ท่องเที่ยวสุขใจ ไปไกลทั่วโลก
Group Blog
 
All Blogs
 
ตอนที่ 2 - เริ่มเข้าสู่แวดวงการเงิน

งานแรกหลังเรียนจบ

เราไปเรียนที่ Uni of Wollongong ตอนเดือน ก.พ. ปี 2000 และกลับมาเมืองไทยเดือน พ.ย. ปี 2000 เช่นกัน จำปีได้แม่นยำ เนื่องจากปีนั้นที่ Sydney มีการจัดมหกรรมกีฬา Olympic พอกลับมาถึงเมืองไทย เราไม่รอช้ารีบร่อนจดหมายสมัครงานทันที อีกทั้งยัง walk-in เข้าไปสมัครงานตามบริษัทไฟแนนซ์ ธนาคาร และบริษัทหลักทรัพย์ แต่ไม่ได้จะไปทำเป็น marketing หรอก อยากไปทำฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ เพราะมีความคิดว่ามันดูเท่ห์กว่า ได้ใช้ความรู้เยอะกว่าพวกที่เป็นมาร์เก็ตติ้ง

เดินหางานได้ไม่นานนัก ก็มีบริษัทเรียกตัวไป ก็เป็นบริษัทเงินทุนแห่งหนึ่งบนถนนสาทร เรียกไปทำข้อสอบ จากนั้นก็มีการสัมภาษณ์ และแล้ว เราก็ได้งาน และเริ่มงานในวันที่ 1 ก.พ. 2001 ในแผนกปรับปรุงโครงสร้างหนี้ (Loan Restructuring Department หรือ LR)

ประสบการณ์ที่มีค่ายิ่งกว่าทองคำ

บอกตรงๆกันเลยว่าเราไม่ชอบงานที่เราทำเป็นอย่างมาก ในช่วงนั้นเป็นช่วงหลังวิกฤตต้มยำกุ้งมาได้เพียง 2 - 3 ปี ประเทศไทยยังคงเต็มไปด้วยปัญหาหนี้เสียอันเกิดจากภาวะเศรษฐกิจฟองสบู่แตกและการปล่อยให้เงินบาทลอยตัว (อัตราแลกเปลี่ยนจาก 25 บาทพุ่งขึ้นไป 50 กว่าบาท ต่อ USD) เราเป็น marketing officer คนหนึ่งที่จะต้องดูแลพอร์ตหนี้สินที่มีปัญหาเหล่านี้ แต่เพราะยังไม่มีประสบการณ์เลย จึงยังต้องมีหัวหน้าคอยดูแลประกบอยู่ในช่วงแรกๆ

งานในหน้าที่นี้ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรมากมายนอกเหนือจากในห้องเรียนที่เคยเรียนมา เราได้ฝึกการเจรจาหนี้เสียแบบ bilateral หรือเป็นการเจรจากันเองโดยไม่ผ่านกระบวนการใดๆเข้ามาช่วย และการปรับหนี้เสียผ่านกระบวนการฟื้นฟูกิจการ เราต้องวิเคราะห์งบการเงิน ได้ใช้ความรู้ที่เรียนมาทั้งหมดในการทำงานนี้จริงๆ

นอกจากนั้นเรายังได้รู้จักกับบริษัทต่างๆหลายแห่งที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็น THECO RAIMON แต่เราไม่สามารถทำอะไรได้มากกับบริษัทระดับนี้ เนื่องจากว่าบริษัทเงินทุนส่วนใหญ่จะเป็นเจ้าหนี้รายย่อยที่ไม่มีหลักประกัน เวลาไปผ่านกระบวนการฟื้นฟูกิจการ ทุกอย่างแทบจะเรียกว่าถูกกำหนดโดยเจ้าหนี้รายใหญ่ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นธนาคาร

ที่เราบอกว่าไม่ชอบงานนี้ ก็เพราะ เรารู้สึกไม่ดี รู้สึกแย่ เราต้องทำหน้าที่เป็นตัวแทนของบริษัทในการไปเรียกคืนหนี้จากลูกหนี้ โดยบริษัทก็พยายามจะบีบให้ลูกหนี้ชำระคืนโดยให้ได้เงื่อนไขดีที่สุด ในขณะที่ลูกหนี้ก็พยายามบอกว่าสถานการณ์ของเขายังไม่ดีพอที่จะชำระคืนได้ เราไม่ชอบจริงๆกับงานเจรจาแบบนี้ มันรู้สึกกระอักกระอ่วน ทำตัวลำบาก จนท้ายสุดนี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เราตัดสินใจลาออกจากงาน

