ท่องเที่ยวสุขใจ ไปไกลทั่วโลก
Group Blog
 
All Blogs
 
ตอนที่ 3 - งานใหม่ในบริษัทหลักทรัพย์กับเม่าตัวน้อย

สิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อน - ความไม่เห็นด้วยของพ่อกับการย้ายงาน

หลังจากเซ็งกับงานที่เก่า เราตัดสินใจมาสมัครงานใหม่ที่บริษัทหลักทรัพย์ ซึ่งก็เป็นธุรกิจที่เราเคยฝึกงานมาตอนสมัยยังเรียนไม่จบ แต่ความแตกต่างของมันคือ ครั้งนี้เราสมัครมาเป็นเจ้าหน้าที่การตลาด หรือที่เรียกกันว่า มาร์เก็ตติ้ง ไม่ได้อยู่ฝ่ายวิเคราะห์เหมือนตอนฝึกงาน

การตัดสินใจของเราครั้งนี้ ไม่ได้มีการปรึกษากับพ่อแม่แต่อย่างไร เราแค่ "แจ้งเพื่อทราบ" และพ่อแม่ก็ไม่ได้ทัดทาน ที่ไม่ทัดทาน คงเพราะต่อให้ทัดทาน เราก็ไม่ฟังอยู่ดี

เราเพิ่งมารู้หลังจากที่เราเป็นหนี้เป็นสินมากมายมหาศาลจนไม่คิดว่าชาตินี้จะใช้หมด จากปากของพ่อว่า "ป๊าไม่เห็นด้วยตั้งแต่แรกแล้วที่ลื้อจะมาทำงานนี้" เหตุผลหลักของพ่อเลยคือ พ่อมองลูกตัวเองออกว่า ลูกคนนี้เป็นคนกล้าได้กล้าเสีย กล้าเสี่ยง จนถึงขั้นว่าเสี่ยงมากเกินไป พ่อบอกว่า สังเกตจากการที่เราเป็นคนชอบเล่นไพ่ เล่นการพนัน และพ่อก็ได้เห็นนิสัยการเล่นไพ่ของเรา จากตอนที่เราพาพ่อไปเที่ยวคาสิโนที่ Melbourne ตอนเรียนอยู่ที่ออสเตรเลีย

หลังจากเรารู้อย่างนี้จากปากของพ่อแล้ว เราบอกเลยว่า "เราเสียใจ" เราเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ทำอะไรโดยที่ไม่ปรึกษาพ่อแม่ก่อน เสียใจที่ทำให้ปัญหาต่างๆมันเกิดขึ้น จน ณ เวลานั้น เราไม่รู้หรอกว่าจะหาทางออกยังไงที่จะหาเงินมาคืนหนี้จำนวนมากมายขนาดนั้น ต่อให้ทำงานเก็บเงินจนเกษียณก็คงจะไม่มีทางคืนหนี้จำนวนนี้ได้

ก่อนจะไปต่อ เราขอเตือนทุกคนที่ได้อ่านด้วยความหวังดีว่า คนเพิ่งเรียนจบ หรืออายุยังไม่มาก อย่าผยองคิดว่าตัวเองเก่ง ตัวเองแน่ ตัดสินใจอะไรเองได้ ยังไงผู้ใหญ่ก็มีคำแนะนำที่ดีๆให้เราได้เสมอ และมองโลกได้รอบด้านกว่าเรา โดยเฉพาะพ่อแม่ ท่านมีความหวังดีต่อลูกเสมออยู่แล้ว

ถ้าวันนั้นเราเลือกที่จะปรึกษาพ่อแม่ เราคงไม่เสียเวลา 7 ปีไปแบบไร้ประโยชน์และต้องเก็บตัวอยู่กับหนี้ก้อนโต ไม่อยากออกไปพบปะกับใคร กลายเป็นคนไร้เพื่อนอย่างเช่นทุกวันนี้

รู้จัก "ส้ม" ไหม??

ส้ม คือ ชื่อที่บริษัทโบรกเกอร์ของเราใช้เรียกมาร์เก็ตติ้งที่เข้ามาใหม่ มากันเป็นชุดๆ ของเราเป็นส้ม "รุ่นที่ 2" ซึ่งหลังจากนั้นก็มี ส้ม "รุ่นที่ 3" ตามมาในเวลาไล่เลี่ยกัน รวมแล้ว 2 รุ่นมีจำนวนคนประมาณ 30 คน

เราเคยถามว่า ทำไมถึงเรียกว่า "ส้ม" ผู้ดูแลโครงการนี้ตอบว่า เขาเปรียบมาร์เก็ตติ้งใหม่ที่เข้ามาฝึกแต่ละรุ่นเป็นต้นส้ม บริษัทมีหน้าที่รดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย รอให้ต้นส้มโต แต่ก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะโตเป็นส้มที่ออกดอก เก็บผลได้ทุกต้นหรอก อืม เราก็ยังไม่เข้าใจ ทำไมต้องเป็น "ส้ม" ให้มันเป็น "ต้นข้าว" "ต้นลำไย" "แก้วมังกร" "ละมุด" "ทุเรียน" ไม่ได้เหรอ??

