อยากให้ทุกคนมีความสุข! เหมือนผม ร้านผมเองครับ ไปดูได้นะ www.waydhanarshop.com
Group Blog
 
All Blogs
 

สิ่งตอบแทนของอริยะ(พระถวายเนตรประจำวันอาทิตย์)


เล่าถึงพระปางต่างๆมาหลายตอน วันนี้จะเล่าถึงพระปางถวายเนตรที่เป็นพระประจำวันเกิดวันอาทิตย์

ถวายเนตรพระประจำวันอาทิตย์
ประวัติพระปางถวายเนตรนี้สั้นนิดเดียวแต่ความหมายลึกซึ้งมาก โบราณท่านแนะให้คนเกิดวันอาทิตย์บูชาพระปางถวายเนตรซึ่งเป็นปางที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงตอนที่พระพุทธเจ้าเพิ่งตรัสรู้ได้ 7 วัน ท่านไปยืนกลางแจ้งทางทิศเหนือของต้นโพธิ์ที่ท่านตรัสรู้และลืมตามองต้นโพธิ์ที่ท่านนั่งบำเพ็ญเพียรจนตรัสรู้โดยไม่กระพริบตาเลยถึง 7วัน
ถวายเนตรนั้นหมายถึงความกตัญญูนั้นเอง เมื่อต้นโพธิ์ให้ที่อาศัยจนท่านตรัสรู้ ท่านก็ใช้ดวงตาที่ถือว่าเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดในร่างกายอย่างหนึ่งมอง ดูตอบแทนคุณของต้นโพธิ์นั้นเอง
ฉันสังเกตว่าคนโบราณจะให้ความนอบน้อมสิ่งที่มีคุณต่างๆรอบตัว สอนให้คนรู้จักรู้คุณค่าและนอบน้อมในสิ่งนั้นไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นสิ่งมีชีวิตหรือไม่มีชีวิตก็ตาม
จริงๆแล้วสิ่งต่างๆรอบตัวต่างมีประโยชน์เกื้อกูลต่อกัน หากเรามีใจละเอียดอ่อนจะรู้ถึงคุณค่าของสิ่งต่างๆ เรียนรู้ที่จะไม่เบียดเบียนและเกื้อกูล
การรู้คุณนี่เองจะเป็นจุดเริ่มต้นของความรู้สึกที่ดีต่อกัน ซึ่งหากคนเรามีความรู้สึกดีๆต่อสิ่งรอบตัวแล้วรู้จักทำดีให้กัน สังคมก็จะมีความสุขโดยเริ่มจากจุดเล็กๆคือตัวเราเอง
คนเกิดวันอาทิตย์มักเป็นคนรักเกียรติ รักศักดิ์ศรี ทะนงตนว่ามีดี จึงเป็นต้นเหตุให้เกิดมานะถือดีง่ายๆ คนโบราณจึงให้บูชาพระปางถวายเนตรอยู่เสมอเป็นอุบายให้ระลึกถึงความนอบน้อมถ่อมตนและกตัญญูรู้คุณ ทำให้จิตใจอ่อนโยนและนอบน้อมซึ่งความจริงความนอบน้อมนั้นเองเป็นการกระทำที่ชักพาไปสู่ความยิ่งใหญ่สูงศักดิ์ยิ่งขึ้นโดยแท้จริง

“มหามนต์แห่งความยิ่งใหญ่”ของคนเกิดวันอาทิตย์
ตำราโบราณแนะคนเกิดวันอาทิตย์ให้สวดโมรปริตรทุกวัน วันละ ๖จบ โมรปริตที่ว่านี่ถือว่าเป็นมหามนต์ที่ยิ่งใหญ่มีความขลังความศักดิ์สิทธิ์มาก มนต์บทนี้ก็พูดถึงนกยูงตัวหนึ่งมีขนสีทองสวยงาม อาศัยอยู่ตัวเดียวกลางป่าลึก ทุกวันในเวลาเช้านกยูงจะบินขึ้นบนเงื้อมเขาจ้องมองพระอาทิตย์ด้วยดวงตาอ่อนโยนแล้วกล่าวคาถามหามนต์อันยิ่งใหญ่แปลความว่า
“พระอาทิตย์เป็นดวงตาของโลก
เป็นราชาผู้เดียวผู้มีผิวดั่งทอง
ส่องโลกนี้ให้สว่างเจิดจ้า
ข้า(นกยูง)ขอนอบน้อมแด่พระอาทิตย์ผู้นั้น

