา โดยงานชุดนี้อัดในระบบ 2 แทรค ในชุดนี้ แฮมเมอร์ได้นำเพลง “ถึกควายทุย ซึ่งแต่งโดยเพื่อนที่เพิ่งเดินทางกลับจากประเทศฟิลิปปินส์ชื่อ “ยืนยงโอภากุล” มาบรรจุ ในชุดนี้ด้วย และได้ให้ผู้แต่งเพลงเป็นผู้เล่นกีต้าร์โซโลเองเป็นครั้งแรกที่เขามีโอกาสได้เข้าห้องอัดและแสดงผลงาน ภายหลังเขาผู้นี้ได้ตั้งวงดนตรีขึ้นและโด่งดังจนกลายเป็นตำนานวงหนึ่งของไทย ชื่อ “คาราบาว” (แอ๊ดคาราบาว ได้ร่วมเล่นดนตรี กับแฮมเมอร์อีกหลายเพลงในชุด หมามุ่ย)



ในปีเดียวกันนี้เอง แฮมเมอร์ก็ได้ทำเพลงประกอบ ภาพยนตร์อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่อง “แผ่นดินเถื่อน” หลังจากออกผลงานเพลงชุดดังกล่าว แฮมเมอร์ได้มีงานแสดงตามสถานที่ต่าง ๆ ตลอดทั้งปีส่วนใหญ่ยังเป็น งานกลุ่มปัญญาชนและกรรมกรจัดขึ้น การมีงานแสดงมากมายเช่นนี้ จึงทำให้ยอดเทปชุด ปักษ์ใต้บ้านเราขายได้สูงอย่าง ไม่น่าเชื่อ ในตอนนั้น ปี 2524 แฮมเมอร์มีเวลาน้อยมากในการทำเพลง เพราะผลงานชุดบินหลา และปักษ์ใต้บ้านเรา ทำให้ต้องเดินทาง แสดงตลอดปีแฮมเมอร์จึงนำเพลงส่วนหนึ่งตั้งแต่ชุดปักษ์ใต้บ้านเราที่ยังไม่ได้บันทึกเสียงมารวมกับบทเพลงใหม่ที่เขียนขึ้น เพิ่มเติม ระหว่างการเดินทาง ทำการบันทึกเสียงเป็นชุดที่ 3 ชื่อว่า “เข้ากรุง” ออกจำหน่ายเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2524



โดยมีบริษัทพีค็อก สเตอริโอจัดจำหน่ายเช่นเดิม แนวเพลงไม่ได้แตกต่างกับชุดปักษ์ใต้บ้านเรา แต่จะเน้นเรื่องราวของเมืองหลวงมากขึ้นเพราะในช่วงเวลานั้นมีการเดินทางเข้าเมืองหลวงของคนชนบทเป็นจำนวนมาก ผลงานชุดนี้มี 11 เพลง อัดเสียงที่ห้องอัดไพบูลย์ สตูดิโอเช่นเดิมในปีนี้แฮมเมอร์ ได้รับรางวัล”ทีวีตุ๊กตาทางมหาชน” จากเพลง”ปักษ์ใต้บ้านเรา”(โดยไม่รู้ตัวและไม่เคยคาดหวังมาก่อนและรู้ข่าวขณะทำการ แสดงอยู่ต่างจังหวัด) รางวัลชิ้นนี้ ตัดสินโดยนับคะแนนจากจดหมายที่เข้ามาทั่วประเทศและจากการที่แฮมเมอร์ได้รับ รางวัลดังกล่าวนี้ ทำให้แฮมเมอร์มีงานแสดงมากขึ้น

