Birds is all around
Group Blog
 
All Blogs
 

ของขวัญจากแดนใต้ (2)

นกแต้วแล้วอกเขียวที่เขตรักษาพันธุ์ฯ เขาประ-บางคราม รวมทั้งพื้นที่อื่นในบ้านเราเป็นชนิดย่อย P.s. cucullata นอกจากพบประจำถิ่นทางภาคใต้ของไทย ยังกระจายพันธุ์อยู่ทางพื้นที่ตอนล่างของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยพบบนเกาะชวาและสุมาตราของอินโดนีเซีย และคาบสมุทรมลายูของมาเลเซีย ครั้นพอถึงปลายฤดูร้อนเรื่อยไปจนถึงฤดูฝน บางส่วนของนกเหล่านี้ โดยเฉพาะนกที่อยู่ในมาเลเซียจะพากันบินอพยพตามความชุ่มชื้นของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ขึ้นมาจับคู่ผสมพันธุ์และสร้างวางไข่ตามป่าทางตอนกลางของไทย พม่า อินโดจีน ตอนใต้ของจีน บังคลาเทศ เรื่อยขึ้นไปจนถึงเชิงเทือกเขาหิมาลัยในแถบภูฏาน อินเดีย และเนปาล ในแหล่งขยายพันธุ์ทางตอนบนนี้สามารถพบนกขึ้นไปอยู่ได้ถึงระดับความสูง 1,800 เมตร

นกแต้วแล้วอกเขียวยังเป็นนกแต้วแล้วที่มีเขตกระจายพันธุ์แพร่หลายกว้างขวางที่สุด เริ่มจากตอนบนสุดแถบเชิงเขาหิมาลัยลงมาถึงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แล้วลงใต้ต่อไปยังเขตซุนดรา จนกระทั่งสุดเขตกระจายพันธุ์บนเกาะนิวกินี



เมื่อมีเขตกระจายพันธุ์กว้างไกลเช่นนี้ นกแต้วแล้วอกเขียวจึงถูกแยกออกมากถึง 12 ชนิดย่อย แต่เฉพาะเพียงชนิดย่อย cucullata เท่านั้นที่พบได้บนผืนแผ่นดินใหญ่ ที่เหลือจากนี้อาศัยอยู่ตามเกาะต่างๆ เช่น เกาะนิโคบาร์ ฟิลิปปินส์ บอร์เนียว สุลาเวสี

แม้มีถึง 12 ชนิดย่อย แต่ลักษณะทั่วไปของแต่ละชนิดย่อยคล้ายกันมาก โดยรวมสีสันฉูดฉาดไว้ถึงหกสี คือ ดำ น้ำตาล เขียว ฟ้า ขาว และแดง สำหรับชนิดย่อย cucullata มีหัวและคอสีดำตัดกับลำตัวสีเขียวเข้ม ส่วนหน้าผาก กระหม่อม และท้ายทอยเป็นสีน้ำตาลแดงคล้ำ ตะโพกและขนคลุมโคนหางด้านบนมีสีฟ้าสดใส รวมทั้งขนคลุมปีก ขณะที่หางก็มีสีดำ เช่นเดียวกับบริเวณกลางท้องที่ต่อด้วยสีแดงสดลงไปจนถึงโคนหางด้านล่างเป็นจุดเด่นสะดุดตา ตรงปีกยังมีแถบสีดำต่อด้วยสีขาว เมื่อนกกางปีกออกจะเห็นเป็นวงสีขาวเด่นอยู่บนพื้นสีดำของขนปลายปีก ส่วนปากของนกแต้วแล้วอกเขียวมีสีดำ ขาและนิ้วตีนมีสีเทา

นกแต้วแล้วอกเขียวทั้งสองเพศมีลักษณะใกล้เคียงกันมาก จนสังเกตความแตกต่างได้ยาก แม้ว่านกตัวเมียมีสีทึมๆ กว่าเล็กน้อยก็ตาม