ขอข้าผู้ได้รับความคุ้มครองจากท่าน
จงอยู่เป็นสุขตลอดวัน
ข้าขอนอบน้อม
ต่อผู้เชี่ยวชาญธรรมทั้งหลาย
ขอท่านจงคุ้มครองข้า

ข้าขอนอบน้อมต่อพระพุทธเจ้าผู้ตรัสรู้ชอบเอง
ขอนอบน้อมต่อหนทางแห่งการตรัสรู้นั้น
ขอนอบนอบต่อผู้หลุดพ้นทั้งหลาย
ขอนอบน้อมต่อทางแห้งการหลุดพ้นนั้น”

พอกล่าวจบนกยูงก็บินออกหาอาหาร ซึ่งโดยปกตินกยูงที่มีรูปลักษณะโดดเด่นแบบนี้พวกย่อมเป็นที่ต้องการ นายพรานทั้งหลายที่รู้ว่ามีนกยูงทองอาศัยอยู่ในป่าก็มาซุ่มจับดักจัก คนแล้วคนเล่าก็ไม่มีคนเคยจับได้ ทุกครั้งพอนกยูงติดบ่วง บ่วงที่รัดแน่นก็กลับหลุดออกด้วยอานุภาพของมหามนต์เป็นแบบนี้ยาวนานถึง ๗๐๐ ปี
เมื่อสวดมนต์ด้วยความนอบน้อมอย่างมีสติถูกต้องแล้วท่านจะพบกับความเปลี่ยนแปลงที่ละน้อย โดยเกิดขึ้นจากภายในก่อนแล้วค่อยๆออกมาสู่ภายนอกจนรับรู้ได้ถึงความสุขที่ชัดเจน
การไหว้พระบูชาพระประจำวันตามที่โบราณแนะนำเราต้องไม่เชื่ออย่างงมงาย โดยเราน่าจะศึกษาให้เข้าใจชัดเจนก่อนทำตาม คนโบราณก็ช่างสังเกตนะเห็นนิสัยที่แตกต่างระหว่างคนที่เกิดในวันต่างๆได้ชัดเจนอย่างน่าประหลาด และยังแนะนำแนวทางปฏิบัติให้เหมาะสมกับคนในวันนั้นๆ หากปฏิบัติตามอย่างมีสติแยบคายแล้วก็จะทำให้มีความสุขเพิ่มขึ้นที่ละน้อย จนถึงความพ้นทุกข์สิ้นเชิงได้ในที่สุด


----------------------หมายเหตุ------------------------
โมระปริตร ว่าด้วยคาถาของนกยูงทอง
๑. อุเทตะยัญจักขุมา เอกราชา
หะริสสะวัณโณ ปะฐะวิปปะภาโส
ตัง ตัง นะมัสสามิ หะริสสะวัณณัง ปะฐะวิปปะภาสัง
ตะยัชชะ คุตตา วิหะเรมุ ทิวะสัง
๒. เย พรัห์มะณา เวทะคุ สัพพะธัมเม
เต เม นะโม เต จะ มัง ปาละยันตุ
นะมัตถุ พุทธานัง มะมัตถุ โพธิยา
นะโม วิมุตตานัง นะโม วิมุตติยา
อิมัง โส ปะริตตัง กัตวา โมโร จะระติ เอสะนา
๓ . อะเปตะยัญจักขุมา เอกราชา
หะริสสะวัณโณ ปะฐะวิปปะภาโส
ตัง ตัง นะมัสสามิ หะริสสะวัณณัง ปะฐะวิปปะภาสัง
ตะยัชชะ คุตตา วิหะเรมุ รัตติง
๔ . เย พรัห์มะณา เวทะคุ สัพพะธัมเม
เต เม นะโม เต จะ มัง ปาละยันตุ
นะมัตถุ พุทธานัง มะมัตถุ โพธิยา
นะโม วิมุตตานัง นะโม วิมุตติยา
อิมัง โส ปะริตตัง กัตวา โมโร วาสะมะกัปปะยีติ ฯ


