หน้าที่ ความรัก ชายชาญ กาลเวลา

..


ไก่เจ้ากรรมโก่งคอรออุษา
จิตผวาข้างกายไร้ชายหนอ
เคยพำนักพักใจใคร่หยอกล้อ
อยากตัดพ้อท้อจริงระวิงใน

ก่อนเคยชิดเชยชมสมสนุก
มิเคยทุกข์เยี่ยงนี้ฤดีไหว
ชะตาต้องมาร้างห่างกันไกล
พี่จากไปป้องทักษิณถิ่นร่มเย็น

หกโมงเช้าเศร้านักรักมาร้าง
ใจน้องนางอยากซบอยากพบเห็น
อยากโอบกอดออดเอื้อนใต้เดือนเพ็ญ
อยากให้เป็นเช่นดังก่อนออดอ้อนกัน

เจ็ดโมงแล้วฟังข่าวเช้าวันนี้
แปรบฤดีมีเรื่องสะเทือนขวัญ
วางระเบิดเกิดเหตุบ้าฆ่ารายวัน
ให้นึกครั่นเคราะห์ลี้นะพี่ชาย

แปดโมงแล้วแก้วตาโทรมาหน่อย
น้องนั่งคอยพี่ยาลับลาหาย
ลาดตระเวนเป็นหน้าที่อันตราย
กราบพระหมายคุ้มครองปกป้องเธอ

เก้าโมงตรงคงยามตามหน้าที่
ปฐพีของไทยใจเสนอ
ปกป้องแลเสียสละเช่นร่มเฌอ
รักเสมอชีวันป้องกันแดน

สิบโมงเศร้าทรวงช้ำคำนึงถึง
ไยพี่จึงเงียบหายอาลัยแสน
ใต้ไม่ไกลโหยไห้ไร้คนแทน
อยากโลดแล่นไปหาไขว่คว้าครอง

เที่ยงแล้วร้องไชโยโทรศัพท์
ดังรีบรับขับขานหน้าพาลหมอง
แทบสลบซบหน้าน้ำตานอง
ศพพี่ต้องห่มไตรรงค์ปลงเพื่อไทย



..


ดังนี้แล
ด้วยหน้าที่ชีวิตรับผิดชอบ ..
บางครั้ง บางท่านจึงจำต้องเสียสละ
แต่การเสียสละที่ยิ่งใหญ่นั้น
น่าเสียดายหากว่า .. สาธารณชนบังเอิญมองข้ามไป

นายวรุณฯ
จึงใคร่ขอเป็นตัวแทนพี่น้องผู้เสียสละเหล่านั้น
สะท้อนในบางส่วนเสี้ยวของอารมณ์
แล กรุณาให้เกียรติวีรชนของไทย
ด้วยการหยุดนิ่งไว้อาลัย ๑ นาที



..

รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
เป็นคุณสมบัติของคนไทย






Create Date : 27 กรกฎาคม 2550
Last Update : 27 พฤศจิกายน 2555 22:28:31 น.
Counter : 208 Pageviews.

4 comments
  
ขอเป็นกำลังใจให้ตำรวจและทหาร
หรือทุกท่านที่ทำหน้าทีเป้นรั้วของประเทศชาติ



โดย: gripenator วันที่: 27 กรกฎาคม 2550 เวลา:15:06:58 น.
  
แวะมาเยี่ยม แวะมาร่วมอ่านบทกลอนไฟเราะ และขอร่วมไว้อาลัยให่แก่ วีรชนไทย ด้วยครับ

...............

................

..................

..................

อิอิ

จะแวะมาบอกว่า ...

ช่วงนี้ผมงานยุ่งมากเลยไม่ค่อยได้มีเวลาเข้ามาเยี่ยมเพื่อน ๆ ครับ

แต่ว่า ...

วันนี้วันศุกร์ที่ 27 ก.ค.50 ผมมีวีรกรรมอันสุดฮาของ "น้องตุ้งแช่" ตอนที่ 4 ซึ่งเป็นตอนใหม่ล่าสุดครับมาให้อ่านกันครับ



เข้าไปอ่านเข้าไปฮากันได้เต็มที่เลยนะครับ

อิอิ

emoemoemoemo
โดย: อาคุงกล่อง (อาคุงกล่อง ) วันที่: 27 กรกฎาคม 2550 เวลา:16:04:07 น.
  
แวะมาเยี่ยมชมครับ
โดย: กวินทรากร IP: 203.156.40.107 วันที่: 28 กรกฎาคม 2550 เวลา:15:29:08 น.
  