เม่าน้อยเรียนรู้จากการเป็น "ส้ม"

ข้อดีของการได้ฝึกในฐานะ "ส้ม" ซึ่งต่างจากการเดินดุ่มๆตัวคนเดียวมาสมัครงานในเวลาอื่น ก็คือ การเป็น "ส้ม" จะมีหัวหน้าคอยดูแลกลุ่มส้มโดยเฉพาะ โดยส้มจะยังไม่สามารถเป็นมาร์เก็ตติ้งเต็มตัวได้ เพราะยังไม่ได้ไปสอบใบอนุญาตหรือในวงการเรียกว่า license

ระหว่างที่เป็นส้ม จะมีการเทรนนู่นนี่นั่นมากมาย ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขาย มีการสั่งการบ้านให้ทำ เช่น ให้ตอบชื่อหุ้นว่าตัวย่อนี้ คือหุ้นตัวไหน เป็นต้น นอกจากนั้นจะมีการส่งส้มไปนั่งกับพี่ๆที่เป็นมาร์เก็ตติ้งอยู่แล้ว ประกบตัวต่อตัว เรียกว่าเป็น buddy กันเลย เพื่อให้ส้มแต่ละคนได้เรียนรู้งานโดยเร็วที่สุด

ช่วงเวลานี้ล่ะ ที่เป็นการเปิดโลกทัศน์ของเม่าตัวน้อยอย่างเราได้มากขึ้นอีกโข ได้เห็นเวลาพี่ๆเขาโทรหาลูกค้า แนะนำลูกค้าซื้อขาย ได้เห็นการเคลื่อนไหวของหุ้นแบบ real-time จริงๆ ได้รู้จักการดูหน้าจอ ดูอาการของหุ้น รู้ว่ามีอะไรที่ต้องสังเกตในระหว่างการซื้อขายบ้าง และเรื่องอื่นๆอีกเยอะ ที่สำคัญคือ ส้มจะถูกบังคับให้ present มุมมองตลาดในแต่ละวันต่อหัวหน้างานและเพื่อนร่วมรุ่นทุกวัน

ณ เวลานั้น ต้องบอกเลยว่า เรามั่นใจในตัวเองมาก ในแง่ของความรู้ความสามารถ ก็คนที่เรียนสายตรงอย่างเรามา มีหรือจะกลัวกับการวิเคราะห์ตัวเลขทางการเงินต่างๆ จะมีก็เรื่องของการวิเคราะห์ทางเทคนิคนี่ล่ะ (Technical Analysis) ที่ต้องศึกษาเพิ่มเติม ส่วนเรื่องการดูอาการหุ้นหรืออะไรนั่นน่ะเหรอ กระจอก ง่ายนิดเดียว (ตอนนั้นคิดอย่างนี้จริงๆนะ) เดี๋ยวก็เรียนรู้หมด แต่หารู้ไม่ว่า "ประสบการณ์" เท่านั้นที่จะสอนเราได้ แค่มานั่งดูเขา ประกบกับพวกพี่ๆเขา ก็คิดว่าตัวเองนั้นเก่งกล้าสามารถแล้ว นี่ล่ะ หาทางของความล่มจมจริงๆ

จากนั้นก็ถึงเวลาที่ต้องไปสอบใบอนุญาต แน่นอน เราสอบครั้งเดียวผ่าน และเป็นคนแรกที่เริ่มแปรสภาพจากส้มมาเป็นมาร์เก็ตติ้งได้อย่างเต็มตัว และความภูมิใจอันน้อยนิด บวกกับความมั่นใจในตัวเองที่มีมากเกินไปนี่ล่ะ ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการจมดิ่งของชีวิตของเราไปอีก 7 ปี

ปิดพอร์ตที่กิมเอ็ง

ระหว่างที่เรายังเป็น "ส้ม" อยู่นั้น เรายังไม่ได้รับการบรรจุเข้าเป็นพนักงานของบริษัท นั่นคือ ยังอยู่ในช่วง probation เราจึงยังสามารถมีพอร์ตซื่้อขายหุ้นเป็นชื่อเราเองได้ พอร์ตที่เราเปิดไว้กับ Kim Eng จึงยังคงมีการหมุนเวียนอยู่ตลอด แต่ก็ไม่ได้มาก เพราะยอดเงินมีแค่ประมาณแสนเดียว อ้อ ลืมบอกไปว่าเราขอยืมเงินพ่อแม่มาลงตั้งแต่ตอนเปิดพอร์ตกับ Kim Eng ได้สักระยะเพื่อมารวมกับเงินของเราเอง

แต่พอนึกย้อนกลับไป เอ้อ เราเริ่มเล่น Net settlement ตั้งแต่ตอนนั้นแล้วนะเนี่ย ระหว่างที่เราเป็นส้มอยู่ ตอนนั้น หุ้น CPF-W1 กำลังฮอตอยู่เลย ด้วยอัตราการแปลงสภาพที่เย้ายวน คือ 1 ต่อ 5 ทำให้เราอดใจไม่ไหวต้องเข้าไปแจมด้วย ก็มีกำไรมาบ้างนะ นิดๆหน่อยๆ ไม่มาก แต่ใครจะคิดว่า วงเงินแค่แสนต้นๆ จะสามารถเทรดหุ้นได้วันละ 2 ล้านบาทล่ะ