สำหรับชนิดย่อยอื่นๆ ก็มีสีสันใกล้เคียงกับ cucullata แต่มีเก้าชนิดย่อยที่มีจุดเด่นต่างกันอย่างชัดเจนอยู่ตรงหัวที่มีแต่สีดำเท่านั้น ไม่มีสีน้ำตาลแดงปนอยู่บนกระหม่อม รวมทั้งชนิดย่อยหลัก P.s. sordida ที่พบครั้งแรกที่ฟิลิปปินส์ เมื่อปี พ.ศ. 2319 โดย พี แอล. เอส. มุลเลอร์ นักสำรวจและนักนิยมธรรมชาติชาวเยอรมัน จนเป็นที่มาของชื่อสามัญ Hooded Pitta เพื่อสื่อให้เห็นว่า มีเพียงสีดำคลุมอยู่บนหัว รวมไปถึงอีกชื่อหนึ่งที่ชัดเจนกว่าคือ Black-headed Pitta แต่ไม่นิยมใช้เรียกนัก เช่นเดียวกับ Green-breasted Pitta ชื่อนี้เคยใช้เรียกเฉพาะในย่านหิมาลัย และเราก็นำคำนี้มาถอดเป็นชื่อในภาษาไทย ทั้งที่ดูยังไงก็เห็นนกมีสีเขียวทั่วทั้งตัว ไม่ใช่เฉพาะอกสักหน่อย!!!

ชื่อสกุลของนกแต้วแล้วอกเขียวก็ใช้คำว่า Pitta ตามชื่อสามัญเช่นเดียวกับนกแต้วแล้วที่เหลืออีก 31 ชนิด โดยมีที่มาจากภาษามลายู หมายถึงของเล่นสวยงามหรือสัตว์เลี้ยง เมื่อใช้เรียกนกสีสันฉูดฉาดอย่างนกแต้วแล้ว คงต้องการสื่อให้เห็นถึงนกสีสวยงามหรือน่าชม ตรงนี้ถือว่าเลือกใช้ได้เหมาะสม พอมาถึงชื่อชนิด sordida กลับดูขัดกัน คำนี้มีรากศัพท์จากภาษาละตินหมายถึง สกปรกหรือไม่น่าดู อาจต้องการสื่อถึงนกที่มีสีหม่นๆ ก็ได้ แต่ไม่ค่อยเหมาะอยู่ดี เพราะนกแต้วแล้วอกเขียวมีสีฉูดฉาดจะตายไป ส่วนชนิดย่อย cucullata ก็มีที่มาจากภาษาละตินว่า cucultus หมายถึงผ้าคลุมศีรษะ มีนัยสื่อถึงสีดำบนหัวแบบชื่อสามัญนั่นเอง

นอกจากชนิดย่อย P.s. cucullata ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2469 บ้านเรายังเคยเก็บตัวอย่างของนกแต้วแล้วอกเขียวที่มีสีดำทั้งหัวได้จาก จ. นราธิวาส ตามรายงานระบุว่าเป็นชนิดย่อย P.s. muelleri ที่พบกระจายพันธุ์บนเกาะบอร์เนียว สุมาตรา จนถึงทางด้านตะวันตกของชวา ชนิดย่อยนี้ก็มีพฤติกรรมบินย้ายถิ่นเพื่อสร้างรังวางไข่เช่นกัน เป็นไปได้ว่า นกคงบินเข้ามาขยายพันธุ์ทางภาคใต้ของไทยด้วย ในอดีตเคยมีรายงานพบทางตอนบนของมาเลเซีย สำหรับชื่อบุคคลของชนิดย่อยนี้ก็คือ พี แอล. เอส. มุลเลอร์นั่นเอง
-----------------------------------------------------

30 เมษายน 2550
แก่งกระจาน จ. เพชรบุรี


ท่ามกลางบรรยากาศขมุกขมัวของบ่ายวันนี้ ปกติผืนป่าช่วงเลยลำธารสามที่รกทึบอยู่แล้ว ก็เลยยิ่งมืดครึ้มลงไปอีก ดีที่อยู่ระหว่างเดินกลับไปขึ้นรถ ผมจึงไม่รู้สึกผิดหวังเมื่อไม่ค่อยมีนกออกมาให้ดู