ขอบคุณ กวินทรากร
ที่ได้สอนวรุณฯ บิน
ความไม่รู้กระจ่างสิ้น
ขอโผผินอย่างบุราณ
โดย: วรุณนฤมล วันที่: 28 กรกฎาคม 2550 เวลา:16:40:20 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

วรุณนฤมล
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ชายหนุ่มนี้นามวรุณบุญคงน้อย
อายุด้อยต้อยต่ำไม่เดียงสา
รักศาสตร์ศิลป์จึงซมซานจากบ้านนา
ระเห็จมาเมืองกรุงมุ่งสร้างตัว


จิตพาล่องลอยย้อนไกลใจจึงเห็น
อดีตเช่นรอยกระทำทั้งดีชั่ว
สนุกเศร้าวาบหวิวบ้าโกรธกล้ากลัว
บาปพันพัวบุญนฤมิตอดีตตน

ให้คำนึงถึงสายลมโบกโชยเอื่อย
ธารเลาะเลื้อยริมชายป่าในหน้าฝน
มัจฉาน้อยเวียนแหวกว่ายเริงสายชล
ใบไม้หล่นรกราวป่าหญ้าขจี


บึงบัวบานชวนบินร่อนภมรภู่
ฝนพร่างพรูฟ้าสว่างพราวพร่างสี
ปทุมขาวแซมดอกม่วงชมพูมี
รื่นฤดีแดดรอนลับนกกลับรัง

กึ่งราตรีหอมลอยลมชมกลิ่นแก้ว
ปีบร่วงแล้วกลีบรำเพยพระพายสั่ง
หรีดเรไรพงไพรร้องก้องผาดัง
น้ำค้างหลั่งหมอกลอยโรยโปรยโพยม


แสนอาลัยในชีวิตคนชายป่า
นอนมองฟ้านับดวงดาวสกาวโสม
หนาวแต่นอกอุ่นทรวงในใจประโลม
เหมือนอาจโน้มวิมานฟ้าลงมาครอง

สมเพชใจย้ายเข้ากรุงมาตกอับ
หอพักคับแคบขัดเหมือนยัดกล่อง
อบอ้าวกายคล้ายอั้งโล่เสโทนอง
มองฝาห้องต้องคุมขังวังเวงทรวง


นี่หรือคือเวียงชั้นฟ้ามหาเขต
แดนอมเรศเจริญเฟื่องเรียกเมืองหลวง
คนแออัดแต่ส่วนใหญ่หัวใจกลวง
ความหลอกลวงล้วนหลอนทั่วทั้งตัวเมือง

ตึกสูงใหญ่ยอดชูชันถึงชั้นฟ้า
แลรถราล้มหลามคำรามเครื่อง
เสียงกระหึ่มฝุ่นควันฝ้านัยน์ตาเคือง
ค่ำคืนเรืองหลอดไฟฟ้าบ้าเล่นไฟ


บ้างรีบเร่งทำงานจนหามรุ่ง
บ้างก็มุ่งแสวงอำนาจให้บาทใหญ่
ลูกหลานถูกทิ้งขว้างเหมือนร้างไกล
เงินทองไซร้สิ่งสอพลอหล่อเลี้ยงกาย

ผู้มีอัฐถูกนับถือคือพระเจ้า
สั่งซื้อข้าวของสิ่งใดได้ดังหมาย
ต่างละโมบโลภริญำ*ศีลธรรมวาย
บ้างยอมขายแม้ศักดิ์ศรีชีวีตน


แบ่งผักฝ่ายรวมพลังไล่ให้อนาถ
จ้องพิฆาตทำลายล้างอ้างฉ้อฉล
เงินเป็นใหญ่ไร้คุณธรรมนำกมล
ล้วนวกวนก่อบาปกรรมย่ำยีกัน

คนจนดั่งนายวรุณฤๅอุ่นสุข
แค่ไม่ทุกข์เพียงวันใดใช่คือฝัน
จะกินอิ่มนอนอุ่นได้อย่างไรกัน
เพราะนับวันเงินร่อยหลอไม่พอกิน


อุตส่าห์สอบเอนทรานซ์แล้วติดแถวหน้า
เข้ามหาวิทยาลัยได้เรียนศิลป์
ลูกชาวนาสามัญชนจนติดดิน
ต้องโผผินจากบ้านนามาอยู่กรุง

พ่อก็แก่แม่ก็เฒ่าเจ้าคงเห็น
อยากจะเป็นนายช่างศิลป์ตามจินต์มุ่ง
ต้องไขว่คว้าสองมือหาสองขาพยุง
ถึงไต่รุ้งสอยตะวันไม่ครั่นคราม

All Blog