ท้ายสุดพอเราขึ้นทะเบียนเป็น "มาร์เก็ตติ้ง" จริงๆแล้ว เราจำเป็นต้องปิดพอร์ตของตัวเองที่ Kim Eng ลง ด้วยเหตุผล 2 ประการ

1. การเทรดภายใต้พอร์ตชื่อตัวเองทำได้ค่อนข้างลำบาก ข้อมูลทั้งหมดจะต้องรายงานให้ตลาดหลักทรัพย์รับรู้ตลอด

2. เราต้องการดึงเอาวอลุ่มการซื้อตรงนั้นมาเป็นของเราเอง เพราะในช่วงระหว่างการเริ่มงานแรกๆ เราจะไปเอาวอลุ่มเทรดจากไหนล่ะ

พี่มาร์เก็ตติ้งที่ Kim Eng แกก็เข้าใจดี แกก็อวยพรให้ไปได้ดีกับงานที่กำลังจะเริ่ม

ตอนต่อไป เม่าน้อยจะเริ่มทำหน้าที่มาร์เก็ตติ้งอย่างเต็มตัว และก็เริ่มซื้อขายหุ้นผ่านพอร์ตของพ่อ ด้วยเงินหลักแสนเป็นครั้งแรก คอยติดตามนะครับ เม่ากำลังระเริงไฟแล้ว


Create Date : 24 เมษายน 2554
Last Update : 24 เมษายน 2554 0:46:09 น. 10 comments
Counter : 7353 Pageviews.

 
มาติดตามตอนต่อไปคับ


โดย: PP IP: 115.87.216.16 วันที่: 24 เมษายน 2554 เวลา:15:19:04 น.  

 
น่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง รออ่านนะครับ


โดย: j-j IP: 124.120.104.30 วันที่: 27 เมษายน 2554 เวลา:13:38:41 น.  

 
มารออ่านด้วยคนค่ะ


โดย: zj IP: 110.169.79.173 วันที่: 27 เมษายน 2554 เวลา:20:59:00 น.  

 
พี่คับ ผมกำลังเข้าทำงานสายนี้เหมือนกานคับ แต่ไม่ความรู้อะไรเกี่ยวกับงานเท่าไรเลย อยากรู้จักกับพี่จังเลยคับ ถ้ามีโอกาสผมขอเมล์มาคุยได้มั้ยครับ เมล์ผม ban_bg@hotmail.com ยังไงขอความกรุราด้วยนะครับ


โดย: bangang IP: 125.24.246.59 วันที่: 9 พฤษภาคม 2554 เวลา:11:24:43 น.  

 
มารออ่านเหมือนกันค่ะ


โดย: aom IP: 49.49.28.137 วันที่: 9 พฤษภาคม 2554 เวลา:16:09:17 น.  

 
ผมก็กำลังจะไปสอบ single อยู่เหมือนกันคับ มารออ่านว่างาน marketing ในหลักทรัพย์จะได้เงินดีอย่างที่คิดไหม จะได้เปลี่ยนใจทันคับ


โดย: g IP: 10.0.0.242, 180.183.123.213 วันที่: 12 พฤษภาคม 2554 เวลา:22:36:03 น.  

 
ผมคลิกมาดูบล็อกของพี่เรื่อยๆนะครับ นึกว่าพี่จะไม่เขียนต่อแล้วซะอีก มาคราวนี้เขียนทีเดียวสองตอนเลย
ผมจะรออ่านตอนต่อไปครับ


โดย: useme IP: 223.204.158.121 วันที่: 23 พฤษภาคม 2554 เวลา:12:06:27 น.  

 
รออ่านตอนต่อไปอย่างใจจดจ่ออยู่นะคะ กะลังจะเข้าสู่วงการนี้เหมือนกันค่ะ คิดตัดสินใจอยู่ว่าจะเปลี่ยนงานทำมาร์เก็ตติ้งดีหรือทำงานแบบเดิมที่ใหม่ดี


โดย: เจี๊ยบ-เจี๊ยบ IP: 180.183.117.199 วันที่: 1 มิถุนายน 2554 เวลา:16:30:22 น.  

 
กำลังจะเปลี่ยนมาทำงานสายนี้เหมือนกันค่ะ แต่ก็ยังกลัวๆไม่กล้าตัดสินใจค่ะ กลัวว่าถ้าหาวอลุ่มไม่ได้แล้วเขาจะให้ออกน่ะค่ะ


โดย: สา IP: 118.175.5.54 วันที่: 31 กรกฎาคม 2555 เวลา:9:10:24 น.  

 
ตอนต่อไปยังไม่ออกอีกหรือครับ รอตั้งนานแล้ว น่าติดตามมาครับ


โดย: midasfx IP: 27.145.76.5 วันที่: 22 ธันวาคม 2555 เวลา:13:43:00 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

wattanac
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




Friends' blogs
[Add wattanac's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.