แต่แล้วจู่ๆ ก็มีเสียง “แร้ว แร้ว” ดังออกมาจากข้างทาง เสียงแหลมคล้ายผิวปากดังถี่ต่อเนื่องกันบอกให้รู้ว่านกร้องอยู่ใกล้มาก ผมและเพื่อนๆ รีบมุ่งไปยังต้นเสียง แม้บริเวณนั้นมีแสงเพียงสลัวๆ ผมก็ยังเห็นชัดเจนว่า เจ้าของเสียงร้องคือนกแต้วแล้วอกเขียว เมื่อมันเกาะเด่นบนกิ่งไม้แห้งที่พาดอยู่เตี้ยๆ เหนือพื้นดินแค่ฟุตเดียว

แม้อยู่ห่างเพียงไม่เกินห้าเมตร แต่นกหนุ่มตัวนี้ดูไม่สนใจสิ่งรอบข้างเสียเลย เอาแต่ร้องเสียงดังเร้าใจเพื่อเชิญชวนตัวเมียให้มาจับคู่ พวกเราจึงมีโอกาสเฝ้าดูสีสันและพฤติกรรมของนกตัวนี้นานหลายนาที ก่อนที่นกจะกระโดดเคลื่อนที่หายลึกเข้าไปในป่า พร้อมกับเสียงร้องค่อยๆ เฟดแผ่วลงตามระยะทางห่างออกไปเรื่อยๆ กระทั่งเงียบหายในที่สุด…..

ถึงตอนนี้ ผมคิดว่า นกตัวนั้นและคู่ของมันคงกำลังสาละวนอยู่กับการเลี้ยงลูกอยู่กลางป่าแก่งกระจาน พร้อมกับนึกถึงวันที่จะพาครอบครัวกลับคืนสู่บ้านทางใต้อีกครั้ง............

wayfaring stranger




 

Create Date : 05 กรกฎาคม 2550    
Last Update : 5 กรกฎาคม 2550 10:40:27 น.
Counter : 419 Pageviews.  

ของขวัญจากแดนใต้ (1)

25 เมษายน 2550
พุทธมณฑล จ. นครปฐม

บ่ายคล้อยวันนี้มีรถยนต์จอดริมทางใต้ร่มไผ่ในเขตเวฬุวันเพียงไม่กี่คัน เดาไม่ยากต้องเป็นรถของเพื่อนนักดูนกหรือไม่ก็บรรดาช่างภาพ พอลงจากรถ ผมสังเกตเห็นพวกเขาต่างเลือกมุมเหมาะซ่อนตัวตามกอไผ่ เพื่อดักรอให้เป้าหมายออกมาให้ชมและบันทึกภาพ เมื่อมองข้ามคูน้ำไปฝั่งตรงข้าม ก็พบช่างภาพอีกหลายคนพร้อมกล้องติดเลนส์ยาวเฝ้ารอถ่ายภาพนกอีกจุดหนึ่ง

ทันทีที่แสงแฟลซจากกล้องถ่ายภาพสว่างวาบขึ้นมา มันเหมือนสัญญาณบอกให้ทราบว่า สิ่งที่พวกเขารอคอยปรากฏตัวแล้ว ผมรีบยกกล้องสองตาส่องตามไปยังทิศทางที่ช่างภาพเหล่านั้นเล็งกล้องไว้

.

นั่นไง! จากมุมนี้ ผมเห็นนกตัวเล็กๆ สีเขียวสลับดำกระโดดอยู่บนพื้นดินริมน้ำ มีกอไผ่ที่นกใช้กำบังตัวจากช่างภาพทางฟากโน้นเป็นฉากหลัง และเพียงชั่วแว้บเดียว นกก็ตัดสินใจบินข้ามคูน้ำมายังฝั่งที่ผมยืนอยู่ แต่ไม่ทันจะได้มองอย่างชัดเจน นกก็หายวับไปกับไผ่กอใหญ่ที่กระจายทั่วบริเวณนั้น

หลังยืนนิ่งเฝ้ารอให้นกปรากฏตัวอีกครั้ง นกตัวเดิมก็กระโดดออกมาอยู่บนพื้นโล่งที่ปกคลุมด้วยใบไผ่สีน้ำตาล พร้อมกับมีแสงแฟลซและเสียงชัตเตอร์ดังตามมาเกือบทันที แต่นกไม่เปิดโอกาสให้ช่างภาพได้ทำตามใจชอบ มันเคลื่อนที่ต่อไปอย่างปราดเปรียว บางทีก็ขึ้นไปยืนนิ่งบนตอไม้ชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะหายตัวเข้าไปหลังกอไผ่อีกครั้ง

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พบนกแต้วแล้วอกเขียว (Hooded Pitta/Pitta sordida) บริเวณพุทธมณฑล ปีที่แล้วมีนกตัวหนึ่งมาเยือนสวนไผ่แห่งนี้ ส่วนจะเป็นตัวเดียวกันหรือไม่ คงยากหาคำตอบได้ชัดเจน!

