มารดาของแผ่นดิน

ชื่อเพลง/Title : มารดาของแผ่นดิน
อัลบัม/Album : มารดาของแผ่นดิน
ศิลปิน/Artist : นภาภา (ว.วชิรเมธี และ จีวัน)
download 1
download 2

มารดาของแผ่นดิน
ผู้หญิงเป็นมารดามหาบุรุษ
เป็นพระพุทธก็เป็นได้ไม่น้อยหน้า
เป็นผู้นำยุคสมัยในโลกกา
เป็นภรรยาสุดแสนดีสามีรัก

เป็นผู้อวดองค์อรชรชวนชม้าย
เป็นสหายแห่งชีวิตสิทธิศักดิ์
เป็นแม่ทัพนำไทยให้คึกคัก
เป็นเสาหลักการเมืองเรืองฤทธี

เป็นขวัญเรือนรินธรรมชี้นำลูก
เป็นผู้ปลูกค่านิยมสมศักดิ์ศรี
เป็นผู้กล้าที่จะก้าวเข้าต่อตี
เป็นผู้มีศักยภาพควรปราบดา

นี่แหละคือผู้หญิงที่จริงแท้
โลกควรแก้เกณฑ์กฎลดโมหา
เคารพหญิงอย่างที่เป็นเช่นสัจจา
เพราะหญิงคือมารดาของแผ่นดิน





Create Date : 07 กรกฎาคม 2548
Last Update : 22 ธันวาคม 2548 16:56:15 น.
Counter : 405 Pageviews.

ต้นไม้ที่ใกล้ฝั่ง
รักลูก...ลูกรัก
     พ่อแม่ก็แก่เฒ่าจำจากเจ้าอยู่ไม่นาน
จะพบจะพ้องพานเพียงเสี้ยววารของคืนวัน
     ใจจริงไม่อยากจากเพราะยังอยากเห็นลูกหลาน
แต่ชีพมิทนทานย่อมร้าวรานสลายไป
     ขอเถิดถ้าสงสารอย่ากล่าวขานให้ช้ำใจ
คนแก่ชะแรวัยคิดเผลอไผลเป็นแน่นอน
     ไม่รักก็ไม่ว่าเพียงเมตตาช่วยอาทร
ให้กินและให้นอนคลายทุกข์ผ่อนพอสุขใจ
     เมื่อยามเจ้าโกรธขึ้งให้นึกถึงเมื่อเยาว์วัย
ร้องไห้ยามป่วยไข้ให้ใครเล่าเฝ้าปลอบโยน
     เฝ้าเลี้ยงจนโตใหญ่แม้เหนื่อยกายก็ยอมทน
หวังเพียงจะได้ผลเติบโตจนสง่างาม
     ขอโทษถ้าทำผิดขอให้คิดทุกทุกยาม
ใจแท้มีแต่ความหวังติดตามช่วยอวยชัย
     ต้นไม้ที่ใกล้ฝั่งมีหรือหวังอยู่นานได้
วันหนึ่งคงล้มไปทิ้งฝั่งไว้ให้วังเวง
- อ. สุนทรเกต -



Create Date : 17 มิถุนายน 2548
Last Update : 30 ธันวาคม 2548 23:50:02 น.
Counter : 565 Pageviews.

understand
"Understand" ไม่ใช่ "under ซาตูด" รู้แล้วอย่านั่งทับ พยายามนำไปใช้ ไม่ต้องรีบปรับ แต่ค่อยๆ ปรับ ของอย่างนี้ต้องใช้เวลา ถ้าหวังผลในเวลาอันสั้นก็คิดผิดต้องมาเริ่มทำความเข้าใจกับคำว่า "เข้าใจ" ใหม่

สาเหตุหลักของปัญหาส่วนใหญ่ทั้งชีวิตรัก ชีวิตครอบครัว การงาน รวมถึงเพื่อน ก็คือ ความเข้าใจ ซึ่งตัวตนของเราเองที่คิดว่าตัวเข้าใจดีถ่องแท้แล้ว แต่แท้จริงนั่นแท้ คือเส้นผมบังบังภูเขา ตัวเราเองไม่ได้เข้าใจอะไรเลย สรรพสิ่งทุกสิ่งย่อมมีความขัดแย้งเป็นเรื่องธรรมดา

หลักในการป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นง่ายๆ คือ

1. ใจเย็นไว้
2. หัดเป็นผู้ฟัง
3. ยอมรับผิด
4. สานสัมพันธ์ใหม่
5. ให้โอกาส
6. ให้เวลา

1. ใจเย็นไว้ แน่นอนที่สุด อารมณ์ และโทสะย่อมเป็นหลักแห่งการกระทำที่เรียกว่าขาดสติยับยั้งชั่งใจ บางครั้งแค่อารมณ์ชั่ววูบก็สามารถเปลี่ยนแปลงทุกอย่างไปชั่วนิรันดร์ไม่สามารถแก้ไขได้ กว่าจะรู้ตัวก็สายเสียแล้ว...ดังนั้นก่อนจะกระทำสิ่งใดๆ ควรรู้จักมีสติ และรู้จักยับยั้งชั่งใจ ไตร่ตรองอย่างรอบคอบให้ดีที่สุด คำพูดใดๆ ที่จะเอื้อนเอ่ยออกไปขอให้ใช้หลักปิยะวาจาบางข้อมาใช้ คือ