ต่อมาได้เซ็นสัญญาเข้าสังกัดบริษัทของ พนม นพพร และเริง รัตนะเป็นเวลา 3 ปี ช่วงปลายปี 2524ได้ออกผลงานอีกชุดหนึ่งชื่อ “หมามุ่ย” เพลงส่วนใหญ่เป็นเพลง ประกอบภาพยนตร์เรื่องหมามุ่ยและยังได้นำเพลงปักษ์ใต้บ้านเรา มาประกอบภาพยนตร์ เรื่องนี้ด้วย (เรื่องหมามุ่ยออกฉายต้นปี 2525)ต้นปี 2525 แฮมเมอร์ได้ตระเวนแสดงในโรงภาพยนตร์ต่างจัดหวัด ทุกโรงที่ฉายเรื่องหมามุ่ย เพื่อโฆษณาชักชวนผู้เข้าชม การแสดงดังกล่าวนี้แฮมเมอร์ยังคงใช้สไตล์อคูสติคเหมือนเดิมและสมาชิกยังคงครบเช่นเดิมแต่ได้เสริมระบบธุรกิจเข้าไปโดยมี ผู้จัดการวงเข้ามารับผิดชอบงานด้านธุรกิจ



------------------------------
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : //www.forlifethailand.com




 

Create Date : 02 เมษายน 2551    
Last Update : 11 พฤษภาคม 2551 2:26:10 น.
Counter : 1152 Pageviews.  

ชูศักดิ์ ชี้ทางดี (ยิว)


ยิว หรือ ชูศักดิ์ ชี้ทางดี เจ้าของผลงานเพลงอันโด่งดัง "คำสัญญาที่หาดใหญ่" เขากลับมาอีกครั้ง กับผลงานเพลงชุดใหม่สังกัดอาร์เอส

หลังซุ่มทำงานอยู่ 2 ปี "ยิว" หรือ ชูศักดิ์ ชี้ทางดี ศิลปินจากอำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา ที่โด่งดังไปทั่วประเทศมาจากการทำเพลงใต้ดิน ชุด"ยิว คนเขียนเพลง" ก็ได้ออกผลงานชุดล่าสุด ในอัลบั้ม "กลับมาแล้ว" กับบริษัทอาร์สยาม จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของอาร์เอสโปรโมชั่น

ยิว ซึ่งเข้ามาทักทายสวัสดีปีใหม่กับกองบรรณาธิการ "โฟกัสภาคใต้" เผยว่า หลังจากออกผลงานเพลงชุด คนเขียนเพลงก็เว้นช่วงมาถึง 2 ปี ที่ไม่ได้ออกผลงานเพลงใหม่ การกลับมาคราวนี้ ด้วยความคิดถึงแฟนเพลง โดยเขาได้เขียนเพลง "กลับมาแล้ว" ซึ่งเป็นเพลงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเพลง คำสัญญาที่หาดใหญ่ ที่โด่งดังมากในปี พ.ศ. 2538 ในอัลบั้ม ยิว คนเขียนเพลง และเป็นเพลงแจ้งเกิดของยิวก็ว่าได้ โดยเพลงกลับมาแล้ว จะบอกความรู้สึกคิดถึงวันเวลาเก่าๆ คิดถึงเพื่อนๆ คิดถึงแฟนเพลง และทุกบทเพลงที่เคยร้อง คิดถึงการทำงานที่ห่างหายไปนาน

อีกเพลงหนึ่งที่ยิวเขียนในอัลบั้มชุดนี้คือ เพลง"สาวเกาะยอ" เป็นเพลงที่มีดนตรีหวาน ภาษาเพลงสามารถบรรยายให้อย่างเห็นภาพ ยิวทั้งเขียนและร้องเพลงนี้ได้อย่างหวานนุ่ม ละมุนหู สัมผัสได้ถึงความสวยงามของธรรมชาติ และความงดงามของสาวเกาะยอ ที่ดลใจให้หนุ่มรู้สึกหลงใหลเสน่ห์สาวเหาะยอจนลืมไม่ลง