เปิดพอร์ตเล่นหุ้นครั้งแรก

การทำงานในบริษัทแห่งแรกนี้ พวกพี่ๆในฝ่ายส่วนใหญ่จะเปิดพอร์ตเล่นหุ้นส่วนตัวกันด้วย เราเองเลยได้ฟัง ได้ดูเขาแอบดูหน้าจอเทรดหุ้นระหว่างทำงาน 555 แต่ตอนนั้นก็ยังไม่กล้าไปเปิดพอร์ตเองหรอก จนในที่สุดก็อดใจไม่ไหว เลยเดินไปที่อาคารญาดา ถนนสีลม เพื่อเปิดบัญชีกับ Kim Eng โดยเป็นบัญชีแบบวางเงินเล่น เพราะตอนนั้นมีเงินแค่สองสามหมื่นบาทเท่านั้น จำได้ว่าช่วงนั้นมีเหตุการณ์ 9-11 เครื่องบินชนตึก World Trade Center พอดี เลยได้เห็นความตกอกตกใจในตลาดหุ้น และเหตุการณ์ที่เป็น talk of the town ในขณะนั้น คือหุ้น BT กลับมาเทรด วันกลับเข้ามาในตลาด ราคาวิ่งไม่ลืมหูลืมตา นับว่าเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นมากๆกับคนที่เพิ่งเข้ามาซื้อๆขายๆในตลาดหุ้น

แต่การลงทุนของเรายังไม่ได้มากมายนัก เพราะเพิ่งเข้ามา ยังไม่กล้าลงเยอะ เงินก็มีน้อย แต่สิ่งที่ประทับใจก็คือ มาร์เก็ตติ้งในเวลานั้นของเรา เขามีหุ้นแปลกๆมาแนะนำเราอยู่เรื่อยๆ แต่เราไม่ค่อยเชื่อเขาเท่าไหร่ เพราะตอนนั้นเราเองก็ยังเป็นเม่าน้อยๆ ที่รู้จักหุ้นอยู่ไม่กี่ตัว ส่วนใหญ่ก็เป็น Big Cap ทั้งนั้น ใครจะรู้จักพวก TC TTA PSL กันล่ะ แต่การที่พี่เขาแนะนำหุ้นแปลกๆให้ ทำให้เราได้กลับไปศึกษาและดูว่าหุ้นตัวนั้นทำกิจการอะไร แล้วก็เมมมันเอาไว้ในหัวสมอง

ลาออกจากงาน

ต้นปี 2002 เราตัดสินใจลาออกจากงาน ด้วยสาเหตุหลักๆ 3 ประการ คือ (1) เราทำใจไม่ได้กับการทำงานลักษณะนี้อย่างที่ได้บอกไปแล้วข้างต้น (2) เงินเดือนขึ้นน้อยมากเพียง 3% ซึ่งบริษัทอ้างว่ากำลังมีการนำระบบการประเมินผลใหม่มาใช้ ทำให้ปีนั้นขอปรับเงินเดือนเพียง 3% เท่ากันทั้งบริษัท (3) ที่นั่นบริหารงานกันแบบเจ้าขุนมูลนาย การให้พนักงานแสดงความคิดเห็น เป็นเพียงสิ่งที่ทำให้มันดูเหมือนสวยหรูไปอย่างนั้น ด้วยความที่เราเป็นเด็กนอก เรารักที่จะแสดงความคิดเห็นเมื่อเขาเปิดโอกาสให้ แต่การแสดงความคิดเห็นของเรา 2 ครั้งกลับทำให้เราถูกเพ่งเล็ง จนถึงขนาดเรามารู้ทีหลังว่า ผู้บริหารจะไม่ให้เราพ้นโปรในทีแรก เพราะเห็นว่าเราก้าวร้าว