- ไม่จริงอย่าพูด เพราะบางทีสิ่งที่เราจะพูด อาจยังไม่ได้รับการพิสูจน์ว่าจริงหรือไม่
- ถึงจะจริงแต่พูดไปแล้วไม่เกิดประโยชน์อย่าพูด ณ เวลานั้นๆ นอกจากความสะใจในตนเอง
- อย่ายกเอาเหตุการณ์ในอดีตมาเปรียบเทียบ เป็นการเชื่อมโยงของการไม่ให้อภัยและการไม่ลืมเลือนเป็นการจำฝังใจ เปรียบเหมือนไม่ยอมลบเลือนในสิ่งที่ตนเองเคยให้อภัยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต

รวมถึงกิริยาการกระทำใดๆ ก็ตามก็จงใช้หลักเดียวกันว่าถ้าสิ่งที่เราจะทำลงไป อาจเกิดผลเสียมากกว่าผลดีที่จะตามมา จงคิดสามครั้งก่อนทำ การกระทำจากอารมณ์ชั่ววูบอาจทำให้คนที่ถูกกระทำเสียน้ำใจเสียความรู้สึก แก้วที่มันร้าว มันจะมีรอยตลอดไป

จงเปลี่ยนการวิวาทะ ให้เป็นการเจรจา ให้เป็นการปรับความเข้าใจ ถามหาเหตุและผล ที่มาและที่ไปของปัญหา เพื่อที่จะต้องการทราบและรับรู้เพื่อที่จะนำมาแก้ไข ไม่ใช่เพื่อมุ่งโจมตี และทำลาย หรือการเอาชนะคะคานซึ่งกันและกัน

2. หัดเป็นผู้ฟังที่ดี ปล่อยให้อีกฝ่ายได้แสดงความคิดเห็น พูดออกมาจนจบ อยากพูดอะไรพูดมา ทวนสิ่งที่เขาต้องการแสดงความคิดเห็นออกมาโดยเราต้องไม่ขัดจังหวะหรือแสดงความเห็นใดๆ และควรนั่งฟังอย่างพิจารณา ไม่ใช่ฟังไปอย่างนั้นโดยไม่คิดอะไรเลย "คนเราไม่ได้ต้องการให้ผู้อื่นเห็นพ้องด้วยเสมอไปหรอ" "แต่ขอให้เพียงอีกฝ่ายรับรู้และเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นก็พอ"

3. ยอมรับผิด คนเราส่วนใหญ่จะชอบมองหาคนผิด ไม่ได้สนใจว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันผิดพลาดตรงไหน และตนเองมีส่วนร่วมกับเหตุการณ์นั้นหรือไม่ และโดยส่วนใหญ่แล้วในตนเองจะมีทิฐิไม่ยอมรับว่าตนเองผิด หนทางแก้ไขเรื่องนี้คือเราต้องรู้จักพิจารณามองเหตุการณ์ทั้งหมดจากวงนอก ซึ่งเราจะเป็นส่วนหนึ่งอยู่ในเหตุการณ์นั้น และแม้เราเป็นต้นเหตุโดยที่ไม่รู้ตัว คือเราไม่พยายามเอาใจเขามาใส่ใจเรา มัวแค่คิดเอาเอง จนทำให้เกิดเหตุบานปลายขึ้น เมื่อเรารู้ว่าเราเป็นคนผิด เราก็สมควรที่จะกล้ายอมรับผิดนั้น ไม่ใช่เรื่องยากเลย กับคำว่า "ฉันผิดเอง" แต่ไม่ใช่พูดออกมาจากการประชดประชัน หรือต้องการให้เรื่องจบไปแค่นั้น แต่ควรพูดและกลั่นกรองออกมาจากใจ ว่าทำไม

4. สานสัมพันธ์ใหม่ การกระทำสามารถเปลี่ยนแปลงและสร้างความผูกผันสร้างสานสัมพันธ์ขึ้นมาให้ดีกว่าเดิมได้ ดีกว่าการรอเวลาโดยไม่ทำอะไรเลย ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลง และปรับตัวเข้าหากัน พยายามลดในสิ่งที่อีกฝ่ายหนึ่งไม่ชอบ และพยายามเปิดเผยความรู้สึกทั้งหลายที่มีออกมาในขณะนั้น อย่าสะสมไว้จนเป็นปัญหาเรื้อรัง และรอคอยวันระเบิดออกมา ถ้าเราเปิดเผยให้อีกฝ่ายรับรู้ มันก็ไม่ใช่เรื่องยากที่อีกฝ่ายจะเข้าใจในทันที แต่ถ้าเราเก็บไว้ และไปมักหมมรวมกับปัญหาอื่น ปัญหาจะยิ่งซับซ้อน ยากเกินจะทำความเข้าใจว่า แท้ที่จริงแล้วปัญหามันคืออะไร ควรรู้จักคำว่า "เปิดใจ"

5-6. ให้โอกาสและเวลา กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว ฉันใด การกระทำของมนุษย์ย่อมเกิดสิ่งผิดพลาดได้ ฉันนั้น เพราะฉะนั้น เราควรรู้จักการให้โอกาสและเวลา หยิบยื่นให้คนอื่นรวมถึงตัวของเราเองด้วย ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นอาจไม่ได้เกิดในทันทีทันใด แต่การเกิดผลในภายหลังและเป็นสิ่งที่จีรังและหยั่งยืน คือสิ่งที่เราปรารถนาและรอคอย ขอเพียงเรามอบแต่สิ่งดีๆ และขจัดสิ่งไม่ดีต่างๆ ออกไปในชีวิตของเรา พยายามทำความเข้าใจในตนเอง และผู้อื่น รู้จัการให้เกียรติคนอื่นเหมือนการให้เกียรติตนเอง



Create Date : 23 พฤษภาคม 2548
Last Update : 30 มิถุนายน 2548 0:41:35 น.
Counter : 185 Pageviews.

95 comment

I recommend you
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]