คำแปล โมระปริตร ว่าด้วยคาถาของนกยูงทอง
๑. พระอาทิตย์ เป็นดวงตาของโลก ป็นเอกราชา มีสีดั่งสีทอง
ยังพื้นปฐพีให้สว่างอุทัยขึ้นมา เพราะเหตุนั้น
ข้าขอนอบน้อมพระอาทิตย์นั้นซึ่งมีสีดั่งสีทอง ยังพื้นปฐพีให้สว่าง
ข้าพเจ้าทั้งหลายอันท่านปกครองแล้วในวันนี้
พึงอยู่เป็นสุขตลอดวัน
๒. พราหมณ์ทั้งหลายเหล่าใด ผู้ถึงเวทในธรรมทั้งปวง
พราหมณ์ทั้งหลายเหล่านั้น จงรับความนอบน้อมของข้าฯ
อนึ่ง พราหมณ์ทั้งหลายเหล่านั้น จงรักษาข้าพเจ้า
ความนอบน้อมของข้าพเจ้า จงมีแด่พระพุทธเจ้าทั้งหลาย จงมีแด่พระโพธิญาณ
ความนอบน้อมของข้าพเจ้า จงมีแด่ผู้พ้นแล้วทั้งหลาย
ความนอบน้อมของข้าพเจ้า จงมีแด่วิมุตติธรรม
นกยูงนั้นได้กระทำพระปริตรบทนี้แล้ว จึงเที่ยวไปเพื่อแสวงหาอาหาร
๓ . พระอาทิตย์ เป็นดวงตาของโลก ป็นเอกราชา มีสีดั่งสีทอง
ยังพื้นปฐพีให้สว่าง ย่อมอัสดงคตไป เพราะเหตุนั้น
ข้าขอนอบน้อมพระอาทิตย์นั้นซึ่งมีสีดั่งสีทอง ยังพื้นปฐพีให้สว่าง
ข้าพเจ้าทั้งหลายอันท่านปกครองแล้วในวันนี้
พึงอยู่เป็นสุขตลอดคืน
๔ . พราหมณ์ทั้งหลายเหล่าใด ผู้ถึงเวทในธรรมทั้งปวง
พราหมณ์ทั้งหลายเหล่านั้น จงรับความนอบน้อมของข้าพเจ้า
อนึ่ง พราหมณ์ทั้งหลายเหล่านั้น จงรักษาข้าพเจ้า
ความนอบน้อมของข้าพเจ้า จงมีแด่พระพุทธเจ้าทั้งหลาย จงมีแด่พระโพธิญาณ
ความนอบน้อมของข้าพเจ้า จงมีแด่ผู้พ้นแล้วทั้งหลาย
ความนอบน้อมของข้าพเจ้า จงมีแด่วิมุตติธรรม
นกยูงนั้นได้กระทำพระปริตรบทนี้แล้ว จึงสำเร็จความอยู่แลฯ




 

Create Date : 21 มกราคม 2552    
Last Update : 21 มกราคม 2552 22:54:52 น.
Counter : 407 Pageviews.  

พระพุทธเจ้าห้ามสมุทร โมเสสแหวกแม่น้ำ (พระประจำวันจันทร์)



วันก่อนเล่าถึงพระประจำวันจัทร์ ปางห้ามญาติไปแล้ว วันนี้จะเล่าจะเล่าเรื่องพระปางห้ามสมุทรที่โบราณถือเป็นพระประจำวันจันทร์เหมือนกัน

สรุปความว่าโบราณกำหนดพระประจำวันจันทร์ไว้สองปาง ปางห้ามญาติ หรือ ห้ามสมุทรก็ไม่ผิดทั้งนั้น พระห้ามสมุทรนี้สร้างเป็นอนุสรณ์ถึงครั้งที่พระพุทธเจ้า ตอนตรัสรู้ได้ไม่นาน เสด็จไปโปรดชฎิล3 พี่น้อง(อ่านว่า ชะ-ดิน)

สมัยพุทธกาลนั้นถือเป็นยุครุ่งเรืองทางปัญญา ที่คนบำเพ็ญตนบำเพ็ญเพียรทางจิตกันเพื่อแสวงหาทางพ้นทุกข์ที่แท้จริง แต่ละพวกที่เชื่อในแนวทางต่างๆกันก็พากันลองผิดลองถูกอุทิศชีวิตหาทางพ้นทุกข์ด้วยวิธีต่างๆ

ชฎิลก็เป็นนักบวชแบบหนึ่งในสมัยก่อนมัดผมสูงถือพรตบวชบูชาไฟ เพราะเชื่อว่าไฟจะช่วยเผากิเลสที่เป็นต้นเหตุของทุกข์ในใจให้หมดไป แล้วบรรลุธรรมได้

พระพุทธองค์พอบรรลุธรรมก็โปรดคนอื่นให้รู้ตาม วันหนึ่งตั้งใจจะเสด็จไปเทศน์โปรดพวกชฎิลให้ละความเชื่อผิดๆแบบเดิม หันมาเดินสายกลางพ้นทุกข์จริงๆสักที