"งานชุดนี้มี พี่หนู มิเตอร์ เป็นโปรดิวเซอร์ ที่จริงพี่เขาชวนให้ไปร่วมงานกันนานแล้ว มีการพูดคุยกันมานาน แต่คราวนี้เพิ่งได้ร่วมงานกัน" ยิวเล่าว่าการทำงานกับบริษัทใหญ่ ต่างกับการทำงานที่ผ่านมา เพราะที่ผ่านมาเป็นการทำงานที่ทำเอง ตัดสินใจเองทุกอย่าง แต่กับบริษัทใหญ่อย่างอาร์เอส ฯ จะมีการทำงานเป็นระบบ มีการคัดกรองงานเป็นระบบชัดเจน และมีการใช้สื่อที่เป็นระบบในการแนะนำเพลงมากกว่า โดยขณะนี้ มีมิวสิควิดีโอของเขาในเพลง กลับมาแล้วออกมาให้ได้ชมทางโทรทัศน์ ขณะที่ผลงานเพลงวางขายทั่วไปทั่วประเทศ

"เพลงชุดนี้ ก็เป็นเพลงฟังสบายๆ สไตล์ที่แฟนเพลงคุ้นเคย"เขาเล่าและว่า หลังจากออกผลงานเพลงชุดใหม่ มีภารกิจในการเดินสายไปแนะนำผลงานเพลง และมีงานคอนเสิร์ทตามจังหวัดต่างๆ ชีวิตส่วนใหญ่จะพำนักอยู่ที่หาดใหญ่เป็นหลัก โดยถ้ามีงานจึงจะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ หรือไปแสดงตามที่ต่างๆ เวลาว่างจะรับสอนพิเศษดนตรีตามบ้าน

ยิวให้สัมภาษณ์กับโฟกัสภาคใต้เมื่อราว 3 ปีที่แล้วว่าเขา เรียนหนังสือแค่ ม.3 ที่ โรงเรียนนาทวีวิทยาคม ตอนนั้นเป็นเด็กเกเรมาก เขามีพี่น้องด้วยกันทั้งหมด 7 คน ยิวเป็นคนที่ 6 ส่วนวรวิทย์ พี่ชายซึ่งเป็นนักร้องมาก่อนเขาเป็นคนที่ 5 ในครอบครัวของคนค้าขายธรรมดาๆ ที่ตลาดอำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา

"ทางดนตรีผมรับอิทธิพลจากพี่ชายจนชอบโดยไม่รู้ตัว พอหัดเล่นกีตาร์จิตใจสงบลง เพราะเอาเวลามาฝึกดนตรี ตอนนั้นผมอายุสัก 15 ปี พี่บ่าวก็ชวนไปเล่นตามผับที่ปัตตานีกับที่โรงแรมในปาดังเบซาร์"

ช่วงหนึ่งยิวใช้ชีวิตโดยไปช่วยนักศึกษาหลายสถาบันในภาคใต้ออกค่ายอาสาพัฒนา ใช้ชีวิตคลุกคลีกับเพื่อนที่เป็นนักศึกษา ราวปี 2538เขากลับมาร้องเพลงที่หาดใหญ่ เล่นประจำในผับหลายที่ โยกไปภูเก็ตกับพี่ชาย 1 ปี ก็กลับมาหาดใหญ่อีก หลังจากนั้นพี่ชายก็เริ่มทำงานเพลงกับสมบัติ เจียมคลัง เขาเองได้รับการชักชวนให้ทำอัลบั้มใต้ดิน ซึ่งตอนนั้นแทบไม่มีใครเลยที่จะทำเพลงแบบนี้ทางภาคใต้ นี่เป็นนจุดเริ่มๆของการทำเพลง ในต่างจังหวัด ที่จุดประกายให้ศิลปินอีกหลายคน กล้าทำเทปใต้ดินเขาเล่าว่าเทปชุดแรกที่ทำให้เขาโด้งกังชั่วข้ามคืนนั้น เขาเอง ไม่ได้คิดหวังดังหรือว่าอะไรมากมาย กะว่าปั๊มสักพันม้วน หรือ 500 ม้วน กะว่าเอาไปขาย แขกที่ร้าน แต่กระแสตอบรับมากพอเพลงนี้ได้ออกอากาศทางสถานีวิทยุ ในหาดใหญ่ไม่ถึง 2 อาทิตย์เพลงติดหูคนฟังอย่างรวดเร็ว แล้วขยับไปพัทลุง สตูล ลามไปเรื่อย ลักษณะป่าล้อมเมือง ขายไป 3 เดือน ยอดขายทะลุเป้า บริษัทปั๊มเทปไม่ทัน อีก3 เดือนมีบริษัทซีเอ็มซี จาก กรุงเทพฯ ขอไปจัดจำหน่าย แพร่หลายทั่วประเทศ ชีวิตเขาเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว เข้าสู่ระบบธุรกิจของบริษัทในกรุงเทพฯ เพื่อโอกาสใหม่ มีผลงานเพลงอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็น คำสัญญาที่หาดใหญ่ ,ยังจดจำ,คิดถึงจึงกลับมา,จุดพักใจ ,โบนัส ,บันทึกคนเขียนเพลง จนชุดล่าสุด กลับมาแล้ว