ขอย้อนไปนิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ มันเกิดขึ้น 2 ครั้ง ครั้งแรก มีการเรียกทั้งแผนกขึ้นไปกินข้าวร่วมกับ CEO ของบริษัท ก็เป็นโต๊ะกลมประมาณ 10 กว่าคน กินร่วมกัน ท้ายสุดก็ให้ถามคำถาม เราก็ถามคำถามว่า "เท่าที่เรารู้มา เงินทุนธนชาติ หรือ NFS เป็นเงินทุนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในขณะนั้น อยากทราบว่าผู้บริหารมีแนวทางที่จะก้าวขึ้นไปเทียบเคียงกับเขาหรือไม่ อย่างไร" ก็ไม่รู้ว่าทำไมอยู่ๆเขาก็ตบโต๊ะเบาๆ แล้วก็บอกว่า "ใครให้คุณถามคำถามแบบนี้ ไม่รู้กาลเทศะเลย" แล้วก็ทำหน้าแบบไม่ปลื้มสุดๆ ออกจะโมโห เราเองก็งงๆว่า ทำไมเขาถึงต้องโมโห จนพอออกมาจากห้อง พี่ในทีมบอกเราว่า CEO ที่นี่ไม่ถูกกับธนชาติอย่างมาก เพราะธนชาติดึงคนของที่นี่ไปเยอะ อ้าว แล้วเราจะรู้มั้ยเนี่ย เราก็แค่อยากให้บริษัทที่เราทำงานเจริญก้าวหน้าขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง แต่สำหรับที่นี่ คนไม่รู้ก็ผิดได้ ครั้งนี้คือสิ่งที่เราถูกกล่าวหาว่า "ก้าวร้าว"

อีกครั้งตอนไปงานจัดเที่ยวกระชับสัมพันธ์พนักงานใหม่ ซึ่งจัดหลังจากเราเข้าทำงานไปแล้ว 4 เดือน พอตอนจะกลับจากชะอำ ก็ถามว่า มีใครมีข้อเสนอแนะอะไรไหม? เราก็บอกว่า "ผมว่าจัดช้าไปนะครับ น่าจะจัดหลังจากเข้าทำงานมาได้สักไม่เกิน 2 เดือน" เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่โตถึงขนาด HR ต้องเอากลับมารายงานผู้ใหญ่ว่าเด็กคนนี้ "ก้าวร้าว"

เมื่อเขาไม่ปลื้มผม ผมก็ไม่อยู่ เพราะผมเป็นคนอย่างนี้อยู่แล้ว ผมรักที่จะทำงานกับบริษัทที่มีผู้บริหารที่ "เปิดใจ" มากกว่า ไม่ใช่ต้องมานั่ง "พินอบพิเทา" แบบเจ้าขุนมูลนาย เลยตัดสินใจเปิดหนังสือพิมพ์ดูว่ามีบริษัทไหนรับสมัครงานบ้าง จนตาเหลือบไปเห็น บริษัทหลักทรัพย์ ABN Amro Asia เปิดรับสมัคร Marketing Officer 30 ตำแหน่ง

เอาวะ ไปสมัครดูก็ได้

ตอนหน้าจะเริ่มเข้มข้นขึ้น และทุกท่านจะได้รู้ว่า หนี้เกือบ 7 ล้านบาทมันมาได้อย่างไร

อ่านแล้วควรใช้สติเตือนตัวเองอยู่ตลอดเวลา สำหรับคนที่กำลังดำเนินบนเส้นทางเดียวกับที่ผมทำเมื่อเวลานั้น มันเป็นวงจรอุบาทว์ของความเชื่อมั่นในตัวเองมากไป โลภ ขาดทุน แก้แค้น ไม่สำเร็จ ปิดบัง โกหก ลองใหม่ ขาดทุน เงินหมด กู้ยืม ลองใหม่ ขาดทุน กู้ยืมมาโปะ จนท้ายที่สุด ก็หยุดวงจรอุบาทว์ เมื่อความจริงทุกอย่างเปิดเผย


Create Date : 23 เมษายน 2554
Last Update : 23 เมษายน 2554 19:46:27 น. 0 comments
Counter : 1068 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

wattanac
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




Friends' blogs
[Add wattanac's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.