พอตั้งใจตามนั้นก็เสด็จไปหาพวกชฎิลคนพี่ก่อนตามลำพัง บอกว่าท่านเป็นนักบวชเหมือนกับพวกชฎิล วันนี้เดินทางมาไกลถึงที่นี้ก็เย็นมากแล้วอยากจะขอพักด้วยสักคืนหนึ่ง ทีแรกพวกชฎิลก็ไม่เต็มใจให้อยู่ อ้างว่าไม่มีที่พักบ้าง ไม่สะดวกต่างๆบ้าง

พอพูดจบพระพุทธเจ้าท่านก็พูดถึงโรงปะรำท่พวกชฎิลใช้บูชาไฟ ซึ่งว่างอยู่ไม่มีคนอาศัย หากว่าท่านจะขอพักที่ในโรงปะรำนั้นสักคืนจะได้หรือไม่ พวกชฎิลฟังแล้วก็เตือนว่าในโรงปะรำนั้นถึงไม่มีคนอยู่แต่มีนาคร้ายมีพิษอาศัยอยู่ ถ้าท่านอยากไปอยู่ก็เชิญแต่ถ้าถูกนาคกัดตายไม่รับรู้นะ ทางที่ดีอย่าไปเสี่ยงดีกว่า

พระพุทธเจ้าฟังจบก็ยืนยันว่าจะพักอยู่ดีถ้าชฎิลอนุญาต ชฎิลก็เลยให้พักเลยตามเลย

พอตกดึกท่านก็ไปพักในปะรำบูชาไฟ ฝ่ายนาคร้ายพอมีคนแปลกหน้าเข้ามาพักที่ของตัวก็รู้สึกไม่พอใจ เลยพ่นพิษใส่หวังจะฆ่าพระพุทธเจ้าให้ตาย แต่พิษร้ายทำอะไรพระพุทธเจ้าไม่ได้ นาคอารมณ์เสียขึ้นไปอีกเลยพ่นไฟใหญ่กะจะเผาพระพุทธเจ้าให้ตายทั้งเป็น

พระพุทธเจ้าท่านเป็นพระอรหันต์มีวิชชาที่เกิดจากสมาธิขั้นสูงสามารถควบคุมธาตุทั้งสี่ได้ตามใจต้องการ จึงบันดาลให้ไฟใหญ่พัดมากลบไฟของนาคจดหมด เป็นอันว่าโรงปะรำของพวกชฎิลก็เลยไหม้หมด

พวกลูกศิษย์ของชฎิลเห็นไฟไหม้สว่างไปหมดก็ออกมาสังเกตการณ์ พากันพูดคุยเสียดายนักบวชหน้าใหม่ที่อุสาห์มาพักด้วยไม่ทันไรก็โดนไฟครอกตายซะแล้ว

จนตอนเช้าก็พากันมาดูซากนักบวชใหม่กัน พอมาถึงก็ตกประหลาดใจเพราะกลับเห็นพระพุทธเจ้ายังสบายดีอยู่และจับนาคร้ายตัวใหญ่ให้มาขดนิ่งอยู่ในบาตรใบน้อยของท่าน ทุกคนก็ตกใจซ้ำสองรีบไปรายงานอาจารย์ให้มาดู

ชฎิลดูเหตุการณ์ด้วยความตกใจ และก็ชื่นชมในใจว่าพระพุทธเจ้านี้เก่งนะสามารถปราบนาคร้ายได้ แต่ถึงยังไงก็ไม่ได้เป็นพระอรหันต์เหมือนตน(ชฎิลคิดว่าตนเองบรรลุแล้ว) ด้วยความชื่นชอบความเก่งของพระพุทธเจ้าชฎิลเลยชวนพระพุทธเจ้าอยู่ต่อและอาสาจะจัดการจัดหาอาการการกินมาเลี้ยงเอง

คืนต่อๆมาก็มีเทวดาชั้นผู้ใหญ่มาเข้าเฝ้าฟังธรรมของพระพุทธเจ้าทุกคืน พอพวกเทวดามาทีไรก็เกิดแสงสว่างไปทั่วจนพวกชฎิลอดสงสัยไม่ได้และถามความเป็นไปทุกๆเช้า คำตอบที่ได้ก็ยิ่งทำให้ชฎิลตกใจและชื่นชมพระพุทธเจ้าขึ้นเรื่อยๆเช่น คืนที่ผ่านมา มีหัวหน้าสวรรค์มาเข้าถามปัญหาจากท่าน บางคืนก็หัวหน้าพระพรหมผู้เป็นใหญ่ ถึงชฎิลจะชื่นชมพระพุทธเจ้าแค่ไหนก็ยังยึดในความคิดเดิมของตนว่าตัวบรรลุอรหันต์แล้ว และทำนิ่งๆไม่แสดงอาการทุกวัน