แม้เป็นศิลปินมีชื่อคนหนึ่ง แต่เขาปฏิเสธจะอยู่ในกรุงเทพฯ แต่ปักหลักอยู่หาดใหญ่ เขาจะเข้าไปตอนที่ทำงานเท่านั้น เขายอมรับว่าไม่สามารถใช้ชีวิตหรือปรับตัวกับเมืองหลวง เพราะไม่ชอบ แต่คุ้นเคยกับต่างจังหวัดมากกว่า "บ้านเราสบายแล้ว จะเดินทาง ของกิน เพื่อนฝูง กรุงเทพฯ อากาศไม่ดี คนวุ่นวาย รถติด ไปไหนก็ลำบาก ถ้ามีงานค่อยไป ทำงานเสร็จกลับบ้าน มีทะเลภูเขาให้ไป อยู่ที่โน่นเป็นการทรมานตัวเองพาตัวเองไปขัง"

เวลาว่างยิวชอบเที่ยวสนามพระหาเพื่อนๆ ในวงการพระเครื่อง เขาสนใจพระเครื่อง
มาก่อนที่จะเล่นกีตาร์ เกิดจากความศรัทธาสมัยเด็กๆ และฝังใจมาจนปัจจุบัน ก็เลยเวลาดูพระที่ชอบ จะสะสม ถือว่าเป็นงานอดิเรก ทำให้สบายใจ จนได้เป็นประชาสัมพันธ์ของสมาคมพระเครื่องหาดใหญ่



----------------------------
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : //www.focuspaktai.com




 

Create Date : 02 เมษายน 2551    
Last Update : 11 พฤษภาคม 2551 2:26:31 น.
Counter : 1596 Pageviews.  

มาลีฮวนน่า


ปกซีดีชุดแรก บุปผาชน (2537)



มาลีฮวนน่า (Maleehuana) เป็นวงดนตรีแนวเพลงเพื่อชีวิต โดยชื่อวง แปลว่า กัญชา (Marijuana) แต่ชื่อภาษาอังกฤษได้เปลี่ยนเป็น Malee แทนคำว่า Mari โดยให้มีความหมายถึง ดอกไม้ หมายถึงดอกไม้ดนตรี มีเพลงที่โด่งดังเช่น เรือรักกระดาษ


ข้อมูลพื้นฐาน

แนวเพลง เพื่อชีวิต, เพลงใต้ ปี พ.ศ. 2537 - ปัจจุบัน
ค่าย ไมล์สโตน (พ.ศ. 2538 - 2543), ดรีม เรคคอร์ด (2543 - ปัจจุบัน)
สมาชิก : คฑาวุธ ทองไทย (ใข่) ร้องนำ/แต่งเพลง, ธงชัย รักษ์รงค์ (ธง) ร้องนำ/กีต้าร์/แต่งเพลง, สมพงษ์ ศิวิโรจน์ (พงษ์) แต่งเพลงส่วนใหญ่/ร้องเพลงเทียมฟ้าชุดกลับกลาย, เชิดชัย ศิริโภคา (โก๊ย) แต่งเพลง/กีต้า