แต่ทุกครั้งที่นกแต้วแล้วอกเขียวปรากฏตัวที่พุทธมณฑล มันเรียกร้องความสนใจจากนักดูนกและช่างภาพได้เสมอ…….
------------------------------------------------------------------------

ไม่ใช่เรื่องผิดปกติที่สามารถพบนกป่าแบบนี้ได้ในเมือง เพราะนกแต้วแล้วอกเขียวมีพฤติกรรมย้ายถิ่นจากทางใต้ในช่วงต้นฤดูฝน ขึ้นมาสร้างวางไข่ตามป่าทางตอนบนเป็นประจำทุกปี และระหว่างเดินทางเพื่อแสวงหาพื้นที่เหมาะสม นกย่อมต้องใช้เส้นทางบินผ่านเมืองก่อนจะถึงที่หมาย แล้วก็จำเป็นต้องแวะพักตามพื้นที่สีเขียวที่พอจะหาได้ แม้กระทั่งสวนหย่อมรอบบ้านในบางโอกาส ก่อนจากไปยังจุดหมายในเวลาไม่นาน

ต้นฤดูฝนจึงเป็นโอกาสดีที่จะได้พบนกสีสวยอย่างนกแต้วแล้วอกเขียวเข้ามาเติมความงามให้กับพื้นที่สีเขียวในเมืองใหญ่

ในถิ่นอาศัยทางภาคใต้ นับตั้งแต่ จ. ประจวบคีรีขันธ์เรื่อยลงไป นกแต้วแล้วอกเขียวมีสถานภาพเป็นนกประจำถิ่นในพื้นที่แถบนั้น สามารถพบได้ตลอดปีตามป่าดงดิบในที่ราบขึ้นไปจนถึงระดับความสูง 750 เมตร โดยเฉพาะบริเวณผืนป่าอนุรักษ์ เช่น อุทยานแห่งชาติเขาสก จ. สุราษฎร์ธานี อุทยานแห่งชาติเขาหลวง จ. นครศรีธรรมราช อุทยานแห่งชาติทะเลบัน จ. สตูล รวมทั้งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม จ. กระบี่ สถานที่ที่ผมพบนกแต้วแล้วอกเขียวเป็นครั้งแรกในเดือน มิถุนายน พ.ศ. 2536

ตอนนั้นผมกับทีมงานมีภารกิจต้องลงไปเก็บข้อมูลและบันทึกภาพธรรมชาติในป่าเขานอจู้จี้เพื่อใช้ประกอบสารคดีเรื่อง นกแต้วแล้วท้องดำ โดยมีเจ้าหน้าที่ของโครงการฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าที่ราบต่ำเขานอจู้จี้คอยนำทางและช่วยให้ข้อมูล

ขณะที่พวกเรากำลังเดินไปตามทางในป่าที่ราบต่ำผืนเล็กๆ บริเวณบ้านแผ่นดินเสมอ จู่ๆ ก็มีนกตัวหนึ่งโผมาจากโคนต้นไม้รกขึ้นไปเกาะบนกิ่งไม้เตี้ยๆ สีสันสดเข้มบอกให้ทราบว่านี่คือนกแต้วแล้วอกเขียว

พอเห็นนกบินออกมาเช่นนั้น เจ้าหน้าที่จึงหันมาบอกว่า สงสัยนกคงทำรังอยู่แถวนี้ รอดูกันหน่อยดีกว่า พวกเราสี่คนจึงเข้าไปแอบหลังดงไม้ทิศทางตรงข้ามกับที่นกเกาะ สักพักเมื่อคิดว่าปราศจากสิ่งรบกวนแล้ว นกตัวนั้นจึงบินกลับไปยังตำแหน่งที่โผออกมาอีกครั้ง