จนเผ่านไป 2 เดือนทุกๆวันก็ยิ่งเห็นความอัศจรรย์ของพระพุทธเจ้ามากขึ้นๆ แต่ก็ยังทำนิ่งเฉยอยู่ จนวันหนึ่งพระพุทธเจ้าเลยพูดกับชฎิลตรงๆเลยว่า “ชฎิลท่านน่ะยังไม่บรรลุอะไรสักอย่างเดียว และไอ้ที่ท่านพยายามบำเพ็ญอยู่ทุกๆวันนี่น่ะก็ไม่ใช่แนวทางที่จะสามารถบรรลุอะไรๆได้เลย เลิกโกหกตัวเองสักที แล้วท่านจะสามารถบรรลุธรรมได้ในเวลาไม่นาน”

พอโดนพูดตรงๆตอกหน้าแบบนี้ชฎิลก็เกิดละอายใจ ก้มกราบแทบเท้าพระพุทธเจ้า ขอบวชและชวนให้ลูกศิษย์ของตนบวชตาม พอน้องๆของชฎิลได้ข่าวว่าพี่บวชก็เลยขอบวชตามพอฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าก็เข้าใจและสามารถบรรลุตัดกิเลสได้หมดทุกคน คราวนี้มีผู้สำเร็จตามพระพุทธเจ้าถึง 1,000 คนเลยทีเดียว

อ้อลืมไปว่าในช่วงสองเดือนที่พระพุทธเจ้าแสดงปาฏิหารย์ต่างๆ มีครั้งหนึ่งที่เกิดฝนตกหนักน้ำก็พัดมาท่วมโรงปะรำของพวกชฏิลน้ำขึ้นสูงมาก พวกชฎิลเห็นน้ำขึ้นสูงขนาดนี้เลยเป็นห่วงพระพุทธเจ้าชวนกันพายเรือออกมาดูแต่ปรากฏว่า น้ำที่พัดมาถูกแหวกกลางเหมือนเอาแก้วครอบไว้แล้วน้ำพัดเข้าไปหาพระพุทธเจ้าไม่ได้ เหตูการณ์นี้เลยเป็นที่มาของพระปางห้ามสมุทรนั้นเอง

ไอ้การแสดงปาฏิหารย์ห้ามน้ำห้ามสมุทร เป็นความสามารถของผู้เข้าถึงสมาธิขั้นสูงอย่างหนึ่งที่เรียกว่า อภิญญา ซึ่งมนุษย์คนไหนๆถ้าฝึกฝนอย่างถูกวิธีก็สามารถทำให้เกิดขึ้นได้เหมือนกัน

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ฉันชอบมากตอนหนึ่งในพระสูตรที่แสดงให้เห็นว่าความเห็น(ทิฏฐิ)และความถือตัว(มานะ) เป็นอุปสรรคสำคัญของผู้ปฏิบัติ พวกที่ถือตัวมากๆหรือยึดกับความเชื่อเดิมๆอะไรอย่างหนึ่งอย่างไม่มีปัญญาก็อาจติดแหงกอยู่แถวตลิ่งจนไม่อาจเดินสายกลางพ้นทุกข์ได้

สรุปความพระประจำวันจันทร์ ไม่ว่าจะห้ามสมุทร หรือ ห้ามญาติ ก็ชวนให้ห้ามทุกข์ ห้ามกิเลสได้เหมือนกัน




 

Create Date : 17 มิถุนายน 2551    
Last Update : 17 มิถุนายน 2551 13:17:53 น.
Counter : 458 Pageviews.  

หลงรักคนเกิดวันอังคาร (พระปางโปรดอสุรินทร์ราหู)