ประวัติ

ปี 2534 เริ่มจากนักศึกษาศิลปะที่รวมตัวกันโดย คฑาวุธ ทองไทย ที่กำลังศึกษาที่มหาวิทยาลัยศิลปากร, ธงชัย รักษ์รงค์ เล่นดนตรีอยู่ตามผับทางภาคใต้ และสมพงษ์ ศิวิโรจน์ ที่กำลังศึกษาที่โรงเรียนไทยวิจิตรศิลป และเป็นผู้ตั้งชื่อวงด้วยความชื่นชอบในดนตรีแนวเร็กเก้ แต่วงก็ต้องหยุดลงเพราะสมพงษ์ ศิวิโรจน์ เกิดท้อถอยกับปัญหาสังคม ทุกคนจึงจำต้องแยกย้ายกันไประยะหนึ่ง ต่อมาในปี 2537 วงมาลีฮวนน่าได้ออกอัลบั้มแรกของมาลีฮวนน่าใช้ชื่อว่า บุปผาชน และมี เชิดชัย ศิริโภคา ได้เข้ามาช่วยเหลือเรื่องการเงินสำหรับการทำเทป โดยออกวางขายแบบใต้ดิน ฝากขายตามแผงเทปต่าง ๆ เช่น ร้านน้องท่าพระจันทร์


การทำงานเพลง

มาลีฮวนน่า เป็นที่รู้จักของแฟนเพลงทั่วประเทศด้วยเพลง หัวใจพรือโฉ้, ลมเพ ลมพัด, เรือรักกระดาษ และสามารถขายเทปอัลบั้มดังกล่าวได้ถึง 20,000 ตลับ เป็นประวัติการณ์ของวงดนตรีแนวอินดี้ ในปี 2538 มาโนช พุฒตาล เจ้าของค่ายไมล์สโตน ชักชวนให้มาลีฮวนน่าเข้ามาร่วมงาน มาลีฮวนน่าเริ่มออกทัวร์คอนเสิร์ตทั่วประเทศในปี 2539 โดยการออกอัลบั้มชุดที่ 2 คือ คนเช็ดเงา ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยมียอดขายถึง 1,000,000 ตลับ ในปี 2543 มาลีฮวนน่าได้ย้ายค่ายมาอยู่ บริษัท ดรีม เรคคอร์ด จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทของตัวเอง

ผลงานเพลง

บุปผาชน (พ.ศ. 2537)
ลมเพ-ลมพัด
หัวใจละเหี่ย
วิถีคนจร
นิรันดร์
ไปไกล
เรือรักกระดาษ
หัวใจพรือโฉ้
ลานนม-ลมเน
รักสาวพรานนก
ชุ่มฉ่ำในดวงใจ

คนเช็ดเงา (พ.ศ. 2539)
เขเรือ
หมาหยอกไก่
ร้องไห้กับเดือน
เด็กน้อย
คนเช็ดเงา
ชะตากรรม
โมรา

ฝุ่น (CHIRI CHIRI)
คนเลว
คืนใจ
ชุ่มฉ่ำในดวงใจ
กลับกลาย (พ.ศ. 2542)
ลืม
ถนนแปลกแยก
ตุ้งแกวด
ก้าวย่าง-ทางเดิน
หมาล่าเนื้อ
กลับกลาย
อาวรณ์
แปรเปลี่ยน
สำนึก
ยุควิบัติ
เทียมฟ้า

เพื่อนเพ (พ.ศ. 2543)
แสงจันทร์
สมิหลา-รูสมิแล
พร้าว
คืนมา (SEASON IN LOVE)
เรือน้อย
น้ำตา
พี่ชาย(ที่แสนดี+แห้ว)
นักดนตรี
นกกรงหัวจุก
ขอทาทน้อย
MUK

เปรือย (พ.ศ. 2545-พ.ศ. 2546)
ชบา
ระบำชีวิต
เรียนรู้
มาลีฮวนน่าปาตี้
สายน้ำ..สายเลือด
ลัง
ไกลบ้าน
ละหมาดอารมณ์
ธารหัวใจ
ระยำชีวิต