เมื่อมองตามไปยังโคนต้นไม้ต้นนั้น หากเป็นเวลาอื่น ผมคงไม่เห็นอะไรพิเศษนอกจากเศษใบไม้และกิ่งไม้ที่กอบทับถมอยู่ แต่เมื่อมีหลักฐานจากนกที่หายเข้าไปในนั้นก็ช่วยให้ตาสว่าง จนสังเกตเห็นใบไม้และกิ่งไม้ที่กองรวมกันรุงรังยังพอจะมีรูปทรงเป็นก้อนกลมๆ และตรงด้านหน้ามีช่องเล็กๆ ให้พอมองเห็นปากนกตัวหนึ่งยื่นโผล่ออกมา

อ๋อ! รังของนกแต้วแล้วอกเขียวเป็นอย่างนี้นี่เอง

กลางฤดูฝนเช่นนี้ตรงกับฤดูผสมพันธุ์ของนกแต้วแล้วอกเขียว ถือเป็นช่วงที่สามารถพบนกได้ค่อนข้างง่ายกว่าเวลาอื่น ปกตินกที่มีพฤติกรรมหากินตามพื้นดินเช่นนี้ ชอบกระโดดคุ้ยเขี่ยจิกหาไส้เดือนและหนอนอยู่ตามพื้นดินชื้นๆ และรกทึบจนมองหาตัวได้ยาก ทั้งยังปราดเปรียวและหลบซ่อนได้ว่องไว จนไม่ค่อยพบหรือมีโอกาสเห็นชัดเจนในช่วงอื่น ต่างจากฤดูผสมพันธุ์ อาศัยเสียงของตัวผู้ที่ร้องดึงดูดตัวเมียช่วยบอกตำแหน่งให้ทราบ ฤดูนี้นกยังชอบเกาะส่งเสียงอยู่ตามพื้นที่โล่งมากกว่าเวลาอื่นด้วย

เมื่อเลือกคู่ได้ถูกใจแล้ว นกจะช่วยกันสร้างรังด้วยการนำกิ่งไม้และใบไม้แห้ง รวมทั้งรากพืชมาสอดสานกันอย่างหลวมๆ เป็นก้อนทรงกลมรีคล้ายลูกรักบี้ มีทางเข้าเป็นช่องเล็กๆ อยู่ด้านหน้า แล้วใช้เส้นใยของพืชรองพื้นรังอีกที เมื่อมองจากภายนอกจึงดูคล้ายกับกองใบไม้และกิ่งไม้แห้งทับถมกันรุงรัง เพื่อเน้นพรางให้กลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมตามกอพืชรกๆ ที่นกใช้เป็นพื้นที่สร้างรัง เช่น กอไผ่ ตอไม้ รากไม้ใหญ่ โคนต้นไม้ ซอกหิน หรือแม้กระทั่งในกอเฟิร์นข้าหลวงเตี้ยๆ

จากนั้นนกตัวเมียจะวางไข่ครั้งละ 3-4 ฟอง ไข่สีขาว มีจุดและกระสีคล้ำหรือน้ำตาลกระจายทั่ว หลังจากวางไข่ฟองสุดท้าย นกตัวผู้และตัวเมียจะผลัดกันกกไข่อยู่ราว 15-16 วันจึงฟักเป็นตัว จากนั้นพ่อแม่นกต้องช่วยกันนำอาหารมาป้อนให้ลูกนก มีไส้เดือนเป็นหลัก จนกระทั่งขนขึ้นเต็มตัว จึงพาออกจากรังไปฝึกบินและสอนให้รู้จักดำรงชีวิตด้วยตนเอง

แต่วันนั้นพวกเราจากไปก่อนที่จะเฝ้าดูให้รู้ว่า นกกำลังกกไข่หรือคอยเลี้ยงดูลูกน้อย
แค่ได้เห็นนกแต้วแล้วอกเขียวเป็นครั้งแรกถือว่าเพียงพอสำหรับผมแล้ว
...........

wayfaring stranger




 

Create Date : 27 มิถุนายน 2550    
Last Update : 27 มิถุนายน 2550 12:05:00 น.
Counter : 408 Pageviews.  


Valentine's Month


 
wayfaring stranger
Location :
สมุทรสาคร Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




I am a poor wayfaring stranger

Travelling through this world alone

There is no sickness, toil or danger

In that fair land to which I go.....
Friends' blogs
[Add wayfaring stranger's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.