ฉันหลงรักเด็กคนหนึ่ง หน้าตาน่าเอ็นดู เขาเป็นคนอารมณ์ร้อน ใจเร็ว เอาแต่ใจ(ฟังๆดูไม่ดีนะ แต่พอชอบไปแล้วทำอะไรก็น่าเอ็นดูไปหมด)
ทั้งๆที่รู้ว่าเขาไม่เล่นด้วย แต่ก็รักๆไปเรื่อยๆไม่เป็นไร
ความรักแต่ละคนไม่เหมือนกันบางคนรักแล้วก็ต้องเป็นเจ้าของ รักแล้วก็ต้องได้ แต่ฉันรักก็คือรัก ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เรารู้สึกดีๆด้วยปรารถนาดี เราไม่ร้อนรน คนที่เรารักก็ไม่เดือดร้อน
วันหนึ่งในคลาสเรียนวาดรูปวันอาทิตย์ นั่งวาดรูปไปก็คุยๆกันไป น้องเขาอยู่ด้วยวันนั้น คุยไปคุยมาก็รู้ว่าน้องเขาเกิดวันอังคารที่ช่างตรงกับบุคคลิคน้องเขาซะเหลือเกิน
แอบดีใจหน่อยนึงว่าคนวันอังคารนี่ถ้ารักใครแล้วมักรักจริงจริงจัง(คิดยังกับว่าเป็นคนรักกันไปแล้ว -_-‘)
คนวันอังคารโบราณเขากับหนดให้มีพระนอนป็นพระประจำวันเกิด ซึ่งพระนอนที่ว่านี่มีอยู่หลายลักษณะหลายแบบ ถ้าไม่สังเกตดีๆจะคิดว่าเหมือนๆกัน
พระนอนที่เป็นพระประจำวันเกิดคนวังอังคารเป็นปางโปรดอสุรินทร์ราหู

อสุรินทร์ราหูเป็นอสูรชื่อดังที่มีวีรกรรมต้นเหตุของตำนานราหูอมจันทร์, ราหูอมพระอาทิตย์นั้นเอง

อสุรินทร์ราหูหรือพระราหูที่รู้จักกันดีเป็นอสูรชั้นกษัตริย์ที่มีอิทธิฤทธิ์มาก พวกอสูรจะยอมรับคนที่มีฤทธิ์มากให้เป็นหัวหน้า ซึ่งพระราหูก็มีฤทธิ์มากกว่าอสูรตนอื่นๆแล้วยังตัวใหญ่กว่าใครๆในเมืองบาดาลอีกด้วย ไปไหนมาไหนที ก็มีแต่ผู้ก้มหัวให้ พระราหูเลยยืดเป็นปกติ มั่นใจว่าตนเองมีอำนาจเหนือกว่าใครๆ

ครั้งหนึ่งพระราหูมีเรื่องกับเทวดาพวกที่มีวิมานอาศัยอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์และพระจันทร์ (ในพระสูตร เรียกว่าจันทิมเทพบุตรและพวกสุริยเทพ ซึ่งใช้เรียกเทวดาที่มีวิมานลอยอยู่ในอากาศลบริเวณดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ เหมือนเราเรียกชาวอเมริกา ว่า พวกอเมริกันทำนองเดียวกัน)
พอทะเลาะกันได้ที่ พระราหูเลยเนรมิตร่างกายให้ใหญ่ อมวิมานของเทวดา(พระอาทิตย์และพระจันทร์)ไว้ พวกเทวดาพวกนี้เป็นเทวดาชาวพุทธพอมีเรื่องเดือดร้อนก็คิดถึงพระพุทธเจ้าเป็นที่พึง และเป็นเพราะอานุภาพของพระพุทธเจ้านี่เองทำให้พระราหูทนไม่ไหวเลยเลิกอม ปล่อยพวกเทวดาแล้วกลับไปเมืองบาดาล

หลังจากพ่ายแพ้บารมีของพระพุทธเจ้ามาแล้วและยังได้ยินเพื่อนเทวดากับอสูรตนอื่นๆกล่าวขวัญถึงพระพุทธเจ้าอีก พระราหูเลยอยากไปพบไปฟังธรรมแบบคนอื่นๆบ้าง
แต่ความทะนงของพระราหู เลยทำให้ลังเลอยู่นานว่าจะไปพบพระพุทธเจ้าดีไหม (กลัวว่าพอไปพบแล้วตัวเองตัวเบ้อเร่มต้องก้มหัวให้มนุษย์ตัวเล็กๆ อายเขา)
หลังจากต่อสู้กับจิตใจของตัวเองพักใหญ่ ก็ตัดสินใจไปพบพระพุทธเจ้า ถึงจะตัวเล็กแต่ดังขนาดนี้ขอไปเจอสักหนเถอะ

พระพุทธเจ้าท่านก็มีจิตรู้ล่วงหน้าว่าพระราหูอยากมาพบท่าน และจริงๆแล้วพระราหูเป็นผู้มีบารมีมากต่อไปจะสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคตอีกด้วย แค่เพียงตอนนี้มีความถือตัวเห็นผิดไป พระพุทธจึงเรียกพระอานนนท์เข้ามาบอกให้ไปเตรียมปูที่นอนที่ลานกว้างหน้ากุฏิเดี๋ยวจะมีแขกมาหา

พอพระอานนนท์ปูที่นอนเสร็จม่านก็ไปนอนรอพระราหู ไม่ใช่นอนเปล่าๆท่านเนรมิตร่างให้ใหญ่มากเกินกว่าพระราหูหลายเท่า