ลมใต้ปีก (พ.ศ. 2546)
ลัง
จันทร์ฉาย
ว่าวจุฬา
วัยรุ่น
สายน้ำ (KILLING FIELD)
มุดก้อนเมฆ
มายา
กลัว
สหายสุรา
รอยทาง

บังใบ (พ.ศ. 2549)
ไอ้ใบ้
อีสาระภา
โจใจ
แผลเมือง
พี พี มายเดียร์
บางเงา
หนาวเล
เสียสาว
โปรดทิ้งฉันไว้ที่ปลายขอบฟ้า
มองอย่างนก
คนโซ
ออกเล

ปลายแสด (พ.ศ. 2549)
กระท่อมกัญชา
บัวทอง
เพียงลมพัดผ่าน
ยิ้มให้กับฝัน
ช่วยจันทร์(ราหูอมจันทร์)
ถนนชีวิต
เพ้อรัก
แดดสุดท้าย
นกบอดลัดฟ้า
ในฝัน


-----------------------------------
ที่มาของข้อมูล : จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Link : //th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B8%AE%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8% 99%E0%B9%88%E0%B8%B2




 

Create Date : 02 เมษายน 2551    
Last Update : 11 พฤษภาคม 2551 2:26:47 น.
Counter : 1491 Pageviews.  

หลวงไก่

ประวัติ

หลวงไก่ มีชื่อจริงว่า สมพงษ์ จิตรเที่ยง มีชื่อเล่นว่า ไก่ เิกิดเมื่อ 29 พ.ย. ที่จังหวัดตรังจบการศึกษาระดับประถมที่ โรงเรียนบ้านสุโสะ จังหวัดตรัง ระดับมัธยมที่ โรงเรียนปะเหลียนผดุงสิทธิ์ ระดับปวช.เรียนที่ ช่างอุตสาหกรรมหาดใหญ่ก่อนจะย้ายไปเรียนต่อที่เทคนิคตรัง จากนั้นก็เรียนต่อระดับ ปวส.แต่เรียนไม่จบ เพราะสนใจดนตรีมากกว่าการเรียน

หลวงไก่เล่นดนตรีมาตั้งแต่สมัยเรียนชั้น ม.1 โดยเริ่มจากการเป็นนักร้องนำของโรงเรียน พอขึ้นชั้น ม.3 ก็เริ่มเล่นคีย์บอร์ด พอมาเรียนที่เทคนิคตรัง ก็ไปเล่นดนตรีตามร้านอาหาร เนื่องจากฐานะทางบ้านไม่ค่อยดี ก็เลยยึดอาชีพร้องเพลงเล่นดนตรีเพื่อหาเงินส่งตัวเองเรียน ช่วงนั้นเขาเป็นมือกลอง เวลาเล่นก็ตีกลองร้องเพลงไปด้วย เขาเล่นดนตรีอยู่ที่จังหวัดตรังประมาณ 3 ปี ก็เริ่มออกไปเล่นต่างจังหวัด เริ่มที่เกาะสมุย นครศรีธรรมราช สุราษฏร์ธานี ฯลฯ เขาไปเล่นเกือบทุกผับทั่วภาคใต้ เพราะคิดว่าต้องการหาเงินก่อน แล้วต่อยเลยที่หลัง ก็เลยทำให้เรียน ปวส.ได้แค่ปีเดียว ก็หยุดไป

ในปี 2540 เอกชัย ศรีวิชัยได้ตั้งวงดนตรีศรีวิชัย เขาก็ได้มาตีกลองให้กับวง ซึ่งเอกชัยและครอบ ครัวก็รักและดูแลเขาเป็นอย่างดี เอกชัยก็เลยผูกแขนรับผมเป็นน้องบุญธรรม และไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด เลยได้คลุกคลีกับวงการเพลง ได้เห็นเบื้องหน้าเบื้องหลังการทำงาน