พระราหูเดินทางมาถึงนึกภาพว่าพระพุทธเจ้าคงตัวเล็กๆ แต่ผิดคาดพระพุทธเจ้าที่นอนรอพระราหูอยู่ตัวใหญ่มาก แค่เท้าก็สูงกว่าพระราหูแล้ว

พระราหูลนลานตะลึงนิ่ง ตกใจในความงดงามและยิ่งใหญ่ของพระพุทธเจ้า ท่านเห็นพระราหูตกใจอยู่ อยากแสดงให้รู้ว่าจริงๆแล้วในดลกนี้ยังมีคนตัวใหญ่ๆอีกมากมาย เลยพาพระราหูหายจากโลกนี้ไปปรากฏที่พรหมโลก

พอถึงพรหมโลกพระพรหมตัวซึ่งตัวใหญ่ๆทั้งนั้นก็เข้ามาไหว้ เคารพพระพุทธเจ้าสนทนาธรรม ถามคำถามอะไรๆมากมาย แล้วก็ถามถึงพระราหูว่าเป็นตัวอะไรทำไมเล็กจัง จนพระราหูเสียself หน้าชา ละอายในความเห็นผิดของตัวเองไปเลย

พระพุทธเจ้าเห็นพระราหูลดความถือตัวลง มีจิตใจเหมาะที่จะฟังธรรมก็แสดงธรรม จนพระราหูกลายเป็นอสูรชาวพุทธ มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งไปซะ

คนโบราณช่างเจ้าความคิดเอาเรื่องราวเตือนใจเชื่อมโยงกับพระพุทธรูป แล้วกำหนดเป็นพระประจำวัน ให้คนวันนั้นๆมีสติเห็นข้อบกพร่องของตน

คนวันอังคารที่ช่างใจร้อน มุทะลุ ก็อาจกลายเป็นคนมีสติคล่องแคล่ว สามารถห้ามใจไม่ให้ความโกรธนำทาง มีความสุขได้ ไม่เป็นตามดวง

ผมว่าวันเกิดน้องเค้าปีนี้จะวาดรูปพระปางโปรดอสุรินทร์ราหูให้น้องเค้าเป็นของขวัญวันเกิด เผื่อผลบุญจะหนุนนำให้ชีวิตครอบครัวของเรามีความสุข ฮ่าๆๆ ^_^




 

Create Date : 19 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 19 พฤษภาคม 2551 21:06:48 น.
Counter : 459 Pageviews.  

แผ่นดินนี้คือพยาน (ปางมารวิชัย)


ชนะมาร



“สิทธิ การิยะ ตถาคโต พระสรรเพชร เผด็จมารมอดฉันใด ขอภัยแผ้วจงคลาดแคล้วเคลื่อนแลลับ อย่าประสบกับทุกท่านเทอญแลนา”


ฉันฟังพราหมณ์ผู้ประกอบพิธีอ่านโองการบวงสรวงเทพยดาเจ้า พอถึงวรรคนี้ทีไร ก็คิดถึงวัฒนธรรมของพราหมณ์กับพุทธที่อยู่รวมกันมานาน         


ชาวพุทธที่แท้ก็นับถือเทพยเจ้าในฐานะผู้ใหญ่ ผู้เคยทำความดีในโลกนี้มาก่อนจนพัฒนาตนเองจนได้ไปเกิดในภพภูมิชั้นสูงมีความสุขสบาย และมีอำนาจตามบุญบารมีที่เคยสะสมมา


เหมือนผู้ใหญ่ที่เด็กให้ความเคารพนับถือ และผู้ใหญ่ผู้เมตตาก็พร้อมอุ้มชูเด็กผู้นอบน้อมและสุจริตแข็งขันอย่างเอ็นดู


เหตุการณ์ครั้งพระสิทธัตถะชนะมารผจญ จนตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า เป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำ และเป็นแรงบัลดาลใจให้ศิลปินสร้างสรรค์พระพุทธรูป ปางมารวิชัย  หรือที่แปลว่าชนะมารนี้ขึ้น


ตอนเด็กๆฟังผู้ใหญ่เล่าให้ฟังว่า ตอนพระสิทธัตถะกำลังจะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า มารมันไม่อยากให้ท่านบรรลุเพราะจะหลุดพ้นจากอำนาจของมัน มารมันรู้ว่าพระพุทธเจ้ามีบารมีมาก ถ้ามาขัดขวางคนเดียวก็ต้องชนะไม่ได้แน่ๆ มารเลยเกณฑ์พวกลูกน้องมากมาด้วยมากมาย