ช่วงนั้นเขาได้ร้องเพลงช่วงโหมโรงเรียกคนดูเข้าชม โดยเขาร้องเพลงแนวเพื่อชีวิต และสตริง ปกติวง ขณะที่วงของเอกชียเป็นลูกทุ่ง แต่ก็ปรากฏว่าเขาเรียกผุ้ชมกลุ่มวัยรุ่นเข้ามาดูได้มาก เอกชัยก็เลยให้ร้องสตริงมาตลอด ทั้งเพื่อดึงคนดูกลุ่มวัยรุ่น และให้วัยรุ่นได้รู้จักกับศิลปวัฒนธรรมแบบปักษ์ใต้ "


เข้าวงการ

เอกชัยได้พาน้องบุญธรรมเข้ามาเสนอกับ ค่ายอาร์สยาม แนวเพลงที่เขาทำตอนแรกเป็นแนวเพลงเพื่อชีวิต พอดีทางค่ายได้ตั้งยูนิตเพลงชื่อ มีดี เร็คคอร์ด ขึ้น ซึ่งมี สนอง โสตถิลักษณ์ และ หนู มิเตอร์ เป็นผู้บริหาร ซึ่งทำเพลงเพื่อชีวิตตรงกับแนวเพลงที่เขานำเสนอพอดี ผู้บริหารค่าย อาร์ สยาม ก็เลยมอบหมายให้ พี่หนู มิเตอร์ ดูแลงานเพลงชุดนี้ให้


ผลงาน

ชุดที่ 1 หลวงไก่ (11 พ.ย.2547)
ชุดขอบคุณอย่างแรง (อัลบั้มพิเศษ)(13 ต.ค.2548) ฉลองยอดขายชุดหลวงไก่ 5 แสนก็อปปี้
มีเพลงพิเศษเพิ่มจากชุดแรก 2 เพลง

ชุดที่ 2 แหลงชัดคำเดียว (4 พ.ค.2549)


ผลงานเพลงที่เป็นที่รู้จัก

-ฝากเพลงหอมแก้ม
-แหลงชัดคำเดียว
-หลบมาบ้านเรา
-อย่าแหลงแผวๆ
-ขวัญใจพี่หลวง ฯลฯ


เกียรติยศ

รางวัลมาลัยทอง นักร้องชายยอดนิยมประจำปี 2549 จากเพลง " ฝากเพลงหอมแก้ม"(ประกาศเมื่อ 28 ม.ค.2550)

----------------------------
ข้อมูลจาก : //th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B9%88




 

Create Date : 02 เมษายน 2551    
Last Update : 11 พฤษภาคม 2551 2:27:02 น.
Counter : 275 Pageviews.  

บิว กัลยาณี

ประวัติ

บิว กัลยาณี มีชื่อจริงว่า กัลยาณี เจียมสกุล มีชื่อเล่นว่า บิว เป็นชาว จ.สุราษฎร์ธานี เกิดเมื่อ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2528 มีพี่น้อง 3 คน เป็นคนสุดท้อง ทางบ้านมีฐานะยากจน พ่อเป็นภารโรง ต่อมาขยับ มาขับรถตู้ของโรงเรียน ส่วนแม่ขายขนมในโรงเรียน ซึ่งเธอก็ช่วยพ่อแม่ทำงานหาเงินทุกอย่างเท่าที่จะ ช่วยได้ ปัจจุบัน มีถิ่นพำนักอยู่ที่บ้านเลขที 67/2 หมู่ที่ 2 ต.ตะเคียนทอง อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี กำลังศึกษาอยู่ระดับปริญญาตรีทั้งที่ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ด้านนิเทศศาสตร์ บูรณาการและ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ ด้านการตลาด

บิว กัลยาณี ชอบร้องเพลงมาตั้งแต่เด็ก ขณะที่ครอบครัวก็สนับสนุนเรื่องนี้ด้วย เพราะว่าพ่อก็เคยเล่นหนังตะลุง ส่วนแม่ก็ชอบร้องเพลงรำวง ทำให้เธอซึบซับเรื่องนี้มาบ้าง ยิ่งเมื่อได้เข้าโรงเรียน ครูก็ให้การสนับสนุนต่อเนื่องโดยการส่งเข้าประกวดร้องเพลงอยู่เรื่อยๆ ทำให้เธอได้รับประสบการณ์ และฝึกฝนการร้องเพลงจนได้รางวัลชนะเลิศหลายรายการ เช่น

ระดับชั้นอนุบาล - ประถมศึกษา - ชนะเลิศ การประกวดร้องเพลงตอนเรียนชั้นอนุบาล 3 - ชนะเลิศ การประกวดร้องเพลงงานลอยกระทง และงานประเพณีชักพระ จ.สุราษฏร์ธานี

ระดับมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 1-6 - ชนะเลิศ การประกวดร้องเพลงระดับอำเภอ - ชนะเลิศ การประกวดร้องเพลงระดับจังหวัด - ชนะเลิศ การประกวดร้องเพลงระดับภาค

ระดับมหาวิทยาลัย - ชนะเลิศ การประกวดร้องเพลง“Big C Sing Contes2544” - ชนะเลิศ การประกวดร้องเพลงระดับอุดมศึกษาชิงแชมป์ประเทศไทยปี 2546

เข้าวงการ

ตอนเรียนที่แม่โจ้ เธอเคยได้ร่วมร้องคอรัสอยู่ในวงดนตรีของมหาวิทยาลัย และได้เข้าร่วมร้องเพลงในอัลบั้มครบรอบ ๗0 ปี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ นอกจากนั้นเธอยังเป็นนักร้องประจำวงดนตรีลูกทุ่ง "แม่โจ้แบนด์" ด้วยความที่น้ามีวงอิเล็กโทนเป็นของตัวเอง เธอจึงได้ร้องเพลงประจำวงตระเวนไปทั่ว และในที่สุดก็ได้รู้จักกับอาจารย์ มาร์ค ใบเตย ( นคร ทิพย์ปัญญา) ที่รู้ว่าเธอชอบร้องเพลงมาก ก็เลยให้บิว กัลยาณี ร้องเพลงอัดไว้ เพื่อนำมาเสนอกับทาง สนอง โสตถิลักษณ์ ผู้ดูแลค่าย มีดีเรคคอร์ด ในเครืออาร์สยาม และก็ถูกเรียกเข้ามาเซ็นสัญญา และเข้าห้องอัด และในที่สุดก็มีผลงานชิ้นแรกในชีวิตชื่อ อัลบั้ม “ โนบรา- โนราห์ ” ออกมา ในปี 2549 และได้รับการต้อนรับอย่างดียิ่งในแทบจะทันที จากเพลงชื่อเดียวกับชื่อชุด ที่มีเนื้อหาและจังหวะสนุกสนาน ประกอบกับน้ำเสียงที่น่าฟังของผู้ร้อง จากนั้น เพลงอื่นๆในชุด ก็ได้รับความนิยมตามมาอีกมากมายหลายเพลง


ผลงานเพลงดัง

โนบรา- โนราห์
สาวรามฯ ยามเย็น
เพียงเราสอง


เกียรติยศ

รางวัลดาวรุ่งยอดนิยม สตาร์ เอนเตอร์เทนเมนท์ อะวอร์ดส์ 2006 (ประกาศเมื่อ 12 มี.ค.2550)
รางวัลศิลปินเพื่อชีวิตหน้าใหม่ยอดนิยมฝ่ายหญิง มหานครอวอร์ดส ครั้งที่ 3 (ประกาศเมื่อ 30 มีนาคม 2550)

---------------------------
ข้อมูลจาก
: //th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%A7_%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B8% B2%E0%B8%93%E0%B8%B5

: //www.rattaphumcity.com




 

Create Date : 02 เมษายน 2551    
Last Update : 11 พฤษภาคม 2551 2:27:20 น.
Counter : 346 Pageviews.  


เวสท์สงขลา
Location :
สงขลา Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





Friends' blogs
[Add เวสท์สงขลา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.