มารตัวหัวหน้ามันนั่งช้างตัวใหญ่มาขู่ให้พระสิทธัตถะกลัว ชื่อคลีเมขละ ช้างตัวนี้ในตำราเขียนไว้ว่าตัวใหญ่มากๆ สองเท้าหน้าเหยียบหน้าบัลลังก์ที่พระพุทธเจ้านั่งอยู่ เท้าหลังเหยียบขอบจักรวาล(ตอนเด็กๆพอฟังก็จินตนาการไปว่าช้ามันคงตัวยาวมากๆ เหมือนหมาไส้กรอก)


ผู้ใหญ่เล่าต่อไปอีกว่าพระสิทธัตถะโดนมารที่พาพวกมาเป็นล้านๆขู่ให้ลุกจากบัลลังก์ที่ประทับ


มันบอกว่าที่นี้เป็นที่ของมัน ให้พระสิทธัตถะคืนที่ของมันคืนให้มัน แล้วก็ใช้ความที่พวกมากช่วยกันเฮ ส่งเสียงร้องลั่น ประมาณว่ามันน่ะมีพวกมากนะ แล้วใครๆก็บอกทั้งนั้นด้วยว่าที่ตรงนี้เป็นของมันก็ต้องเป็นที่ของมัน พยานก็มีอยู่เต็มไปหมด ท่านอย่ามาทำหน้าด้านนั่งนิ่งๆ ลุกออกไปได้แล้ว


หลังจากนั่งนิ่งๆไม่โต้ตอบอยู่นานพระสิทธัตถะก็พูดตอบมารที่กำลังได้ใจว่า ที่ตรงนี้น่ะเป้นที่ที่เกิดขึ้นเพราะบารมีที่ท่านสะสมมายาวนาน และท่านก็มีพยานนะไม่ได้พูดขึ้นมาลอยๆ พอพูดเสร็จก็ชี้นิ้วลงที่แผ่นดิน แล้วพูดว่า ก็แผ่นดินนี้แหละเป็นพยานของท่าน


เท่านั้นแหละ พระนางธรณีเทพผู้รักษาแผ่นดินก็ปรากฏตัวขึ้น(ประมาณว่ารอมานานแล้ว พอพระสิตธัตถะพูดถึงปุ๊ปก็ปรากฏตัวปั๊ป) และไม่ใช่ว่ามาเป็นพยานเฉยๆนะ เป็นการคอนเฟริมว่าที่พระสิตธัตถะพูดน่ะเป็นความจริง นางนำหลักฐานมาด้วย นางจัดการบีบมวยผมให้น้ำที่พระพุทธเจ้าเมื่อตอนบำเพ็ญบารมีในชาติก่อนๆ แล้วกรวดน้ำเทลงบนพื้นดินให้ไหลออกมา น้ำมีมากจนท่วมพัดพาพวกมารหายไปจนหมด


ภาพกระแสน้ำใหญ่ผุดขึ้นในหัว ฉันคิดในใจว่าน้ำต้องพัดแรงและเยอะมากแน่ๆ ช้างคลีเมขละตัวยาวจอมโหด ก็จมน้ำตายแล้วโดนพัดไปกับกระแสน้ำนี้ด้วย


พอหมดมารกวนใจพระสิตธัตถะก็เข้าสมาธิ พิจารณาธรรมด้วยพระปัญญาญาณอันผ่องใสตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าผู้เผยแผ่คำสอนให้พวกเราเดินตามสู่ความสุขสงบพ้นทุกข์ภัยเหมือนพระองค์


พระพุทธรูปปางมารวิชัยนิยมสร้างเป็นพระประธานในอุโบสถ เหมือนเป็นอนุสรณ์ให้คนรุ่นหลังระลึกถึงและมีกำลังใจ สู้มาร รู้เท่าทันมาร พ้นบ่วงมาร และชนะมารในที่สุด






Free TextEditor




 

Create Date : 10 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 19 พฤษภาคม 2551 21:07:46 น.
Counter : 169 Pageviews.  


waydhanar
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




ผมเป็นคนชอบกิน
ต้อง กินของอร่อยๆ
เลยเปิดร้านขนมอร่อย ที่มีแต่ของอร่อย
กินแล้วมีความสุข

ผมเป็นคนสนใจธรรมะ
เคารพธรรม
มีธรรมแล้วมีความสุข
เลยเขียนธรรมะให้อ่านง่ายๆ
ให้มีความสุขง่ายๆเหมือนผม
Friends' blogs
[Add waydhanar's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.